ย่านสถานบันเทิงชื่อดัง ใจกลางกรุงเทพฯ
ยิ่งดึกยิ่งครึกครื้น มีเหล่านักท่องราตรีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินกันขวักไขว่ สมกับเป็เมืองที่ไม่เคยหลับใหล
ผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดี แต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสาร ข้างตัวสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงพอซื้อบ้านได้หลังหนึ่ง
ส่วนผู้ชายก็ไม่ต่างกัน ข้อมือมีนาฬิกาหรูหรา เข็มขัดยี่ห้อดัง ตบเท้าเดินลงมาจากรถสปอร์ตหรูหลากหลายยี่ห้อ ที่จอดเรียงรายอยู่หน้าผับชื่อดัง
หญิงสาวนั่งลำพังที่ป้ายรถเมล์ เหม่อมองฝูงชนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม พอยกมือลูบหน้ามันเลื่อมที่ไร้เครื่องสำอางตกแต่ง ก้มมองตัวเองในชุดกระโปรงเก่าๆ ที่ซื้อล่าสุดเมื่อสี่ห้าปีก่อนแล้ว ก็รู้สึกเหมือนตัวเองยืนอยู่ผิดที่ผิดทาง
น่าอายชะมัด...
ตอนนี้เธอมีปัญหาชีวิตอย่างหนัก จนไม่รู้ว่าวันต่อไปจะทำอย่างไร พอเห็นคนอื่นได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ใช้จ่ายเงินอย่างไม่กลัวหมด ก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมา
ทำไมชีวิตเธอถึงไม่โชคดีแบบคนอื่นเขาบ้างนะ?
ว่าแล้วก็กดแอปพลิเคชันธนาคาร จากสมาร์ตโฟนตกรุ่นซ้ำไปซ้ำมา ดูยอดเงินคงเหลือหวังว่ามันจะมีปาฏิหาริย์งอกเพิ่มออกมาได้บ้าง...แต่ก็ไม่
...98 บาทถ้วน…
กดเงินจากตู้ ATM ยังไม่ได้เลย!
แล้วเธอจะทำยังไงกับวันพรุ่งนี้ต่อไป!
ชีวิตรันทดสิ้นดี!
นอกจากนั่งเศร้าซึม คิดถึงอนาคตที่มืดมนข้างหน้าแล้ว เธอก็ไม่รู้ควรจะทำอย่างไร ไม่รู้ว่าชาติก่อนเธอไปทำเวรทำกรรมอะไรมากมาย ชาตินี้ถึงได้มานั่งใช้กรรมไม่รู้จบ
บางทีก็เผลอคิดไปว่า ตัวเองคงมีเทพเ้าแห่งความโชคร้าย เป็เทพประจำตัวเป็แน่
เหตุที่เธอต้องมานั่งโง่ๆ มองรถขับผ่านไปคันแล้วคันเล่าตรงนี้น่ะหรือ...
...เื่มันยาวมาก แต่ก็จำเป็ต้องกล่าวย้อนไป เริ่มั้แ่เธอเกิดมาบนโลกใบนี้...
ชื่อของเธอคือ นางสาวหลิน แซ่ลิ้ม หรือที่บ้านเรียกกันว่า ‘หลินหลิน’ เป็คนไทย ที่หน้าตาบ่งบอกยี่ห้อ ว่าบรรพบุรุษต้องโล้สำเภา มาจากเมืองจีนอย่างแน่นอน
ปีนี้หลินหลินอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์
เป็ปีที่เบญจเพสทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีเื่ไม่หยุดไม่หย่อน จนแทบจะเป็โรคประสาท ทั้งเื่เล็กเื่ใหญ่ประดังประเดเข้ามาไม่จบไม่สิ้น บางทีเธอก็อยากะโสะพานให้จบๆ
...ไม่สิ ต้องเรียกว่า ั้แ่จำความได้ หลินหลินก็เป็เพื่อนสนิท กับปัญหาทุกประเภทมาอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรโทษเบญจเพสเสียทีเดียว
หลินหลินเติบโตมาจากครอบครัวเล็กๆ ที่มีกัน 4 ชีวิต ประกอบด้วย อากงอาม่าวัยชรา ตัวเธอกับน้องชายอีกหนึ่งคนเท่านั้น
ส่วนพ่อแม่ของหลินหลิน ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไป ั้แ่น้องชายของเธอเพิ่งเกิดได้ไม่นาน หลินหลินเองก็ยังเป็เด็กเล็ก ที่ยังจำความอะไรไม่ได้
นอกจากรูปถ่ายติดผนังที่บอกว่าพ่อแม่หน้าตาเป็อย่างไรแล้ว เธอก็ไม่มีความผูกพัน หรือความทรงจำอะไรเกี่ยวกับพ่อแม่สักอย่างเลย
อากงอาม่าโล้สำเภามาจากเมืองจีน สไตล์เสื่อผืนหมอนใบ มาอยู่เมืองไทย ยังไม่ทันได้ตั้งตัวอย่างมั่นคง โชคร้ายลูกชายลูกสะใภ้ก็ตายจาก ทิ้งหลานที่ต้องกลายเป็กำพร้าไว้ให้เลี้ยงอีกสองคน
ด้วยเหตุนี้ หลินหลินจึงต้องรับหน้าที่ ‘เดอะแบก’ ประจำบ้าน ั้แ่เริ่มโตรู้ความ
อากงอาม่าเป็คนจีน ที่ใช้ชีวิตตามวิถีจีนๆ แบบคนหัวเก่า เห็นหลานชายสืบสกุลเป็เื่สำคัญ น้องชายของหลินหลินก็เลยเติบโตมาแบบถูกสปอยส์เต็มพิกัด
แล้วความซวยมันตกที่ใครล่ะ? ถ้าไม่ใช่หลานสาวเพียงคนเดียวของบ้าน!
หลินหลินต้องช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านั้แ่เล็ก ถูกสถานการณ์บังคับให้เติบโต จึงไม่มี่เวลาวัยเด็กไว้วิ่งเล่นแบบคนอื่น เป็เื่ไม่ง่ายเลย ในการดูแลคนชราสองคน กับน้องที่ไม่รู้จักโตอีกคนหนึ่ง
น้องชายเวรตะไล ที่รู้จักแค่กินกับนอน ทำให้คนเป็พี่ต้องเหมางานทุกอย่าง ั้แ่ล้างจาน ซักผ้า ถูบ้าน ทำความสะอาด สากกะเบือยันเรือรบ
กระทั่งซักกางเกงในให้มัน ยังเป็หน้าที่ของเธอเลย!
ครั้นจะใช้งานน้องชายอะไรสักอย่าง ก็ถูกผู้าุโในบ้านขัดขวางอยู่เสมอ ตามประสาจีนๆ ที่หน้าที่บ่าวในเรือนเบี้ย ตกเป็ของผู้หญิงไปเสียทุกครั้ง
เพราะหลินหลินยังต้องพึ่งค่าใช้จ่ายจากที่บ้าน ประกอบกับถูกฝังหัวว่าต้องกตัญญูต่อผู้าุโ ต่อให้หลินหลินคับแค้นใจ อยากประท้วงแค่ไหน ก็สู้กับอากงอาม่าไม่ได้อยู่ดี
ผลสุดท้ายแจ๋วประจำบ้าน จึงตกเป็ตำแหน่งกิตติมศักดิ์ ของหลินหลินไปโดยปริยาย