ณ มหาวิทยาลัย
“นักศึกษาทุกคนค่ะ เดือนหน้าจะเป็่เวลาที่นักศึกษาต้องออกไปฝึกงานกันแล้วนะคะสัปดาห์หน้าอาจารย์ขอสถานที่ที่นักศึกษาจะไปฝึกงานมาให้อาจารย์ด้วยทางมหาวิทยาลัยต้องทำหนังสือแจ้งไปยังสถานที่นั้น ๆใครไม่ส่งอาจารย์จะหาที่ฝึกงานให้เองนะคะ”อาจารย์บอกก่อนหมดคาบ
“อาจารย์จะหาที่ไหนให้ค่ะ”นักศึกษาคนหนึ่งยกมือถาม
“ก็ฝ่ายทะเบียนฝ่ายบริหารของมหาลัยไงค่ะ งานค้างกองอยู่เยอะเลยมีอาจารย์แม่คอยเป็พี่เลี้ยงให้ด้วย”อาจารย์บอกยิ้ม ๆส่วนนักศึกษาที่ได้ยินถึงกับเครียดเพราะหากต้องฝึกที่มหาลัยต้องโดนอาจารย์แม่เล่นเอาแน่
หลังจากเรียนจบทุกคนออกมาหาของกินและไปนั่งพักที่ม้านั่งใต้ต้นไม้กัน
“นี่ยัยพรีมตกลงคุณย่าหาที่ฝึกงานให้เราได้หรือยัง”ออกัสถาม
“เห็นเมื่อคืนโทรมาบอกว่า ได้แล้วนะ เดี๋ยวคุณย่าจะส่งชื่อบริษัทให้ทางมหาลัยเอง”พรีมบอกพร้อมยกแก้วน้ำขึ้นดื่อม
“งั้นแล้วไปกูละกลัวต้องฝึกงานที่มหาลัยจริง ๆ”ออกัสพูดขึ้น
“สุดสัปดาห์นี้เราไปฉลองกันไม่นี้ก็เกือบเดือนแล้วนะที่พริตตี้หายหน้าหายตาไป”เบสออกไอเดีย
“ใช่วันก่อน กูกับอีเบสไปลั้นลากันมามีคนถามหาพริตตี้กันเยอะเลย”ออกัสบอก
“คงไม่ได้ เพราะนัดคุณย่าไว้แล้วเห็นว่ามีแขกมาที่บ้านด้วย ท่านจะให้ฉันไปช่วยดูแลเื่อาหารนะ”พรีมบอกเพราะเมื่อคืนท่านโทรมาหาพรีมบอกว่าจะให้เข้าไปพบผู้ใหญ่ที่ท่านได้ฝากเธอและเพื่อน ๆ ฝึกงานไว้ ทำให้พรีมไม่สามารถปฏิเสธได้
“งั้นไม่เป็ไรว่าแต่จะให้เราไปช่วยแกหรือเปล่า”รุ่งฟ้าถาม
“ไม่เป็ไร พวกแกไปเที่ยวกันเถอะเอาไว้พริตตี้จะออกจากที่ซ่อน่ฝึกงานก็แล้วกัน”พรีมบอกเพื่อนๆทุกคนต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ณ บริษัทของอัทธิ์
วันนี้มีประชุมกรรมการบริหารเื่ผลประกอบการของไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ั้แ่เช้าทำให้อัทธิ์ค่อนข้างที่จะยุ่ง เพิ่งประชุมเสร็จเลยกลับไปที่ห้องทำงานตนเอง
“ท่านประธานค่ะ ท่านณรงค์มารอพบอยู่ในห้องแล้วค่ะ”เลขาที่กำลังท้องแก่หน้าห้องรายงาน
“คุณพ่อมานานแล้วเหรอ”อัทธิ์ถามเลขา
“สักพักได้แล้วค่ะ”เลขาตอบ
“สวสดีครับคุณพ่อ มานานแล้วเหรอครับ”
“ก็สักพักแล้ว เป็ไงบ้างงานยุ่งเหรอ”
“ก็นิดหน่อยครับ ่สรุปผลประกอบการ”
“แล้วเลขาแกท้องแก่แบบนั้นเวลาเค้าไปคลอดแกจะทำยังไง เห็นว่าอีกสองเดือนก็จะคลอดแล้ว”
“ก็คงต้องหาคนใหม่มาช่วยก่อนหรือไม่ก็เปิดรับสมัครใหม่”
“ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวมีนักศึกษาฝึกงานมาฝึกงาน 3 เดือน คงจะมาเริ่มเดือนหน้า ก่อนลาคลอดก็ให้หนูน้ำสอนงานให้ก่อน หนูน้ำลาคลอดเสร็ก็คงจะฝึกเสร็จพอดี”
“เด็กฝึกงาน มาจากไหนครับ”
“เื่นี้ต้องถามคุณแม่แกนะเย็นนี้กลับ้านไปกินข้าวกับแม่แกด้วย เพราะถ้าแกไม่ไป ฉันโดนอาละวาด และฉันจะยึดตำแหน่งประธานคืน”
“อ่อ ที่มาหาผมวันนี้ คือคำสั่งคุณแม่”
“ก็ เออนะสิ ใครจะกล้าขัดคำคุณลินดาได้พ่อไม่ได้คิดสั้นขนาดนั้น”
“ครับผมจะไม่ยอมให้คุณณรงค์โดนคุณลินดาว่าได้ครับ ฝากบอกคุณลินดาด้วยนะครับผมอยากกินหมูสร่งฝีมือคุณลินดานะครับ”
“ได้ครับ ท่านประธาน กระผมไปก่อนนะครับ”คุณพ่อพูดเสร็จก็ลุกขึ้นและเดินออกไปอัทธิ์นั่งยิ้มกับคำพูดคุณพ่อ ที่บ้านเขาคุณพ่อมักจะยอมคุณแม่มาตลอดจนเขาเคยถามว่าไม่กลัวคนอื่นหาว่ากลัวเมียเหรอ ท่านตอบว่า ท่านไม่ได้กลัวแค่เกรงใจและไม่คิดจะทำอะไรที่คุณแม่ไม่สบายใจด้วยเมื่ออัทธิ์คิดบางอย่างได้เขาเลยหยินโทรศัพท์ขึ้นมา
“ฮัลโหล โรสเหรอครับผมจะบอกว่าเย็นนี้ผมไปไม่ได้นะ พอดีแม่ผมอยากให้เข้าไปกินข้าวกับท่านที่บ้านโรสผมไม่ชอบคนพูดไม่รู้เื่นะ อือ ว่างแล้วผมค่อยโทรหา”พูดเสร็จอัทธิ์ก็กดวางสายโรสเป็ผู้หญิงที่เขากำลังควงอยู่ใน่นี้ เธอมีอาชีพเป็นางแบบ เธอเป็ผู้หญิงสวยชอบเอาใจเขาเขาเลยคุยกับเธอได้นาน นอกจากโรสแล้วเขาก็ยังมีผู้หญิงอื่น ๆ อีกหลายคนแต่แค่เขาบอกว่า ผู้หญิงทุกคนไม่มีสิทธิในตัวเขา ไม่มีสิทธิ์หึงเขารวมไปถึงโรสด้วย
ตกเย็นอัทธิ์ขับรถกลับมาที่บ้านของพ่อกับแม่เขาจริง ๆ แล้วเขามีบ้านอีกหลังที่พ่อกับแม่ซื้อไว้ให้เขาเพื่อให้เขาได้อยู่อาศัยหลังจากที่เขาแต่งงานไปตอนนี้ส่วนใหญ่อัทธิ์จะอาศัยอยู่ที่คอนโดหรูที่ไม่ไกลกับบริษัทของเขาเพราะจะได้สะดวกเวลาไปทำงานแต่เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนไปที่คอนโดหรือบ้านเขาเลยเพราะเขาไม่อยากให้ใครวุ่นวายพื้นที่สวนตัวของเขาแม้กระทั้งกับโรสหากจะเจอกันส่วนใหญ่ก็จะเปิดโรงแรมและเขาก็ไม่เคยนอนค้างกับผู้หญิงเลยเขาจึงได้ฉายา เสือร้าย จากเพื่อน ๆ ของเขา
“คิดถึงคุณแม่มากเลยครับ”อัทธิ์เข้าไปกอด หอมแก้มคุณแม่อย่างออดอ้อน
“ไม่ต้องมาทำเป็พูดดีกับแม่เลยถ้าไม่ให้พ่อแกไปตาม ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะได้เห็นหน้าลูกชายตัวเองหรือเปล่า”
“โอ้ คุณแม่ครับคุณพ่อไม่ไปตามผมก็ต้องมาหาคุณแม่อยู่แล้ว”
“ใช่เหรอไม่ใช่ออกไปเที่ยวกับผู้หญิงเหรอ”
“ใครบอกคุณแม่ครับ ผมทำงานหรอก”
“อัทธิ์ แม่บอกลูกแล้วนะ ลูกสะใภ้แม่แม่ต้องเป็คนเลือก”
“ผมทราบแล้วครับ เพราะอย่างนี้ไงผมเลยไม่เคยคบใครจริงจังไงครับ” อัทธิ์ยอมรับข้อเสนอนี้มาั้แ่เล็กเพราะเขาเคยมีแฟนและแฟนเขาก็หักอกเขาแอบไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนเขาั้แ่สมัยเรียนมัธยมปลาย ทำให้เขาเสียใจมากมีแค่แม่ทนั้นที่คอยปลอบใจและดูแลเขา เขาเลยสัญญาว่าจะไม่รักใครและจะแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่เลือกให้
“เห็นว่าคุณแม่จะคุยเื่เด็กฝึกงานยังไงเหรอครับ”
“ไปคุยที่โต๊ะอาหารกันเถอะแม่ทำหมูสร่งไว้ให้ลูกเยอะเลย” แล้วทุกคนก็พากับไปที่โต๊ะอาหาร
“หมูสร่งฝีมือคุณแม่นี่ยังอร่อยเหมือนเดิมเลยนะครับ”
“วันเสาร์นี้ แม่จะพาไปกินหมูสร่งต้นตำรับชาววังอร่อยกว่านี้อีก”
“ยังมีที่อร่อยกว่านี้อีกเหรอครับผมไม่เชื่อเหรอก คุณแม่ทำอร่อยที่สุดแล้ว”
“จำคุณยายนวลจันทร์ได้ไม่ที่แม่ชอบพาแกไปเที่ยวที่บ้านสวนของท่าน่มัธยมนะ”
“อือ............อ่อจำได้แล้วครับคุณยายนวลจันทร์ทใจดี ๆ คนนั้น”
“นั้นแหละคนสอนแม่ทำหมูสร่งที่แกชอบพอดีท่านฝากหลานสาวแกและเพื่อน ๆ เขาอีก 3 คนไปฝึกงานที่บริษัทแกแม่เลยจะพาแกไปรู้จักน้อง จะได้ช่วยดูแลน้องด้วยเวลาไปฝึกงาน”
“ค่อยรู้จักกันที่บริษัทก็ได้นิครับคุณแม่”
“ไม่ได้หรอก แม่แกจะไปดูว่าที่ลูกสะใภ้ด้วย”พ่อพูดสริมขึ้น
“อะไรนะครับ ว่าที่ลูกสะใภ้”
“ใช่ หนูพรีมหลานสาวคนเดียวของคุณยายนวลจันทร์ เห็นว่าเพิ่งกลับมาจากอังกฤษเนื่องจาก่จบมัธยมไม่ค่อยสบาย เลยไปรักษาตัวและเรียนอยู่ที่อังกฤษนี้ก็รักษาตัวหายแล้วกลับมาเรียนต่อที่ไทย แม่คิดว่าจะขอคุณยายนวลจันทร์ให้ยกหนูพรีมให้แก และจะให้เรียนรู้กันก่อน่ฝึกงานนี่แหละทำไมหรือว่าแกแอบคบใครอยู่หรือเปล่า”
“ป่าวครับผมไม่ได้คบใคร” คุณแม่ถาม อัทธิ์เองก็รู้สึกแปลก ๆ และปฏิเสธไปว่าไม่ได้คบใครตอนแรกรับปากว่าจะแต่งงานกับคนที่แม่หาให้ เมื่อจะต้องไปทำความรู้จักจริง ๆเขาเองไม่รู้ว่าจะคบหรือใช้ชีวิตกับเธอคนนั้นได้หรือไม่
วันเสาร์ที่นัดหมาย
“หมูสร่งใกล้เสร็จยังพรีม”คุณย่าเข้ามาถามพรีมที่อยู่ในครัว
“ใกล้แล้วค่ะ เหลือจัดจานให้สวยงามค่ะ”
“อาหารอื่นละ เรียบร้อยหมดแล้วใช่ไม่ เดี๋ยวหนูไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะแขกใกล้จะมาแล้ว ส่วนเื่จัดจานให้ป้านุชกับเด็ก ๆ เขาทำกัน”
“ค่ะ คุณย่า”พูดเสร็จพรีมก็เดินออกไปอาบน้ำแต่งตัว
“แขกวันนี้ใครกันค่ะ คุณนวลจันทร์”
“ว่าที่หลานเขยฉันเอง”คุณย่าบอกพร้อมยิ้มให้กับป้านุช
เมื่อถึงเวลาใกล้เที่ยง รถของบ้านเหมวรานนท์ก็มาถึงบ้านของคุณย่านวลจันทร์ป้านุชลงไปรับและเชิญแขกขึ้นมาหาคุณย่านวลจันทร์บนบ้านกัน
“สวัสดีค่ะคุณป้านวลจันทร์”ลินดาสวัสดีคุณย่านวลจันทร์
“มากันแล้วเหรอมานั่งก่อนสิ”
“ค่ะคุณป้า คุณป้าค่ะนี่คุณณรงค์สามีลินดาเองค่ะ”
“สวัสดีครับคุณป้านวลจันทร์เพิ่งมีโอกาสมาไหว้คุณป้า ต้องขอโทษด้วยนะครับ”
“ไม่เป็ไรหรอก เข้าใจอยู่ว่าทำงาน”
“ส่วนนี่ ตาอัทธิ์ ลูกชายของลินดาเองค่ะตาอัทธิ์สวัสดีคุณยายนวลจันทร์สิลูก”
“สวัสดีครับคุณยาย”
“หน้าตาหล่อเหลาดูมารยาทดีมากเลย”คุณย่นวลจันทร์ชื่นชมอัทธิ์
“เดี๋ยวทานอาหารกันเลยนะเห็นว่าหลานชอบท่านหมูสร่ง ยายให้ยัยพรีมทำไว้ให้เยอะเลย นุช ๆ ไปตามยายพรีมซิเสร็จหรือยังได้ตั้งโต๊ะทานอาหารแขกมากันแล้ว” ส่วนพรีมหลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเธอมาดูความเรียบร้อยในห้องครัวอีกครั้ง
“คุณหนูค่ะ คุณย่าบอกว่าตั้งโต๊ะเลยค่ะแขกมากันแล้ว”
“โอเคค่ะ ป้านุช”
ระหว่างที่จัดโต๊ะอาหารใกล้เสร็จป้านุชไปตามคุณย่าและแขกมาที่โต๊ะอาหารส่วนพรีมลืมหยิบหมูสร่งมาเธอเลยไปเอาที่ในครัว เมื่อเดินออกมาพบว่าทุกคนนั่งที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้วอัทธิ์ที่นั่งอยู่เห็นพรีมในชุดเสื้อลูกไม้สีขาว พร้อมผ้าถุงที่เลยเข่าลงไป ผิวขาวผูกผมไว้ด้านหลัง แต่งหน้าอ่อน ๆ ดูเป็สาวหวาน เรียบร้อยมากอย่างกับนางในวรรณคดีไทย
“หมูสร่งค่ะ”พรีมวางจานหมูสร่งไว้หน้าของอัทธิ์เธอมองหน้าอัทธิ์เธอจำได้ว่าคือผู้ชายที่เคยเป็วิทยากรของคณะเธอผู้ชายที่ประวัติโชกโชนเื่ผู้หญิงและในขณะนั้นอัทธิ์เองก็มองหน้าพรีมเหมือนกันแต่เขาจำพรีมไม่ได้
“นี่คือยายพรีม หลานสาวของฉันเองพรีมนี่คุณลินดา คุณณรงค์ และพี่อัทธิ์ลูก”
“สวัสดีค่ะ”พรีมไหว้สวัสดีอย่างนอบน้อมแล้วนั่งลงที่ข้างคุณย่าของเธอ
“พรีม บริษัทที่หนูและเพื่อน ๆ หนูจะไปฝึกกันคือบริษัทของพี่อัทธิ์เขานะลูก”
“ค่ะคุณย่า”
“หนูพรีมจ๊ะหนูต้องฝึกในตำแหน่งเลขาของตาอัทธิ์นะลูก พอดีเลขาตาอัทธิ์จะลาคลอดในอีก 2เดือนงานหนักหน่อยแต่เดี๋ยวป้าจะให้เ้าอัทธิ์ช่วยสอนงานให้เอง” คุณลินดาบอกพรีมพรีมยิ้มให้พร้อมไหว้ขอบคุณอย่างนอบน้อม
“สมกับเป็หลานสาวคุณป้าจริง ๆ มารยาทงามจริง ๆ”คุณณรงค์เอ่ยชื่นชม
“ยายพรีมอยู่กับฉันั้แ่เด็กถูกอบรมสั่งสอนั้แ่เล็ก ทานข้าวกันเลย คงจะหิวกันแล้ว” คุณย่าชวนทุกคนทานอาหารอัทธิ์ตักหมูสร่งมาทาน เพราะแป็นของชอบเขาเมื่อกัดเข้าไปเขารับรู้ถึงรสชาติที่อร่อย รสชาติที่เข้มข้นกว่าของคุณแม่เขา
“หมูสร่งนี้อร่อยมากเลยครับ”อัทธิ์เอ่ยชมหมูสร่ง
“ฝีมือ ยายพรีมเขานะ”คุณย่าบอก ระหว่างนั่งทานข้าวอัทธิ์ของแอบมองหน้าของพรีมตลอดเวลาหลังจากที่ทุกคนทานข้าวเสร็จก็ออกมานั่งคุยต่อกันข้างนอกส่วนพรีมจัดการเก็บโต๊ะและล้างจานในครัวจนเสร็จเมื่อออกมาปรากฏว่าแขกได้กลับกันไปหมดแล้ว
“แขกกลับกันแล้วเหรอค่ะคุณย่า”
“ใช่จ๊ะพรีมมานั่งตรงนี้มาลูกมา”พรีมเดินไปนั่งที่ข้างขาคุณย่าตามที่ท่านบอก
“หนูคิดว่าตาอัทธิ์ลูกชายของลินดาเขาเป็อย่างไรบ้าง”