บานประตูไม้หน้าร้านหลบมุมคาเฟ่ฝั่งกรุงเทพมหานครยังคงปิดสนิท
แสงไฟถนนนีออนสีส้มสลัวส่องผ่านรอยแยกของซอยเปลี่ยวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
ทว่าบรรยากาศภายในร้านยามนี้กลับไม่ธรรมดาเหมือนเคย
*แกรก...*
เสียงสายลมเสียดสีบานประตูไม้ดังลอดมาจากหลังร้านอย่างแ่เบา
มันไม่ใช่สายลมร้อนชื้นของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน แต่เป็สายลมะเืเข้มข้นที่พัดพาไอเย็นข้ามมิติเข้ามา
ไอเย็นสีเทาจางไหลเล็ดลอดผ่านซอกประตูหลังร้าน ซึ่งเชื่อมต่อกับมิติไซไฟขยะ
พายุหิมะสีดำในดินแดนรกร้างฝั่งนั้นกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไอความเย็นจัดส่งผลให้อุณหภูมิในร้านดิ่งลง ผิวกระจกเริ่มเกิดฝ้าขาวบางๆ เกาะตัวขึ้นมา
นนท์ในชุดผ้ากันเปื้อนลายแมวส้มกระชับเสื้อไหมพรมตัวหนาเข้าหาตัว
เขาถูมือทั้งสองข้างเข้าหากันเพื่อเรียกความอบอุ่นให้กับร่างกายที่เริ่มสั่นเทา
"หนาวชะมัดเลยครับ..." นนท์พึมพำกับตัวเอง
*ตึก ตึก ตึก*
เสียงฝีเท้าสั่นระริกดังมาจากบันไดไม้ที่เชื่อมลงมาจากชั้นสองของร้าน
เอลวิน่ากอดอกก้าวลงมาด้วยใบหน้าซีดเซียว หูเรียวยาวของเธอสั่นสะท้านและลู่ลงแนบแก้ม
"พี่นนท์คะ... ข้างล่างหนาวขนาดนี้เลยเหรอคะ" เด็กสาวเอลฟ์เอ่ยถามเสียงสั่นพลางกระชับผ้าห่มผืนหนาที่คลุมไหล่
"ประตูบานที่สองมีไอเย็นรั่วเข้ามาน่ะครับ พายุหิมะดำฝั่งนู้นคงจะแรงมากจริงๆ" นนท์หันไปมองประตูโลหะขึ้นสนิมด้านหลังเคาน์เตอร์
มีเกล็ดน้ำแข็งสีดำเกาะกลุ่มตามขอบประตูโลหะจนแผ่ไอเย็นเยือกออกมา พื้นปูนบริเวณนั้นเริ่มกลายเป็สีขาวโพลน
"หนาวจนเวทมนตร์ในร่างของฉันไหลเวียนช้าลงเลยค่ะ..." เอลวิน่าเอ่ยพลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หน้าเคาน์เตอร์
เธอพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อจุดประกายไฟเวทมนตร์ขนาดเล็กบนปลายนิ้ว
*ฟุ่บ...*
เปลวไฟสีเขียวอ่อนสว่างวาบเพียงชั่วครู่ก่อนจะดับมอดลงไปอย่างง่ายดาย
เด็กสาวถอนหายใจยาว แววตาสีเขียวมรกตหม่นแสงลงเพราะทนไอเย็นจัดไม่ไหว
นนท์มองพนักงานเสิร์ฟคนขยันด้วยความห่วงใย เขาต้องปรุงอาหารร้อนๆ เพื่อเพิ่มอุณหภูมิร่างกายและกระตุ้นพลังงานให้เธอ
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในครัวแล้วเปิดระบบตรวจสอบคลังมิติของร้านทันที
*วิ้ง...*
หน้าต่างระบบสีฟ้าโฮโลแกรมปรากฏขึ้นตรงหน้าสายตา
นนท์กวาดสายตามองวัตถุดิบจนไปพบ "หญ้าเพลิงมนตรา" สมุนไพรแห้งสีแดงเพลิงที่ได้รับจากลูกค้าวันก่อน
"สมุนไพรต่างโลกที่มีฤทธิ์ร้อน..." ชายหนุ่มนำหญ้าแห้งกลิ่นคล้ายอบเชยและพริกไทยออกมาจากคลังมิติ
เมื่อััอากาศเย็น ตัวสมุนไพรก็แผ่ไออุ่นจางๆ ออกมาช่วยละลายความเย็นรอบมือเขา
"ถ้าลองเอามาผสมกับสมุนไพรร้อนแรงฝั่งโลกมนุษย์ก็น่าจะเข้ากันได้ดีนะ" นนท์คิดแผนปรุงอาหารแก้หนาวขึ้นมาในหัว
เขาเปิดลิ้นชักเครื่องเทศฝั่งโลกมนุษย์ หยิบขิงแก่จัด ตะไคร้สด พริกไทยดำเม็ด และหอมแดงไทยเตรียมไว้
รากผักชีและกระเทียมกลีบเล็กถูกนำมาล้างสะอาดก่อนจะทุบพอบุบเพื่อดึงกลิ่นและรสชาติ
ชายหนุ่มจัดการตั้งเตาอั้งโล่มนตราลงบนเคาน์เตอร์ครัวแล้วใส่ถ่านไม้โกงกางลงไป
*ฟู่!*
ประกายไฟสีส้มอมทองปะทุตัวอย่างรวดเร็ว แผ่ไอความอบอุ่นละมุนกระจายไปทั่วห้องครัว
ความหนาวเย็นโดยรอบเริ่มสลายตัวลงด้วยอำนาจความร้อนของเตามนตรา
นนท์ตั้งหม้อดินเผาใบบนเตา เติมน้ำสะอาดลงไปจนเกือบครึ่งหม้อแล้วรอจนเดือดพล่าน
เขาหย่อนสมุนไพรฝั่งโลกมนุษย์ทั้งหมดลงไปปรุงรสชาติเบื้องต้น
*ซ่า!*
เสียงน้ำเดือดปะทะกับสมุนไพรสดส่งกลิ่นหอมฉุนอวลโชยขึ้นมาทันที
กลิ่นเผ็ดร้อนของขิงแก่และตะไคร้ผสมผสานกับความหวานนุ่มของหอมแดงเผาอย่างลงตัว
นนท์จึงหย่อนหญ้าเพลิงมนตราแห้งสีแดงเพลิงลงในหม้อดินเผาเป็ขั้นตอนสุดท้าย
*ฟู่...*
น้ำซุปในหม้อพลันเปลี่ยนเป็สีแดงอมทองอ่อนๆ ส่งกลิ่นหอมล้ำลึกที่อบอุ่นและช่วยให้หายใจโล่งขึ้น
เอลวิน่าที่นั่งกอดอกอยู่นอกเคาน์เตอร์สูดกลิ่นหอมอุ่นนั้นเข้าไปแล้วผ่อนคลายร่างกายลง
"กลิ่นนี้หอมอุ่นจังเลยค่ะพี่นนท์ ใบหน้าของฉันเริ่มรู้สึกอุ่นขึ้นแล้ว" เธอเผยยิ้มจางๆ แก้มเริ่มกลับมามีสีเืฝาด
นนท์เคี่ยวน้ำซุปต่อไปอีกสิบนาทีเพื่อให้ฤทธิ์สมุนไพรเข้าเนื้อ ปรุงรสเพิ่มด้วยเกลือป่นและซีอิ๊วขาวเพียงเล็กน้อย
"เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ 'ซุปสมุนไพรมนตราอุ่นเครื่อง' ชามแรกของร้านเรา"
ชายหนุ่มตักน้ำซุปสีทองแดงร้อนจัดลงในชามกระเบื้อง ส่งไอร้อนหมุนวนเป็เกลียวขาว
เขายกชามมาวางเสิร์ฟตรงหน้าเด็กสาวเอลฟ์ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
"ลองทานตอนร้อนๆ ดูนะครับ จะช่วยขับไอเย็นที่สะสมในร่างกายออกไป"
เอลวิน่าประคองชามกระเบื้องด้วยฝ่ามือสองข้างอย่างทะนุถนอม ความร้อนช่วยสลัดความชาที่ปลายนิ้วเธอไปได้ทันที
เด็กสาวใช้ช้อนตักน้ำซุปขึ้นมาเป่าลมหายใจใส่เบาๆ ก่อนจะจิบเข้าไปคำโต
*ซูด...*
ความเผ็ดร้อนละมุนละไมแผ่ซ่านจากลิ้นลงสู่ช่องท้องอย่างรวดเร็ว
มันเป็ความร้อนแรงของขิงแก่และพริกไทยดำที่ถูกโอบอุ้มด้วยความอบอุ่นละมุนลึกของหญ้าเพลิงมนตรา
เอลวิน่าเบิกตากว้าง แววตาสีเขียวมรกตกลับมาสว่างไสวเปล่งประกายดังเดิม
ความร้อนจากซุปไหลเวียนผ่านเส้นเืไปชุบชีวิตทั่วร่างกายในพริบตา
*อืม...*
เธอครางเบาๆ ในลำคอด้วยความพึงพอใจและผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ความเหน็บหนาวและอาการเกร็งตามข้อกระดูกสลายหายไปราวกับหิมะละลาย
"สุดยอดมากเลยค่ะพี่นนท์! พลังเวทที่เคยแข็งทื่อกลับมาไหลเวียนได้สะดวกแล้วค่ะ!" เอลวิน่ายิ้มร่าเริง
ประกายเวทมนตร์สีเขียวพฤกษาจางๆ เริ่มผลิบานขึ้นรอบปลายนิ้วของเธออีกครั้งอย่างมั่นคง
"ดีจังเลยครับที่ช่วยได้ ผมเองก็ลุ้นอยู่เหมือนกัน" นนท์ยิ้มพลางโล่งอก
*วิ้ง...*
หน้าต่างระบบแจ้งเตือนสีฟ้าปรากฏขึ้นในสายตา
[ ปลดล็อกเมนูใหม่สำเร็จ: ซุปสมุนไพรมนตราอุ่นเครื่อง (Warm Mana Herbal Soup) ]
[ ประสิทธิภาพ: เพิ่มอุณหภูมิร่างกายชั่วคราว, ละลายสถานะแข็งทื่อจากความเย็น 100%, ฟื้นฟูมานา 15% ]
ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังชื่นชมความสำเร็จ หน้าต่างระบบก็พลันกะพริบแสงเตือน
*ติ๊ง!*
[ แจ้งเตือนความ้าเร่งด่วนข้ามมิติ: พายุหิมะดำในป่าหมอกส่งผลให้นักล่าและนักเดินทางติดค้าง ทนทานภัยหนาวไม่ไหว ]
[ ระบบเปิดฟังก์ชันรับคำสั่งซื้อด่วนข้ามมิติชั่วคราว ]
[ มีรายการสั่งซื้อล่วงหน้า: ซุปสมุนไพรมนตราอุ่นเครื่อง จำนวน 4 ชาม ]
[ ราคาขายชามละ: 500 บาท (ระบบจะโอนเงินเข้าสู่บัญชีร้านทันทีหลังส่งมอบสำเร็จ) ]
นนท์และเอลวิน่าสบตากันอย่างเข้าใจ พวกเขาตระหนักดีว่ายังมีคนเดือดร้อนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
"พวกเราปรุงเพิ่มส่งไปช่วยพวกเขากันเถอะครับเอลวิน่า" นนท์เอ่ยชวนพนักงานเสิร์ฟคนเก่ง
"ค่ะพี่นนท์! ฉันจะช่วยเตรียมวัตถุดิบและช่วยแพ็กส่งเองค่ะ!" เอลวิน่ารับคำอย่างกระตือรือร้น
นนท์รีบเตรียมสมุนไพรเพิ่มและเคี่ยวน้ำซุปสีทองแดงหม้อใหญ่ด้วยเตามนตราอย่างรวดเร็ว
จากนั้นช่วยกันบรรจุน้ำซุปร้อนจัดลงในภาชนะจัดส่งมนตราที่ระบบมอบให้และนำส่งผ่านประตูดารามนตรา
*วิ้ง...*
[ ดำเนินการจัดส่งอาหารข้ามมิติสำเร็จ! ]
[ คุณได้รับเงินสดจากการค้าขาย: +2,000 บาท ]
[ ได้รับค่าประสบการณ์ร้านค้า: +80 EXP ]
[ ระบบตรวจสอบพบเงื่อนไขการเลเวลอัปครบถ้วน ]
[ ค่าประสบการณ์ร้านค้าสะสม: 340 / 300 EXP ]
[ ยินดีด้วย! ร้านหลบมุมคาเฟ่ เลเวลอัปสู่ เลเวล 4! ]
[ อัปเกรดขีดจำกัดพลังงาน: เพิ่มขีดความสามารถในการเปิดประตูมิติต่อเนื่อง ]
[ ปลดล็อกระบบใหม่: ระบบตรวจสอบสถานะพลังงานลูกค้า (Energy Analyzer) ]
[ รีเซตค่าประสบการณ์สะสมสำหรับเลเวลถัดไป: 40 / 400 EXP ]
[ ข้อมูลสถานะร้านค้าล่าสุด ]
- เลเวลร้านค้า: เลเวล 4
- ยอดเงินสะสมในระบบ: 22,000 บาท (เพิ่มขึ้น +2,000 บาท)
- แต้มมิติสะสม: 130 แต้ม (คงเดิม)
นนท์ยิ้มกว้างออกมาด้วยความภูมิใจและโล่งใจเมื่อเห็นสถิติล่าสุดบนหน้าจอระบบ
เขากล่าวขอบคุณเอลวิน่าสำหรับความร่วมมือ และมองออกไปนอกกระจกร้านที่ข้างนอกยังคงหนาวจัด
แม้พายุหิมะจะยังคงส่งเสียงหวีดหวิวอย่างน่ากลัว แต่ภายในร้านหลบมุมคาเฟ่เวลานี้กลับเปี่ยมล้นไปด้วยความอุ่นใจและรอยยิ้ม