เช้าวันต่อมาผมก็กลับมานั่งแกร่วอยู่บนบัลลังก์ห้องโถงวังตระกูลโมรันนัส โดยหวังว่าจะไม่มีอะไรร้าย ๆ เกิดขึ้น ยิ่งโดยเฉพาะกับไอ้ดรอว์มอธที่ผมเจอในภวังค์สด ๆ ร้อน ๆ นี่ไม่อยากให้หมอนั่นส่งกองกำลังมาบุกมัสโทรนั่มด้วยซ้ำ เพราะเดสเตรียนอยู่ในท้องผมอยู่ไม่ยอมออกมาสักที แต่ก็นะ ่นี้ผมก็สงสัยว่าตอนนี้แจสเตร็ดเขาเป็ยังไงบ้างหว่า
“ท่านออสเทร็ธครับ มีคนที่คุ้นเคยมาหาครับ” ลูคัส สตาร์ก บัทเลอร์หนุ่มผมสีน้ำเงินอมเขียวรายงาน
“แจสเตร็ดเหรอ?” ผมรีบถามทันที
“ใช่ครับ แต่ว่าตอนนี้เขามากับผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็แฟนหรือเปล่าน่ะครับ” ลูคัสตอบ
“เอ้ย อย่างน้อยก็ดี” ผมบอก “เป็จุดเริ่มต้นที่ดีมากเลยนะ”
ที่ไหนได้ ปังแรกที่ผมเห็น ผมถึงกับตาถลนออกจากเบ้า คือผู้หญิงที่ผมว่าเป็แฟนของแจสเตร็ดนี่ไม่เท่าไหร่ เธอเป็กุลสตรีสวยงามตามสไตล์อยู่แล้ว (ว่าแต่ ทำไมผมรู้สึกเหมือนเคยเห็นเธอจากตอนไหนมาก่อนหว่า…) แต่ตัวแจสเตร็ดอ่ะ สิ่งแรกที่เด่นขึ้นมาคือท้องของเขากลมโตขึ้นมาเหมือนคนท้องแก่ใกล้คลอดเลยอ่ะ โห ไมนึกเลยว่าสิ่งที่ผมสงสัยเมื่อคืนจะเป็จริงกับตา
“สวัสดีครับท่านออสเทร็ธ” แจสเตร็ดทักทาย
“ส-สวัสดี” ผมรีบตอบทันทีเพื่อเซฟหน้าตา
“ผมขอแนะนำให้ท่านรู้จักกับออร์แลนด้า ซาร์ดีน ภรรยาผม ซึ่งเป็มัลติคลาสสายอัศวินเหมือนกันครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” ออร์แลนด้าทักทายและถอนสายบัวเคารพผม
“ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน” ผมตอบ “ว่าแต่ นายได้รับจดหมายเมื่อวานแล้วใช่ไหม?”
“ครับ” แจสเตร็ดตอบ “ไอ้ที่ว่ามีคนทำลายลูกบาศก์ต้องสาปไปแล้วนี่จริงเหรอครับ?”
“จริง” ผมตอบ “ตระกูลเวเนลิซอร์ด หนึ่งในตระกูลสุดยอดจอมเวทย์ในตำนาน ได้เดินทางมาที่นี่เพื่อการนี้โดยเฉพาะเลย”
“แล้วที่ท่านบอกว่าต้นตอของลูกบาศก์นี้มาจากแบ็กซ์เทอรัส ไอ้จอมมารที่ส่งรอลว็อคพร้อมกองทัพมาโจมตีที่นี่นี่คือจริงเหรอครับ?”
“ใช่แล้ว” ผมตอบ “ฉันคิดแล้วยังเดือดไม่หายเลยที่ได้รู้ว่ามันก็วางแผนกวนประสาทฉันั้แ่แรกอยู่แล้ว โทษฐานที่ฉันดันมีพลังคล้ายกับผู้กล้าท้องแก่ในตำนานอย่างแอนดูอิน”
แจสเตร็ดได้ยินอย่างนั้นถึงกับถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม
“เอาเป็ว่า วินาทีแรกที่นายเห็นลูกบาศก์ต้องสาปมันตกจากตัวเจสัน นายคิดยังไง?” ผมเข้าประเด็นแรกเลย
“ตอนแรกผมก็สงสัยว่า ทำไมของต้องสาปชิ้นนี้มันหน้าตาดาษดื่นเกินไป แต่เมื่อผมััพื้นผิวของมันเพียงนิดเดียวนี่ผมชักมือกลับแทบไม่ทัน เพราะข้างในลูกบาศก์นั้นมีขุมพลังที่น่ากลัวและอันตรายกว่าที่ผมคิดอีก ผมเลยรีบทำการลงอาคมสะกดไว้เพื่อสะดวกในการพกติดตัวสักหน่อยน่ะครับ” แจสเตร็ดตอบ
“อย่างนี้นี่เอง” ผมตอบ “เออจะว่าไป ฉันรู้สึกว่าฉันน่าจะเคยเห็นออร์แลนด้าที่ไหนมาก่อนหว่า…”
“เออ จริงด้วย” แจสเตร็ดกล่าว “ตอนที่สู้กับทัพรอลว็อคท่านน่าจะยังไม่ได้สังเกตว่าตี้ผมมีคนมาช่วยเพิ่มด้วยคนหนึ่งน่ะครับ ใช่ไหม?”
“ใช่” ออร์แลนด้าเสริม นั่นทำให้หลอดไฟในหัวผมจุดติดขึ้นมาทันที
“อ๋อ! ที่มีนักดาบสาวคนหนึ่งสู้กับรอลว็อคตัวปลอมร่วมกับคนอื่น ๆ ในตี้แจสเตร็ดนี่เธอเองเหรอ?”
“ใช่ค่ะ” ออร์แลนด้าตอบ “นั่นหนูเอง”
“เอาล่ะ นายไปรู้จักกับออร์แลนด้าได้ยังไงรึแจสเตร็ด” ผมถามทันที
“ก็หลังจากที่ผมทำเควสต์ล้างบางถ้ำเวน่อมวิปแลชเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ตอนที่ผมไปขอทำเควสต์ใหม่ที่กิลด์ของฟาโลน่า ผมเห็นว่ามีนักดาบหญิงมาทำเควสต์เดียวกับตี้ผม แล้วผมก็ได้ทำความรู้จักกัน แล้วออร์แลนด้าบอกว่าตัวเองยังไม่ค่อยมีความรักกันแบบจริงจังสักที ครอบครัวเองก็ยังไม่เคยได้สร้าง ผมก็เลยแนะนำเธอให้พ่อแม่ผมรู้จักเพราะพวกเขาก็อยากจะชงผมให้มีคู่มาสักพักแล้ว จนสองปีต่อมาได้แต่งงานกันแล้ว และก็วางแผนว่าจะมีลูก แต่พวกเรายังลังเลว่าจะมีดีไหมเพราะไม่รู้ว่าพวกเราจะพร้อมมีหรือเปล่า จนวันที่แบ็กซ์เทอรัสส่งกองทัพมาบุกนี่แหละผมถึงได้ชวนเธอมาเข้าตี้รบกับรอลว็อคด้วย และท่านพี่ออสเทร็ธเองก็อย่างที่ผมบอกเมื่อกี๊ ไม่ทันสังเกตว่าผมมีคู่รักมาร่วมตี้ด้วย”
“เข้าใจล่ะ” ผมพูด จากนั้นก็ชี้ไปที่ท้องแจสเตร็ดและ… “แล้วในท้องป่อง ๆ ของนายคือ?”
“อ๋อ คือ…เื่มันยาวอ่ะครับ”
ท่าทางของแจสเตร็ดนี่ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าเื่มันยาวด้วย ซับซ้อนด้วย ระดับที่ว่าเขาไม่รู้จะเริ่มเล่าจากตรงไหนก่อน เอาเป็ว่า… เดี๋ยวเชิญแจสเตร็ดมาร่ายยาวเป็พรึดเลยละกันครับ
“เอาเป็ว่า หลังจากที่พวกเรากลับมาจากการสู้กับจอมมารรอลว็อคเรียบร้อย ตอนกลางคืนผมก็หลับและจิตของผมก็ถูกดึงมายังห้องโถงของท่านเทพธิดาประจำตัวผม เพื่อเตือนว่าผมจะถูกเลือกให้มาท้องและคลอดผู้กลับชาติมาเกิดรุ่นต่อจากผม ให้เตรียมตัวไว้ให้ดีแล้วกัน ถ้าพรุ่งนี้เช้าผมท้องป่องจริง ๆ นั่นเท่ากับว่าสิ่งที่เตือนไว้ได้เป็จริงแล้ว และพอตื่นเช้าขึ้นมา ท้องผมป่องเร็วมาก แถมลูกในท้องมีการดิ้นแรง ๆ ด้วย แบบไม่นึกว่าผมจะท้องขึ้นมาจริง ๆ โดยที่ผมยังไม่ทันตั้งตัวอีก ผมเลยรีบบอกพ่อแม่กับออร์แลนด้าว่าผมท้องแล้ว พ่อแม่ผมดีใจมากที่ในที่สุดลูกชายก็จะมีหลานแล้ว ผมเลยโล่งใจไปเปลาะหนึ่งและตัดสินใจว่าหลังจากที่ผมคลอดแล้วผมจะเลี้ยงเขาไว้กับตัวเอง และคืนต่อมาผมฝันว่าได้เห็นวัยผู้ใหญ่ของลูกในท้องผมด้วย เขาเป็ชายหนุ่มที่ถูกอัญเชิญมาจากโลกเก่า ผมก็เลยบอกว่าผมจะเลี้ยงให้เขาเป็คนดีในโลกนี้ จะว่าไปผมก็ดีใจนะที่ผมจะได้มาเป็พ่อคนกับเขาสักที หลังจากที่เห็นผู้ชายคนอื่นในเมืองบ้านเกิดผมท้องกันเยอะจนชินตาแล้ว”
“โอเค” ผมบอก
“ถ้าท่านไม่มีอะไรจะถามแล้ว ผมขอถามท่านต่อได้ไหมครับว่า หลังจากทำลายลูกบาศก์แล้ว ท่านไปเจออะไรอีก?” แจสเตร็ดถามต่อ
“อ่า…” ผมถึงกับกุมขมับเลย จะเอาตอนที่ผมไปเจอดรอว์มอธตัวเป็ ๆ มาเล่าให้ฟังดีไหมวะ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเล่าจนได้
“คืองี้ ฉันดันถูกดึงเข้าภวังค์มาเจอกับจอมมารชั้นอัลติม่าคนแรกของโลกตัวเป็ ๆ ว่ะ”
เท่านั้นแหละ ทั้งสองถึงกับหน้าถอดสี
“อะไรนะครับ???” แจสเตร็ดอุทาน
“ท่านถูก… จอมมารชั้นอัลติม่าคนแรกของโลกดึงมาเข้าภวังค์ของมันเหรอคะ?”
“ใช่แล้ว” ผมตอบ “นับเป็ครั้งแรกที่ฉันดันมาเจอกับลาสต์บอสของโลกนี้ตัวเป็ ๆ และตอนนั้นมันก็พล่ามเื่การที่ผู้กลับชาติมาเกิดที่มีทัศนคติบูลชิทที่โดนดึงเข้าภวังค์ก่อนหน้าฉัน ยอมสวามิภักดิ์กับไอ้ดรอว์มอธเพราะมองว่ามันเป็เหยื่อที่ถูกพระเ้ากลั่นแกล้ง ในขณะที่มันเองก็ขำที่ตัวเองภูมิใจกับความชั่วสุดขีดของตัวเอง ยังจะมีคนจากที่ไหนก็ไม่รู้มาให้ความเห็นใจและช่วยเหลืออีก มันก็เลยหลอกใช้พวกทัศนคติบูลชิทไปตามระเบียบ แต่กับฉัน มันบอกว่ามันอยากจะมาเกิดในท้องฉันมาก แต่พลังแสงสว่างของฉันทำให้มันทำอะไรฉันไม่ได้ โชคดีที่ท่านเทพธิดาประจำตัวฉันรีบดึงฉันเข้าห้องโถงของท่านเอง ไม่อย่างนั้นฉันได้เจ็บตัวแน่นอน”
“โอ…ให้ตายเหอะ” แจสเตร็ดพึมพำด้วยความตะลึงงัน
จากนั้นบรรยากาศในห้องบัลลังก์ปราสาทตระกูลโมรันนัสก็เป็ไปด้วยความอึมครึม ตอนนี้พวกเราพูดไม่ออกเลยแฮะ
จนกระทั่ง…
“อะไรเหรอลูก?” เสียงของแจสเตร็ดดังขึ้น หลังจากที่เขาััถึงแรงดิ้นในท้องของเขา
“หืม? ลูกในท้องนายทำอะไรเหรอแจสเตร็ด?” ผมถาม
“อ๋อ ไม่มีอะไรครับ แค่ลูกในท้องผมจะทักทายท่านน่ะครับ” แจสเตร็ดตอบและลูบท้องกลมโตของเขา
“อ๋อ โอเค ๆ พอดีว่าเดสเตรียนเองก็อยากรู้ว่าเขาจะว่าไงมั่ง” ผมทัก “ใช่ไหมลูก?”
“ครับพ่อ” เดสเตรียนตอบจากในท้องผม “ผมอยากรู้ว่าน้องในท้องเขาจะได้ชื่ออะไรบ้าง?”
“อ๋อ พอดีว่าฉันไม่ได้คิดชื่ออ่ะ” แจสเตร็ดบอกลูกในท้องผม “โชคดีจังที่นายได้ชื่อแล้ว”
“ผมอ่ะคิดชื่อเองให้ครับ” เดสเตรียนกล่าวจากในท้องผม
“อ๋อ เข้าใจแล้วล่ะ” แจสเตร็ดว่า แต่แล้ว…
สิ่งที่ผมเห็นหลังจากนั้นก็คือ ชายหนุ่มหล่อคนหนึ่งที่วิ่งอย่างหน้าตาตื่น ๆ มาหาผม เขามีผมสีดำ หน้าตามาตรฐานพระเอกต่างโลกทั่วไป ผมสั้นสีดำ ั์ตาสีดำ สวมชุดสีดำทั้งตัว แต่จุดที่สะดุดตาคือเสื้อเอวลอยโชว์ท้องกลมโตเหมือนคนท้องแก่เกินกำหนดคลอด ผมก็แบบสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“มีอะไรกันเหรอ ใจเย็น ๆ นะ ยิ่งท้องแก่ขนาดนี้แล้ว” ผมถึงกับทักทันที
ชายหนุ่มคนนี้พักหายใจเพราะหอบเหนื่อยจนแจสเตร็ดกับกับออร์แลนด้าต้องรีบไปประคองทั้งสองข้าง
“ท่านดยุกออสเทร็ธครับ ผมมีเื่สำคัญที่ต้องบอก” หนุ่มท้องกลมตอบ
“ก่อนอื่น นายชื่ออะไร?” ผมรีบถาม
“ผมชื่อจัสติน โดฟเจม” หนุ่มท้องกลมตอบ “ตอนนี้ผมกำลังท้องเทพสีเทาที่ชื่อ แพนธริส อยู่”
“แล้วมีอะไรสำคัญล่ะ?” ผมถาม
“คือ… เื่มันยาวครับ”
เวลาต่อมา…
“เอาง่าย ๆ นะ แพนธริส้าจะเกิดใหม่ด้วยการเข้าท้องนาย เพราะความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของแบ็กซ์เทอรัสงั้นเหรอ?” ผมถามจัสติน
“ครับ” จัสตินตอบ “การเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของจอมมารแบ็กซ์เทอรัสที่ผมยังไม่เคยรู้ ทำให้แพนธริสได้เข้าฝันผม เล่าเื่การเคลื่อนไหวที่ว่าให้ผมฟัง และมอบหมายหน้าที่ให้ผมตั้งท้องด้วย ก็เลยกลายมาเป็แบบนี้แหละครับ”
“แล้วเขาชี้ทางให้นายมาหาฉันเนี่ยนะ?” ผมถามต่อ
“ครับ” จัสตินบอก “เขาบอกว่าท่านเป็คนที่มีเหตุผล และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือกับเขาเสมอ ดังนั้นผมก็เลยเดินทางมาหาท่านน่ะครับ”
อย่างนี้นี่เอง เทพสีเทาเป็อดีตเทพอสูรที่ถูกชำระล้างบาป ทัศนคติเดิมจึงถูกชำระล้างตามไปด้วย และเทพสีเทานี่แหละเป็กลุ่มที่อยู่ข้างพระผู้สร้างเป็หลัก
จะว่าไป ผมน่าจะต้องประเมินว่าแพนธริสเป็เทพสีเทาชั้นไหนกันแน่
ชื่อ: Panthris
เผ่าพันธุ์: เทพสีเทา (Grey Deity)
อายุ: 4,435 ปี
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
Magic Compatibility Rank: EX
Condition: Unborn
Average Power Rank: Expertise Plus 65 (428)
Class: Multiclass Unlimited Classes (Currently Knight, ??? (Unlimited))
STR: 428
AGI: 428
MAG: 428
INT: 428
DEX: 428
VIT: 428
โอเค ตอนนี้ผมได้เจอกับเทพสีเทาที่อยู่ชั้นเบต้าแล้วล่ะนะ แม้จะยังไม่ถือกำเนิดก็ตามเถอะ
ทันใดนั้น…
“ถึงแล้วใช่ไหมจัสติน?”
เสียงในท้องของจัสตินดังขึ้น ผมถึงกับขนลุก นี่เหรอเสียงของแพนธริส
“ท่านชื่อแพนธริสเหรอ?” ผมถาม
“ใช่แล้วล่ะ” แพนธริสตอบจากในท้องของจัสติน “นายคือออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ” ผมตอบ “ตอนนี้ผมกำลังท้องมาได้สี่ปีแล้ว”
“เห็นแล้วล่ะ” เสียงแพนธริสดังจากในท้องจัสติน “ได้ข่าวว่านายเพิ่งไปต่อสู้กับกองทัพของแบ็กซ์เทอรัสมาล่ะสิท่า”
“ใช่ครับ” ผมตอบ “โอเค ว่าแต่ท่านเป็เทพสีเทาชั้นเบต้าสินะครับ”
“ใช่แล้ว” เสียงแพนธริสดังขึ้นจากในท้องจัสติน “ฉันได้ยินว่าแบ็กซ์เทอรัสมันไปก่อเื่หลายที่เหลือเกิน และส่วนใหญ่ก็สกัดกั้นไม่อยู่ด้วย ฉันก็เลยตัดสินใจมาเกิดในท้องจัสตินเพื่อรับพลังของเขามาและก็ใช้ตอบโต้แบ็กซ์เทอรัสไม่ให้เกรียนไปมากกว่านี้นี่แหละ”
“อย่างนี้นี่เอง” ผมว่า
“แล้วตอนนี้นายทำอะไรอยู่ล่ะ?” แพนธริสถามจากในท้องจัสติน
“ก็ตอนนี้ผมกำลังวางแผนว่าจะโต้กลับแบ็กซ์เทอรัสยังไงดีน่ะครับ” ผมตอบ “และเฝ้าระวังว่าเ้าหมอนั่นจะทำอะไรต่อ และตอนนี้ผมมีตระกูลเวเนลิซอร์ดมาช่วยอีกแรงครับ อย่างน้อยก็คอยรายงานว่าตอนนี้เ้าแบ็กซ์เทอรัสมันเคลื่อนไหวยังไงน่ะครับ”
“เข้าใจแล้วล่ะ” แพนธริสบอกจากในท้องจัสติน “ส่วนฉันเองก็กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะให้จัสตินไปให้กำเนิดฉันที่ไหนดีเนี่ยแหละ”
“อ่า ถ้าท่านจะเกิดที่นี่เดี๋ยวผมจะช่วยเองครับ” ผมบอก “ผมจะส่งจัสตินไปที่โบสถ์ประจำแคว้นให้เองครับ”
“โอเค ได้ ๆ” แพนธริสบอกในท้องจัสติน
“ว่าแต่จัสติน” แจสเตร็ดต่อทันที “ที่ถ่อสังขารมาที่นี่เนี่ยนายไม่รู้สึกเจ็บท้องบ้างเลยเหรอ?”
“จริง ๆ อาการเจ็บท้องมันเกิดมาได้สักพักแล้วครับ” จัสตินบอก “แต่ท่านแพนธริสมีคาถาที่พยุงไม่ให้ผมรู้สึกเจ็บน่ะครับ และก็น่าจะมีผลตอนผมคลอดเขาออกมาด้วยมั้งครับ”
“อืม” ผมบอก
หลังจากนั้นพวกเราก็พาจัสตินมาที่โบสถ์ คณะนักบวชทั้งหลายที่ได้รู้ว่าจัสตินจะคลอดลูก ก็รีบพาจัสตินไปแท่นโต๊ะหินที่ไว้ใช้สำหรับรักษาผู้ทำคลอด แม่ชีสองสามคนก็ช่วยเป็หมอตำแยทำคลอด ส่วนบาทหลวงก็ช่วยสวดภาวนาให้พระเ้าคุ้มครอง ผมเองก็เตือนเหล่าศาสนบุคคลว่า การคลอดเทพสีเทามันไม่เหมือนกับการคลอดลูกที่เป็มนุษย์, เอลฟ์, หรือหูสัตว์นะ วิธีการคลอดอาจจะโหดกว่านั้น และแพนธริสก็ได้แสดงให้เห็นว่าที่โหดก็คือโหดจริง ๆ ร่างทารกของเทพสีเทาได้ถีบตัวให้ผู้อุ้มท้องหนุ่มแอ่นตัวขึ้นสูง ถึงจะเป็แค่เทพสีเทา ผมก็เองก็เดาได้ว่าการถือกำเนิดของเทพอสูรก็น่าจะประมาณนี้แหละ แต่ต่างกันตรงที่ว่าเทพอสูรจะปล่อยให้ผู้อุ้มท้องสิ้นใจหลังจากคลอดออกมา แต่เทพสีเทาจะพยายามรักษาผู้อุ้มท้องให้รอดชีวิต
และหลังจากนั้นไม่นาน…
โพละ!
ท้องของจัสตินกลายเป็โพรงขนาดใหญ่ และร่างทารกของแพนธริสที่ใช้หน้าตาวัยแรกเกิดของจัสตินก็ทะยานออกจากท้องของหนุ่มคนนั้น จัสตินเองก็เข้ามาคว้าร่างของแพนธริสไว้กับตัว โดยที่อีกฝ่ายใช้เวทย์สมานแผลบนท้องของหนุ่มน้อยคนนั้นให้กลับมาปิดมิดชิดเหมือนเดิม
“ท่านออสเทร็ธ” จัสตินบอกผม “ขอบคุณมากเลยนะครับที่ให้ผมมาคลอดท่านแพนธริสที่นี่น่ะครับ”
“ไม่เป็ไรหรอก” ผมตอบ “ฉันเองก็ไม่เคยเห็นการเกิดของเทพสีเทาหรือจอมมารมาก่อน จนมาเจอนายนี่แหละ”
“ครับ” จัสตินว่า
“เอางี้ นายจะเลี้ยงดูเขาต่อไปไหม? หรือเขามีปราสาทที่อยู่เป็ของตัวเอง?” ผมถามต่อ
“ท่านแพนธริสมีครับ” จัสตินตอบ “เดี๋ยวผมจะไปส่งเขาเองฮะ”
“โอเค” ผมบอก
หลังจากที่ผมได้กลับไปยังปราสาทของผมแล้ว ผมก็ได้คุยกับเคลลีนว่าเมื่อกี๊ผมไปทำอะไร และจากนั้นก็มีเพื่อนดยุกผมสีเขียวที่ชื่อ ยูจีน โคเรน เซเลนัส ดยุกผู้ปกครองแคว้นจาร์ซิลมาเยี่ยมผม หน้าหวานติดกระแบบนี้ชวนให้ผมนึกถึงการ์ตูนสักเื่ธีมโรงเรียนยอดมนุษย์ ที่พระเอกหน้าตาแบบยูจีนเป็ติ่งยอดมนุษย์ แต่ชอบพึมพำจากความรู้ที่ตัวเองได้รับ แถมเป็คนเ้าน้ำตาไหลหลากอีกต่างหาก
“สวัสดี” ยูจีนว่า
“ไง” ผมทัก “ตอนนี้เป็ยังไงมั่งเหรอ?”
“ก็ราบรื่นดี” ยูจีนว่า “ทั้งการงานและชีวิตครอบครัวน่ะ…”
อ้อ ผมต้องอธิบายอีกรอบให้คุณผู้อ่านฟังแน่นอนว่าแคว้นจาร์ซิลเป็ยังไง แคว้นนี้ก็อยู่ใกล้กับเมืองหลวงเหมือนกันครับ แต่แคว้นนี้จะเด่นในเื่การขุดเหมืองเป็พิเศษ เหมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นก็คือจะมีการขุดแร่มิธริลและแพลตินั่มเป็จำนวนมาก และไม่แปลกเลยที่จะมีธุรกิจการตีอาวุธและชุดเกราะเป็จำนวนมาก
ส่วนผู้ปกครองแคว้นก็คือดยุกตระกูลเซเลนัส ที่ปัจจุบันเป็รุ่นของยูจีน ตระกูลนี้รุ่นก่อนหน้าเคยมีปัญหาเื่คนในตระกูลตีกันชิงตำแหน่งเ้าแคว้นล้ำค่านี้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณสามร้อยกว่าปีก่อน ซึ่งก็เข้าใจได้ครับสมัยนั้นดรอว์มอธยังมีอิทธิพลอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้วครับ
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ยูจีนมีผมฟูเขียว ๆ หน้าหวาน ผมเลยอดคิดไม่ได้ว่าเขาจะเป็ “ผู้กลับชาติมาเกิด” เหมือนแจสเตร็ดไหม แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น ตอนนี้ยูจีนได้แต่งงานกับดัชเชสจากแคว้นโฟตร้าจากอาณาจักรโอคอนเนีย (จะว่าไปผมก็ไม่เคยได้ไปสำรวจอาณาจักรโอคอนเนียมาสักพักแล้ว ไม่รู้จะเป็ยังไงบ้าง) ดัชเชสคนนี้ก็สวยดี และทั้งสองก็วางแผนว่าจะมีลูกเป็ของตัวเอง
“...เออ จริง ๆ ฉันมีความลับที่ยังไม่ได้บอกนาย” ยูจีนกล่าว “จริง ๆ ฉันเกิดวันเดียวกับนาย และเป็ผู้กลับชาติมาเกิดเหมือนนายเลยนะ”
“เอ๋?” ผมถึงกับหันขวับไปมองหน้ายูจีน ไอ้ที่ผมสงสัยมานานถูกต้องแล้วเหรอวะ
“จริง ๆ นะ” ยูจีนตอบ “ถึงตระกูลฉันจะมีผมเขียว แต่หน้าหวานติดกระแบบนี้ยังมีคนเชื่ออยู่อีกเหรอว่าฉันไม่ใช่ ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’”
“เยอะเลยล่ะบอกตามตรง” ผมตอบ “ไอ้เื่สกิลกับคนต่างมิตินอกจักรวาลเนี้ยมันไม่ใช่อะไรที่คนบนโลกนี้เข้าใจเลยนะ ดีแค่ไหนแล้วที่นายเก็บไว้เป็ความลับมาอย่างเนิ่นนานไม่บอกใครจนถึงตอนนี้”
“อืม…” ยูจีนกล่าว
“ก็ดูฉันแล้วกัน ขนาดฉันจะอธิบาย ก็ต้องจำกัดความด้วยอะไรสักอย่างที่ให้คนบนโลกนี้เข้าใจได้เลย” ผมบอก “ถ้าอธิบายละเอียดเกินไปคนโลกนี้จะงงได้เลยนะ”
“อ๋อ”
“เอางี้แล้วกัน ตอนนี้นายรู้สึกยังไงกับความเคลื่อนไหวของแบ็กซ์เทอรัสล่ะ?”
“ก็บอกตามตรง ก่อนหน้านี้ฉันพูดไม่ออกเลยกับการที่มันโจมตีที่นี่ แต่หลังจากนั้นฉันเองก็ได้พยายามในการหาเบาะแสว่ามันจะไปโจมตีที่ไหนอีก ก็ได้พบว่ายังมีอีกหลายอาณาจักรที่กำลังจะตกเป็เป้าจู่โจมของเ้าแบ็กซ์เทอรัสด้วยหลายเหตุผล เช่นมีไอเท็มที่มันแพ้ทางอย่างรุนแรงบ้างล่ะ มีเ้าหญิงประจำอาณาจักรที่เป็ประโยชน์กับมันบ้างล่ะ มันก็จะวน ๆ อยู่กับสองอย่างนี้เสมอแหละ บางที่ก็มีทั้งสองอย่างเลยก็มี”
“เข้าใจแล้วล่ะ” ผมบอก แต่แล้วก็… “เออยูจีน นายบอกว่านายวางแผนจะมีลูกสืบทายาทใช่ไหม?”
“ใช่”
“แล้วนายเป็ผู้กลับชาติมาเกิดด้วย?”
“ใช่”
“แล้วเทพธิดาที่ส่งนายมาเกิดได้เตือนนายบ้างหรือเปล่า?”
“เตือนเื่อะไร?”
“เื่ที่ผู้กลับชาติมาเกิดบางคนมีโอกาสจะท้องเองเพื่อให้กำเนิดผู้กลับชาติมาเกิดคนใหม่ต่อจากคนที่คลอดนั่นแหละ”
“อ๋อ นางบอกฉันไปแล้วล่ะ” ยูจีนตอบ “แต่ฉันไม่รู้นะว่านางจะให้ที่ฉันปรารถนาเป็จริงด้วยการทำให้ฉันท้องผู้กลับชาติมาเกิดคนใหม่หรือเปล่า”
“ฉันว่านายมีสิทธิ์นะ” ผมบอก
“ถ้างั้นฉันก็อยากลองนะ อยากมีประสบการณ์ในการเป็ผู้ชายท้องแบบนายมั่ง” ยูจีนกล่าว
ไม่ทันไร สายตาผมก็สะดุดกึกที่ท้องของยูจีนที่จู่ ๆ ก็ขยายใหญ่ขึ้นแทบจะทันที
“ยูจีน…”
“เฮ้ย! ได้ผล!” ยูจีนอุทานด้วยความตื่นเต้น มือสองข้างของเขากุมท้องที่กลมโตขึ้นจนหยุดที่ขนาดเหมือนคนท้องแก่ประมาณสี่สิบห้าสัปดาห์แล้ว “ฉันท้องจริง ๆ ด้วย! สุดยอดไปเลย!”
“อย่าลืมบอกเมียนายด้วยนะว่านายท้องแล้ว” ผมบอก
“ฉันก็กำลังจะบอกด้วยนี่แหละ” ยูจีนกล่าว “อีกอย่างฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเวลาคลอดลูกมันจะเจ็บแค่ไหนกัน”
และแล้วยูจีนก็ลูบท้องกลมโตของเขา ที่ลูกในท้องดิ้นแรงมาก แต่สีหน้าของดยุกผมเขียวหน้าหวานคนนี้คือไม่เหยเกแต่อย่างใดเลย และแล้วผมก็เห็นน้ำคร่ำไหลลงมาจากใต้หว่างขา
“ว้าว! ไม่นึกว่าลูกฉันจะอยากออกมาเต็มแก่ขนาดนี้” ยูจีนว่า
“เดี๋ยวนะ นายไม่เจ็บเลยเหรอ?” ผมถามด้วยความร้อนรน
“ไม่เลย” ยูจีนตอบ “แค่น้ำคร่ำเดินเท่านั้นเอง”
“แต่ยังไงก็ตาม เฮ้อ… ต้องส่งไปคลอดที่โบสถ์อีกแล้ว” ผมบ่น
ที่โบสถ์แห่งเดียวกับที่ให้จัสตินคลอดแพนธริสนั่นแหละ ผมกับเคลลีนได้พายูจีนมาทำคลอดที่นี่เหมือนเดิม ให้เขาไปนอนบนเตียงหินเหมือนเดิมแหละครับ แล้วก็ให้แม่ชีมาเป็หมอตำแยคลอดลูกด้วย เคสนี้ก็ไม่ต่างจากการคลอดเบอร์บิคที่สิบเก้านี่แหละ คือเบ่งลูกออกมาทางช่องคลอดน่ะครับ
“โอเคค่ะท่านยูจีน ปากมดลูกเปิดกว้างพอแล้ว ถ้ารู้สึกว่าจะต้องเบ่ง ก็เบ่งได้เลยค่ะ” แม่ชีหมอตำแยคนหนึ่งกล่าว
“ครับ อืออออ…” ยูจีนออกแรงเบ่ง
รอบนี้ก็ถือว่าคลอดเร็วกว่าของเบอร์บิคที่สิบแปด คือรอบแรกทั้งหัวและไหล่ออกมาจากช่องคลอดพอดี
“ออกมาแล้วค่ะ อีกนิดเดียว!”
“อืออออออ”
และแล้วก็ตามด้วยเสียงร้องไห้ของลูกชายยูจีนที่ออกมาจากครรภ์ได้สำเร็จ
จากหน้าตาของลูกชายคนนี้ ผมว่าน่าจะเดาได้ว่าน่าจะได้เชื้อของยูจีนมาเต็ม ๆ
“ยินดีด้วยนะยูจีน” ผมทักทาย
“ขอบใจนะออสเทร็ธ” ยูจีนตอบ
“แล้วนายจะตั้งชื่อให้เขาว่ายังไงดี?”
“ก็… เอเด็น ไนเลี่ยม เซเลนัสล่ะนะ”
ผมพยักหน้า และมองดูยูจีนที่ให้นมลูกชายอย่างเอเด็นจากเต้าแบนราบของผู้เป็พ่อ ดูท่าจะมีความสุขพอสมควร
เออ จะว่าไปแล้วผมยังไม่ได้พูดถึงเ้าชายเบอร์บิคที่สิบเก้าเลยนี่หว่า ผมสรุปให้ว่า ตลอดสองปีหลังจากที่เ้าชายเบอร์บิคที่สิบเก้าลืมตาดูโลก เขาเติบโตจนมีขนาดเท่าเด็กอายุสิบขวบได้แล้ว และเขาก็เก่งมาก เก่งใกล้เคียงกับแอนดูอินเมื่อสมัยยุคาครั้งแรกเลย
ว่าแล้วผมก็ขอเล่าตอนที่ผมไปเยี่ยมเ้าชายเบอร์บิคที่สิบเก้าดีกว่า
ที่พระราชวังราชวงศ์มาร์ช ผมกับเคลลีนเดินทางมาขอเข้าเฝ้าเ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดและเ้าหญิงเจนนิเฟอร์ ซึ่งก็กำลังเลี้ยงดูเบอร์บิคที่สิบเก้าพอดี
“กราบทูลฝ่าาครับ” ผมบอกแล้วโค้งคำนับ ขณะที่เคลลีนก็ถอนสายบัวตามไปด้วย
“ไง ออสเทร็ธ เคลลีน มีอะไรบ้างเหรอ?” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดถาม
“พอดีว่าผมกำลังสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับจอมมารแบ็กซ์เทอรัสอยู่ครับ” ผมตอบ “ผมหมายถึงแผนการและทิศทางการเคลื่อนไหวของมันว่าจะเป็ไปในทางไหนน่ะครับ”
“อ๋อ ถ้าอย่างนั้น เสด็จพ่อท่านก็ได้ร่วมมือกับตระกูลเวเนลิซอร์ดเพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของเ้าหมอนั่นไว้แล้วล่ะ” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดกล่าว “ดูเหมือนว่าจะมีอาณาจักรหนึ่งที่ยิ่งใหญ่มาก อยู่ทางทิศตะวันออกของอาณาจักรเราไปเจ็ดร้อยกิโลเมตร ท่าทางเ้าแบ็กซ์เทอรัสมันจะสนใจอาณาจักรนี้เป็พิเศษ แต่ว่ารอลว็อคที่ทำผลงานได้ดีก็โดนฆ่าตายไปแล้วนี่ ฉะนั้นแบ็กซ์เทอรัสก็เลยต้องหาแม่ทัพตนใหม่ที่ทำได้ดีกว่านี้ และเสด็จพ่อเชื่อว่าตอนนี้มันได้แม่ทัพที่ดีเทียบเท่า หรือเก่งกว่ารอลว็อคด้วยซ้ำ แต่เรายังไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร”
อาณาจักรที่อยู่ทางทิศตะวันออกของมัสโทรนั่มไปเจ็ดร้อยกิโลเมตรเหรอ…
“แล้วชื่ออาณาจักรเป้าหมายของแบ็กซ์เทอรัสชื่ออะไรเหรอครับ?” ผมรีบถามทันทีเพื่อที่จะได้เป็ประโยชน์
“อาณาจักรที่ว่าเท่าที่เสด็จพ่อเล่าให้ฉันฟังก็…” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดเว้นอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็… “โดล-มานเทรีย”
“โดล-มานเทรีย…” ผมพึมพำ
“ฉันกับเสด็จพ่อได้ยินมาจากตระกูลเวเนลิซอร์ดว่า โดล-มานเทรียอยู่ใน่ขาลงมาได้สักพักแล้ว” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดอธิบาย “หลังจากการแย่งชิงอำนาจครั้งล่าสุด อาณาจักรนี้ก็เริ่มมั่นคงน้อยลงเรื่อย ๆ คือถูกแทรกแซงจากอำนาจจอมมารบ่อยขึ้น พวกโบสถ์ที่บูชาพระผู้สร้างในอาณาจักรก็เสื่อมฤทธิ์ลง สิ่งที่ยังหลงเหลือก็คือธิดาของราชวงศ์ กับแหวนประจำตระกูลของผู้กล้าตั้งครรภ์ในตำนาน”
แหวนประจำตระกูลนาร์เซน แสดงว่าแหวนวงนั้นต้องเป็อะไรที่แบ็กซ์เทอรัส หรือจอมมารชั้นที่สูงกว่าแพ้ทางสินะ
“ถ้าอย่างนั้น ผมอาจจะต้องรีบฝึกฝนให้ได้ครับ” ผมกล่าว
“อืม…” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดงึมงำ
“เสด็จพ่อครับ?”
เสียงเล็ก ๆ ของเด็กน้อยผู้เป็รัชทายาทเดินเข้ามาพร้อมกับเ้าหญิงเจนนิเฟอร์
“อ้าว สวัสดีลูก” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดว่า “มีอะไรเหรอ?”
“ผมได้เห็นทิวทัศน์ของอาณาจักรโอคอนเนียแล้วครับ” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบเก้ากล่าว “ช่างสวยงามจริง ๆ ครับ ยอดหอคอยสีแพลตินั่มช่างสูงสวยงามจังเลยฮะ”
เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดยิ้มให้
“อ้าว นั่นท่านดยุกออสเทร็ธและดัชเชสเคลลีนเหรอฮะ?”
“ใช่จ้ะ” ผมตอบ
“โตขึ้นไวจังเลยนะ” เคลลีนชม
“ขอบคุณครับ!” เบอร์บิคที่สิบเก้าบอก “ว่าแต่ ท่านดยุกกำลังท้องอยู่เหรอครับ?”
“ใช่จ้า ฉันท้องมาได้สี่ปีแล้ว” ผมตอบ และมองเ้าชายน้อยยื่นมือไปแตะท้องกลมโตของผม ที่เดสเตรียนพักอาศัยอยู่ข้างใน
เมื่อเ้าชายเบอร์บิคที่สิบเก้าได้แนบหูกับท้องผมเพื่อฟังชีพจรของเดสเตรียน อีกฝ่ายก็รับลูกด้วยการดิ้นส่งให้ซะเลย
“น่ารักจริง ๆ ครับ” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบเก้าว่า “เสด็จแม่ฮะ มาดูนี่เร็วฮะ!”
“เห็นแล้วจ้ะลูก” เ้าหญิงเจนนิเฟอร์ว่า และยื่นมือไปวางบนท้องผม เดสเตรียนที่อยู่ข้างในก็ยื่นมือไปััฝ่ามือของพระองค์ด้วยครับ เคลลีนเองก็ยิ้มที่มุมปาก
“เดสเตรียนมีคนรักเยอะจริง ๆ นะเนี่ย” เคลลีนว่า “แม้แต่เชื้อพระวงศ์สองอาณาจักรยังชอบเลยแฮะ”
“เอาน่า” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดกล่าว “เขายังไม่ทันจะได้เกิดมาเลย แต่ฉันเชื่อว่าเขาต้องเกิดมามีพลังอำนาจที่สูงกว่าพ่อแน่นอน”
เดสเตรียนจะมีค่าอำนาจสูงกว่าผมงั้นเหรอ… นี่ผมไม่ได้ประเมินพลังของเขามานานแค่ไหนแล้วเนี่ย แต่ก็นะ อย่างน้อยก็วางใจได้อยู่บ้างว่าลูกชายคนนี้จะต้องทรงพลังที่สุดในตระกูลแน่นอน
“โอเคครับ ถ้างั้นพวกเราจะเตรียมตัวลุยอีกครั้งหนึ่งแล้วกันครับ” ผมบอก
“อืม ขอบใจมากนะที่มาเยี่ยมพวกเรา” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดกล่าว
“ครับผม” ผมบอก