บทที่15
ร้านค้าา
ในขณะที่ยืนกอดอกอยู่บริเวณข้างสวนผักพบเห็นภาพที่ปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้า
ของเพียงสามชิ้นที่ถูกวางขายอยู่ภายในนั้น
จางหยวนแสดงใบหน้าจริงจังทั้งสองข้างคิ้วขมวดเข้ามาหากันจ้องมองดูเ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าแล้วก็คิดไปภายในใจ
“ เ้าพวกนี้… ”
[ รายการของที่ตั้งขายในร้านค้าบา ]
[ โอสถหล่อเลี้ยงพลังิญญา ราคา 1 ตำลึง ]
[ โอสถส่งเสริมพลังิญญา ราคา 1 ตำลึง ]
[ โอสถซ่อนเร้นพลังิญญา ราคา 1 ตำลึง ]
“ โอสถหล่อเลี้ยงพลังิญญา โอสถส่งเสริมพลังิญญา โอสถซ่อนเร้นพลังิญญา” นั่นคือของทั้งสามอย่างที่มันปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าของเขา
ร้านค้าหลายหลายอย่างมีขีดจำกัดแล้วก็มีเงื่อนไขในการซื้อขายแตกต่างกันออกไป
โดยร้านค้าทั้งสามประเภทมีจำนวนการวางขายพวกสินค้าที่อยู่ภายในนี้แตกต่างกัน
จากที่มองเห็นได้ตอนนี้เ้าหูร้านค้าามันเป็ร้านค้าขายที่ถูกค้าขายพวกอุปกรณ์ที่ส่งเสริมการฝึกฝนพลังิญญา
แต่ว่าจากที่มองเห็นถึงข้อแตกต่างที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนสำหรับร้านค้านี้กับร้านค้าอื่นๆ
มันก็คงจะเป็จำนวนโดยจำนวนของร้านค้ามันประการมีจำนวนสินค้าที่ตั้งขายอยู่เพียงแค่ประมาณสามชิ้นเท่านั้น
นั่นคือจำนวนการค้าขายทั้งหมดที่ถูกขายอยู่ภายในดี
ลองมองดูเ้าพวกสิ่งที่มันถูกค้าขายอยู่ใครในนี้ล้วนแล้วแต่เป็สิ่งของที่เขาไม่รู้จักทั้งสิ้น
โดยก่อนหน้านี้ความทรงจำภายในร่างกายนี้ที่รื้อฟื้นขึ้นมาก็พอจะมีความทรงจำของพวกน้ำพลังิญญาหรือไม่ก็พวกปุ๋ยพลังิญญาอยู่บ้าง
แต่ว่าเ้าพวกโอสถที่อยู่บริเวณด้านหน้าปรากฏเห็นเป็รูปร่างเหมือนยาเม็ดบางอย่างที่มีสีสันแตกต่างออกไป
ภายในร่างกายนี้ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพวกนั้นอยู่เลยแม้แต่น้อย
“ นี่มันอันใดกันแล้วจะเลือกหาจากที่ไหน? ” ในตอนนี้กำลังขบคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับเ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้า
เพราะว่าภายในหัวไม่มีความรู้เกี่ยวกับพวกของพวกนี้เลยแม้แต่น้อยไม่รู้ด้วยว่าพวกมันจะนำไปใช้ประโยชน์อันใดได้
“ ถ้าของพวกนี้มันเป็ของที่ใช้ในการฝึกฝนพลังิญญาก็ต้องทำความเข้าใจกับพลังิญญาก่อนสินะ”
มันถือว่าเป็เื่ที่น่าเสียดายที่ว่าร่างกายนี้เป็เพียงร่างกายของทาสไร้ค่า
ความรู้ของร่างกายนี้ที่รื้อฟื้นขึ้นมาก็มีจำกัดเกี่ยวกับความรู้ต่างๆมากมายมีอีกมากมายที่ไม่รู้เกี่ยวกับโลกใบนี้
แม้ว่าจะเกิดใหม่ภายในร่างกายนี้แต่ก็ไม่ใช่ผู้ที่รอบรู้เสียทุกอย่าง
โดยเฉพาะเื่เกี่ยวกับพวกพลังิญญาผู้ฝึกฝนพลังิญญาหรือว่าผู้ฝึกฝนวรยุทธ เป็ตัวตนที่ล้ำค่าภายในยุคสมัยแห่งนี้
โดยพวกเขาจะนำเอาพลังฟ้าดินผนวกเข้ากับพลังจิตใจก่อกำเนิดขึ้นมากลายเป็รูปล่าง
โดยพลังและความสามารถของพวกเขาล้วนแล้วเป็พลังและความสามารถที่พิเศษเป็อย่างมาก
เพราะแบบนั้นพวกฝึกฝนพลังิญญาจึงถูกยกย่องเปรียบกับพวกผู้วิเศษ
แต่ความรู้เกี่ยวกับผู้ฝึกฝนพลังิญญาในตอนนี้เต็มไปด้วยความมืดบอดภายในหัวแทบจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับพวกมันอยู่เลย
จางหยวนกำลังคิดหนักเพราะว่าไม่รู้เกี่ยวกับเื่ผู้ฝึกฝนพลังิญญาจึงไม่รู้ว่าเ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันมีประโยชน์อย่างไร
สำหรับความรู้ภายในร่างกายนี้ที่รื้อฟื้นขึ้นมาก็มีเพียงแค่ว่าผู้ฝึกฝนพลังิญญาเป็ผู้วิเศษ
ในขณะที่ภายในหัวเต็มไปด้วยความคิดมากมายที่มันบังเกิดขึ้นมา
สุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจปัดมือของตนเองเพื่อที่จะปิดร้านค้าที่อยู่เบื้องหน้าลงไป
“ เพราะว่ามองอย่างไรถ้าเป็ในสภาพนี้ก็คงจะไม่รู้อย่างแน่นอนว่าพวกมันจะเอาไปใช้ทำอันใดกันแน่ถ้าเช่นนั้นก็ลองไปหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ฝึกฝนพลังิญญาภายในเมืองดูก่อน ”ในตอนนี้ภายในหัวเต็มไปด้วยความคิดมากมาย
แต่ถ้าไม่รู้ว่าพวกมันจะเอาไปใช้ทำอะไรได้การซื้อมามันก็ไม่มีประโยชน์
เพราะแบบนั้นจางหยวนเลยคิดว่าตอนนี้จะทำการปูั้แ่พวกพื้นฐานก่อนเลยเป็อันดับแรก
ถ้าเกิดว่ารู้เกี่ยวกับพวกมันแล้วในระดับหนึ่งอาจจะรู้ว่าเ้าของพวกนี้สามารถเอาไว้ทำอะไรได้
…
เช้าวันใหม่
จางหยวนตื่นนอนั้แ่ในยามเช้าเมื่อจัดการธุระทุกอย่างของตนเองเสร็จมุ่งตรงเข้าไปภายในตัวเมืองจินหยวนอย่างรวดเร็ว
จางหยวนเดินทางเข้าไปภายในตัวเมืองมุ่งตรงไปยังร้านหนังสือภายในเมืองเข้าไปภายในตัวเมืองเพื่อที่จะไปร้านหนังสือที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองหาความรู้ที่ตนเอง้า
ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับเื่ราวต่างๆแน่นอนว่าตำราภายในร้านตำรามันก็คงจะสามารถบอกได้
ร้านตำราที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเดินทางเข้าไปแล้วก็เลือกหาตำราเกี่ยวกับพวกผู้ฝึกฝนพลังิญญา
หลังจากที่ค้นหาพวกตำราเ่าั้ได้แล้วก็ได้เดินทางกลับมาที่บ้าน
เมื่อได้เดินทางกลับมาถึงก็เริ่มอ่านดูทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดเกี่ยวกับเื่นี้
เขาซื้อตำรามาหลายเล่มตั้งใจจะอ่านให้จบภายในวันเดียวแล้วก็ทำความเข้าใจกับพวกมันให้ได้
เพราะแบบนั้นเริ่มอ่านั้แ่ในยามเช้าที่ได้มันมาจนกระทั่งยามตกดึก
แสงไฟจากเปลวเพลิงที่ถูกจุดเอาไว้ใจกลางบ้านส่องแสงสว่างไสว
จางหยวนนั่งพิงอยู่บนผนังบ้านจากนั้นก็ใช้ดวงตาทั้งสองข้างลองอ่านเ้าตำราที่อยู่ภายในมืออย่างจริงจัง
เขาขมักเขม้นกับการอ่านตำราเช่นนี้มาซักพักใหญ่ใหญ่แล้ว
ดวงตาที่อ่านพวกมันอย่างจริงจังค่อยค่อยผ่อนคลายลงเรื่อยๆ
ดวงตาทั้งสองข้างกระพริบเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆปิดตำราภายในมือของตนเองลง
เขาวางตำราเล่มสุดท้ายที่ตนเองอ่านเพื่อเอาความรู้ลงข้างกาย
โดยตอนนี้นั่งอ่านตำรามาทั้งวันหลังจากที่นั่งอ่านตำรามาทั้งวันศึกษาเกี่ยวกับพวกมันมาก็มากจนตอนนี้จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับพวกมันได้ในระดับหนึ่ง
“ พวกตำราพวกนี้เป็ตำราที่มันเป็เพียงแค่รายละเอียดพื้นฐานเท่านั้นแต่ว่าเมื่อเราอ่านพวกมันดูแล้วลองทำความเข้าใจกับพวกมันก็พอจะรู้เกี่ยวกับพวกเื่พลังิญญาในระดับนึง”
“ ผู้ฝึกฝนพลังิญญาภายในยุคสมัยนี้เป็ตัวตนที่สูงส่งแต่ว่าการฝึกฝนกว่าที่จะได้มาก็ยากลำบากเช่นเดียวกัน ”
“ ในตอนแรกตัวของเราคิดเอาไว้ว่าเพียงแค่กินผักิญญาเ่าั้ก็จะสามารถฝึกฝนพลังิญญาได้แต่ว่าอันที่จริงแล้วมันไม่ใช่เช่นนั้นเลย”
“ เกี่ยวกับเื่ผักิญญามันเองก็เป็หนึ่งในสิ่งที่ส่งเสริมแต่ว่าการที่จะสามารถฝึกฝนพลังิญญาได้จำเป็จะต้องหล่อเลี้ยงตันเถียนหรือว่าแก่นิญญาภายในร่างกายให้มีพลังอยู่ภายในนั้นก่อน”
“ การหล่อเลี้ยงแก่นิญญาภายในร่างกายจำเป็จะต้องใช้เวลาในการหล่อเลี้ยงถึงห้าปีถึงจะเริ่มฝึกฝนได้”
“ คนส่วนใหญ่จะเริ่มฝึกฝนั้แ่ยังเด็กโดยการหล่อเลี้ยงแก่นิญญาั้แ่เด็กมีอายุอย่างน้อยน้อยอยู่เพื่อที่จะสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝนได้รวดเร็วกว่าผู้อื่น”
“ โดยเด็กอายุประมาณ 10 ปีส่วนใหญ่ก็จะเริ่มทำการหล่อเลี้ยงตันเถียนภายในร่างกายแล้วแต่ว่าตัวของเราในตอนนี้อายุ 18 ยังไม่ได้เริ่มการฝึกฝนเลย ”
“ ถ้าอยากจะเป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาก็ต้องใช้เวลาหล่อเลี้ยงแก่นิญญาอีกห้าปีเมื่อเทียบเท่ากับว่ากว่าที่จะเริ่มฝึกฝนได้ก็อายุปาเข้าไป23 แล้วอย่างนั้นหรือ ”จางหยวนในตอนนี้ก็รู้สึกตัวว่าตนเองนั้นเริ่มต้นช้าเกินไป
เขานิ่งคิดเล็กน้อยก่อนที่จะ…
“ เริ่มต้นการใช้งานร้านค้าา ”ส่งเสียงออกมาอีกครั้งเพื่อเปิดใช้งานร้านค้าา
เสียงภายในหัวย้อนทวนขึ้นมา“ เรียนนายท่านคำร้องขอในการเปิดใช้งานร้านค้าาสำเร็จ ”
ระบบร้านค้าปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้า
“ แล้วถ้าเป็เ้านี่ล่ะสามารถใช้ได้หรือเปล่า ”จางหยวนแสดงใบหน้าจริงจังจ้องมองเ้าสิ่งที่ปรากฏด้านหน้าเป็ยาหล่อเลี้ยงพลังิญญา
จบบท