"เกิดอะไรขึ้น แค่โอบเอวก็ได้รับแต้มเมตตาด้วยหรือ?" โตซางทั้งใและดีใจ
[แต้มเมตตาครอบคลุมถึงความเมตตาและความรักทุกรูปแบบ ความพึงใจและความรักเชิงชู้สาวล้วนถูกจัดอยู่ในขอบเขตของความรักทั้งสิ้น] จิติญญาแห่งระบบอธิบายอย่างจริงจัง
โตซางเข้าใจในทันที เขาแอบยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของฮวาหมู่หลาน และเห็นว่าข้างแก้มของนางเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ เห็นได้ชัดว่าการลูบไล้ของเขาได้กระตุ้นความรู้สึกรักใคร่ระหว่างชายหญิงในตัวนาง
"คิดไม่ถึงเลยว่าการฉวยโอกาสจะช่วยเพิ่มแต้มเมตตาได้ ในที่สุดข้าก็ค้นพบข้อดีของระบบนี่เสียที แล้วจะมัวรออะไรอยู่เล่า" มุมปากของโตซางยกขึ้นเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์ สองมือไม่อยู่สุขเลื่อนจากหน้าท้องของฮวาหมู่หลานขึ้นไป้า
ัันี้ ช่างสบายเหลือเกิน…
"ลูบเอวยังได้ 5 แต้มเมตตา ถ้าลูบหน้าอกอย่างน้อยต้องได้ 10 แต้มแน่ ๆ ..." โตซางมีสีหน้าเคลิบเคลิ้ม สองมือบีบแน่นขึ้น รอคอยให้จิติญญาแห่งระบบแจ้งเตือนว่าได้รับแต้มเมตตา
[ติ๊ง... ระบบสแกนพบว่าเป้าหมายฮวาหมู่หลานกำลังโกรธ ค่าความจงรักภักดีต่อนายท่านลดลง 5 แต้ม ค่าความจงรักภักดีลดลงเหลือ 15] เสียงแจ้งเตือนของจิติญญาแห่งระบบดังขึ้นจริง ๆ แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงไม่ได้แต้มเมตตาของนาง แต่ค่าความจงรักภักดีกลับลดลงแทน?" โตซางใแทบสิ้นสติ
ในเวลานั้นเอง ฮวาหมู่หลานที่โดนเขา ‘ล่วงเกิน’ อยู่ทางด้านหน้าก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง ใบหน้าเนียนงามเปลี่ยนสี พลันตวาดออกมาด้วยความขุ่นเคืองว่า "นายท่านโปรดให้เกียรติข้าด้วย ข้าเป็เพียงขุนพลของท่าน ไม่ใช่สนมหรือนางบำเรอของท่าน โปรดอย่าได้แตะเนื้อต้องตัวข้า!"
ฮวาหมู่หลานโกรธเข้าจริง ๆ แล้ว
โตซางสะดุ้งโหยง มืออ่อนแรงรีบเลื่อนกลับลงมาที่เอวบางทันที เพราะเกรงว่าหากช้ากว่านี้ค่าความจงรักภักดีของฮวาหมู่หลานจะดิ่งลงจนติดลบ และหากนางโกรธจนก่อฏขึ้นมา การจะฟันเขาขาดเป็สองท่อนคงเป็เื่ง่ายดายในชั่วพริบตา
เมื่อเขาปล่อยมือ สีหน้าขุ่นเคืองของฮวาหมู่หลานจึงค่อย ๆ ทุเลาลง นางไม่สนใจเขาอีกต่อไป และตั้งหน้าตั้งตาควบม้าทะยานไปข้างหน้า
"เกิดอะไรขึ้น ฮวาหมู่หลานคนนี้อารมณ์ร้ายเสียจริง แตะนิดเดียวค่าความจงรักภักดีลดฮวบถึง 5 แต้ม" โตซางถอนหายใจอย่างโล่งอก และส่งกระแสจิตไปบ่นกับจิติญญาแห่งระบบ
ในห้วงความคิด จิติญญาแห่งระบบตอบกลับว่า [ข้าได้เตือนแล้วว่า การอัญเชิญิญญาวีรชนเป็เพียงการทำให้จงรักภักดีต่อท่านโดยพื้นฐาน แต่วีรชนยังคงมีนิสัยเดิม ฮวาหมู่หลานเป็ประเภทแข็งกร้าว ไม่ใช่ประเภทยั่วยวน เมื่อนายท่านกระทำการเกินเลย ย่อมส่งผลให้ค่าความจงรักภักดีของนางลดลงเป็ธรรมดา]
"ที่แท้ก็เป็เช่นนี้" โตซางเพิ่งจะเข้าใจ และพึมพำในใจว่า "ถ้ารู้แบบนี้ ข้าอัญเชิญพวกประเภทยั่วยวนอย่างต๋าจี่มาดีกว่า อย่าว่าแต่ลูบหน้าอกเลย ต่อให้ข้าเปลื้องผ้า นางอาจจะยิ่งชอบด้วยซ้ำ ถึงตอนนั้นแต้มเมตตาคงพุ่งกระฉูดแน่"
หลังจากจินตนาการไปไกล โตซางก็กลับเข้าเื่และถามด้วยกระแสจิตว่า "แล้วมีวิธีใดที่จะเพิ่มค่าความจงรักภักดีของนาง หรือทำให้ค่าความจงรักภักดีไม่ลดลงบ้าง?"
[ติ๊ง... นายท่านสามารถใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่เป้าหมายตามนิสัยและความชอบของวีรชน เพื่อเพิ่มค่าความจงรักภักดี นอกจากนี้นายท่านยังสามารถเพิ่มค่าเสน่ห์ของตนเอง ยิ่งค่าเสน่ห์สูงเท่าใด ค่าความจงรักภักดีของวีรชนก็จะลดลงได้ยากขึ้นเท่านั้น เมื่อค่าเสน่ห์ของนายท่านถึง 100 ค่าความจงรักภักดีของวีรชนจะไม่ลดลงตลอดกาล]
"บ้าจริง ที่แท้ค่าเสน่ห์สำคัญขนาดนี้เชียวหรือ แล้วข้าจะเพิ่มค่าเสน่ห์ได้อย่างไร?" โตซางถามอย่างกระตือรือร้น
พอนึกถึงว่าหากค่าเสน่ห์เต็มร้อย จะสามารถอัญเชิญวีรชนระดับยอดฝีมืออย่างเซี่ยงอวี่ได้ตามใจชอบ และยังสามารถลูบหน้าอกฮวาหมู่หลานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าค่าความจงรักภักดีจะลดลง เขาก็กลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง
[ปัจจัยหลักที่กำหนดค่าเสน่ห์เริ่มต้นคือชื่อเสียงและตำแหน่งขุนนาง นายท่านจะสามารถเพิ่มค่าเสน่ห์ในภายหลังได้ผ่านการได้รับชัยชนะในศึกาและการขยายอาณาเขตเท่านั้น หากท้ายที่สุดนายท่านสามารถรวมแผ่นดินเป็หนึ่งและสถาปนาตนเองขึ้นเป็ฮ่องเต้ ค่าเสน่ห์จะทะลุ 100 ส่งผลให้ค่าความจงรักภักดีของข้าแผ่นดินและราษฎรทั่วหล้าไม่มีวันลดลงตลอดกาล]
เมื่อฟังคำอธิบายของจิติญญาแห่งระบบ โตซางก็เข้าใจว่า เหตุใดเหล่าเ้าเมืองอย่างอ้วนเสี้ยวหรือโจโฉถึงมีเหล่าขุนพลติดตามมากมาย เพราะพวกเขาเกิดในตระกูลขุนนางที่มีชื่อเสียง ค่าเสน่ห์เริ่มต้นจึงสูง
ส่วนฮ่องเต้นั้น ต่อให้เป็ทรราชที่ไร้ความสามารถ ดีแต่กินดื่มเที่ยวเล่น แต่เพราะดินแดนทั่วหล้าเป็ของท่าน ดังนั้นต่อให้เป็ขุนพลที่มีนิสัยแข็งกร้าวเพียงใด ก็ยังต้องจงรักภักดีและไม่กล้าฏ
"การตั้งค่าของค่าเสน่ห์นี้ ช่างเป็ไปตามกฎป่าเถื่อนของโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กเสียจริง มารดามันเถอะ ข้าเป็แค่นายอำเภอตัวเล็ก ๆ ในไห่ซี จะหวังเพิ่มค่าเสน่ห์ในเวลาอันสั้นคงเป็ไปไม่ได้ ส่วนค่าความจงรักภักดีของฮวาหมู่หลาน คงต้องหาวิธีอื่นแทน เฮงซวยจริง ๆ ..." โตซางบ่นพึมพำในใจ
[นายท่านไม่ต้องท้อแท้ นายท่านสามารถเพิ่มค่าความจงรักภักดีของวีรชนหญิงให้เต็มพิกัดอย่างถาวรได้ด้วยวิธีการแต่งงาน หรือเพิ่มค่าความจงรักภักดีของวีรชนชายให้เต็มพิกัดอย่างถาวรได้ด้วยการสาบานเป็พี่น้อง]
โตซางที่กำลังหดหู่เมื่อครู่ ตื่นเต้นจนเกือบจะะโลงจากหลังม้า นึกไม่ถึงว่าจะมีวิธีพิเศษในการเพิ่มค่าความจงรักภักดีอย่างถาวรเช่นนี้ เขารู้เลยว่าจิติญญาแห่งระบบจอมเ้าเล่ห์นี่ชอบพูดไม่หมด มักจะชอบพูดจาอ้อมค้อมเก็บข้อมูลไว้ รอจนถึง่เวลาคับขันจึงจะยอมมอบความประหลาดใจอันคาดไม่ถึงให้แก่เขา
"ข้าน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว ยุคสมัยนี้ค่านิยมยังไม่เปิดกว้าง เมื่อสตรีแต่งงานออกไปแล้วย่อมซื่อสัตย์ต่อสามี และคนสมัยราชวงศ์ฮั่นให้ความสำคัญกับคุณธรรมและความภักดี เหมือนที่เล่าปี่สาบานเป็พี่น้องกับกวนอูและเตียวหุย ทั้งสองคนจึงจงรักภักดีต่อเขาอย่างที่สุด ไม่ว่าเขาจะตกต่ำเพียงใดก็ยอมติดตามจนตัวตาย อืม ดูท่าข้าต้องแต่งงานกับฮวาหมู่หลานให้ได้แล้ว..."
ยิ่งคิดโตซางก็ยิ่งตื่นเต้น เขาลูบหน้าท้องที่เรียบเนียนและบอบบางของฮวาหมู่หลาน พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ จนเกิดความปรารถนาที่จะนางเสียเดี๋ยวนี้
แต่พอนึกถึงท่าทางโกรธจัดของฮวาหมู่หลาน โตซางก็สงบสติอารมณ์ลงได้ เขาไตร่ตรองว่าด้วยนิสัยของฮวาหมู่หลาน หากจู่ ๆ เสนอขอแต่งงานอาจจะดูบุ่มบ่ามเกินไป และอาจทำให้นางโกรธจนค่าความจงรักภักดีลดลงอีก ต้องค่อยเป็ค่อยไปและแทรกซึมอย่างช้า ๆ จึงจะดีกว่า
"หมู่หลาน เ้ามีสิ่งที่ชอบเป็พิเศษหรือไม่ เช่น เครื่องประทินผิว หรือเครื่องประดับทองเงิน บอกข้าได้เลย ข้าจะซื้อให้ ถือเป็รางวัลที่เ้าช่วยชีวิตข้าเมื่อครู่" โตซางเริ่มสืบหาความชอบของฮวาหมู่หลาน การจะทำให้สตรีพึงพอใจ ย่อมต้องเริ่มจากการให้ของขวัญ ซึ่งเป็สัจธรรมที่ไม่ว่ายุคใดก็เหมือนกัน
"นายท่านไม่ต้องสิ้นเปลืองหรอกเ้าค่ะ หมู่หลานไม่มีความสนใจในเครื่องประทินผิวหรือเครื่องประดับเ่าั้ ของพวกนั้นมีไว้สำหรับสตรีอ่อนหวานเท่านั้น" ฮวาหมู่หลานปฏิเสธอย่างเ็า
คิดดูแล้วก็จริง ฮวาหมู่หลานเป็วีรสตรีผู้กล้าหาญ ไม่เหมือนสตรีทั่วไป สิ่งที่นางชอบย่อมแตกต่างออกไป
โตซางไม่ยอมแพ้ ถามต่อว่า "แล้วเ้าชอบอะไรเล่า?"
"หมู่หลานไม่มีสิ่งที่ชอบเ้าค่ะ" ฮวาหมู่หลานตอบอย่างเ็า
"เป็ไปไม่ได้ คนเราย่อมต้องมีสิ่งที่ชอบบ้างสิ" โตซางไม่เชื่อ จึงพยายามซักไซ้ให้ถึงที่สุด
"ข้าชอบฆ่าคนเ้าค่ะ"