‘ขัดเกลาั’ นี่คือชื่อของทักษะที่ถังเว่ยใช้ในการลับคมของมีดเมื่อสักครู่ใครจะไปเชื่อกันล่ะว่าเพียงแค่ลับคมของมีดจะทำให้มีเหตุการณ์ที่ทุกคนในเมืองจะสามารถััได้ ฟางหรงยังคงจ้องมองมีดที่ถูกถังเว่ยตีขึ้นอย่างไม่วางตามันเหมือนกับว่ามีอำนาจอะไรบางอย่างกำลังดึงดูดเขาไว้ มันมีทั้งความสง่างามและความแหลมคมในเวลาเดียวกัน ฟางหรงไม่เคยคิดมาก่อเลยว่าแค่ก้อนเหล็กธรรมดาก่อนนึงจะสามารถรังสรรค์ออกมาเป็มีดที่งดงามขนาดนี้ได้
“เ้าลองทดสอบดูไหม?”
ถังเว่ยที่เห็นท่าทางของฟางหรงที่จ้องมองเพียงแต่มีดไม่ได้สนใจกับสิ่งที่อยู่รอบข้างตัวเองเลยทำให้เขาต้องกล่าวขัดไว้เสียก่อน เ้าตัวเองก็หลุดออกจากภวังค์ของตัวเองแล้วเช่นกัน
“ข้าอยากลองทดสอบดู…”
ฟางหรงอยากจะเห็นกับตาว่ามีดที่ถูกตีขึ้นด้วยทักษะอันน่าอัศจรรย์ขนาดนั้นจะมีอานุภาพขนาดไหนกัน
“ถ้าอย่างนั้นหลับตาลงซะ…”
ไม่รอช้าฟางหรงก็ปฎิบัติตามคำสั่งของถังเว่ยทันที ก่อนที่ผู้เป็พี่ชายโบกสะบัดมือเบาๆ วิสัยทัศน์โดยรอบก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากห้องตีเหล็กที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักกับแปรเปลี่ยนเป็ใจกลางูเาลูกนึงที่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้นับไม่ถ้วน บรรยากาศยามค่ำคืนและสายลมที่พัดผ่านมาให้ความรู้สึกเย็นสบาย
ฟางหรงเองที่รู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรเปลี่ยนไปก็ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่เขาจะอดตกตะลึงออกมาไม่ได้เพราะสถานที่ ที่เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งมันไม่ใช่ห้องตีเหล็กที่อยู่ในโกดังเก็บของอีกต่อไป แต่มันคือูเาที่ไหนสักแห่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าถังเว่ยพาเขามาที่นี่ได้อย่างไร ฟางกรงคิดเพียงแค่ว่าพี่ชายของเขานั้นช่างลึกลับเกินจะหยั่งถึงนัก
“ท่านทำได้อย่างไรกันท่านพี่?”
ฟางหรงกล่าวถามผู้เป็พี่ชายออกมาด้วยความสงสัย มนุษย์เราจะสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วเพียงนี้เชียวหรือ? นั้นเป็ไปไม่ได้อย่างแน่นอนนอกซะจากว่าสิ่งที่ถังเว่ยใช้ก็คือการเคลื่อนย้ายผ่านมิติซึ่งต่อให้เป็จอมยุทธ์ระดับจักรพรรดิเซียนยุทธ์ก็ไม่สามารถทำได้แล้วพี่ชายของเขาที่ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์จะทำได้อย่างไรกัน
“เื่นั้นเ้าไม่จำเป็ที่จะต้องรู้เพราะมันไม่ได้อยู่ในการสอนตีเหล็กของข้า เอาไว้ซักวังนึงเมื่อเ้าเติบโตมากกว่านี้เ้าจะเข้าใจเอง…สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ก็คือสนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าซะ”
ถังเว่ยกล่าวปัดคำถามของผู้เป็น้องชายไปและให้เขาตั้งใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแทน ฟางหรงเองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจเป็อย่างที่ถังเว่ยพูดเขาไม่จำเป็ต้องใส่ใจว่าเขาเคลื่อนย้ายมาได้อย่างไร เป้าหมายของเขาก็คือเป็สุดยอดช่างตีเหล็กและสิ่งที่เขาจะทำตอนนี้ก็คือทดสอบมีดที่ถูกตีขึ้นโดยถังเว่ย
“ข้างหน้ามีหินก้อนใหญ่อยู่น่าจะเหมาะแก่การทดสอบพอดี”
ถังเว่ยชี้ไปยังมุมนึงที่มีโขดหินสูงประมาณ 10 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ก่อนที่เขาจะยื่นมีดที่ถูกตีขึ้นให้กับน้องชายของเขา ฟางหรงเองก็รับมีดมาอย่างทะนุถนอมััแรกเมื่อเขาจับมีดอันนี้ก็คือมันมีน้ำหนักเบามากแต่ว่ากับรู้สึกได้พลังที่ซุกซ่อนอยู่ภายในคลื่นพลังยุทธ์ของเขาเองก็ตอบสนองต่อพลังของตัวมีดเช่นกันมันส่องแสงสีทองไปทั่วใจกลางูเาแห่งนี้ จนสัตว์ป่าน้อยใหญ่แถวนี้ก็สามารถสังเกตเห็นได้
“เอาล่ะในเมื่อเ้าพร้อมแล้วก็เล็งมีดไปที่หินนั้นและก็อย่าเหม่อลอยจนให้จิติญญา-”
ยังไม่ทันที่ถังเว่ยจะกล่าวจบประโยคจู่ๆคลื่นพลังยุทธ์สีทองก็แผ่กระจายออกมาจากตัวของฟางหรงอย่างฉับพลันมันไหลออกมาเหมือนกับน้ำป่าไหลหลาก จากดวงตาที่มีสีน้ำตาลก็แปรเปลี่ยนเป็สีทอง พร้อมกับที่เ้าตัวจะยกมือข้างที่ถือมีดเอาไว้และตวัดมันลงมาอย่างรวดเร็ว
‘เวรล่ะ’
เหมือนกับถูกพายุลูกขนาดใหญ่ถาโถมเข้ามายังูเาลูกนี้เกิดเป็รอยแยกจากการฟันมีดออกไปของฟางหรง มันผ่าตัวของโขดหินไปก่อนที่มันจะลากยาวจากบริเวณที่ฟางหรงยืนอยู่จนถึงูเาอีกสองลูกถัดไปก็ถูกฟันออกเป็สองซีกสัตว์ิญญาที่อยู่ในรัศมีการฟันก็โดนผ่าออกเป็สองซีกอย่างน่าเวทนา ูเาที่เป็ลูกเดียวกันเมื่อครู่กับถูกแยกออกจากกันโดยฝีมือของน้ำมือของมีดเล่มนี้
“ข้าบอกเ้าว่าอย่าเหม่อลอยแท้ๆ…”
ถังเว่ยก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเขานั้นรู้ดีว่าการที่ฟางหรงมีท่าที่เช่นนี้ ก็เพราะว่ายิ่งอาวุธและผู้ใช้มีความแข็งแกร่งไม่สัมพันธ์กันก็จะถูกครอบงำจิตใจไป และกลายเป็ว่าจิติญญาของอาวุธนั้นจะเป็ตัวขับเคลื่อนร่างกายของผู้ใช้เองยิ่งมีสมาธิและความมุ่งมั่นน้อยเกินไปก็ยิ่งจะสูญเสียการควบคุมได้อย่างง่ายดาย
ฟางหรงที่ถูกจิติญญาของมีดควบคุมไปแล้วก็เริ่มจะฟันมีดออกไปทั่ว จนต้นไม้แถวนั้นแถมจะไม่เหลือแล้ว ถังเว่ยก็เห็นว่าสมควรที่เขาควรจะหยุดเื่นี้เอาไว้เสีย ก่อนที่มันจะลุกลามไปโดนมนุษย์ที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง ใช้เวลาไม่ถึง 1ลมหายใจถังเว่ยก็ไปโผล่อยู่ด้านหน้าของฟางหรงแล้ว ทว่าคนที่ควบคุมร่างกายของเขาอยู่มันกับไม่ใช่ฟางหนวแต่เป็จิติญญาของมีด เมื่อเห็นถังเว่ยมาขัดขวางการฟาดฟันของมันก็เตรียมที่ฟันถังเว่ยให้ขาดเป็สองท่อนทันที
“อย่าได้หยิ่งยโสมากนักแค่เ้ายึดร่างกายน้องชายของข้าก็มีความผิดแล้ว แต่กับยังฟาดฟันไปทั่วบริเวณเป็เหตุให้เกิดความเสียมากมาย…ข้าสร้างเ้าได้ข้าก็สามารถทำลายเ้าได้เช่นกัน…”
เพียงแค่คำพูดประโยคเดียวของถังเว่ยคลื่นพลังยุทธ์สีทองก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก่อนที่ถังเว่ยจะหยิบมีดเล่มนั้นออกมาจากมือของฟางหรงแต่ว่าทันทีที่มีดมาตกมายอยู่ในมือของถังเว่ยมันกับสั่นด้วยความกลัวตามสัญชาตญาณราวกับว่ามันกำลังกลัวว่าถังเว่ยจะทำลายมันลงไปจากความผิดพลาดของตัวเอง
"ยังดีที่เ้ายังมีจิตสำนึกของความดีความชอบอยู่ถ้าไม่งั้นล่ะก็….
ถังเว่ยแกล้งทำเป็ออกแรงบิดไปที่ใบมีดเล็กน้อยจนตัวของมันเองรู้สึกกลัวและไม่กล้าปล่อยคลื่นพลังใดๆออกมาได้อีก โดยปกติอาวุธที่มีจิติญญาเป็ของตัวเองมักจะทำอะไรโดยไม่สนความคิดของผู้เป็เ้านายอยู่ ถ้าไม่แข็งแกร่งมากพอก็จะโดนครอบงำเสียเอง ทางเดียวก็คือต้องสยบมันให้อยู่หมัดเท่านั้นซึ่งถังเว่ยก็สามารถสยบมันได้อย่างง่ายดายเพียงแค่คำพูดเท่านั้น
“ดูท่าข้าคงต้องจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนสินะ”
เขากล่าวพร้อมถอนหายใจออกมา ตอนนี้เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าการที่ให้ฟางหรงเป็คนทดสอบมีดในครั้งนี้นั้นดีแล้วรึเปล่า…