นี่ก็ผ่านมากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วที่แสงจันทร์ต้องใช้ชีวิตในโรงเรียนกุลสตรีราวกับเป็นบ้านอีกหลังเธอไม่แม้จะกลับบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์เหมือนนักเรียนคนอื่นๆ
ตั้งใจไว้ว่าจะใช้วันหยุดเรียนเสริมอย่างสงบ แต่ไม่เลยมันไม่สงบเพราะรูมเมทอย่างเด็กหญิงมะลิที่ไม่คิดจะกลับบ้านเช่นกัน
“วิชานี้เป็นวิชาพื้นฐานที่เธอก็เรียนมาแล้วตั้งแต่ปอหนึ่ง”แสงจันทร์หันว่าบอกมะลิที่เอาแต่เดินตามต้อยๆ ไม่ห่างเด็กคนนี้คิดจะตามติดเธอไปทุกที่ถึงเมื่อไร
“เรียนอีกจะเป็นไร”
ระยะเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ที่อยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน นอนด้วยกันไม่ได้ทำให้แสงจันทร์คิดอยากสนิทกับมะลิเลย
ก็ยัยเด็กคนนี้คิดแต่จะตีตัวเสมอกัน
“ตามยิ่งกว่าผี!”
เป็นเช่นนี้ทุกๆ วัน สองคนใช้เวลาถกเถียงกันแทบทุกเวลา
แต่พอเวลาผ่านมาเกือบจะครึ่งเดือนแสงจันทร์ที่เริ่มปรับตัวเข้ากับโรงเรียนกุลสตรีได้พอสมควรบางวิชาซึ่งอยู่นอกตำราเธอก็ได้เล่าเรียนมาจากมะลิ
“ได้มาหรือเปล่า?”
“แน่นอนสิเจ๊”มะลิพูดพร้อมกับล้วงหยิบสิ่งของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเป้ใบสีชมพูอ่อนหลังเดินทางกลับบ้านช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ตามคำขอของแสงจันทร์
“ต้องอย่างนี้สิเพื่อนรัก” จากคู่กัดแปรเปลี่ยนเป็นคู่ซี้ต่างวัยเพราะความก๋ากั่นที่มีอยู่ในตัว สองคนที่ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไร
อย่างเพื่อนรักที่เพิ่งค้นหากันเจอแต่ผิดที่เกิดห่างกันไปสักหน่อย
แสงจันทร์ได้ของตามที่ขอเพราะเธอมีเวลาร่ำเรียนเพียงแค่หนึ่งเดือนวันหยุดก็ได้ขอให้มีเรียนพิเศษเสริมเข้ามาจึงไม่มีวันหยุดได้ออกจากโรงเรียนเพื่อหาเสบียง
“มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอเจ๊”
มะลิถามในขณะที่แสงจันทร์เพิ่งจะเปิดขวดไวน์แดงแล้วยกดื่มอย่างกระหายจริงแล้วเธอพกมาหนึ่งขวดแล้วใช้จิบก่อนนอนวันละนิดจนหมดไปแล้ว
ไม่มีเวลาได้ออกไปด้วยตัวเอง ไม่กล้าสั่งให้ใครเอามาให้มีเพียงจุ๋มจิ๋มที่สนิทใจแต่ไม่รู้ว่าเวลานี้จุ๋มจิ๋มได้ออกจากคุกมาหรือยัง
เธอหยุดดื่มไวน์ไม่ได้จริงๆ ...
“โตขึ้นเธอจะรู้เอง”
“งั้นขอลองตอนนี้เลยได้ไหม ถ้าวัดจากอายุฉันอาจจะยังเด็กแต่ถ้าวัดจากหัวใจขอบอกตามตรงว่ามายลี่เทียบเท่าเจ๊ไปแล้ว”
“ยังไงก็ไม่ได้!” แม้กระทำให้เห็นถึงสิ่งที่ไม่ควรแต่เธอก็ไม่ลืมจะทิ้งคำสอนไว้ให้เด็กแก่แดดอย่างมะลิเสมอ
“เธอยังเป็นเด็กเกินไป ไว้โตพอจะดูแลตัวเองได้ดีเมื่อไรค่อยลองแล้วอย่าเอาฉันเป็นเยี่ยงอย่างนักล่ะ”
“โถ่ ฉันอุตส่าห์แอบจิ๊กของคุณลุงมาให้ ขอลองสักหน่อยเถอะนะ”
“ไม่ได้ก็คือไม่ได้!”แสงจันทร์ปิดฝาขวดไวน์กลับตามเดิมแล้วแอบสอดไว้ใต้เตียง
“แล้วก็อย่าคิดแอบดื่มตอนฉันไม่อยู่ถ้าจับได้ฉันจะเลิกเป็นเพื่อนเธอ” ขู่ไว้อย่างนี้มะลิคงไม่กล้ากระทำผิดอย่างแน่นอนเพราะเด็กหญิงอยากเป็นเพื่อนกับแสงจันทร์ใจจะขาด
จวบจนเช้าวันจันทร์ที่แสนสดใสวันนี้เธอมีเรียนรำไทยร่วมกับเด็กนักเรียนชั้นประถม แสงจันทร์ได้จับคู่กับมะลิสองคนมัวแต่สนทนากันจนพุดจีบสังเกตเห็นจึงเดินเข้ามาสอบถาม
“เธอแน่ใจใช่ไหมว่าไม่ได้แอบดื่มไวน์ฉัน มันหายไปเกือบครึ่งขวด”
“มันหายไปก็เพราะเจ๊นั่นแหละบอกฉันว่าแค่จะดื่มให้เริ่มง่วงแต่ดันดื่มไปตั้งหลายอึกนี่อย่าบอกนะว่าเมาจนลืมทุกอย่างไป” มันก็จริงที่เมื่อคืนเธออาจจะเมาจนหลับไป
“เงียบเสียงหน่อยทั้งสองคนมัวแต่พูดเรื่องอะไรกันนี่มันห้องเรียน”
คู่ซี๊ต่างวัยยืนตัวยืดตรงทันทีที่ถูกตำหนิฝ่ายพุดจีบก้าวมาอย่างเชื่องช้าจนถึงตัว
“สนิทกันเกินไปแล้วสิ จับแยกห้องนอนเลยดีไหม”
มะลิมองขวับและส่งสายตาวิงวอนเธอไม่อยากนอนร่วมห้องกับพวกกุลสตรีผู้ซื่อตรงคนไหนขอนอนร่วมห้องกับรุ่นพี่แสงจันทร์ผู้แหกทุกกฎตามเดิมเถอะนะคุณป้า!
“มะลิกับคุณพี่แสงจันทร์เราไม่ได้รู้จักกันดีหรอกค่ะเมื่อสักครู่มะลิแค่พร่ำบอกบางตำราที่คุณพี่แสงจันทร์ไม่เข้าใจ”เด็กหญิงวัยประถมกล่าวเสียงละอ่อน คำพูดคำจาช่างน่าฟังก่อให้ท่านผอ.พุดจีบหรือผู้ที่มีความสัมพันธ์เป็นถึงคุณป้าของมะลิรู้สึกพึงพอใจ
หลานสาวช่างเก่งและอ่อนหวานยังชี้ทางให้รุ่นพี่ที่ความจำเสื่อมอย่างแสงจันทร์ได้เข้าใจ
“หากไม่ได้คุณน้องมะลิ ดิฉันคงหนักใจไม่น้อย น้องมะลิช่างเก่ง ฉลาดแถมยังมารยาทงามสมฐานะของตระกูล”
วิชานี้มะลิเป็นผู้พร่ำสอน เมื่ออยู่ในสายตาใครก็ตามหญิงที่เกิดในกลุ่มผู้ดีจำต้องมารยาทงาม อ่อนหวาน เรียบร้อยยิ่งจะดีหากมีการพูดชมอีกตระกูลว่าดีงาม แม้จะเป็นเพียงคำลวงก็ตามแต่
ต่อไปนี้แสงจันทร์จะเป็นกุลสตรีก็เมื่อมีสายตาใครจับจ้องเท่านั้น
“จากนี้ไปอีกสามวันจะมีการเรียนนอกตำรานักเรียนทุกคนต้องไปรวมกลุ่มหลังเลิกเรียนคาบเย็นที่หอประชุมเป็นการสอนเรื่องภัยร้ายในโซเชียล”
พอถึงเวลาเลิกเรียน ทุกคนได้ไปรวมกลุ่มกันที่หอประชุมจริงเวลานี้เธอควรได้พักผ่อนแล้วด้วยซ้ำ เหตุใดถึงมีวิชาไร้สาระมาเสริมช่วงที่แสงจันทร์เป็นนักเรียนอยู่ที่นี่ด้วยนะ
สักพักก็มีผู้หญิงรายหนึ่งเดินเข้ามาในเขตหอประชุมเธอคนนั้นเดินไปข้างหน้าก่อนจะคว้าไมค์จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคมาเพื่อกล่าวทักทาย
“สวัสดีกุลสตรีทุกคนดิฉันรับหน้าที่เป็นวิทยากรเรื่องภัยร้ายในโซเชียลทั้งสามวัน ดีใจที่ได้เจอทุกคนขอแนะนำตัว ดิฉันชื่อนินิวหรือจะเรียกนิวก็ได้ค่ะ”
เธอจำได้ตั้งแต่แรกเห็นว่าผู้หญิงคนนี้คือนินิวเด็กในสังกัดยัยโรสนั่นเอง
“ยัยนั่นคงส่งมาล่ะสิ คิดจะกัดไม่ปล่อยกันเลยมั้ง”