นิยายแห่งรักแท้เื่ สุดท้ายที่รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๑๖
คำถามอินทร ทำให้กานต์เข่าอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้น
กรรีบเข้าประคองพี่ชาย
“ไม่พี่อิน.. ไม่ใช่อย่างนั้น!!” กานต์พยายามตั้งสติอธิบาย “พี่อินคิดเอง..รู้สึกเองได้.. ไม่มีใครเขียนไว้ทั้งนั้น”
“แต่ในเื่.. พี่ชอบผู้หญิงนี่!! ทำไมตอนนี้..พี่ชอบ.. ผู้ชาย” อินทรถามขึ้นทันที
ทุกคนอึ้ง!!
นี่เป็คำถามที่ไม่มีใครตอบได้ รวมทั้ง.. กานต์
“เพราะกานต์เขียนใช่ไหม?” อินทรคาดคั้น
กานต์ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงได้แต่ก้มหน้าร้องไห้ โดยมีกรประคองอยู่ข้างๆ
“ทำไมไม่ตอบพี่ล่ะ” อินทรถามเสียงดัง
“ทำไม!!”
“กานต์ก็ไม่รู้”
เพราะกานต์ก็ไม่รู้จะบอกว่ายังไง ก็เขาไม่รู้จริงๆ นี่
“ไม่รู้” อินทรทวนคำกานต์อย่างจงชัง “หรือไม่กล้าบอกว่าเป็ฝีมือตัวเอง ไม่กล้ายอมรับเหรอ ว่าตัวเองทำ” ทั้งน้ำเสียงและแววตา.. มีแต่ความชิงชังรังเกียจ
กานต์รับไม่ไหว กับความรู้สึกไม่ดีที่อินทรแสดงออกมาเขาเริ่มร้องไห้ฟูมฟาย เสียงสะอึกสะอื้นจนเขาหายใจขัด
“พี่อิน อย่าเสียงดังอีกเลย” กรขอร้อง เขาห่วงพี่กานต์จะร้องไห้จนเป็ลม
อินทรมองกานต์ ลึกๆ ในใจเขาก็ยังรู้สึกดีด้วย แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันยากที่เขาจะทำใจยอมรับได้เขาจึงถามด้วยน้ำเสียงเ็า “แล้ว..หลังจากนี้ พี่จะเป็อย่างไร จะอยู่อย่างไร หรือต้องรอให้กานต์เขียนใช่ไหม ว่าพี่จะไปไหนจะทำอะไร ก็ต้องรอกานต์เขียน” อินทรน้ำตาคลอขึ้นมา
“พี่ไม่ใช่คนใช่ไหม? พี่เป็แค่ตุ๊กตาให้กานต์เล่นเท่านั้น!!”
กานต์ได้แต่ร้องไห้.. ส่ายหน้า..
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับพี่อิน” กรพยายามหาคำพูดมาช่วยพูด แต่ความกระทันหัน ทำให้เขานึกอะไรไม่ออก
อินทรมองหน้าสองพี่น้อง ทั้งความรักความชังความคั่งแค้นปรากฏชัดในแววตาเขา “เราไม่น่ามาเจอกันเลย” พูดจบ
อินทรก็เดินจากไป ..
กานต์ร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ.. ความรักอันเป็ที่สุดของเขา..กำลังไกลออกไปแล้ว...
รักที่เขาหมายจะให้เป็รักสุดท้ายในชีวิต..ได้พังทะลายลงไปต่อหน้าต่อตาเขาเสียแล้ว..
...
กรประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของพี่ชายเอาไว้ในอ้อมแขนเขา เขามองพี่ชายด้วยความรักความสงสาร แต่เขาก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย
เสียงและภาพในจอโทรทัศน์ ยังมีให้กรเห็นชัดเจน อ้อตอบคำถามสื่อ ให้สัมภาษณ์สื่อ ยืนยันเื่ทั้งมวลกับสื่อ ป๊อกกับวรวุธยืนอยู่ข้างๆ อ้อ
กรมองหน้าอ้อในจอโทรทัศน์
เขาโกรธมัน!!
โกรธ .. โกรธมันมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาอีก
โกรธ!!
โกรธจนทำอะไรไม่ถูก
...
จนกรเริ่มได้คิด ..
ไม่ว่าเขาจะโกรธอ้อมากขนาดไหน มันก็เปลี่ยนแปลงให้อะไรดีขึ้นไม่ได้แล้ว..ทุกอย่างกลับไปมีความสุขเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว
ความโกรธนี่มีแต่สะใจ .. สาแก่ใจ!!
แต่ไม่เคยช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย ..
กรบอกตัวเอง .. ถ้า .. ถ้าตอนนั้น .. เขาไม่โกรธอ้อนานขนาดนี้.. ถ้าเขายอมลดความโกรธลง แล้วไปพูดคุยกับอ้ออย่างที่พี่กานต์แนะนำ เื่ในวันนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้
กรประคองกานต์เข้าไปนอนในห้องนอนและนั่งเป็เพื่อนพี่ชายอยู่ตรงนั้น
...
นิดโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือกานต์ กรรับสาย “สวสดีครับพี่นิด”
“เป็ไงกันบ้างล่ะ กร”
“ไม่ค่อยดีครับ พี่กานต์ร้องไห้จนหลับไป พี่อินก็หายไปไหนไม่รู้”
“แล้วกรล่ะ กินอะไรหรือยัง”
“ยังครับพี่”
“เดี๋ยวพี่เข้าไปหานะ ถ้ากานต์ตื่น บอกเค้าว่าไม่ต้องทำอะไร พี่จะซื้ออาหารเข้าไปให้ทาน”
“ครับพี่ ขอบคุณครับ”
“จ้ะ แล้วเจอกัน”
กรวางสาย แล้วหันไปดูพี่ชายที่หลับไปทั้งที่คราบน้ำตายังเต็มใบหน้า.. เขาจะทำอย่างไรดี .. จะไปตามหาพี่อิน .. ก็ไม่กล้า .. กรกลัวพี่กานต์ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นใคร .. พี่กานต์อาจจะคิดสั้นก็ได้ .. กรคิดไป กลัวไปหมด
“เราทำถูกใช่ไหมครับพี่ป๊อก” อ้อปรึกษาป๊อกปิติหลังจากที่ทั้งสองนั่งพักผ่อนในพื้นที่ส่วนตัวที่วรวุธจัดไว้ให้
“อ้อ” วรวุธเรียกชื่อเขา “สิ่งที่เราทำมันทำให้คนมาสนใจตัวละครของเรา แล้วละครของเราก็จะโด่งดังในชั่วข้ามคืน”
“แต่.. เรา.. !!”
“อย่าคิดมากสิ อะไรที่เป็ข่าว มันก็เป็อยู่ครู่เดียว แล้วมันก็หายไป! ก็แค่นั้น!!” วรวุธพูดอย่างไม่แคร์อะไรเลยแล้วเขาก็เดินออกไปจากตรงนั้น
...
ป๊อกนั่งคิดอยู่กับตัวเองชั่วครู่ ก็หันไปสบตาอ้อ “พี่ไม่รู้หรอกอ้อ ว่าเราทำถูกหรือเปล่า?” ป๊อกตอบตามความจริง “เราอาจจะทำผิดก็ได้”
อ้อหน้าเสียทันที “กรคงไม่มีวันให้อภัยผมแน่ๆ ผมมีเค้าเป็เพื่อนคนเดียวครับพี่ป๊อก ผมแย่แน่ๆเลย” แล้วจากนี้ อ้อจะอยู่ต่อไปอย่างไร หากไม่มีเพื่อนอย่าง..กร
“อ้อ.. เราพูดความจริง เราไม่ได้โกหกหรือหลอกลวงใครนะ เพราะถึงเราไม่พูด ต่อไปก็ต้องมีคนอื่นพูดอยู่ดี ความจริงเป็สิ่งไม่ตายนะ” ป๊อกพยายามหาคำพูดมาปลอบเด็กชาย
แต่ป๊อกเองก็พูดไม่เต็มปาก .. ว่าการแถลงข่าววันนี้ เขา้าเปิดเผยความจริงหรือแค่อยากแก้เผ็ดที่อินทรปฏิเสธเขา หากเป็เช่นนั้น..
แสดงว่าป๊อกหลอกใช้อ้อเพื่อตนเอง!!
...
“ความจริงเป็สิ่งไม่ตาย แต่คนพูดอาจจะ.. ตาย.. ก็ได้ครับพี่” อ้อพูดหลังจากที่เขาได้คิดทบทวนทุกอย่าง
กรเป็เพื่อนที่ดี สอนการบ้านอ้ออย่างดี ให้การบ้านลอกโดยไม่เคยบ่น วันที่ที่บ้านอ้อไม่มีใครอยู่ อ้อก็ไปกินไปนอน ไปอยู่บ้านกรตั้งหลายวัน
ทั้งพี่กานต์ ทั้งกร ไม่เคยทำให้อ้อลำบากใจเลย ตรงกันข้าม พวกเขาทั้งรัก ทั้งดูแลและต้อนรับอ้อดีราวกบอ้อเป็คนหนึ่งของบ้านเค้ามาตลอด
แต่..แค่เพียงจูบเดียว .. แค่สายตากรแบบนั้นที่มองอ้อมาแค่.. ‘ครั้งเดียว’ อ้อถึงกับทำร้ายพวกเขาขนาดนี้ .. ยิ่งคิดอ้อยิ่งเสียใจ
“แล้ว.. ทีนี้เราจะมองหน้าพี่อินยังไงล่ะครับพี่ป๊อก” อ้อพูดขึ้น หลังจากคิดภาพชีวิตตนเองที่ไม่มีกรกับพี่กานต์
คำถามนี้ทำให้ใจป๊อก.. ว่าบบบ.. ไปจนถึงสันหลัง!!
ป๊อกลืมคิดเสียสนิทเลย .. ทีนี้เขาจะมองหน้าพี่อินอย่างไร? จริงด้วย!! เมื่อเขาเป็คนเปิดเผยเื่ที่ไม่ควรพูดของพี่อินแบบนี้เขาจะมองหน้าพี่อินยังไง ?
แล้ว.. ป๊อกจะได้ใกล้ชิดกับพี่อินอีกหรือ ?
คำถามนี้ดังก้องในโสตประสาทป๊อก แต่เขาไม่มีคำตอบอะไรให้ตัวเองเลย นอกจาก.. ความเวิ้งว้าง .. ที่แสนเปลี่ยวเหงา !!
นิดและกรช่วยกันจัดอาหารจนเสร็จ แล้วยกทั้งสำรับเข้าไปในห้องนอนกานต์ ซึ่งกรจัดการโต๊ะตัวหนึ่งให้กลายเป็โต๊ะอาหารไว้รอแล้ว
กานต์งัวเงียตื่นขึ้นพอดี เขายังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอยู่อย่างนั้นโดยไม่สนใจจะเช็ดมันเลย
นิดชวนกานต์ทานข้าว “กานต์.. กินข้าวต้มหน่อยนะ นิดซื้อแบบที่กานต์ชอบที่สุดมาเลยนะ” พร้อมกับตักข้าวต้นขึ้นมาหนึ่งช้อนให้กานต์ดู
กานต์มองหน้านิด เขาพยายามจะยิ้มให้เพื่อนรัก แล้วแล้ว.. ก็เริ่มสะอึกสะอื้น “นิด... ”
นิดรีบวางช้อนที่ตักข้าวต้มและถ้วยข้าวต้มลง แล้วโน้มตัวลงไปกอดเพื่อนรัก “กานต์.. กานต์ .. ไม่เป็ไรนะ .. นิดอยู่นี่ .. กรก็อยู่ตรงนี้”
กรมองดูอยู่ใกล้ๆ ก็อดะเืใจไปกับภาพตรงหน้าไม่ได้
โทรศัพท์มือถือของกานต์มีแสงวาบขึ้น เพราะมีสายเรียกเข้า กรปิดทั้งเสียงและระบบสั่นไปแล้ว พอมีไฟวาบขึ้นกรหยิบโทรศัพท์ ชูให้พี่นิดเห็น แล้วกรก็เดินถือมือถือออกไปนอกห้อง ปล่อยให้พี่นิดดูแลพี่กานต์ต่อไป
“มีอะไรครับ” กรรับสายโทรศัพท์มือถือด้วยเสียงที่ราบเรียบ..ไม่เป็มิตร
“นี่พี่วุธเองนะกร”
“ทราบครับ” เสียงกรยังคงราบเรียบแต่ไม่เป็มิตรยิ่งขึ้น
“แล้วทำไมต้องใช้เสียงแบบนี้ด้วยล่ะครับ”
“ผมคงพูดดีกับคนที่ทำลายครอบครัวผมไม่ได้หรอกครับ” กรเองก็สะกดกลั้นอารมณอย่างที่สุดเขารู้ดีว่าการโกรธช่วยอะไรไม่ได้ แต่เขาก็ห้ามความโกรธไม่ได้
วรวุธอึ้งไป
“มีธุระอะไรครับ ถ้าไม่มีผมจะวางสาย” กรถามไปอย่างเ็า
“น้องกานต์เป็ยังไงบ้าง”
“ยังไม่ตายครับ ยังอยู่ได้”
“เดี๋ยวพี่ไปหานะ”
“ไม่ต้อง!!” กรเสียงดังจนเกือบะโ ด้วยความไพอใจ “ไม่ต้องมานะครับ” เสียงกรยังชิงชังชัดเจน “แล้วถ้าจะให้ดี อย่ามายุ่งกับครอบครัวผมอีก” กรวางสายทันที
วรวุธอึ้งไป!!
เมื่อได้สติ วรวุธพยายามโทรติดต่ออีกครั้ง แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ นั่นแสดงว่าปลายสายปิดเครื่องไปแล้ว
ทำอย่างไรดี? .. วรวุธคิดหาวิธี ..เขาจะต้องเข้าไปในชีวิตกานต์อีกครั้งแบบพระเอกขี่ม้าขาวให้ได้ ..ไม่ใช่ตัวร้ายที่คนรังเกียจแบบที่กรรังเกียจเขา .. วรวุธบอกตัวเอง
..ทำยังไงดี .. จากคำพูดของกร .. แสดงว่ากานต์น่าจะ.. กำลังเสียใจมาก.. อินทรอาจจะไปจากกานต์ หรือยังไม่ไปก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆในบ้านกานต์ต้องเกิดเหตุอะไรสักอย่าง
..เขาควรจะไปหากานต์ตอนนี้ .. หรือทอดเวลาออกไปอีกสักหน่อย ..
เมื่อคิดไตร่ตรองแล้ว วรวุธตัดสินใจรออีกสักวันสองวัน แล้วเขาค่อยไปหากานต์ น่าจะดีกว่าไปวันนี้
ในใจป๊อกยังรู้สึกดีกับอินทรมากมากจนมิอาจตัดใจจากไปโดยง่ายได้ ป๊อกอยากชี้แจงที่มาที่ไปของทั้งหมด ป๊อกจึงถามอ้อว่าบ้านพี่กานต์อยู่ที่ไหน?ไปทางไหน?
อ้อบอกพี่ป๊อกว่า บ้านพี่กานต์อยู่ที่ใดใน กทม.
จากนั้น.. ป๊อกก็พาอ้อนั่งรถส่วนตัวของเขามาที่บ้านกานต์ แต่พอเห็นที่หน้าบ้านกานต์ ป๊อกก็ต้องรีบขับรถของเขาเลยหน้าบ้านกานต์ไป เพราะมีกองทัพนักข่าวอยู่เต็มหน้าบ้านกานต์
อ้อรู้ทันทีว่าทุกอย่างที่เขาระแวงเป็เื่จริง เมื่อบ้านนี้เปลี่ยนไปอย่างนี้ คนในบ้านก็ไม่มีวันญาติดีกับเขาอีกแล้ว
ป๊อกเองก็คาดไม่ถึง ว่าการให้ข่าวที่เขาคิดแค่ว่า..จะช่วยให้ละครดัง กำลังทำลายความสงบของชีวิตคนอื่นอย่างนี้และคงยากมากที่เขาจะได้คุยกับพี่อิน หรือพี่กานต์อีก
ป๊อกหันหน้าไปถามอ้อ “บ้านอ้ออยู่ไหน พี่ไปส่ง”
อ้อบอกเส้นทาง
สักครู่.. ป๊อกขับรถไปส่งอ้อที่หน้าบ้านของอ้อ
“อ้อจะได้เจอพี่ป๊อกอีกไหมครับ” อ้อพูดเมื่อเขากำลังจะลงจากรถ
“พี่ก็ไม่รู้” ป๊อกตอบจริงๆเพราะเขาก็ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง “ถ้ามีอะไรพี่จะติดต่อมานะ”
“ครับ”
แล้วป๊อกก็ขับรถจากไป
อ้อมองรถพี่ป๊อกที่เขาชอบห่างออกไปเรื่อยๆ .. หมดแล้ว ..หมดทุกอย่างแล้ว .. อ้อบอกตัวเอง .. ดาราที่ชอบ ที่คลั่งไคร้ ที่อยากได้ .. ก็จากไปแล้ว..
แล้วไม่รู้ว่าจะติดต่อเขาได้ยังไง .. ไม่มีอะไรเลย เบอร์โทรไลน์ หรืออะไรซักอย่าง .. ไม่มีเลย .. คิดได้อย่างนี้ อ้อก็หมดแรงทรุดตัวนั่งกับพื้น
ในตัวบ้านก็ไม่มีใครอยู่ จะเดินไปบ้านกร ก็ไม่กล้าพอที่จะสู้หน้ามันก็ทำกะมันซะขนาดนั้น เมื่อไม่มีเพื่อน ไม่มีที่ไปอ้อจึงได้แต่นั่งจมน้ำตาและความว้าเหว่อยู่ที่หน้าบ้านตัวเอง
นิดพยายามป้อนข้าวต้มให้กานต์กิน กานต์เองก็พยายามกิน แต่สักพักก็อ้วกออกมา จนเลอะเทอะไปหมด กรและนิดต้องช่วยกันเช็ดตัวให้กานต์
“ขอบใจมากนิด ที่ไม่รังเกียจคนแบบกานต์”
“นิดรักเธอ นิดจะไปรังเกียจเธอได้ยังไง”
“ทำไมกานต์ไม่รักคนแบบนิดนะ? ทำไม?” แล้วกานต์ก็ร้องไห้อีก
นิดโอบกอดกานต์เป็การปลอบใจอีกครั้ง “นิดรักกานต์ที่กานต์เป็แบบนี้แหละ”
“ขอบใจมาก นิด ขอบใจมาก” กานต์ได้แต่พร่ำพูดขอบใจ ขอบใจ ไปสักะยะ
“นี่.. อย่าคิดมากสิ” นิดบอกกานต์ “ไม่ต้องขอบใจแล้ว นิดยินดีทำทุกอย่างให้กานต์นิดจะอยู่กะกานต์ไปอย่างนี้แหละ เราอยู่กันอย่างนี้แหละ ดีที่สุดสำหรับเราสองคนแล่ว” นิดให้กำลังใจกานต์
กานต์ยิ้มทั้งน้ำตา
“กานต์ต้องทานให้มาก พักผ่อนให้เยอะ จะได้แข็งแรง เราจะได้ไปดูละครเวทีที่ครูโชเล่นด้วยกัน อย่าลืมสิ ั้แ่ที่เราเรียนการแสดงกะครูโชจนถึงตอนนี้ จะสิบปีแล้วนะ พวกเราเป็รุ่นที่ไม่เคยเห็นครูโชขึ้นเวทีแสดงเลยนะ”
“ใช่ ใช่ กานต์ต้องไปดูให้ได้” กานต์ยิ้มรับปากนิด แล้วก็หันไปมองกร “เจอพี่อินบ้างหรือยัง”
กรส่ายหน้า “ตาคำกับยายเล็กก็ไม่รู้ว่าพี่อินไปไหนแกบอกว่า พี่อินไปหาแก คุยกับแกแป๊บนึง แล้วก็บอกว่า.. จะไปแล้ว”
กานต์พยักหน้ารับรู้ แล้วก็สะอึกสะอื้นร้องไห้ต่อ..จนสำลัก แล้วอ้วกออกมาอีกครั้ง
“พี่กานต์” กรทรุดตัวจับมือพี่ชายไว้แล้วพร่างพรูความในใจ “พี่กานต์อย่าเป็อะไรไปนะ พี่กานต์ต้องอยู่กับกรนะ ถ้าพี่กานต์เป็อะไรไป กรต้องตายแน่ๆ เลย กรอยู่ไม่ได้นะถ้าไม่มีพี่กานต์”
กานต์พยักหน้ารับรู้
กรเอามือกานต์มาวางไว้บนศีรษะของเขา “ใครจะยังไงอะไรกับพี่ กรไม่รู้ แต่สำหรับกร พี่กานต์เป็ทุกอย่าง เป็ทั้งพ่อ ทั้งแม่ทั้งพี่ และ.. เป็ชีวิตของกร”
กานต์สบตาน้องชายทั้งน้ำตา
“เธอต้องสู้ ต้องเข้มแข็ง เพื่อน้องของเธอนะจ๊ะกานต์”
กานต์พยักหน้ารับคำนิด แล้วพยายามกินข้าวต้มอย่างช้าๆ
...
คืนนั้น.. นิดค้างที่บ้านกานต์เพื่อช่วยกรดูแลกานต์แทบทุกอย่าง นิดรู้ดีว่าดวงใจของกานต์บอบช้ำจากรักครั้งก่อนมากมายเพียงใด ทำให้กานต์ไม่ยอมมีรักอีกเลย
แต่อินทรเป็มหัศจรรย์ที่มาเพื่อเติมเต็มทุกอย่างในชีวิตกานต์ แม้แต่นิดที่รักกานต์ และมองดูอยู่ห่างๆ ยังเข้าใจได้
เมื่ออินทรจากไป.. ดวงใจกานต์ย่อมแหลกสลายไปอีกครา ใจที่ชอกช้ำจากรักครั้งก่อน ก็ยังไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่เลย.. มาร้าวรานอีกครั้ง ใจกานต์คงยิ่งย่ำแย่กว่าเดิม
“นิด.. กานต์รู้แล้วว่า.. ตายทั้งเป็.. มันเป็อย่างไร” กานต์ระบายความรู้สึกกับนิด
นิดพยายามยิ้มให้กำลังใจกานต์
“จากตาย.. ใจมันเ็ป.. ร้าวราน.. จนแทบสลาย.. แต่ลึกๆ ในใจยังพอจะยอมรับการลาจากได้..เพราะนั่นคือการตายจาก” กานต์พูดไปสะอื้นไป
“แต่การจากแบบเป็ๆ นี่สิ.. ใจมันแสนเจ็บ.. แสนปวด..เพราะคนที่รักไม่ได้ตายจาก.. เขายังอยู่..แต่อยู่ในแบบที่เรารักเขาไม่ได้อีกแล้ว.. ” ก้อนสะอื้นมาสะดุด จนกานต์พูดแทบไม่ได้ยิน
นิดจับมือและมองตากานต์อย่างเห็นใจ
“ดวงใจสลาย.. จริงๆ เป็อย่างนี้นี่เอง!! ”
จบตอน ๑๖