กลับมาที่บ้าน
พ่อกับแม่และลิลลี่ ต่างก็รู้สึกผิดเป็นอย่างมาก ที่ไม่เคยเล่าความจริงของเรื่องราวภายในครอบครัวให้น็อกได้ฟังเลย ส่วนน็อกถึงจะโกรธเคืองไปบ้าง แต่ก็พอเข้าใจ เพราะตัวเขาก่อนหน้านี้ไม่มีพลังใดใดมาก่อน หากเขาไม่มีระบบช่วยเหลือ ตัวเขาในตอนนี้แม้จะรู้เรื่องราวไป ก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี น็อกที่มองสีหน้าของคนในบ้าน ราวกับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของครอบครัว จึงเลือกที่จะเอ่ยคลายความกังวลของคนในครอบครัวทันที
"พ่อ แม่ ลิลลี่ ไม่ต้องทำสีหน้าแบบนั้นกันก็ได้ครับ ผมเข้าใจความจำเป็นของทุกๆคน ไม่ได้ตำหนิ หรือ ไม่พอใจสักหน่อย" ก่อนจะเอ่ยต่อ "ตอนนี้พวกเราควรปรึกษากันก่อนดีกว่า ว่าจะรับมือเหตุการณ์ต่างๆ ยังไงดี" สิ้นเสียงของน็อก ทั้งหมดจึงหันมามองหน้าน็อก ก่อนที่พ่อกับแม่น็อก จะหันไปมองกลุ่มของหญิงสาว น็อกที่จับสังเกตเห็นสายตาของพ่อและแม่เขาได้ จึงพูดให้สบายใจทันที "พวกเธอเป็นคนของผม ไว้ใจได้ครับ" พ่อแม่ของเขาพยักหน้ารับ ก่อนที่พ่อของเขาจะเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
"ก่อนอื่นเลยลูกจะต้องรู้เกี่ยวกับโลกเบื้องหลังแห่งการสู้ก่อน เมื่อ 1,000 ปีก่อนนั้น บรรพบุรุษของพวกเรามีชีวิตอยู่เพื่อการต่อสู้ในโลกอีกมิตินึง จากการสู้รบยาวนานจากหลากหลายเผ่าพันธ์ ส่งผลให้ช่องว่างมิติของทั้งสองโลกที่เชื่อมต่อนั้นไม่เสถียรและเริ่มปริแตกออก จนค้นพบโลกใบนี้เข้า บรรพบุรุษของพวกเราจึงทำการอพยพผู้คนจากโลกแห่งการต่อสู้มาอาศัยที่โลกแห่งนี้ และก่อตั้ง ตำหนักเพื่อฝึกฝนรุ่นเยาว์ 9 ตำหนัก เพื่อคอยปกป้องประตูมิติ ไม่ให้สิ่งมีชีวิตจากโลกแห่งการต่อสู้ผ่านเข้ามาได้
หลังจากนั้นไม่นาน ก็ถือกำเนิดตระกูลต่างๆ ที่สามารถฝึกฝนพลังลมปราณได้ จากอดีตจนถึงปัจจุบันตอนนี้มีตระกูลต่างๆ มากกว่า 150 ตระกูล แต่ทุกๆตระกูลก็ล้วนแต่แบ่งตามลำดับความแข็งแกร่ง ตระกูลที่ได้รับเกียรติและถูกยกย่อง จะมีเพียง 10 อันดับแรกเท่านั้น ตระกูลของพ่อนั้นอยู่ลำดับที่ 67 จะถือว่าอ่อนแอก็ว่าได้ ผิดกับตระกูลของแม่เจ้านั้นอยู่ในอันดับที่ 9 ซึ่งถือว่ามีหน้ามีตาไม่น้อย แต่เมื่อพวกเรารักและชอบคอกัน แม้จะถูกกีดกันจากคนภายในของทั้งสองตระกูล แต่ท่านตาของลูก หรือ พ่อของแม่เจ้านั่นเอง ก็เป็นถึงผู้นำตระกูล และเขาเองก็ไม่ได้รังเกียจพ่อ แถมยังคอยช่วยสนับสนุน
หลังจากพวกเราแต่งงานกันได้ไม่นาน แม่ก็ตั้งท้องลูก และให้กำเนิดเจ้าในเวลาต่อมา เรื่องก็น่าจะจบลงด้วยดี แต่เพราะลูกไม่สามารถฝึกฝนพลังได้ เหล่าอาวุโสประจำตระกูลจึงลุกขึ้นต่อต้านทันที แม้แต่ท่านตาของเจ้าก็มิอาจจะช่วยเหลือได้ สุดท้ายพ่อกับแม่ก็จำต้องออกจากตระกูล พ่อกับแม่จึงเลือกจะใช้ชีวิตที่ประเทศนี้" พ่อของน็อกพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่พอถึงเรื่องที่เกี่ยวกับบุตรชายตน ปลายเสียงก็แผ่วลงไปในทันที น็อกก็พอเข้าใจว่าพ่อเขาคงไม่อยากเขานั้นโทษตัวเอง จึงรีบถามต่อเพื่อไม่ให้ท่านคิดมาก "แล้วเรื่องของตำหนักทั้ง 9 ล่ะครับ"
พ่อของเขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันไปทางแม่ของเขาเพื่อให้อธิบายต่อ แม่ของน็อกจึงเริ่มเอ่ยต่อ "ในส่วนของตำหนักทั้ง 9 นั้น เปรียบเสมือนโรงเรียนของลูกก็ได้ ต่างกันตรงที่ ตำหนักเหล่านี้ จะคัดคนที่มี พรสวรรค์หรือ อัจฉริยะ เท่านั้น โดยแต่ละตำหนักก็มีขีดจำกัดในการรับเช่นกัน ยิ่งตำหนักอันดับสูง การคัดเลือกก็จะยิ่งสูงขึ้น"
"แม่เองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าเรียนเช่นกัน แต่เมื่อแม่ทะลวงเข้าสู่ระดับดินเหนือมนุษย์ ขั้นที่ 1 เร็วกว่าคนในรุ่นเดียวกัน ก็เลยถูกคนในตำหนักวางยาพิษและลอบทำร้าย ทำให้เส้นลมปราณของแม่แปรปวน หลังจากนั้นไม่นาน แม่ก็ถูกส่งกลับมายังตระกูล เพราะไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้อย่างสมบูรณ์ พอกลับมาถึงตระกูล แม่ก็เลยกลายเป็นคนเก็บตัว จนวันนึงได้ไปเจอกับพ่อเจ้านั่นแหละ สำหรับตำหนักทั้ง 9 นั้น อีกไม่นานลิลลี่ ก็ต้องไปเข้าร่วมทดสอบเช่นกัน เพราะเป็นกฏเหล็กของเหล่าผู้ฝึกตน แม่เองก็เป็นกังวลไม่น้อย เพราะตอนนี้ พวกเราไร้ซึ่งตระกูลหนุนหลัง หากลิลลี่ไม่ผ่าน ก็ดีไป แต่หากผ่านคงไม่แคล้วที่จะโดนเหมือนแม่" แม่ของน็อกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต และสิ่งที่บุตรสาวของเธอกำลังจะต้องไปเผชิญ
จิตสังหารที่รุนแรงของน็อกปะทุขึ้นทันที เมื่อได้ยินสิ่งที่แม่ของเขาเล่าให้ฟัง ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน แม่ของน็อกรีบเข้ามาโอบกอดเขาทันที และกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ใจเย็นๆก่อนลูก แม่แค่ใช้พลังไม่ได้ดั่งใจเท่านั้นเอง ไม่เป็นอันตรายอะไรหรอกนะ" ก่อนที่เขาจะพยายามสงบสติอารมณ์ และเอ่ยถามต่อ
"แล้วอีกกี่เดือนถึงจะต้องเข้าร่วมการทดสอบครับ"
"3 เดือนหลังจากนี้" พ่อของน็อกตอบแทน
"พรึ่บ!!!!!"
จู่ๆ ก็ปรากฏร่างของหญิงสาววัยกลางคนที่สวยสดงดงามราวกับเทพธิดา นั่งอยู่ข้างๆกับน็อก ครอบครัวน็อก กับกลุ่ม AI เริ่มเร่งพลังปราณเตรียมพร้อมตั้งท่าในการสู้รบทันที โดยที่น็อกนั้นได้เหงื่อตกหน้าซีด "ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" เขาไม่สามารถจับสัมผัสของเธอได้เลย "นี่สินะยอดฝีมือ" น็อกพยายามปั้นหน้าให้นิ่งสงบที่สุด ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด
"คุณต้องการอะไร"
"ตัวเจ้า" สาวงามเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"หมายถึงอะไร ชีวิตผมอย่างงั้นหรอ?" น็อกที่สับสนกับคำตอบของหญิงแปลกหน้า
"...ใช่"
สาวงามยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเคย แต่คราวนี้มาพร้อมกับจิตสังหารที่รุนแรงน็อกได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ พร้อมกับไอเย็นของสาวงามที่แผ่ซ่านไปรอบตัวเขา ราวกับว่าสิ่งที่พูดมานั้น เธอสามารถทำได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว กลุ่ม AI ของน็อกทั้ง 7 ที่รับรู้ได้ถึงจิตสังหารของสาวงามจึงเร่งพลังหมายจะเข้าโจมตี แต่สาวงามกลับนั่งอย่างนิ่งสงบและดีดนิ้วเพียง เบาๆ ร่างของ AI ทั้ง 7 ก็ล้มลงทันที พลังปราณภายในร่างของพวกเธอพลันสลายไป
น็อกจับสัมผัสไปที่พลังของพวกนางก็พบว่าเส้นชีพจร และจุดตันเถียน ถูกแช่แข็งไว้ทำให้ไม่สามารถใช้ออกได้ด้วยลมปราณ เป็นวิชาผนึกลมปราณที่สมบูรณ์แบบมาก พ่อกับแม่ของน็อกที่เห็นท่าไม่ดีกำลังจะพุ่งเข้าใส่ แต่น็อกรีบยกมือห้ามทันที ก่อนจะเอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาราวกับว่า เขาไม่สะทกสะท้านกับความตายเลยด้วยซ้ำ
"คุณต้องการชีวิตผมเพื่ออะไร คงไม่ใช่การสังหารอย่างแน่นอน เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น คุณคงสังหารผมไปนานแล้ว"
"น่าสนใจจริงๆ ดีงั้นเราจะไม่พูดอ้อมค้อม เราชอบความคิดของเจ้า ที่จะสร้างตระกูลให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับ 10 อันดับ เพื่อสนับสนุน ไม่ให้ใครยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเจ้า แต่เจ้าลืมคิดถึงสิ่งที่ขาดหายไป การที่จะสร้างตระกูลนั้น จำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากเจ้าสำนัก หรือเหล่าอาวุโสจาก 9 ตำหนักก่อน ถึงจะทำได้ แต่ช่างเถอะ.....เราอยากทำข้อตกลงกับเจ้า"
น็อกนั้นในใจก็อดหวาดกลัวไม่ได้ สาวงามตรงหน้าอ่านใจเขาได้ "เหมือนกับ..." เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่เขาคิดในตอนที่นั่งฟังครอบครัวของเขา เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง แต่เดี๋ยวก่อนนะ "นี่คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วข้อตกลงที่ว่าคืออะไร" น็อกถามอย่างหวั่นวิตกและขออย่าได้เป็นอย่างที่เขาคิดเลย
สาวงามเพียงแสดงอาการขบขันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไพเราะ "ใช่แล้ว เรามาที่นี่ตั้งแต่เจ้าและครอบครัวเริ่มสนทนากัน ส่วนข้อตกลงเอาเป็นว่าเราจะรับรองตระกูลให้ และปกป้องครอบครัวเจ้าโดยการเป็นตระกูลที่ขึ้นตรงกับตำหนัก จันทราเหมันต์ แลกกับการที่เจ้าและน้องสาว จะต้องไปสมัครรับการทดสอบความสามารถที่ ตำหนัก จันทราเหมันต์ อีก 3 เดือนหลังจากนี้ ถ้าเจ้าผ่าน เจ้าจะเป็นศิษย์ที่ขึ้นตรงกับเรา เสวี่ย เยวี่ยน [ธิดาหิมะ] หากเจ้าไม่สามารถผ่านได้ เราจะถอดสิทธิ์การรับรองตระกูลเจ้า และการปกป้องถือเป็นการสิ้นสุด"
พ่อกับแม่ของน็อก นิ่งอึ้งตะลึงอ้าปากค้างไปแล้ว แม้พวกเขาจะห่างหายจากโลกแห่งการต่อสู้ไปนานมาก แต่ชื่อ เสวี่ย เยวี่ยน นั้นไม่มีใครไม่รู้จัก นางคือเจ้าสำนัก ตำหนัก จันทราเหมันต์ ที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 1 ของยุค และยังมีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย แต่เหตุผลที่ตำหนักจันทราเหมันต์ อยู่อันดับ 2 เป็นเพราะกำลังรบในตำหนักนั้นน้อยกว่า ตำหนัก อันดับ 1 เท่านั้น
แต่น็อกกลับมองแปลกออกไป เพราะถึงจะระบุว่าให้ไปกับน้องสาว เพื่อเข้ารับการทดสอบ แต่กลับมีตัวเขาเท่านั้น ที่เจ้าสำนักต้องการ ก่อนจะถามไขข้อสงสัย ด้วยน้ำเสียงสุภาพขึ้น เมื่อรู้ตัวตนของอีกฝ่าย
"แล้วเหตุผลล่ะครับ" เสวี่ย เยวี่ยน ยังไม่ตอบก่อนจะวาดมือเบาๆ ก็เหมือนกับมีม่านพลังบางอย่างคลุมตัวเธอกับเขาไว้ ก่อนจะพูดต่อ
"เรากางม่านพลังเอาไว้จะไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกไปได้ เมื่อเจ้ารับข้อตกลงของเรา เราเองก็มีเรื่องที่อยากจะถาม เรารู้ว่าตัวเจ้านั้นมีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ และต้องเคยเจอกับท่านบรรพบุรุษของตำหนักเหมันต์ในนิมิตร แต่ที่เราสงสัยคือเพราะเหตุใด ท่านบรรพบุรุษจึงยินยอมให้เจ้าใช้ทักษะบ่มเพาะ และทักษะท่าเท้า ที่ไม่ใช่ของตำหนัก จันทราเหมันต์"
น็อกจ้องมองไปดวงตาของ เสวี่ย เยวี่ยน ก่อนจะเริ่มขบคิดเล็กน้อย และเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด [ก็นะปิดบังไปก็โดนอ่านใจอยู่ดี]
เสวี่ย เยวี่ยน หลังจากได้ยินเรื่องราวทั้งหมดก็ยกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะสลายม่านออก และมอบป้ายประจำตัวเจ้าสำนักให้กับเด็กหนุ่ม พร้อมกับจดหมายแนะนำตัวอีก 2 ฉบับ ก่อนจะพูดทิ้งท้ายไว้เล็กน้อย แล้วพลันสลายร่างหายไปในพริบตา
"อีก 3 เดือนพบกัน!!"