ตอน2.1 ทำความเข้าใจกับมรดก
หนิงยิ้มให้แมน ก่อนหันหน้าไปมอง แล้วชี้ไปรอบๆ
“ทุกสิ่งในโลกนี้ ล้วนใช้พลังิญญาเป็แก่นสำคัญทั้งสิ้น สิ่งที่นายท่านมองว่าถูกทำลายไปแล้วนี้ แท้จริงแก่นแท้ยังคงเหลืออยู่ เพียงมีพลังิญญามากเพียงพอ ก็สามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้ หรือดียิ่งกว่าเดิม! ดังเช่นหอคอยเมเดส ที่มีพลังในการเสริมพลัง และฝึกฝน
ดังเช่น ป้อมลอยฟ้า12ป้อม ที่มีพลังทำลายกองทัพศัตรูได้
ดังเช่นกำแพงเมืองเมเดส ที่สามารถป้องกันพลังทำลายได้แม้แต่พลังิญญาขนาดทำลายูเาได้ทั้งลูก ก็มิอาจทำลายกำแพงนี้ เมื่อเปิดใช้งานได้”
แมนฟังคำอธิบายของหนิงไปเรื่อยๆ พลางทึ่งกับคำอธิบายของหนิง
ที่นี่มัน เมืองมหาสมบัติชัดๆ!! แม้จะยังระแวงตามประสาคนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ว่าซากพังๆ เหล่านี้จะฟื้นคืนได้จริงไหม? มันวิเศษเหมือนคำบรรยายสรรพคุณราวการโม้ขายของออนไลน์ยังไงยังงั้น! แต่แมนก็ผูกพันกับที่นี่อยู่ ก็ได้ฝันเห็นที่นี้มาบ่อยครั้งแล้วนี่..
///
หนิง “ต่อไป ข้าน้อยจะพานายท่านไปชมห้องวิจัย และห้องสมบัติที่ข้าน้อยทำงานอยู่มาเกือบจะ300ปี แล้วนะเ้าค่ะ”
กล่าวจบ หนิงก็ดึงแมนลอยลงสู่พื้นดิน!?
แล้วก่อนที่แมนจะทันทำอะไร หรือเตรียมตัวจะยืนกับพื้น ตัวเขาก็จมลงไปในพื้นดิน ราวกับมันไม่ใช่ดิน! แต่เป็อากาศที่ว่างเปล่า แค่ยังเห็นเป็สิ่งที่คล้ายดินเท่านั้น! หนำซ้ำแมนยังสามารถมองทะลุชั้นดินไปได้อีกหลายสิบเมตรด้วย!
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังดำดิน รุดไปห้องวิจัยของหนิงที่ว่าอยู่ลึกจากหอคอยลงไปเกือบ1ไมล์ หนิงก็อธิบายสิ่งที่แมนสงสัยอยู่ โดยไม่ต้องรอให้แมนเอ่ยถาม
“ขณะนี้เราทั้งสองคนอยู่ในสภาวะิญญาเ้าค่ะ เราสามารถทะลุผ่านมวลสารต่างๆ ในโลกนี้ได้ ตราบที่ไม่มีพลังที่เหนือกว่ามาปกป้อง
สภาวะิญญาของเรานี้เกิดจากสิ่งประดิษฐ์ของาาเมเดส ที่เรียกว่า “แกนิญญาะ” หรือ อิมมอร์โทลโซลคอร์ (immortal soul core) ในมือของข้าน้อยนี้
ผู้ที่รู้จักและใช้แท่งพลังนี้ได้ จะต้องเป็ผู้สืบทอด หรือผู้สาบานตนต่อาาเท่านั้น .. และที่ห้องวิจัยแห่งสุดท้ายนี้รอดปลอดภัยมาได้ นอกจากความลึกมากแล้ว ยังมีม่านพลังสหปฐีคลุมอยู่ ดังนั้นเหล่าฏเมื่อ40ปีก่อน จึงไม่สามารถตรวจสอบหาที่นี่ได้”
หนิงอธิบายไปเรื่อยๆ จนทั้งคู่ก็ทะลุเข้ามายังห้องขนาดใหญ่ใต้ดินแล้ว แล้วลอยตัวช้าลง
แมนมองไปรอบๆ ห้อง ที่นี้ดูคล้ายห้องวิจัยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ผสมผสานกับห้องวิจัยแบบยุคกลางสมัยโบราณอย่างลงตัว ทั้งยังมีการจัดเก็บข้าวของ หนังสือเอกสาร เครื่องมือต่างๆ อย่างเป็ระเบียบ แล้วก็สะอาดสะอ้าน จนคะแนนในใจของแมนต่อพี่สาวหนิง +1 +1 .. เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
หลังจากลอยทะลุผ่านห้องวิจัยขนาดเท่าห้องเรียนมาตรฐานประถมมัธยม มา3ห้อง แมนก็ได้เข้ามายังห้องใหญ่ ห้องนี้กว้างใหญ่ราวๆ สนามฟุตบอล2สนามมาต่อกันเลยทีเดียว ความสูงของห้องก็หลายเมตรอยู่ จนแมนเผลอคิดถึงหอประชุมโรงเรียน และวิทยาลัยเก่า
ที่นี่ แมนเห็นอาวุธมากมาย เช่น ดาบ กระบอง ธนุ ไม้เท้า ฯลฯ แต่ละประเภทยังมีมากมายหลายแบบ แต่จุดที่สดุดตาของแมนที่สุด คือ ชุดสีดำกับหมวกกันน๊อค? ที่เรียงกันเป็ตับ ยาวไปบนราวตากผ้า? มีเท่าไรกันนะ? หลายแสนชุด? .. ดูคล้ายการแสดงเสื้อผ้าในโรงงาน หรือตลาดนัดขนาดใหญ่ ความประทับใจด้านลบแรกของแมน คือ ชุดพวกนี้ เชยสะบัด! มันคล้ายชุดขอทานเก่าๆ หยาบๆ หรือเกษตรกรผู้ยากจน ยังไงยังงั้นเลย! เออ .. อืม และชุดพวกนี้ดูท่า จะมีจำนวนพอๆ กับอาวุธซินะ
หนิงยิ้มอายๆ “ชุดเหล่านี้คือ “เกราะพลังิญญาของกองทัพท้า์” เ้าค่ะ เรียกว่าเกราะท้า์ก็ได้ มีพลังพิเศษหลายประการ สิ่งสำคัญคือ สามารถเติบโตไปกับผู้สวมใส่ จะถ่ายเทพลังไปสู่ยุทธภัณฑ์ที่ััได้ หากนายท่านเห็นว่ามันเชย เราก็สามารถปรับปรุงรูปแบบได้เ้าค่ะ...”
///
เวลานี้ิญญาของหนิงกับแมน ได้กลับเข้าร่างแล้ว ทั้งคู่กำลังนั่งอยู่ในรถยนต์ กำลังใช้ความคิดของตนเองอยู่ แล้วสักครู่หนิงก็หันมาก้มศีรษะต่อแมน พูดเสียงเบา
“สำหรับความคิดที่ไม่ดีนั้น ข้าน้อยต้องขออภัยนายท่าน..”
แมนกล่าวขัดขึ้น
“พอเลย! พี่หนิง แมนบอกแล้วไงว่าห้ามใช้คำว่าข้าน้อยกับนายท่านอีก! พี่หนิงต้องรู้ซิว่าต้องนี้เราอยู่โลกนี้ เราต้องพบปะผู้คน จะใช้คำพูดแปลกประหลาดนี้ไม่ได้นะ!
ส่วนเื่ที่คิดแผนการจะหลอกลวงผู้คน! ล่อให้คนอื่นไปโลกิญญา ทำให้พวกเขาเป็ทาสรับใช้ของผมเพื่อจะทำากับเหล่าศัตรูทั้งหลายนั่น ก็เลิกคิดไปได้เลย! แผนการชั่วร้ายอย่างนี้! อย่าได้พูดถึงขึ้นมาอีกเด็ดขาดนะครับ!”
หนิงยังคงทำหน้าสลด
“เ้าค่ะ อ่า! .. เออ ค่ะ อืม เกี่ยวกับวิธีการพูด ข้าน้อย อึก.. พี่ หนิง ต้องขอเวลาปรับตัว ก่อนนะ เ้า.. คะ”