“ฉันได้ยินเสียงที่แตกสลายอะไรบางอย่างกำลังจะเริ่มต้น”
“ฉันรู้เื่นายจากมาโมรุแล้ว งั้นขอแนะนำตัวอีกครั้งแล้วกันฉันชื่อฮิวาตาริ โทวะ เป็ผู้พิทักษ์จากเอิร์ธวอเทอร์ ส่วนนี่มินาโยะอดีตเ้าหญิงจากเอิร์ธมูน”
โทวะเอ่ยขึ้นในเช้าตรู่วันถัดมาหลังจากที่เขาตัดสินใจกับมาโมรุและมินาโยะว่าจะมาดักรอชินที่ห้องเรียนในตอนเช้าเพื่ออธิบายสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
อาฮิราวะ ชินจิทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ๆก็ถูกรั้งตัวไว้ก่อนที่เขาจะหายตัวไปจากห้องเรียนโทวะและมาโมรุยืนดักทางเขาโดยมีมินาโยะหลบอยู่ข้างหลังดูท่าทางจะยังไม่ค่อยเข้าใจเื่ราวสักเท่าไหร่
“แล้วไง?” ชินพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “จะถามเื่อะไรล่ะ?”
“นายถูกผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ส่งมาที่นี่ในฐานะนักเรียนใหม่สินะ”โทวะเข้าเื่ทันที
“ถูกบังคับต่างหากล่ะ” ชินว่า “ก็อย่างที่นายคิดนั่นแหละ”
“เขาบอกนายเื่ของพวกเรารึเปล่า?” โทวะถามต่อ
“บอกคร่าวๆ” ชินตอบ “ฉันได้รับอนุญาตให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระตราบใดที่ยังไม่เกิดอะไรขึ้นที่นี่ดูเหมือนทางนั้นเองก็แค่อยากได้คนมาเพิ่มเผื่อว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“เข้าใจล่ะ”โทวะปะติดปะต่อเื่ราวได้สำเร็จในขณะที่มาโมรุและมินาโยะยืนฟังเงียบๆ“ถามได้รึเปล่าว่านายเกี่ยวข้องยังไงกับผู้พิทักษ์ของเอิร์ธฟลาวเวอร์?”
โทวะถาม มาโมรุกรอกตามองบนไม่เข้าใจว่าโทวะมันจะขออนุญาตไปทำไมในเมื่อสุดท้ายแล้วก็ถามออกมาโต้งๆอยู่ดี
คราวนี้เป็ชินที่เลิกคิ้ว เด็กหนุ่มหันมามองมาโมรุที่ดูจะใเล็กน้อยที่ถูกจ้อง
“นายไม่ได้เล่าให้หมอนี่ฟังเหรอ?”
“เล่าอะไร?” มาโมรุถามกลับ ขณะที่โทวะจ้องมองเขา
“เื่ที่ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ทำงานรับใช้ตระกูลนาย”
“หา...” มาโมรุลากเสียงยาว “จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ เื่แบบนั้น!”
“นี่นายไม่รู้จริงๆเหรอเนี่ย ใช้นามสกุลคิวาตะแท้ๆ”ดูเหมือนชินจะไม่เชื่อเลยสักนิด“ตระกูลฉันกับพวกคิวาตะทำงานร่วมกันมาหลายทศวรรษแล้ว เื่ทางธุรกิจน่ะแต่ฉันคิดว่าน่าจะเป็เพราะเส้นสายของการเป็ผู้พิทักษ์ด้วย”
คราวนี้ดูเหมือนมาโมรุและโทวะจะไม่เข้าใจสถานการณ์จริงๆส่วนมินาโยะนั้นเด็กหนุ่มตัดสินให้เป็คนในผู้ไม่เข้าใจเื่ราวใดๆทั้งสิ้นไปก่อน
“เื่เส้นสายทางการเงินของกลุ่มธุรกิจใหญ่ๆ ของทางฮิวาตาริเองก็มีเหมือนกันนี่ฉันคิดว่าจุดเชื่อมโยงของเื่พวกนี้เกี่ยวข้องกับผู้พิทักษ์หรือไม่ก็เพราะพวกเราเกิดในตระกูลพวกนี้ ยังไงก็เถอะเอาเป็ว่ามันเกี่ยวข้องกันลางๆในแง่ของธุรกิจน่ะ” ชินว่า“เื่ส่วนตัวของหมอนั่นฉันไม่รู้รู้แค่ว่าผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ทำงานให้ตระกูลคิวาตะแล้วบ้านฉันเองก็รู้จักกับพวกนั้นมานานแล้วเหมือนกัน ทางพ่อกับแม่น่ะ”
โทวะกับมาโมรุสบตากัน
“ดูเหมือนทางนั้นกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่เื้ั ส่วนฉันกับหมอนั่นถูกส่งมาให้รับมือกับเื่ที่อาจจะเกิดขึ้นกับทางนี้”
“กับหมอนั่น?” ทั้งโทวะและมาโมรุพูดขึ้นพร้อมกัน
“เท็ตสึยะ” ชินบอก “เป็ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธธันเดอร์”
แล้วทั้งหมดก็นึกขึ้นมาได้ว่าในวันที่ชินเข้ามาเป็นักเรียนใหม่กลางเทอมเขามาพร้อมกับเด็กหนุ่มร่างเล็กอีกคนที่ท่าทางร่าเริงสนุกสนานคนที่ดูเหมือนจะเข้ากับคนทั้งห้องได้อย่างรวดเร็วราวกับใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานาน
“ฉันกับเท็ตสึยะอยู่ด้วยกันมาั้แ่เกิดเหมือนพวกนายนั่นแหละแล้วก็ถูกส่งมาที่นี่พร้อมๆกันแต่หมอนั่นดันเอาแต่ใช้ชีวิตปกติเกินไปจนพวกนายไม่สังเกตเห็นล่ะสิ”
ไม่เลยสักนิด...
ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธธันเดอร์ผู้มีตำแหน่งเป็มือชู้ตสามแต้มแห่งชมรมบาสกำลังเข้าค่ายเก็บตัวในระหว่างที่คนอื่นๆกำลังต่อสู้กับนักรบอเวจี...ช่างเป็คนที่ใช้ชีวิตได้อิสระดีเสียจริง
“แล้วไงต่อล่ะ อยากรู้อะไรอีก?”
“พอก่อน หัวจะะเิ” มาโมรุบอก
“ทุกคน... เปลี่ยนร่างเป็ผู้พิทักษ์ได้เหมือนกันสินะ”
มินาโยะถามมาจากด้านหลังของโทวะ
“ไม่ต้องห่วง ฉันก็ยังทำอะไรไม่ได้เหมือนเธอนั่นแหละ”
โทวะหันมาปลอบใจ
ชินเฝ้ามองความสัมพันธ์นั้นก่อนจะเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
“พวกนายสามคน อยู่ด้วยกันแบบนี้มานานแล้วสินะ”
“ใช่!” ทั้งโทวะและมาโมรุเอ่ยขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง
“ทำยังไงถึงนึกอดีตของตัวเองขึ้นมาได้ล่ะ?” ชินถามอีก
“ฉันนึกขึ้นได้เอง” มาโมรุตอบ
“ฉันด้วย” โทวะว่า
มินาโยะดูเหมือนจะลังเลเล็กน้อย “เอ่อ...เหมือนฉันเพิ่งจะนึกได้เมื่อไม่นานมานี้เอง”
ชินพยักหน้ารับรู้
“เธอเองก็มีความทรงจำไม่ครบด้วยล่ะสินะ” ชินถามมินาโยะ
“ดูเหมือนจะเป็อย่างนั้นนะ” เด็กสาวตอบเขาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก
“เอาเถอะ เพราะเธอเป็ผู้พิทักษ์นี่นะ ขอโทษด้วยที่คราวก่อนทำให้ใ พอดีว่าฉันเป็พวกประสาทไวกับอะไรที่มันผิดปกติน่ะ”
“ผิดปกติเหรอ?” มินาโยะทวนคำครั้งสุดท้ายที่เผชิญหน้ากับชินคือตอนที่เธอได้ยินเสียงดังในหัวก่อนหน้าที่จะพบกับพวกนักรบอเวจีได้ไม่นานในตอนนั้นชินดึงเธอขึ้นมาจากที่นั่งก่อนที่ทุกอย่างจะดูเลวร้ายไปกว่าเก่า
ทั้งสามคนนิ่งเงียบไป แต่ดูเหมือนชินจะไม่ได้สนใจอาการนั้น
“ฉัน... กำลังตามหาใครบางคนอยู่” ชินบอก“มีความทรงจำบางส่วนขาดหายไปจากตัวฉัน ฉันคิดว่ามันเป็เื่สำคัญบางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุผลที่ทำให้ฉันมาอยู่ที่นี่ด้วย”
“แต่นายปลดผนึกได้แล้วนี่นา” มาโมรุว่า
“การปลดผนึกไม่เกี่ยวข้องกับความทรงจำนะ” ชินแย้ง“อย่างของฉันที่เปลี่ยนร่างเป็ผู้พิทักษ์ได้เพราะผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ทำให้มันเป็อย่างนั้นอย่างในกรณีของนายเอง การต่อสู้กับออเร้นจ์ทำให้นายกลายเป็ผู้พิทักษ์ได้ ทั้งๆที่ตอนนั้นความทรงจำของนายเองก็ยังกลับมาไม่ครบเหมือนกัน”
เื่ที่ชินพูดเป็ความจริงเพราะอย่างกรณีของโทวะเองแม้เ้าตัวจะบอกว่าจำได้ทุกอย่างแต่ก็ไม่สามารถปลดผนึกได้เหมือนกัน
“เื่ก็เป็แบบนี้แหละ” ชินสรุป
เกิดความเงียบขึ้นชั่วครู่ขณะที่ทุกคนกำลังใช้ความคิดของตัวเองอยู่ด้านนอกหน้าต่าง หิมะกำลังโปรยปรายลงมา ใกล้จะได้เวลาเข้าเรียนแล้วคนในห้องก็ทยอยมาขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะไม่มีเวลาคุยเป็การส่วนตัวได้อีกชินเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเองหลังโทวะปิดท้ายด้วยการให้ทุกคนระวังตัวและใช้ชีวิตเกาะกลุ่มกันมากขึ้นมินาโยะนั่งตัวเกร็งอยู่บนที่นั่งในบรรดาคนทั้งหมดเธอเป็คนเดียวที่รู้เื่ผู้พิทักษ์น้อยที่สุดความคิดที่ว่าตัวเองอาจจะเป็ภาระของคนอื่นๆทำให้เด็กสาวดูสงบเสงี่ยมลงไปเธอตระหนักได้ในท้ายที่สุดว่าการที่โทวะและมาโมรุอยู่ข้างเธอเป็เพราะพวกเขาเป็ผู้พิทักษ์เหมือนๆกันโดยที่ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใดเลยความตระหนักได้นั้นก่อให้เกิดช่องว่างเล็กๆแต่ลึกพอประมาณในจิตใจของเด็กสาว
ถ้าหากว่าเธอไม่ได้เป็ผู้พิทักษ์ล่ะ...พวกเขาจะอยู่เคียงข้างเธออยู่ไหม?
เด็กสาวถามตัวเองในใจ
ไหนจะเื่ความทรงจำที่ขาดหายไปนั่นอีก...
เสียงกริ่งบอกเวลาโฮมรูมที่ดังขึ้นทำให้มินาโยะสะดุ้งเฮือกเรียกสติของเธอกลับมาได้ในที่สุดความวุ่นวายเกิดขึ้นอยู่รอบตัวเมื่อทุกคนกุลีกุจอกลับเข้าที่นั่งอย่างรวดเร็วจนผิดสังเกตโทวะเองก็ดูเหมือนเพิ่งจะรู้สึกตัว เด็กหนุ่มะโขึ้นมาจากที่นั่งด้านหลังว่า
“จริงสิ! วันนี้มัน--”
แล้วประตูห้องก็ถูกเปิดออกตามมาด้วยร่างของอาจารย์ประจำชั้นสาวสุดเฮี้ยบผู้มีศักดิ์เป็แม่บุญธรรมของนานาโกะเดินฉับๆเข้ามาในห้องสายตาคมดุของเ้าหล่อนกวาดตามองที่นั่งว่างข้างหลังมินาโยะ ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายและบ่นออกมาว่า
“พวกชมรมบาสยังไม่กลับมาจากซ้อมอีกหรือไงนะ!”
แล้วเธอก็กระแทกเอกสารดังปังลงบนโต๊ะหน้าห้องกวาดสายตาไปทั่วห้องราวกับกำลังหาผู้กระทำผิดแต่ไม่มีใครเลยที่กล้าขยับตัวหรือส่งเสียง แล้วในที่สุดเธอก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“เข้ามาสิ”
สิ้นคำอนุญาตนั้นทุกสายตาของนักเรียนในห้องจ้องมองไปยังประตูที่เปิดค้างไว้เป็ตาเดียว
มีใครบางคนก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและผึ่งผายโดยไม่มีความเขินอายต่อสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมาคนที่ปรากฏตัวเข้ามาใหม่เป็เด็กหนุ่มรูปร่างเล็กสมส่วนเรือนผมสีดำขลิบลู่ลมระต้นคอใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสกับั์ตาพราวระริกที่ราวกับจะมองทุกสิ่งได้อย่างทะลุปรุโปร่งเด็กหนุ่มเดินมายืนอยู่เคียงข้างอาจารย์ประจำชั้นก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับคนทั้งห้องโค้งตัวลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นกล่าวคำทักทายด้วน้ำเสียงที่ทุ้มและอ่อนโยน
“นักเรียนแลกเปลี่ยนจากอิตาลี มิยาซาวะ เอเรียล ฝากตัวด้วยครับ”
สิ้นคำแนะนำตัวของเด็กหนุ่ม เสียงโห่ร้องก็ะเิขึ้นดังลั่นห้องเล่นเอาชินที่กำลังจะผลอยหลับสะดุ้งตื่นและเหลียวมองไปรอบตัวเสียงกรีดร้องส่วนใหญ่ที่ดังขึ้นมาจากบรรดาเด็กสาวที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาของนักเรียนแลกเปลี่ยนแล้วกรีดร้องขึ้นมาด้วยอาการดีใจที่ไม่คิดจะปิดเลยสักนิดส่วนนักเรียนใหม่ก็โบกมือทักทายให้คนทั้งห้องอย่างเป็กันเอง
ด้านข้างมินาโยะ โทวะกำลังเอามือกุมขมับอยู่
“เก็บอาการหน่อยสิพวกเธอ!”อาจารย์มิซากิทุบโต๊ะดังปัง เป็ผลให้ทั้งห้องกลับสู่ความสงบอีกครั้ง
“อย่างที่พวกเธอพอจะรู้มาบ้างแล้ว ที่แผนกมัธยมต้นและมัธยมปลายจะมีโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนจากต่างประเทศมาศึกษาวัฒนธรรมอยู่ด้วยปีละครั้งและมิยาซาวะคุงก็จะอยู่กับพวกเราไปจนจบเทอมทั้งเื่ของงานประเพณีและกิจกรรมต่างๆก็จะต้องเข้าร่วมเหมือนกับนักเรียนทั่วไปดังนั้นแล้วก็ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือและเป็เพื่อนที่ดีต่อกันไป--”
ยังไม่ทันที่อาจารย์มิซากิจะพูดจบประโยคประตูห้องทางด้านหลังก็เปิดขึ้นมาเสียก่อนแล้วเรือนผมสีทองยุ่งๆบนร่างเล็กสมส่วนก็โผล่ขึ้นตามมาหลังจากนั้น
“อิ-ชิ-ดะ เท็ต-สึ-ยะ!”
เสียงทุ้มทรงพลังของอาจารย์มิซากิดังมาจากหน้าห้อง ออกเสียงเรียกชื่อทีละคำด้วยน้ำเสียงที่สะกัดกั้นอารมณ์สุดฤทธิ์
“ครับผม!”
คนถูกเรียกร้องเสียงใสพลางยืดตัวขึ้นขานรับอย่างไม่สะทกสะท้าน
“คิดว่านี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วฮะ!”
เสียงหัวเราะคิกคักดังไปทั่วห้องกลบสถานการณ์ตึงเครียดไปเสียจนหมดสิ้นตัวต้นเหตุขอโทษขอโพยพลางอ้างเหตุผลไปต่างๆนานา
“ที่ชมรมซ้อมโหดมากเลยครับ ผมเพิ่งจะกลับมาถึงเมื่อคืนนี้เองนอนไปแป๊บเดียวแล้วรีบมาเลยนะเนี่ย” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงใสก่อนจะสังเกตเห็นว่ามีนักเรียนใหม่ยืนอยู่หน้าห้องกำลังจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน “โอ๊ะ! สวัสดีนักเรียนใหม่นายเป็นักเรียนแลกเปลี่ยนที่เขาลือกันใช่ไหม ยินดีที่ได้รู้จักนะ! ชื่อฉันนายน่าจะได้ยินที่อาจารย์ะโบอกแล้ว”
“ชัดแจ๋วเลย” มิยาซาวะ เอเรียละโมาจากหน้าห้อง “เรียกฉันว่าเอเรียลได้นะ”
เด็กหนุ่มบอกทุกคน
“งั้นนายก็เรียกฉันว่าเท็ตสึยะได้เลย”
อีกคนตอบพลางเดินเนียนๆกลับเข้าที่นั่งของตัวเอง
“ให้ตายสิ! เด็กพวกนี้นี่!”อาจารย์มิซากิถอนหายใจอย่างระอา
“มิยาซาวะคุง ฉันจะแนะนำพาร์ทเนอร์ของเธอให้รู้จัก”อาจารย์มิซากิหันมาพูดกับเอเรียลเมื่อสถานการณ์ภายในห้องกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
“ยืนขึ้นสิ ฮิวาตาริ” อาจารย์ประจำชั้นหันมาเรียกโทวะ
“ครับ” คนถูกเรียกลุกขึ้นยืนประสานสายตากับนักเรียนใหม่โดยไม่หลบสายตา
“นั่นคือฮิวาตาริ โทวะ เป็ประธานชั้นปีเขาเป็พาร์ทเนอร์ของเธอและจะช่วยแนะนำสถานที่ต่างๆในโรงเรียนให้”
“ผมขอเปลี่ยนพาร์ทเนอร์ได้ไหมครับ?”
เอเรียลหันมาถามอาจารย์มิซากิด้วยน้ำเสียงสดใส ส่วนโทวะหน้าตึงไปสนิท
“ผมคิดว่าตัวเองน่าจะเข้ากับเท็ตสึยะคุงได้ดีกว่าน่ะครับ”
เด็กหนุ่มอธิบาย ได้ยินเสียงเท็ตสึยะร้อง ‘เอาสิๆ’ มาจากที่นั่งของตัวเอง
“เธอติดขัดอะไรรึเปล่า? โทวะ”อาจารย์มิซากิหันมาขอความเห็นจากโทวะ ซึ่งเ้าตัวปฏิเสธทันควันว่า “ไม่เลยครับ”
“งั้นก็ตามนั้น ที่นั่งของเธออยู่ข้างๆคุณทาเคมูระ สนิทกันเข้าไว้ล่ะ”
“ขอบคุณมากครับ”
แล้วเอเรียลก็เดินตรงมายังที่นั่งของเขา ทักทายผู้คนในห้องไปตลอดทาง
“สวัสดีจ้ะ” มินาโยะเอ่ยทักทายเมื่อเด็กหนุ่มนั่งลงข้างๆ
“สวัสดี” เอเรียลหันมาตอบรับนั่นเป็ครั้งแรกที่มินาโยะสังเกตเห็นสีั์ตาของเด็กหนุ่มมันเป็สีน้ำเงินเข้มที่ส่องประกายราวท้องฟ้ายามค่ำเช่นเดียวกับั์ตาของคุณพ่อเธอไม่มีผิด!
ั์ตาที่แสนคุ้นเคย...
“เราเคย... พบกันมาก่อนหรือเปล่าคะ?”
มินาโยะไม่รู้สึกตัวเลยว่าตัวเองพูดอะไรออกไปตอนที่สบตากับเขาเพราะน้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นฟังราวกับเสียงที่ดังมาจากที่ที่ไกลแสนไกลและไม่ใช่เสียงของเธอเลย
เอเรียลส่งรอยยิ้มที่แสนคุ้นเคยมาให้เธอ
“ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ”