ยามสายัณห์ แสงตะวันสีทองสาดส่องผืนน้ำแห่งทะเลสาบนอกเมือง ราวหยกใสสะท้อนแสงระยิบระยับ ต้นหลิวริมฝั่งโบกไหวตามสายลม
เซี่ยเหลียง คุณชายแห่งตระกูลเซี่ย เดินทางมาถึงที่ดินใกล้ทะเลสาบเพื่อตรวจสอบสถานที่ซึ่งเป็ทรัพย์สินตามคำสั่งของตระกูล
รถม้าจหยุดลง ฉินซิว ติดตามมารับใช้ด้วยความขยันขันแข็ง ส่วนคนขับรถม้าคอยดูแลม้าอยู่ห่างออกไป
ก่อนออกเดินทาง ฉินซิวค้นพบสมุนไพรในห้องลับของเ้านาย คิดว่าเป็ใบชาหายาก จึงชงใส่กาน้ำด้วยความตั้งใจ
สมุนไพรนั้นแท้จริงคือยาปลุกกำหนัด ซึ่งหลิวหยาง หมอหลวงสหายสนิทของเซี่ยเหลียง มอบให้เมื่อคราวดื่มสุรา พร้อมกับคำกล่าวว่า
“เก็บไว้เผื่อวันใดเ้า้าใช้เพื่อปลุกพลังในกายของเ้า”
เซี่ยเหลียงหัวเราะเยาะและเก็บไว้ในห้องลับโดยไม่คิดใช้
เมื่อถึงยามสาย เซี่ยเหลียงนั่งลงใต้ร่มเงาต้นหลิว มือหนากุมหน้าผากด้วยความเหนื่อยล้า ฉินซิวยกกาน้ำชามาให้ด้วยรอยยิ้ม
“คุณชายขอครับ ดื่มชานี้ให้ชื่นใจเถิด”
เซี่ยเหลียงรับถ้วยชาด้วยสีหน้าเฉยชา รสขมฝาดััลิ้น คุณชายเเซี่ยขมวดคิ้วแต่กลืนลงคอโดยไม่เอะใจ
ลมเย็นจากทะเลสาบพัดผ่าน ร่างกายของเขาค่อย ๆ ร้อนผ่าวราวถูกไฟเผา มัดกล้ามใต้เสื้อสีน้ำเงินเข้มเกร็งแน่น ยอดอกสีแดงตึงตัวจนนูนเด่นใต้ผ้าบาง ผิวขาวละเอียดแดงระเรื่อด้วยความร้อนที่ไม่อาจอธิบาย
เพียงชั่วครู่ ความรุ่มร้อนนั้นแผ่ออกทั่วร่าง เซี่ยเหลียงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอันน่าสะพรึงกลัว
แท่งหยกแห่งตัวตนของเขาพองตัว แข็งราวศรหยกที่พร้อมจะพุ่งออกจากคันธนู
พลังหยางร้อนรุ่มแทบทะลักออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เขากำหมัดแน่น ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยความทุกข์ทรมาน หัวใจเต้นรัวราวกลองศึก
ความหื่นกระหายพุ่งพล่านในกายราวพายุที่ไม่อาจยับยั้ง
เซี่ยเหลียงอยากเอื้อมมือลงไปปลดปล่อยความอัดอั้นนั้น อยากให้แท่งหยกอันร้อนรุ่มได้ระบายน้ำแห่งปรารถนา
แต่สถานที่โล่งแจ้งและสายตาของฉินซิวที่มองมาด้วยความห่วงใยทำให้เขาไม่อาจขยับเขยื้อน
“คุณชาย ท่านเป็อันใดหรือ?”
ฉินซิวถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความไร้เดียงสา เซี่ยเหลียงสะดุ้ง ไฟในกายยิ่งโหมกระพือเมื่อกลิ่นหอมอ่อนจากร่างฉินซิวดังมาถึง
แท่งหยกของคุณชายเซี่ยกระตุกอย่างรุนแรง พลังหยางร้อนรุ่มไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนด้านในกางเกง
เขากัดฟันแน่น พยายามข่มใจให้สงบ
“เ้า... ชานั่น เ้าเอาสมุนไพรใดมาชง?”
เขาคำรามด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน ดวงตาคมกริบจ้องฉินซิวราวจะเผาไหม้
ฉินซิวตาโตด้วยความใ
“ข้าพบในห้องลับ คิดว่าเป็ชาดี ข้าผิดอันใดหรือขอรับ?”
น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย แต่แววตานั้นแฝงรอยยิ้มที่ราวกับรู้ความลับ
เซี่ยเหลียงตระหนักทันทีว่านั่นคือสมุนไพรปลุกกำหนัด ความโกรธและความอับอายผสมปนเปในอก
“เ้ากล้าทำให้ข้าตกอยู่ในสภาพน่าอดสู!” เขาเค้นเสียงในคำอ
มือหนากำขอบโต๊ะไม้ข้างตัวจนข้อนิ้วขาวซีด แต่แท่งหยกที่แข็งปั๋งยังคงกระตุกไม่หยุด น้ำอสุจิร้อนรุ่มไหลย้อยลงต้นขา เปรอะเปื้อนผ้าจนรู้สึกถึงความชื้น
“ถอยไป!”
เซี่ยเหลียงสั่งด้วยน้ำเสียงเข้มราวคำสั่งในสนามรบ แต่สั่นสะท้านจากความทรมาน ใบหน้าแดงก่ำของเขามีเหงื่อไหลย้อยจากขมับ
ยอดอกสีแดงนูนเด่นยิ่งขึ้นเมื่อลมหายใจหอบถี่
ฉินซิวก้มศีรษะ “ข้าขออภัยคุณชาย”
เขากล่าวก่อนถอยออกไปด้วยท่าทีว่าง่าย แต่รอยยิ้มนั้นยังคงติดอยู่ในห้วงตาของเซี่ยเหลียงราวคำสาป
เมื่อฉินซิวหายไปหลังต้นหลิว เซี่ยเหลียงทรุดลงนั่งบนพื้นหญ้า ร่างกายสั่นสะท้านราวใบไม้ในพายุ แกนกายของเขายังคงแข็งตัวไม่ยอมสงบ
น้ำอุ่นอันร้อนรุ่มยังคงซึมออกมาไม่ขาดสาย
เขากำหมัดแน่น พยายามข่มใจไม่ให้เอื้อมมือลงไปัั แต่ความหื่นกระหายนั้นรุนแรงเกินต้านทาน ความทรมานนี้ราวถูกทรมานด้วยไฟนรก
เซี่ยเหลียงหลับตาลง ภาพของรถม้าขากลับผุดขึ้นในใจ เขารู้ว่าความอัดอั้นนี้จะต้องะเิออกในไม่ช้า