หลี่ มู่ไป๋ และ เสวี่ย ลั่ว เดินเข้าใกล้ประตูเมืองที่สลักด้วยยันต์ป้องกันระดับสูง มู่ไป๋พยายามซ่อน ปราณอัสนีบริสุทธิ์ ของเขาไว้ภายใต้ชุดคลุมใหม่ โดยใช้เคล็ดวิชาซ่อนเร้นที่ได้จาก สมุดบันทึก เพื่อปลอมแปลงกลิ่นอายให้เหมือนผู้ฝึกตน แก่นทองคำ ทั่วไปจากตระกูลเล็กๆ
ที่ด่านตรวจตรา มีผู้ฝึกตนระดับ ิญญาแรกเริ่ม สองคนยืนรักษาการณ์อยู่พร้อมกับศิษย์ระดับ ก่อตั้งรากฐาน จำนวนหนึ่ง พวกเขาคือหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ถูกส่งมาจากตระกูลเทียนิโดยตรง
ผู้ฝึกตนระดับิญญาแรกเริ่มที่ดูเคร่งขรึมหยุดมู่ไป๋ไว้ "แสดงป้ายประจำตัว และบอกวัตถุประสงค์ในการเข้าสู่เมืองหลวง"
มู่ไป๋ยื่นป้ายประจำตัวปลอมที่เขาได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ฝึกตนที่ตายไป เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะตรรกะบอกว่า การพูดน้อยที่สุดคือการลดความเสี่ยงในการผิดพลาด
"ศิษย์จากตระกูลไป๋หลิง เข้ามาแสวงหาทรัพยากรบ่มเพาะ" เสวี่ย ลั่ว ที่อยู่ด้านข้างตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่สุภาพ
ผู้ฝึกตนิญญาแรกเริ่มใช้ปราณิญญาอันหนักอึ้งสแกนร่างกายของมู่ไป๋อย่างละเอียด แต่ แก่นทองคำแห่งอัสนี ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้การควบคุมระดับสูงสุดนั้นไม่เปิดเผยร่องรอยใด ๆ นอกเหนือจากความแข็งแกร่งของแก่นทองคำขั้นต้น
"ตระกูลไป๋หลิง..." ผู้ตรวจตราพึมพำอย่างดูถูก เพราะมันเป็ตระกูลเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีใครรู้จัก "จำไว้: กฎในนครหลวงนั้นเข้มงวดของตระกูลเทียนิ อย่าสร้างปัญหา"
มู่ไป๋พยักหน้าเล็กน้อย และผู้ตรวจตราก็ปล่อยให้พวกเขาผ่านไป
ความตระการตาและความกดดันภายในเมืองทันทีที่ก้าวข้ามกำแพงเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง
นครหลวงไม่ได้เป็เพียงเมือง แต่เป็ อาณาจักร ที่สร้างขึ้นจากหินิญญาและหยกมณี อาคารต่างๆ สูงตระหง่านจนแทบจะทิ่มแทงก้อนเมฆ ปราณิญญาที่หนาแน่นถูกดึงดูดและรวมศูนย์อยู่ทั่วเมือง ทำให้เกิดหมอกิญญาจางๆ ลอยอยู่ตามทางเดิน
บนท้องฟ้า มู่ไป๋เห็นผู้ฝึกตนระดับ แก่นทองคำ บินผ่านไปมาอย่างอิสระ ราวกับเป็เื่ธรรมดา ความมั่งคั่งและพลังงานที่นี่เหนือกว่าโลกภายนอกหลายสิบเท่า
แต่ภายใต้ความตระการตานั้น มู่ไป๋ััได้ถึง ความกดดัน ที่มองไม่เห็น ทุกการกระทำดูเหมือนจะถูกควบคุมโดย กฎเกณฑ์ ที่เข้มงวด
— การบ่มเพาะที่รวดเร็วของคนในเมืองหลวงมีรากฐานมาจากความเข้มงวดของกฎหมายและอำนาจเบ็ดเสร็จของตระกูลเทียนิ การทำผิดกฎหมายเล็กน้อยเพียงครั้งเดียวอาจถูกลงโทษด้วยความตายทันที —
การเลือกฐานที่มั่นและการแสดงอำนาจของตระกูลเทียนหมิงมู่ไป๋ไม่ได้เลือกโรงเตี๊ยมที่ราคาถูกแต่มีความเสี่ยงสูง เขาใช้ศิลาปราณส่วนใหญ่ที่มีอยู่เพื่อ เช่าที่พักอาศัยขนาดเล็กที่ปลอดภัย ในเขตชั้นใน ซึ่งมีการวางค่ายกลป้องกันอยู่แล้วบางส่วน
"ที่นี่ ปราณิญญาเข้มข้นพอสำหรับการบ่มเพาะ และเราสามารถปรับเปลี่ยนค่ายกลเพื่อซ่อนเร้นกลิ่นอายของเราได้" มู่ไป๋กล่าวกับเสวี่ย ลั่ว
ขณะที่พวกเขากำลังหาซื้อเครื่องมือพื้นฐาน มู่ไป๋ก็เห็นการแสดงอำนาจของตระกูลเทียนิที่ใจกลางตลาด
หน่วยลาดตระเวน ในชุดเกราะสีดำที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์สายฟ้า ได้จับกุมผู้ฝึกตนระดับ ก่อตั้งรากฐาน คนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามขโมยสมุนไพร โดยไม่มีการสอบสวนใดๆ หัวหน้าหน่วยซึ่งอยู่ในระดับ แก่นทองคำขั้นปลาย ได้สังหารผู้ฝึกตนคนนั้นด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
การสังหารอย่างเปิดเผยและไม่มีการซักถาม คือการประกาศว่า กฎของตระกูลเทียนิคือความยุติธรรมสูงสุด ในเมืองนี้
มู่ไป๋จดบันทึกเหตุการณ์นั้นในสมองของเขา
"เราต้องลดการัักับกฎเกณฑ์ภายนอกให้น้อยที่สุด" มู่ไป๋สรุป "วิธีเดียวที่จะทำให้เรามีชีวิตรอดคือการบ่มเพาะและหาเงินอย่างลับ ๆ เพื่อซื้อโอสถที่จำเป็"
ด้วยฐานที่มั่นที่ปลอดภัยและการตัดสินใจที่ชัดเจน หลี่ มู่ไป๋จึงเริ่มต้นภารกิจที่อันตรายที่สุดของเขา: การหาเงินเพื่อเพิ่มพลังในรังของศัตรู