บทที่ 8 อสรพิษ พาร์ท 2
[ประตูทางเหนือของเมืองเศียรั]
ในปัจจุบันแม้การต่อแถวเพื่อเข้าเมืองจะไม่ได้ยาวเช่นเมื่อไม่กี่วันก่อนอย่างไรก็ตามการตรวจตาก็ยังคงเข้มงวดมากต้องระบุตัวตน บอกเหตุผลที่เข้ามาในเมืองอย่างชัดเจน และมีการตรวจค้นพัสดุ ข้าวของและสำภาระมากมายก่อนที่จะเข้าไปในเมืองได้
“นี่ๆท่านเคยได้ข่าวเกี่ยวกับการทำลายกำแพงเมื่อไม่กี่วันก่อนบ้างมั้ย” พ่อค้าที่เดินทางเพื่อมาค้าขายในเมืองเศียรักล่าวถามชายชราที่ทำท่าทางสับสนกับการตรวจตาที่เข้มงวดอย่างมากของเมือง
“โอ้..มีอะไรเช่นนั้นมิน่าล่ะทำไมการตรวจตัวถึงต้องเข้มงวดแล้วไอ้บ้าที่ไหนกันที่ทำแบบนั้น..”ชายชราถามพ่อค้ากลับเขามีบทสรุปสำหรับเื่ทั้งหมดในแบบของเขาเองในปัจจุบันเพราะไอ้บ้าบางคนที่ทำลายกำแพงและสร้างความวุ่นวายทำให้การตรวจขันต้องเข้มงวดขึ้นนั่นคือบทสรุปที่ชายชราพอจะนึกออก
“ชู่ววว..ข้าได้ข่าวมาว่าคนที่ทำลายกำแพงเป็พวกระดับสูงของสมาคมเห็นว่าแม้แต่เหล่านักล่าที่ทำหน้าที่ตรวจตาก็ยังไม่กล้ามีปัญหากับเขาเลยท่านก็ควรเงียบๆไว้ด้วยแล้วกันข้าเห็นเด็กสาวที่มากับท่านดูตื่นตาตื่นใจกับเมืองใหญ่ข้าเลยพอเดาได้พวกท่านคงมาจากชนบท ข้าก็เคยอาศัยอยู่ในชนบทเช่นกันถือว่านี่เป็คำแนะนำหลายอย่างที่นี่ต้องระวังแม้แต่ในเื่การพูดจาหรือการสบตาผู้คนเพราะคนชั้นสูงพวกนั้นก็มองพวกเราไม่ต่างจากสุนัขตัวหนึ่งหรอก”พ่อค้าป้องปากแล้วกระซิบกับชายชรา“ข้าไปก่อนนะใกล้ถึงคิวข้าแล้ว กว่าจะถึงคิวพวกท่านก็คงอีกเกือบชั่วโมงเพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งท้อไปล่ะสาวน้อยข้างในนั้นยังมีสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกมากมายคุ้มค่าแก่การรอคอยแน่นอน...”พ่อค้าหันไปหาเด็กสาวแล้วให้กำลังใจเธอเพราะเขากลัวว่าเธอจะกังวลกับเื่ที่พูดก่อนหน้ามากเกินไปหลังจากคุยกันพอหอปากหอมคอในที่สุดพ่อค้าก็จากไปเพราะถึงคิวของเขาสำหรับการตรวจตราการเข้าเมืองแล้ว
“ท่านปู่..ที่นี่ใหญ่โตจังเลยเราจะไม่เป็อะไรแน่เหรอ??..ไม่ใช่ว่าพวกเราควรจะหลบซ่อนเหรอ??”เด็กสาวกล่าวกับชายชรา
เป็ไวพิเรส และ วิริดิส สองปู่หลานเผ่าอสรพิษนั่นเองสถานการณ์ของชนเผ่าอสรพิษนั้นค่อนข้างละเอียดอ่อนในปัจจุบันเนื่องจากจำนวนที่เหลืออยู่น้อยมากประกอบกับชาวอสรพิษมักจะใช้ชีวิตโดยการหลบซ่อนตัวจากโลกภายนอก นั่นทำให้ผู้คนในมาโทรเดียเชื่อว่าพวกเขาสูญพันธุ์ไปแล้ว
ชาวอสรพิษนั้นมีศัตรูมากมายชาวมาโทรเดียเดิมทีก็มองอสรพิษเป็เหมือนกับปีศาจร้ายั้แ่ต้นอยู่แล้วจากตอนที่สมัยราชวงศ์ัยังคงรุ่งเรืองเหล่าัปล่อยข่าวแง่ร้ายมากมายเกี่ยวกับอสรพิษทำให้พวกเขาถูกตราหน้าว่าเป็สิ่งชั่วร้ายและต้องหนีหัวซุกหัวซุนและใช้ชีวิตแบบหลบๆซ่อนๆดังนั้นไม่ต้องใช้มันสมองมากก็พอจะจินตนาการได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากมีคนที่นี่รู้ตัวตนของพวกเขา
พวกเขาไม่สามารถผ่านการตรวจไปได้แน่นอนจากการตรวจทานที่เข้มงวดเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะว่าเขาจะถูกทราบว่าเป็ชาวอสรพิษแต่เพราะเขาไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนสำหรับการเข้าเมืองและแม้พวกเขาจะกุเื่เหตุผลขึ้นมาได้อย่างไรก็ตามตัวตนของพวกเขาก็ไม่สามารถยืนยันได้อยู่ดี
อาคอนเป็คนแนะให้พวกเขาเข้ามาในเมืองเขากล่าวว่าทั้งคู่แค่ต้องไปพบกับศิษย์ตัวน้อยองเขาหรือไม่ก็คาลี่ย์เพื่อนที่ไว้ใจได้ที่สุด อย่างไรก็ตามอาคอนนั้นไม่ทราบสถานการณ์ภายในเมืองปัจจุบันเขาไม่ได้รู้เลยว่าจะมีการตรวจเข้าเมืองที่เข้มงวดดังนั้นจึงไม่ได้มีอะไรเป็พิเศษนอกจากของเล็กๆน้อยๆสำหรับการยืนยันตัวตนเพื่อให้ลูกศิษย์ตัวน้อยของเขาเชื่อใจสองคนนี้นั่นทำให้ปัจจุบันสองปู่หลานมีความกังวลเป็อย่างมากกับปัญหาตรงหน้าเพราะแค่ของเล็กๆน้อยๆสำหรับเด็กตัวเล็กคงไม่มากพอให้พวกเขาเข้าไปในเมือง
“พวกเ้าสองคน..มากับข้า”เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นมาขณะที่สองปู่หลานกำลังกังวลกับวิธการเข้าเมือง
“พวกข้า??”ชายชราวิริดิสกล่าวพร้อมกับชี้มือมาที่ตัวเอง
“ใช่จะมีใครอีกล่ะ..ข้าคาลี่ย์ โจ โดเซล เ้าอาคอนน่าจะเคยพูดถึงข้าบ้างเพราะฉะนั้นไว้ใจข้าได้” คาลี่ย์กล่าวพร้อมกับขยับแว่นอันหนาของเขา
“เหอะ พวกมันคิดว่าตัวเองเป็ใครกันเดี๋ยวก็คงโดนพวกตัวเอ้โยนออกมา”นักล่าคนระดับต่ำคนหนึ่งกล่าวขึ้นหลังจากเห็นว่ามีบางคนพวกคนเข้าไปโดยไม่ได้ผ่านการตรวจจากเขา
“ระวังปากหน่อยเ้าเด็กใหม่!!ดีแค่ไหนแล้วที่พวกเขาไม่พังกำแพงเข้าไป”โดรันที่ผ่านมาได้ยินพอดีตวาดใส่นักล่าระดับต่ำคนนั้นอย่างแรง
ด้วยประการฉะนี้สองปู่หลานจึงสามารถผ่านเข้าเมืองมาได้โดยที่ไม่ต้องตรวจอะไรเลยนั่นทำเอาพ่อค้าที่คุยกับทั้งคู่ก่อนหน้านี้ทำได้เพียงมองอย่างประหลาดใจ ..เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าสองคนนี้เป็คนสำคัญชนิดไหนกันแน่
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบนาทีก่อนไก่งวงส่งสารได้ส่งสารมาถึงคาลี่ย์ เป็สารของอาคอนที่เล่าถึงคนสองคนที่เป็ชาวอสรพิษซึ่งมีลวดลายบางอย่างที่หน้าผากที่อาจจะมาพบกับเขาหลังจากที่ทั้งคู่เจอกับอาเรียแล้วด้วยความที่คาลี่ย์นั้นตระหนักถึงสถานการณ์ในปัจจุบันดีว่าสองคนนี้จะไม่มีทางผ่านเข้าเมืองมาได้แน่หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่างเขาเลยออกไปเพื่อพาสองคนนี้เข้ามาก่อนที่จะพาไปส่งที่บ้านพักของอาคอนซึ่งปัจจุบันมีเพียงอาเรียอยู่คนเดียว สองปู่หลานคงต้องยกความดีความชอบและของคุณไก่งวงที่ทำหน้าที่การส่งสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งสารถึงคาลี่ย์ได้ทันเวลา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกมันเก่งในสิ่งที่พวกมันทำ
“สาวน้อย..สองคนนี้เป็ผู้มีพระคุณของอาจารย์เ้าและพี่สาวคนนี้ก็จะมาสอนวิธีใช้แหวนที่เ้าพึ่งจะได้มาให้”
เมื่อไปถึงบ้านพักของอาคอนคาลี่ย์ก็แนะนำทั้งคู่ให้กับอาเรียทำให้ทั้งสองไม่จำเป็ต้องแสดงอะไรให้ดูเพื่อที่สาวน้อยจะเชื่อใจ
ความจริงสิ่งที่อาคอนให้มานั้นมันไม่ใช่สิ่งของที่บ่งบอกถึงความเป็เขาเลยนั่นจึงทำให้สองปู่หลานหมดปัญญาที่จะใช้มันผ่าทางในตอนต้น อาคอนให้แมนเดรกและบอกความลับเกี่ยวกับร่างกายของเธอให้ทั้งคู่ฟังมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ความลับนี้ของเธอและหากเธอ้ายืนยันหากเธอยังไม่เชื่อใจก็แค่เสนอว่าให้นำทั้งสองไปหายที่ชื่อคาลี่ย์เพียงเท่านั้น
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ทุกอย่างมันกลับตาลปัตรแทนแทนที่ทั้งคู่จะได้เจออาเรียก่อนแล้วจึงไปเจอคาลี่ย์ทีหลังมันกลับกลายเป็ว่าพวกเขาได้พบกับคาลี่ย์ก่อนและคาลี่ย์เป็คนแนะนำพวกเขาให้อาเรียแทน
“ข้าชื่อไวพิเรส ยินีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ”ไวพิเรสกล่าวพร้อมกับลูบหัวอาเรีย “แล้วก็คนแก่ตัวโตคนนั้นเขาชื่อวิริดิสเห็นยังงั้นแต่เขาก็เป็คนใจดีนะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวเขาหรอกนะจ๊ะ”เธออุ้มอาเรียขึ้นและหันไปแนะนำชายชราวิริดิสแทน
“หนูอาเรียค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก^^” อาเรียกล่าวแนะนำตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มที่น่ารักและดวงตาที่หลับพริ้มนั่นทำให้คาลี่ย์ที่เห็นรู้สึกอยากจะเดินเข้ามาลูบหัวเธอด้วย
ดูเหมือนว่าเธอจะพอใจที่ไม่ต้องต้องอยู่บ้านพักหลังโตแห่งนี้คนเดียวแม้เธอจะเคยอยู่คนเดียวมาก่อนแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการอยู่ลำพังนั้นทำให้เธอรู้สึกเหงา
“เอ๋...แหวนของเธอไม่ยักกะเหมือนของฉันแฮะ”ไวพิเรสกล่าวหลังจากสังเกตุเห็นแหวนของอาเรีย“หวังว่าวิธีใช้มันจะเหมือนๆกันนะ... แต่ว่าเื่นั้นเอาไว้ทีหลังตอนนี้เรามาทำอาหารกินกันดีกว่านะอาเรีย..”
“ค่า!!^^”
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินเข้าห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารทิ้งคาลี่ย์และวิริดิสให้อยู่ตามลำพังคาลี่ย์ผายมือไปทางเก้าอี้เป็สัญญาณให้ว่าเชิญนั่งก่อนหลังจากนั้นทั้งคู่ก็นั่งเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆกัน
“ข้ารู้เื่ของพวกท่านแค่คร่าวๆเท่านั้น อาคอนได้บอกท่านมั้ยถึงแผนการที่เขาจะทำต่อไปในอนาคต” คาลี่ย์ถาม
“เขาบอกว่าเขาจะไปคุยกับกลุ่มั..แล้วก็ส่งพวกข้ามานี่เพื่อหลบซ่อนตัวและให้ไวพิเรสช่วยสอนอาเรียเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นเื่การใช้แหวนด้วย”วิริดิสตอบ
“ปัญหากำลังใกล้เข้ามาแน่นอนแล้วท่านวิริดิสแม้อาคอนจะไปคุยกับทางทายาทัแต่ข้ามั่นใจว่าอย่างไรใน่สอบของวิทยาลัยนักล่า พวกมันต้องบุกโจมตีสมาคมแน่นอนและอาคอนก็คงไม่ได้ทำอะไรเพื่อขัดขวางเื่นี้แน่สำหรับสาวน้อยที่มากับท่านข้าคงไม่ต้องห่วงแต่ท่าน”
“ท่านพยายามจะบอกอะไรข้า”วิริดิสสงสัยในความหมายของคำพูดคาลี่ย์
“พวกท่านยังคงไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้อยู่ดีผู้คนยังคงมองพวกท่านเป็ศัตรูเช่นเดิมแม้ว่าจะอีกนานเท่าใดเว้นเสียแต่ว่าจะมีกฎเข้มงวดเพื่อออกมาปกป้องพวกท่านที่ข้าไม่ห่วงเด็กสาวคนนั้นเพราะนางมีแหวนันางไม่จำเป็ต้องเปลี่ยนแปลงร่างกายในยามต่อสู้เพราะศัตรูของเราที่ต้องสู้ด้วยก็คือพวกัที่แพ้ทางแหวนัอยู่แล้ว แต่ท่านอาจจะไม่ใช่เช่นนั้น”คาลี่ย์พยายามอธิบายแจกแจงสิ่งต่างๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อให้ชายชราสามารถเข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ
“ไม่จำเป็ต้องกังวลไปท่านคาลี่ย์ข้าเป็ไพธอน”
“โอ้..งั้นก็คงจะไม่เป็ปัญหา หวังว่าพละกำลังของท่านจะยังคงอยู่”
ชายชราพยักหน้ารับหลังจากได้ยินสิ่งที่คาลี่ย์กล่าวนั่นแสดงให้เห็นว่าคาลี่ย์เองก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับสายเือสรพิษในระดับหนึ่งเหตุผลที่ไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของชายชราเนื่องจากทักษะต่างๆของตระกูลไพธอนนั้นไม่ต่างไปจากนักล่าที่พึ่งพาร่างกายพละกำลังของไพธอนนั้นมหาศาลจนแทบจะไม่สามารถต้านทานได้ร่างกายของไพธอนเองก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าโลหะใดๆ คุณลักษณะของพวกเขาใกล้เคียงกับเหล่าัเพียงแต่พวกเขานั้นมีทักษะในด้านการล่าที่สูงกว่าัไพธอนสามารถได้กลิ่นจากระยะที่ไกลมากๆหรือตรวจจับความร้อนของสิ่งต่างๆได้ทำให้การพรางตัวนั้นแทบจะใช้ไม่ได้ผลและแม้เขาจะไม่เปลียนร่างตัวเอง พละกำลังเขาก็ยังคงมากพอที่จะขยี้เหล่าัได้ไม่ยาก
“ตอนที่ข้ารอการตรวจเขาเมืองขาได้ยินมาว่ามีคนถล่มกำแพงเมืองเขามา เป็เื่จริงเหรอท่านคาลี่ย์”
“อืมม...ไอ้พวกโง่น่ะท่านไม่จำเป็ต้องใส่ใจ..สมองของเ้านั่นถูกเปลี่ยนเป็กล้ามเนื้อหมดแล้วล่ะ”
“ไม่ต่างจากข้าเท่าใดเลยน่ะสิเราคงเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว” วิริดิสพูดอย่างติดตลก
“ไว้ข้าจะลองแนะนำให้ท่านรู้จักก็แล้วกัน..แต่เตือนไว้ก่อนว่าเ้าหมอนี่โง่กว่าที่ท่านคิด...แต่ถ้าพูดถึงเื่ฝีมือการต่อสู้เ้านี่ก็เป็พวกอันตรายคนหนึ่งเลยทีเดียวอย่างกับสัตว์ร้ายที่ใช้แค่สัญชาตญาณในการต่อสู้เลย ปัญหาคือสัญชาตญาณของเ้านี้แม่นยำมากๆ”คาลี่ย์กล่าวเตือน
**ไพธอน(Python) เป็ชื่อสกุลของงูที่อยู่ในวงศ์ Pythonidaeคนส่วนใหญ่รู้จักกันในนามงูเหลือมงูหลาม
ความคืบหน้ารายสัปดาห์ 4/4