ลึกเข้าไปในแดนรกร้าง ท่ามกลางป่าใหญ่ไพรกันดาร ดวงตะวันบ่ายคล้อยสาดส่องลอดผ่านใบไม้ลงมาตกกระทบกับพื้นหญ้า
เออิจินั่งอยู่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เขานั่งหลับตาทำสมาธิสำรวจดูพลังในร่างกาย
'หัวใจเต็มไปด้วยความอบอุ่น นี่คือความรู้สึกของมานาอย่างนั้นเหรอ ช่างแปลกใหม่ไม่เหมือนกับพลังลมปราณเอาเสียเลย' เออิจิกำลังเพ่งพินิจร่างกายของตนเองด้วยการทำสมาธิ ขณะเดียวกันก็สำรวจไปทีละภาคส่วนของร่างกาย ดูว่าตอนนี้ในร่างกายของเขามีสิ่งใดแตกต่างออกไปจากก่อนหน้านี้หรือไม่
'วงแหวนเวทย์สีม่วงเก้าวงที่หลังมือซ้ายมีมานาคอยเชื่อมโยงกับหัวใจโดยตรง ในขณะที่ผลึกคริสตัลสีน้ำเงินเก้าแฉกซึ่งกักเก็บออร่าเอาไว้ด้านในนั้นเชื่อมโยงกับจุดตันเถียนกลางทรวงอก มานาให้ความรู้สึกอบอุ่นในขณะที่ออร่าให้ความรู้สึกบางเบาราวกับว่าไม่มีอยู่จริง พลังทั้งสองอย่างไม่ได้ขัดแย้งกันแต่อย่างใด และดูเหมือนว่าสิ่งที่เชื่อมโยงทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน คือเคล็ดวิชาเทพหยินหยางฟ้าดินที่ถูกโคจรอยู่ในจุดตันเถียนตรงท้องน้อย และนั่นก็หมายความว่าข้าสามารถหล่อเลี้ยงมานาด้วยพลังลมปราณได้ ขณะเดียวกันก็ใช้พลังลมปราณหล่อเลี้ยงออร่าทำให้ออร่าหนาแน่นมากยิ่งขึ้น ในทางกลับกันข้าก็สามารถใช้มานาและออร่าหล่อเลี้ยงพลังลมปราณได้เช่นกัน นี่ไม่เท่ากับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวเลยเหรอ รวมกับที่ข้ามีร่างห้าธาตุ ในแดนปราณ์แห่งนี้บุคคลในระดับเดียวกันใครจะสู้ข้าได้' เออิจิค่อยๆลืมตาขึ้น การหายใจของเขาแทบจะกลมกลืนไปกับธรรมชาติ แม้แต่เก้งกวางและกระต่ายที่หากินไปมาอยู่เบื้องหน้า ยังไม่สังเกตถึงการมีอยู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย
เออิจิค่อยๆยืนขึ้นจากนั้นก็คว้าหอกไม้ที่ชันอยู่ด้านข้างมาไว้ในมือ เหล่าเก้งกวางและกระต่ายรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหว พวกมันะโแผล็วเข้าไปในป่าแล้วหายลับไปจากสายตาของเออิจิ
เออิจิเดินตรงไปเบื้องหน้าซึ่งเป็ลานกว้าง สถานที่แห่งนี้ดูแล้วสงบร่มเย็นเหมาะสำหรับฝึกฝนเป็อย่างมาก เออิจิรวบรวมสมาธิตั้งท่า เท้าซ้ายนำเท้าขวา ในขณะที่มือซ้ายนำมือขวาเช่นเดียวกัน เขาบรรจงแทงหอกออกไปด้วยความรวดเร็ว เสียงหอกแหวกผ่านอากาศไปอย่างน่าหวาดกลัว ตัวหอบเกิดแรงสั่นกระเพื่อมเบาๆ
เออิจิจ้องมองดูที่ปลายหอกจากนั้นก็ขมวดคิ้ว "การเคลื่อนไหวพื้นฐานอย่างดีไม่พอ เราจะใช้ความชำนาญที่มีต่อดาบมาเป็มาตรฐานในการใช้หอกไม่ได้ อาวุธทั้งสองมีลักษณะที่แตกต่างกัน พวกมันทั้งคู่ใช้โจมตีกันคนละแบบ เพราะฉะนั้นแล้วท่วงท่าการเคลื่อนไหวย่อมแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย" เออิจิครุ่นคิดถึงบางสิ่ง
"เฮ้อ~~ ไม่คิดเลยว่าข้าจะนึกถึงการเคลื่อนไหวของเ้าโง่นั่น" เออิจิค่อยๆหลับตาทั้งสองข้างของเขาลง ขณะเดียวกันก็ค่อยๆจัดท่าร่างการเคลื่อนไหวของเขาใหม่ เออิจิพยายามรับััจากหอกไม้ในมือขวาของเขา ในตอนที่เริ่มเคลื่อนไหวภาพเงาของชายร่างสูงใหญ่ที่ในมือถืออาวุธหอกก็ปรากฏขึ้นเป็เงาเสมือนด้านหลังของเออิจิ
เออิจิขยับร่างกายด้วยความเร็วสูงจากนั้นก็แทงหอกออกไปติดต่อกันสามครั้ง อากาศราวกับถูกฉีดด้วยแรงกระชากอันมหาศาลจากปลายหอกของเออิจิ การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วเป็อย่างมากจนทำให้การแทงทั้งสามครั้งเกิดเป็ภาพติดตา ต้นไม้ใหญ่หลายต้นเบื้องหน้าหักโค่นลงด้วยแรงอัดอากาศจากปลายหอก
เออิจิกลับมายืนในท่าเตรียมพร้อมอีกครั้ง จากนั้นก็สังเกตดูการสั่นไหวของหอกในมือตัวเอง ครั้งนี้เขายกมุมปากขึ้นด้วยความดีใจ เพราะเขาแทงหอกออกไปสามครั้งติดต่อกันด้วยความเร็วสูง จนเกิดเป็คลื่นแหวกอากาศตัดผ่านสิ่งกีดขวางเบื้องหน้า แต่หอกกลับสงบนิ่งไม่สั่นไหวเหมือนกับก่อนหน้านี้ อานุภาพของมันน่ากลัวเป็อย่างมาก และที่สำคัญไปกว่านั้นคือเออิจิยังไม่ได้โคจรพลังลมปราณเลยแม้แต่น้อย
เออิจิเริ่มจับจุดในการใช้หอกยาวได้แล้ว จากนั้นการฝึกของเขาก็ยิ่งรุนแรงและดุดันมากยิ่งขึ้น ความเร็วในการออกกระบวนท่ารวดเร็วจนยากที่จะมองด้วยตาเปล่า การเคลื่อนไหวของเขาแปลกประหลาดและพิสดารเป็อย่างมาก ทุกการก้าวหนึ่งก้าวของเขา จะเกิดประกายอัสนีขึ้นทุกครั้งที่เขาเหยียบย่างไป ซึ่งความเร็วของเขาน่ากลัวพอๆกับฟ้าผ่าหนึ่งครั้งเลย
เออิจิเริ่มฝึกหนักราวกับคลั่งมาร เขาจดจ่ออยู่กับหอกทุกหอกที่เขาออกกระบวนท่า แต่ละการเคลื่อนไหวไม่ยอมให้ผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย เออิจิรู้สึกสนุกสนานกับการฝึกฝนเช่นนี้เป็อย่างมาก เพราะความรู้สึกที่ได้ซึมซับความรู้ใหม่ๆจากนั้นก็เกิดการรู้แจ้งในวิถีแห่งการต่อสู้ของอาวุธนั้นๆ มันช่างเป็ความรู้สึกที่แปลกใหม่และหน้าลิ้มลองอย่างถึงที่สุด
กาลเวลาค่อยๆไหลผ่านไป ดวงตะวันก็ค่อยๆลาลับเข้าไปยังสันเขาลูกใหญ่ ณ เส้นขอบฟ้า เออิจิยังคงฝึกฝนหอกของเขาต่อไปด้วยความบ้าคลั่ง เขาฝึกฝนราวกับคนบ้าที่ไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย บัดนี้ทั้งตัวของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ การแทงหอกออกไปหนึ่งครั้งจะทำให้เม็ดเหงื่อกระเซ็นออกไปด้วย เออิจิยังคงฝึกฝนต่อไปโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
และในระหว่างที่เขากำลังดื่มด่ำไปกับความสนุกที่ได้ฝึกหอกยาวอยู่นั้นเอง จู่ๆทิศทางเบื้องหน้าก็เกิดการปะทะกันของสัตว์ใหญ่ขึ้นอย่างอึกทึกครึกโครม
โฮก!
โฮก!
เสียงคำรามของพวกมันดังก้องกังวาลไปทั่วทั้งป่า
เออิจิค่อยๆหยุดการฝึกฝนของเขาลง ทรวงอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงเป็จังหวะ เสียงหอบหายใจของเขาดังขึ้นอย่างชัดเจน เออิจิจงมองทิศทางเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เย็นะเื บัดนี้ดวงตาทัั้งสองข้างของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธ เมื่อครู่นี้เขากำลังััได้ถึงวิถีแห่งหอก แต่เพราะเสียงคำรามที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งป่านั้น ทำให้เขาต้องตื่นจากภวังค์ด้วยสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอด
"บัดซบ! อีกเพียงเล็กน้อยข้าก็จะเข้าสู่วิถีแห่งหอกอยู่แล้ว กล้ามากที่มาขัดขวางเื่ดีๆของข้า" เออิจิกัดฟันแค่นเสียงออกมาผ่านลำคอ
เปรี๊ยะ!
เออิจิสืบเท้าก้าวไปเบื้องหน้าทำให้เกิดประกายอสนีขึ้นที่ฝ่าเท้าของเขา เขาเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจุดที่สัตว์อสูรทั้งสองตัวกำลังต่อสู้กัน ฝั่งหนึ่งคือราชสีห์ปีกวายุผู้มีรูปลักษณ์น่าเกรงขามดุดัน ส่วนอีกฝั่งคือพยัคฆ์ทองสามเนตรที่ทั้งตัวมีลายเหลืองสลับดำมองดูแล้วเหมือนเสือโคร่งขนาดใหญ่
พวกมันทั้งคู่มีร่างกายที่สูงใหญ่มากกว่าสามเมตร เออิจิจ้องมองพวกมันด้วยสายตาอาฆาต จิตสังหารแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาอย่างไม่ปกปิด
"ที่แท้ก็เป็เ้าเหมียวกับเ้าสุนัขพันธุ์ทางนี่เอง ในเมื่อพวกเ้ากล้ามาขัดขวางการฝึกฝนของข้า เช่นนั้นก็เท่ากับรนหาที่ตาย" เออิจิค่อยๆเดินเข้าไปหาสัตว์อสูรทั้งสองด้วยความโกรธเกรี้ยว รังสีอำมหิตและจิตสังหารสีดำแดงแผ่กระจายออกไปปกคลุมทุกพื้นที่ มันเข้าโอบล้อมร่างของราชสีห์ปีกวายุกับพยัคฆ์ทองสามเนตร
สัตว์อสูรทั้งสองหยุดการต่อสู้กันเองลงชั่วขณะ พวกมันทั้งสองหันไปจ้องมองเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ที่กำลังเดินเข้าหาพวกมันด้วยความโกรธ ด้วยจิตสังหารสีดำแดงที่ปกคลุมอยู่ในอากาศหนาแน่นจนแทบจะจับต้องได้นั้น ทำให้ขนของพวกมันทั้งสองลุกชูชันขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณแห่งความหวาดกลัว
โฮก!
กรร!
สัตว์อสูรทั้งสองหนึ่งตนร้องคำรามขู่ อีกหนึ่งคำรามตํ่าในลำคอ พวกมันทั้งสองััได้ถึงความอันตรายและความตายจากเด็กหนุ่มชาวมนุษย์คนนี้ ขาทั้งสี่ของพวกมันบัดนี้ค่อยๆก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ ขณะเดียวกันก็คำรามขู่ไปด้วย สายตาของพวกมันทั้งคู่ไม่ได้ละออกไปจากร่างของเด็กหนุ่มชาวมนุษย์เลยแม้แต่วินาทีเดียว
หอกยาวในมือของเออิจิสั่นพ้องขึ้นเบาๆ ไม่นานก็เกิดเป็รูปร่างของัครามตนหนึ่ง ลำตัวของมันยาวสองเมตร มันค่อยๆเลื้อยวนอยู่รอบๆตัวหอกไม้ในมือของเออิจิ
เออิจิชี้หอกยาวไปยังเบื้องหน้า พลางกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เ็าว่า "วันนี้คือวันตายของพวกแก อย่าได้คิดหนีเป็อันขาด" กล่าวจบร่างของเออิจิก็พุ่งเข้าใส่ราชสีห์ปีกวายุด้วยความเร็วสูง
ฟ้าว!
เสียงร่างของเออิจิแหวกผ่านอากาศไปด้วยความเร็วเสียง ไม่นานร่างของเขาก็มาปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของราชสีห์ปีกวายุ เขาเงื้อหอกในมือของเขาขึ้น จากนั้นก็แทงออกไปด้วยความเหี้ยมเกรียม
โฮก!
ราชสีห์ปีกวายุเบี่ยงตัวหลบออกไปด้านข้าง จากนั้นก็บินทะยานขึ้นไป้าท้องฟ้า ความคล่องตัวของมันที่เคลื่อนที่ในอากาศนับว่ารวดเร็วเป็อย่างมาก
เออิจิหลังจากที่โจมตีพลาดเป้าเขาก็ไม่ได้ตกตะลึงแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันกับที่ราชสีห์ปีกวายุเบี่ยงตัวหลบหอกของเขาไปนัััั้น เขาก็เคลื่อนไหวด้วยท่าร่างสุดพิสดารจากนั้นปลายหอกก็เบนวิถี มันพุ่งตามหลังราชสีห์ปีกวายุไปด้วยความเร็วสูง ปลายหอกแทงทะลุผ่านลำตัวของราชสีห์ปีกวายุไปอย่างเืเย็น
โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วท้องฟ้ายามพลบค่ำ ราชสีห์ปีกวายุร้องคำรามอย่างไร้เรี่ยวแรงแล้วตกจากท้องฟ้า ร่างของมันกระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างรุนแรง แล้วนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น พยัคฆ์ทองสามเนตรที่มองดูเหตุการณ์อยู่สั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความหวาดกลัว จากเดิมที่ค่อยๆก้าวถอยหลังด้วยขาทั้งสี่ข้าง
บัดนี้มันไม่รอช้าม้วนตัวกลับแล้วกระโจนเข้าไปในป่าเพื่อหลบหนีในทันที เออิจิมองตามแผ่นหลังของมันไป จากนั้นก็คำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด "เ้าหนีข้าไม่พ้นหรอกเ้าเหมียว"
เขาสะบัดมือขวาหนึ่งครั้งเบาๆหอกยาวที่เสียบติดอยู่กับร่างของราชสีห์ปีกวายุก็พุ่งเข้ามาในมือของเขา เงาร่างัครามปรากฏขึ้นบนตัวหอกอีกครั้ง เออิจิกวาดเท้าตั้งท่าโจมตี เขาเงื้อมือจากนั้นก็แทงหอกออกไปสุดแรง
"หอกเทพเสินเฉียงกระบวนที่หนึ่ง ัทะยาน ณ เส้นขอบฟ้า"
เงาร่างของัครามทะยานขึ้นไปบนท้องนภา จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ร่างของพยัคฆ์ทองสามเนตรด้วยความรวดเร็วและโเี้ หอกยาวแทงทะลุศีรษะพยัคฆ์ทองสามเนตร ตัดก้านสมองทำให้มันตายคาที่ในทันทีโดยไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้องสุดท้ายก่อนตาย
"กล้ารบกวนการฝึกฝนของข้า โทษนั้นคือความตายสถานเดียว"