โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 31 ช่วยชีวิต

    ตอนที่ 31 ช่วยชีวิตทั้งสองคนต่างก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่กลับค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้กันทีละก้าวใต้ฝ่าเท้าของเซิงห่าวได้เหยียบไปโดนสิ่งของอะไรบางอย่างเข้า ทำให้เกิดเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อย ในขณะเดียวกันนั้นเองก็ทำให้ตำแหน่งของเขาได้ถูกเปิดเผยออกมา เมื่อชายร่างกายกำยำใหญ่โตได้ยินเสียงนั้นเข้า เขาก็หยุดชะงักลงทันทีเมื่อเซิงห่าวได้ยกเท้าขึ้นเพื่อจะมองดู ไม่คาดคิดว่ามันจะเป็นเพียงลูกแก้วลูกหนึ่ง แล้วก็ไม่รู้ว่าลูกแก้วลูกนี้ถูกทิ้งมาเป็นเวลานานแค่ไหนแล้ว ถูกเขาเหยียบเพียงแค่นิดเดียว ก็ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงเสียแล้ว และตอนนี้มันก็ได้แตกออกเป็นสองส่วนน่าเสียดายเซิงห่าวถอนหายใจครึ่งหนึ่ง เขายังคงกำลังวางแผนอยู่ เพียงแค่รอให้ชายร่างใหญ่โตกำยำนั้นเข้ามาใกล้มากที่สุดเมื่อไร เขาก็จะเหวี่ยงท่อนไม้อันนี้ไปทันที อันดับแรกต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บหนักเสียก่อน ใครจะไปรู้ว่าเมื่อชายร่างใหญ่โตกำยำนั้นได้ยินเสียจะชะงักงั้นไปทันทีทั้งสองคนนั้นไม่ทำให้เกิดเสียง ณ ขณะนั้นภายในโรงงานเก่าก็ได้เงียบสงัดลง“ไอ้เลว ฉันจะกัดแกให้ตายเลย”ร่างกายนั้นหมุนตัวมาอย่างแผ่วเบา เพราะว่าเสียงค่อนข้างเบามาก เซิงห่าวแทบจะได้ยินไม่ชัดเจนว่ากำลังพูดอะไรอยู่เขาได้สแกนผ่านเข้าไปที่ทางเข้า มองเห็นเพียงแค่หลินเหยาที่นอนอยู่บนพื้น มือทั้งสองโบกไปมามั่วซั่วอยู่กลางอากาศ ไม่รู้ว่ากำลังฝันร้ายอะไรอยู่หรือเปล่าเมื่อเวลาลากผ่านไปอย่างนั้น ถ้าเกิดว่าคนไม่กี่คนนั้นตื่นขึ้นมา อย่างนั้นสำหรับเขามันจะดูท่าไม่ดีเป็นอย่างมาก"เฮ้ พวกเพื่อนไม่กี่คนนั้นของแกถูกฉันจัดการไปหมดแล้ว ฉันแนะนำว่าให้แกรีบที่จะยอมแพ้ไปซะเถอะ ไม่อย่างนั้นตอนที่ตำรวจมาถึงที่นี่เมื่อไรแกได้จบเห่แน่" เซิงห่าวได้ตะโกนออกไปตอนนี้เขานั้นแทบอยากจะตบศีรษะของตัวเองเสียจริง การแจ้งตำรวจเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดแต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะลืมมันไปได้ตอนที่เขากำลังอธิบายกับชายร่างกำยำใหญ่โตคนนั้น เมื่อได้ยินเสียงของเขา บนใบหน้าก็มีความลังเลอยู่เล็กน้อย และจากเดิมกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด ก็ได้ผ่อนคลายลงไปเล็กน้อยเซิงห่าวรู้ดีว่า นี่ก็เป็นเพราะว่าชายร่างใหญ่กำยำนั้นฟังจากเสียงของเขาแล้วได้ตัดสินว่าเขาคงอายุไม่มากเท่าไรหนัก นี่ก็เป็นสิ่งที่เขากำลังต้องการอยู่พอดี"เฮ้ แกได้ยินสิ่งที่ฉันพูดไปหรือเปล่า? " เซิงห่าวยังคงตะโกนอย่างต่อเนื่อง สายตานั้นก็มองไปรอบๆ ทั้งสี่ด้าน หลังจากค้นพบแล้วว่าไม่มีสิ่งของอะไรที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ เขาก็ได้ข้ามไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ไปอยู่ติดกับขอบของประตูได้คำนวณระยะห่างอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้เขากับชายร่างกำยำใหญ่โตมีระยะห่างกันก็คือสองเมตรกว่า แล้วถ้าหากพุ่งเข้าไปอย่างนี้ละก็ ถ้าเกิดใช้ความรวดเร็วขึ้นสักหน่อยก็คงจะสามารถทำให้ชายร่างกำยำใหญ่โตนี้รับมือไม่ทัน"บี๊บบี๊บ——!" เมื่อเซิงห่าวกำลังคิดที่จะลงมือนั้น เสียงแตรรถยนต์ดังก้องไปทั่วบริเวณ ดูเร่งร้อนมาก เหมือนกับว่ากำลังจะเร่งรัดอย่างไงอย่างนั้นด้านนอกนั้นมีเพียงแค่รถยนต์คันเดียว เห็นได้ชัดเจนว่าคนขับรถสาวกำลังรอเขาอยู่ เห็นว่าเวลาได้ผ่านไปค่อนข้างนาน เลยกดแตรลงไป" โอ๊ย!ไอ้หนูนี่ทำไมถึงไปนานขนาดนี้นะ เสียงที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นั้นมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นนะ? " คนขับรถสาวนั่งอยู่ในรถด้วยสีหน้าที่วิตกกังวล คิดอยู่สักพักหนึ่ง เธอก็ตัดสินใจแล้วจะแจ้งตำรวจก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีนักเรียนคนหนึ่งไม่เพียงแต่มาในที่ห่างไกลเช่นนี้ แถมเมื่อกี้ยังได้ยินเสียงร้องอีกสองสามครั้งราวกับที่นี่ยังมีคนอยู่อีกหลายคนอีกด้วย ดูอย่างไรก็เหมือนกับว่าเป็นสถานการณ์ที่มีการนัดหมายกันไว้แล้วเด็กหนุ่มในตอนนี้หากไม่ใช่เพราะว่าปากทางแคบจนเกินไป ทำให้ขับรถผ่านเข้าไปไม่ได้ เธอก็คงขับอ้อมเข้าไปดูแล้วว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น บริเวณโดยรอบนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เธอก็เลยไม่กล้าที่จะลงจากรถแล้วเดินลงไปคนเดียวเพื่อที่ยังหลีกเลี่ยงเหตุที่จะเกิดอะไรขึ้นต่อชีวิต เธอจะต้องแจ้งกับตำรวจให้รีบมาที่นี่โดยเร็วอีกที่หนึ่ง ณ ขณะนี้ ภายในโรงงานเก่าชายร่างกำยำใหญ่โตก็เดินออกมาจากหลังกองกล่องสินค้านั้น เขาตระหนักได้แล้วว่าไม่สามารถที่จะเสียเวลาอย่างนี้ต่อไปได้อีกแล้ว เขาไม่รู้ว่าข้างนอกนั้นจะมีคนอยู่อีกเท่าไรตัก ตัก ตักรองเท้าที่ชายร่างกำยำใหญ่โตนั้นสวมเป็นรองเท้าส้นเตี้ยแข็ง เมื่อเดินไปบนพื้นแล้วนั้นไม่อาจจะไม่เกิดเสียงออกมาได้ เซิงห่าวได้เฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเขาอยู่ตลอด เมื่อมองเห็นว่าเขาจะเดินมาถึงด้านหน้าแล้วนั้นก็ได้ตะโกนเสียงดังออกมา ท่อนไม้ที่อยู่ในมือของเซิงห่าวนั้นพุ่งเขาไปที่ศีรษะของชายร่างกำยำใหญ่โต สำหรับความถูกต้องแม่นยำนั้น ทำให้ไปโดนดั้งจมูกของชายร่างกำยำใหญ่โตเข้าอย่างจังกระดูกของดั้งจมูกนั้นเปราะบางเป็นอย่างมาก เพียงแค่โดนกระแทกเล็กน้อย มันก็สามารถที่จะหักได้อย่างง่ายได้มาก อีกทั้งดั้งจมูกก็อยู่ในส่วนศีรษะ และส่วนของศีรษะนั้นก็มีเซลล์ประสาทอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าเกิดว่าตีไปโดนในส่วนนั้นจะสามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับความรู้สึกที่เจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง อาจจะทำให้เขาสูญเสียประสิทธิภาพในการต่อสู้ได้ชั่วคราวชายร่างกำยำใหญ่โตนั้นได้เตรียมพร้อมป้องกันมานานแล้ว เมื่อสายตาได้เห็นท่อนไม้พุ่งเข้ามา เขารีบยกแขนขึ้นมาขวางหน้าเอาไว้ แต่ทว่าในท้ายที่สุดปฏิกิริยาตอบสนองยังคงช้าเกินไปอยู่ดีท่อนไม้ได้ตีลงไปโดนที่ดั้งจมูกของชายร่างกำยำใหญ่โตนั้นอย่างถูกต้องแม่นยำไม่พลาดเลยสักนิดเดียว เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากปลายจมูกทั้งสองข้างนั้นทันทีชายร่างกำยำใหญ่โตนั้นปิดจมูกแน่นในทันที สามารถมองออกว่าจมูกของเขานั้นเจ็บเป็นอย่างมากได้จากดวงตาที่ทั้งปิดสนิทและเปิดกว้างของเขา ความเจ็บนั้นเจ็บปวดจนน้ำตาไหลในตอนนี้!หลังจากที่เซิงห่าวใช้ท่อนไม้ตีไปที่ดั้งจมูกของชายร่างกำยำใหญ่โตนั้นได้แล้ว ก็รีบตีครั้งที่สองในทันที พุ่งเข้าไปตีที่ดั้งจมูกอีกครั้งหนึ่งมือของชายร่างกำยำใหญ่โตบังอยู่ที่จมูกตัวเองไว้ตลอดเวลานี่คือความเฉื่อยของมนุษย์ เพราะต้องการที่จะปิดปลายจมูกที่เจ็บปวดของเขา ทำให้ครั้งที่สองเซิงห่าวก็จะใช้ไม้ตีไปทางเดิมตรงจมูกของเขา ฉะนั้นเขาจึงทำได้เพียงมีปฏิกิริยาตอบสนองให้ป้องกันจมูกเอาไว้การตีระดับนี้ทําให้ชายร่างกํายําใหญ่โตถอยหลังไปหลายก้าวเมื่อรอจนถึงการตีในครั้งที่สาม ชายร่างกำยำใหญ่โตนั้นมีปฏิกิริยาสะท้อนกลับขึ้นมา แขนที่ใหญ่โตกว่าคนปกติทั่วไปคู่นั้นถูกยกขึ้นมา บังไว้เพียงแค่ตรงส่วนหน้าผากของเขาท่อนไม้ได้ตีไปบนแขนของชายร่างกำยำใหญ่โตนั่น ทำให้มันหักออกเป็นสองท่อนในทันที ดวงตาของเซิงห่าวจ้องมองออกไปแขนของชายร่างกำยำใหญ่โตคนนี้แข็งแกร่งเพียงใด ไม่คาดคิดเลยว่าจะสามารถขวางท่อนไม้ของเขาได้ และเขาก็ใช้กำลังไม่น้อย แต่ดูแล้วท่าทางของชายกำยำใหญ่โตเหมือนกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นความจริงแล้วที่ชายร่างกำยำใหญ่โตนั้นขวางไปหนึ่งทีนั้นมันเหลือจะทน แขนเจ็บจนเกิดอาการชา หลังจากที่เขาด่าไอ้เลวไปแล้วหนึ่งประโยค ก็ได้ก้าวเท้าเข้ามาหาเซิงห่าว ด้วยมือใหญ่ที่เหมือนกับคีบคู่นั้น คิดอยากที่จะจับเซิงห่าวด้วยแขนคู่นั้นเซิงห่าวเอียงตัวหนีไปด้านข้าง และในขณะเดียวกันก็ทำเท้าให้เป็นตะขอแนวนอน เกี่ยวเข้ากับเท้าของชายร่างกำยำใหญ่โตนั้น หลังจากนั้นใช้แรงกลิ้งไปบนพื้นแล้วกระชากหนึ่งที ทำให้ชายร่างกำยำใหญ่โตเคลื่อนไหวทันที"โอ๊ย! " ชายกำยำใหญ่โตตะโกนร้องออกมา ดูเหมือนว่าเอ็นจะไม่ทำงาน แล้วเอามือปิดตรงเป้ากางเกงไว้เซิงห่าวรีบเอาท่อนไม้อีกอันหนึ่งตีเข้าไปที่ศีรษะของเขาทันที การตีในครั้งนี้ถึงขนาดทำให้เขาหมดสติไปชายร่างกํายําใหญ่โตล้มลงกับพื้นทั้งอย่างนั้นหลังจากจัดการกับชายร่างกํายําใหญ่โตนั้นเสร็จแล้ว เซิงห่าวก็รีบวิ่งไปหาหลินเหยาที่อยู่ตรงนั้น เห็นเพียงร่างกายที่น่าหวาดกลัวของเธอ เหมือนกับจะต่อต้านอะไรบางอย่างเซิงห่าวเขย่าตัวของเธอ : “ตื่นตื่น!”ในขณะนี้ที่เดินเข้าไปใกล้ ยิ่งได้เห็นสภาพของร่างกายหลินเหยา เพียงได้เห็นใบหน้าที่แต่เดิมขาวเนียนกลับมีรอยนิ้วมือที่ชัดเจนขนาดนี้ และมีอาการบวมอีกทั้งยังมีสีดำคล้ำเล็กน้อยเขาได้แกะผ้าที่ปิดตาเธอไว้ออกมาหลินเหยาสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัว เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วยังมองเห็นผู้มาเยือนไม่ค่อยชัด เธอร้องไห้แล้วถอยหลังห่างออกไป เสียงนั้นอ่อนแอและแหบแห้ง : "ถ้าพวกแกกล้าเข้ามาละก็ ฉันจะกัดพวกแกให้ตายเลย! "เซิงห่าวรีบพูดอย่างรีบร้อนว่า “นี่ฉันเอง”“อืม?” เมื่อหลินเหยาได้ยินเสียง ก็ชะงักงันไปเล็กน้อยเธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา หลังจากที่ได้เห็นเซิงห่าวแล้ว ก็ยิ่งถอยหลังไปมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะว่าขยับตัวมากเกินไป จนทำให้สะเทือนถึงแผลบนหน้า ปวดจนเธอทำเสียงอู้อี้ออกมาเมื่อเซิงห่าวได้เห็นถึงท่าทางนั้น ภายในใจรู้สึกกลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก ได้เห็นท่าทางหลินเหยาแล้ว ทำไมถึงได้กลัวเขาถึงขนาดนั้นก็รู้อยู่แล้วว่าปกติแล้วหลินเหยาแทบจะทนไม่ไหวที่จะบงการเขาเหมือนกับน้องชายคนเล็กของตัวเอง ตอนนี้ตัวเองมาช่วยเธอ แต่เธอกลับแทนที่ด้วยท่าทางที่หวาดกลัวเช่นนี้“ฉันมาช่วยเธอนะ เธอเป็นยังไงบ้าง? เดินไหวไหม?”เซิงห่าวต้องการที่จะเข้าไปใกล้หลินเหยา แต่เธอกลับหลบซ่อนตัวจากเขา....