หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    พลังที่แท้จริงของหว่านเจียงอี้

            ​หลังจากจบการต่อสู้ของหว่านเจียงอี้และหลิวเฟยเมิ่งต้วนก็ประกาศให้หยางจื่อและหว่านเจียงอี้รักษาอาการบาดเจ็บ 3 วันและจะกลับมาประลองรอบสุดท้านกันอีกครั้ง รวมทั้งเหยาเซียนและหลิวเฟยที่ต้องแย่งชิงที่ 3 ด้วยเช่นกัน

            อารการบาดเจ็บของหยางจื่อไม่ได้ร้ายเเรงนักแค่เป็นการเผาผลาญพลังมากเกินไปทางหว่านเจียงอี้เองก็ฟื้นฟูพลังได้อย่างรวดเร็วทั้งสองต่างก็นี่งคิดถึงวิธีการรับมือกับอีกฝ่าย

            อีกทางด้านนึงภายในหุบเขาที่แห้งแร้งมีถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ลึกลงไปในหุบเขานี้ภายในถ้ำมีสมาชิกของนิกายมารทมิฬและนิกายอาคมรวมตัวกันอยู่ ตรงหน้าของพวกเขามีรูปปั้นที่ทรงพลังและแผ่พลังแห่งความมืดออกมา

            "พวกเราเตรียมขั้นตอนสุดท้ายเสร็จเเล้วครั้งต่อไปเป็นการคลายผนึกชั้นสุดท้าย เมื่อทำสำเร็จท่านจักรพรรดิปีศาจก็จะคืนชีพด้วยพลังของท่านพวกเราสามารถปกครองดินแดนเทวะแห่งนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น และพวกเรายังสามารถขยายอำนาจไปยังดินแดนอื่นได้อีกด้วย"ประมุขนิกายมารทมิฬกล่าว

            "อืม ผนึกขั้นสุดท้านนี้แข็งแกร่งอย่างมากจำเป็นต้องใช้เวลาในการคลายผนึกแต่ที่ข้ากังวลคือต่อให้ท่านจักรพรรดิปีศาจคืนชีพพลังของท่านก็อาจจะยังไม่สามารถฟื้นฟูได้มากนัก เพราะท่านถูกผนึกมานานหลายพันปีเเล้วจากการคาดการของข้า อย่างมากท่านก็น่าจะมีพลังอยู่ที่ปราณเซียนสวรรค์ขั้นที่ 1-2เท่านั้น" ประมุขนิกายอาคมกล่าว

            "แค่นั้นก็เพียงพอด้วยพลังของท่าน ท่านสามารถพาพวกเราหลบหนีไปยังดินแดนอื่นเพื่อฟื้นฟูก่อนได้"ประมุขนิกายมารทมิฬกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            "อืม แบบนั้นคงดีที่สุดเเล้ว" ประมุขนิกายอาคมกล่าว

            ในกลุ่มผู้คนของนิกายมารทมิฬฝู่หลงยืนอยู่ด้วยใบหน้าเย็นชา ตั้งแต่ที่ตนแพ้ให้กับหยางจื่อฝู่หลงก็รู้สึกถึงความอัปยศและเฝ้ารอวันที่จะได้บดขยี้หยางจื่ออยู่ตลอดเวลา

            ทางด้านการประลองเวลา 3 วันก็ได้ผ่านไป ไม่มีใครรับรู้เเผนการอันชั่วร้ายของกลุ่มนิกายมารทมิฬและนิกายอาคมแม้แต่เฮ่ยหยาที่คอยจับตาดูอยู่ก็คงงจะคิดไม่ถึงว่านิกายทั้งสองจะเริ่มแผนการในเวลานี้

            "การประลองรอบสุดท้ายนี้เป็นการประลองที่จะตัดสินว่าใครจะเป็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของดินแดนเทวะแห่งนี้และผู้ที่ได้อันดับ 1-4 จะได้รับรางวัลมากมายจากพวกเราและที่สำคัญผู้ที่ได้อันดับ 1-4 จะได้เข้าไปในแดนเร้นลับสัตว์เทวะอีกด้วยพวกเจ้าสามารถหาโชควาสนาและโชคชะตาที่น่าทึ่งได้ที่นั่นแต่มันก็มีอันตรายเช่นกัน" เมิ่งต้วนกล่าว

            "การประลองรอบตัดสิน หยางจื่อ เจอกับ หว่านเจียงอี้" ผู้ตัดสินกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น

            หว่านเจียงอี้ทะยานขึ้นไปบนเวทีประลองด้วยความเร็วหยางจื่อเองก็ตามมาติดๆทั้งสองยืนห่างกันหนึ่งร้อยเมตรพลังปราณของสองคนยังคงสงบนิ่ง

            "ข้าเฝ้ารอวันที่จะได้ต่อสู้กับเจ้ามานานเเล้ว"หว่านเจียงอี้กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น

            "ข้าเองก็เช่นกัน" หยางจื่อกล่าว

            "น่าเสียดายที่การประลองในครัง้นี้เร็วเกินไปสำหรับเจ้าถ้าหากช้ากว่านี้อีกสัก 2-3 ปีเจ้าอาจจะเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวสำหรับข้า"หว่านเจียงอี้กล่าว

            "ตัวข้าในตอนนี้ก็ไม่คิดจะแพ้ให้กับเจ้าหรอกนะ"หยางจื่อกล่าว

            "ดีงั้นมาเริ่มกันเลย" หว่านเจียงอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม

            "บึ้ม!!!!!"

            พลังดวงดาวจำนวนมหาศาลระเบิดขึ้นแสงดวงดาวระยิบระยับส่องสว่างอยู่กลางท้องฟ้าท้องฟ้ามืดลงและทำให้เห็นแสงดวงดาวได้ชัดเจนหยางจื่อหดม่านตาลงและกระตุ้นพลังของดาบมังกรสวรรค์ขึ้น พลังของหยางจื่อก็พุ่งขึ้นสูงเช่นกันหว่านเจียงอี้ยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นพลังของหว่านเจียงอี้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

            "ศรเทพดารา!!!!"

            หว่านเจียงอี้ใช้ศรเทพดารานับร้อยโจมตีหยางจื่อในทันทีหยางจื่อไม่ได้แปลกใจและยกดาบมังกรสวรรค์ขึ้นเปลวเพลิงเทวะลุกโชนดาบเปลวเพลิงขนาดใหญ่ปรากฏและฟาดฟันศรเทพดาราของหวานเจียงอี้จนแตกสลาย

            "ดีมาก" หว่านเจียงอี้กล่าว

            "สนามพลังแห่งดวงดาว" หว่านเจียงอี้กล่าว

            สนามพลังแห่งดวงดาวปรากฏออกมาดวงดาวนับไม่ถ้วนส่องประกายทำให้พลังของหว่านเจียงอี้เพิ่มมากขึ้นนี่คือไพ่ตายที่สามารถเอาชนะหลิวเฟยได้หยางจื่อกัดฟันและกระตุ้นพลังจนถึงขีดสุด

            "สวรรค์วินาศ!!!!!"

            "วิ้ง"

            แสงสีขาวสาดประกายไปทั่วสนามพลังแห่งดวงดาวของหว่านเจียงอี้ในทันทีสนามพลังแห่งดวงดาวสั่นสะเทือนและเกิดรอยร้าวขึ้นและไม่นานสนามพลังแห่งดวงดาวก็แตกกระจาย

            เมิ่งต้วนที่นั่งอยู่อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงสนามพลังแห่งดวงดาวเป็นทักษะที่ทรงพลังอย่างมากของวิหารดาราและเป็นทักษะที่ชิงเอาความได้เปรียบคู่ต่อสู้ตามปกติมันไม่มีทางที่สนามพลังแห่งดวงดาวจะถูกทำลายได้

            "พลังแห่งความว่างเปล่าจริง ๆด้วยสินะ " หว่านเจียงอี้กล่าว

            หว่านเจียงอี้ได้รับฟังความสามารถของทักษะสวรรค์วินาศของหยางจื่อจากเมิ่งต้วนมาเเล้วทำให้หว่านเจียงอี้ไม่ค่อยตกตะลึงนักที่สนามพลังแห่งดวงดาวถูกทำลายไปหยางจื่อที่ยืนหอบหายใจอย่างหนักเพราะฝืนใช้ทักษะนี้ตั้งแต่เริ่มต้น

            "เจ้าเป็นคนแรกที่ทำให้ข้าต้องเอาจริงได้ขนาดนี้ข้าจะทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อเอาชนะเจ้า" หว่านเจียงอี้กล่าว

            "ตูม"

            พลังปราณของหว่านเจียงอี้ปะทุขึ้นอีกครั้งจากปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่1 กลายเป็นปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 2 ในทันทีไม่ใช่เพียงแค่นั้นแต่พลังของหว่านเจียงอี้ยังเพิ่มจนกระทั่งจนอยู่จุดสูงสุดของปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่2

            ผู้คนต่างพากันประหลาดใจอย่างมากที่ผ่านมานั้นพวกเขาคิดว่าหว่านเจียงอี้นั้นยังไม่เอาจริงก็ตามแต่พวกเขาไม่คิดว่าหว่านเจียงอี้จะเก็บซ่อนพลังเอาไว้ทำให้ผู้คนต่างคิดว่าหยางจื่อไม่มีโอกาสที่จะเอาชนะหว่านเจียงอี้ได้อีกเเล้วแต่บางคนก็สามารถมองเห็นใบหน้าที่สงบนิ่งของหยางจื่อได้

            ถูกต้องใบหน้าของหยางจื่อนั้นสงบนิ่งราวกับว่าเขาได้คาดการณ์เอาไว้เเล้วหยางจื่อมองไปบนท้องฟ้าแล้วตะโกน

            "เสี่ยวหงได้เวลาเจ้าออกโรงเเล้ว"

            -----------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน