เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน เดินตามแรงดึงดูดของ ลูกแก้วแห่งการสรรหา เข้ามาภายในป่าไร้สิ้นสุดถึง 1วันเต็ม มันทำให้นางตกใจไม่น้อย เมื่อนางมองเห็น อีกหนึ่งดินแดนที่หลบซ่อนอยู่ ดวงตาเต็มไปด้วยความโลภ อยากได้อยากครองอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ สักครั้งในชีวิต ไม่คิดอาวุธ ระดับ สูงที่สมบูรณ์เช่นนี้จะมาหลบซ่อนภายในดินแดนที่เล็กจ้อยถึงเพียงนี้
เพียงเวลาไม่นาน นางก็มาหยุดอยู่ที่เมืองหลวงของแคว้นไฟ ติดตามแรงดึงดูดจนมาหยุดอยู่ที่เมืองแห่งนี้ไม่คิด อาวุธ ระดับ จักรพรรดิ จะอยู่ภายในพื้นที่ที่ผู้คนพลุกพล่านขนาดนี้ นางที่ปกปิดปราณพลังไว้ จึงทำให้ผู้คนไม่ได้หวาดกลัวในตัวนางมองนางเป็นแค่เด็กหนุ่มที่มีใบหน้างดงามก็เท่านั้น นางจึงเดินเข้าไปภายในเมืองหลวงอย่างง่ายดาย
แต่สายตา ของเหล่าผู้คนภายในเมืองหลวง ต่างจับจ้องมาที่นางเป็นตาเดียว ด้วยความงดงามของนาง บวกกับชุดที่นางสวมใส่เต็มไปด้วยสีที่ฉูดฉาด แดงฉาน ปักด้วยลวดลายดอกเบญจมาศสีแดงสดใส แต่มองดี ดีก็แฝงไปด้วยอันตรายอย่างบอกไม่ถูก
ถึงใบหน้าของนางจะ งดงามราวกับภาพวาด แต่ก็รู้ได้ในทันทีว่านาง ก็คือชายชาตรี แต่ใบหน้านั้นก็สะกดสายตาทุกผู้คนได้ไม่ยาก ทุกการก้าวผ่านของนาง แม้แต่สตรีบางคนยังต้องหลีกทาง ในความงดงามของนาง
ก่อนนางจะมาหยุดอยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยม โรงเตี๊ยมหนึ่ง มองขึ้นไปชั้นบน ริมระเบียงอย่างไม่วางตา ราวกับตัวนางเจอสิ่งที่ตามหา
เสี่ยวเอ้อ เข้าไปต้อนรับนางในทันที "เชิญแม่นาง ขึ้นไปดื่มกินด้านบน โรงเตี๊ยมของเราก่อนดีหรือไม่ อาหารของร้านเราถือว่าเลื่องชื่อในหมู่โรงเตี๊ยมแถบนี้เป็นอย่างมาก"
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ไม่รอช้าย่างก้าวขึ้นไปด้านบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมในทันที ตัวนางเองก็อยากรู้ว่าเหตุใดอาวุธ ระดับ สูง เช่นนี้ถึงมาอยู่ในดินแดนแห่งนี้ได้ ตัวนางเองก็ประหลาดใจไม่น้อยว่าจะมีดินแดน แห่งนี้หลบซ่อนอยู่ด้วยเช่นกัน มันไม่เคยมีรายงานมาก่อนแถมปราณพลัง ของพื้นที่แห่งนี้ ก็ยังหนาแน่นกว่าดินแดนอื่นอีกมาก หากเทพสวรรค์คนอื่นๆ รับรู้คงอยากเข้ามาช่วงชิงดินแดนแห่งนี้เป็นแน่
ทางด้านอี้เฉินที่นั่งดื่มกินเป็นเพื่อน หลินเฟย หลังจากกลับมาจากการเยี่ยมเยียนหมู่บ้านที่นางเกิด ใบหน้าของนางในยามนี้ ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม สั่งอาหารมากิน อย่างไม่ได้เกรงใจในตัวของอี้เฉินแม้แต่น้อย
ตัวอี้เฉินที่รับปากนางว่าจะตามใจนางหนึ่งวัน ได้แต่ถอนหายใจยาวออกมา เหล่าคนชายหลายสิบคนที่นั่งดื่มกินอยู่ภายในโรงเตี๊ยม จดจำใบหน้าของนางฟ้าหลินเฟยได้ดี เมื่อเห็นใบหน้างดงามของนาง แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปทักทายนางฟ้าหลินเฟย เมื่อพวกเขาที่ได้ยินข่าวลือว่า เด็กหนุ่มผมขาวที่ร้ายกาจ เป็นองครักษ์ส่วนตัวให้กับนาง จึงไม่กล้าทำอะไรที่เสียมารยาทอีกต่อไป มองอี้เฉินราวกับเป็นผู้อาวุโสของพวกเขาไปเสียอย่างนั้น
อยู่ๆ เมี่ยนจือ นางที่สัมผัสถึงอันตราย บางอย่างที่ดึงดูดมาที่ตัวนาง นางส่งปราณจิตออกมาเอ่ยเตือนอี้เฉินในทันที "อี้เฉินเจ้าระวังเด็กหนุ่มที่กำลังจะเดินขึ้นมาด้านบนด้วย"
เมื่ออี้เฉินได้ยินเสียงเตือนจากเมี่ยนจือ ด้วยน้ำเสียงที่นางหวาดกลัวอะไรบางอย่าง มันก็ทำให้ตัวเขาขนลุกซู่ขึ้นมา จับจ้องไปที่บันใดทางขึ้น ในทันที
เมื่อ อี้เฉินเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่งดงาม ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด เขาถึงกับประหลาดใจ มองชุดที่นางสวมใส่ ราวกับย้อมออกมาจากสีของเลือด ดอกเบญจมาศหลายสิบดอกถูกปักไว้จนเด่นสะดุดตา แต่เมื่อมองดี ดี นางกับมีร่างกายเป็นเด็กหนุ่มอายุราวๆ 15ปีเท่านั้น แต่แววตานั้นมันไม่สามารถปกปิดได้ ว่านางผ่านโลกมายาวนาน
อี้เฉินจึงไต่ถามไปที่เมี่ยนจือ "ใช่นางผู้นั้นที่เจ้าพูดถึงแน่หรือ"
เมี่ยนจือนางไม่แม้จะตอบ แต่กายาของนางกับสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ขาแขนทั้งสองข้างอ่อนแรงล้มลงภายในทะเลความรู้ในทันที
เมื่อ เทพสวรรค์ สุยเยว่หนานเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของเด็กหนุ่มผมขาว ที่มองมาที่ตัวนางอย่างไม่วางตา มันก็ทำให้นางยกยิ้มขึ้นมาให้ ตัวของอี้เฉิน
อี้เฉินมั่นใจได้ในทันที นางผู้นี้ต้องปกปิดพลังเหมือนกับตัวเขาอย่างแน่นอน
เหล่าคุณชายที่เห็นหญิงสาวที่งดงามอีกคนเดินขึ้นมาด้านบน พวกเขาไม่รอช้าเมื่อเห็นนางมาเพียงตัวคนเดียว รีบเข้าไปเชิญชวนนางมานั่งร่วมโต๊ะ ราวกับการแข่งขันที่ดุเดือดกำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็เป็นอยู่เช่นนั้นไม่นานพวกเขาก็ต้องหน้ามืดทะมึน เมื่อนางไม่แม้จะชายตามองมาที่พวกเขาแม้แต่น้อย
ทำให้เหล่าคุณชาย ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจ แต่ก็ไม่อาจเสียมารยาทกับนางได้ นางเดินตรงไปที่โต๊ะของอี้เฉิน ก่อนนั่งด้านข้างอี้เฉินในทันใด
มันจึงทำให้เหล่าผู้คนเดือดดาลขึ้นมาในทันที เมื่อเห็นโต๊ะของเด็กหนุ่มผมขาว มีสาวงามถึงสองคนมานั่งข้างกาย
หลินเฟย นางไม่พอใจอย่างมากเมื่อเห็นคนแปลกหน้ามานั่งข้างกาย อี้เฉิน ถึงนางผู้นี้จะเป็นชายก็ตามแต่ใบหน้าที่งดงามของนาง สามารถสะกดสายตาของผู้คนได้ไม่ยาก แม้แต่นางยังรู้สึกได้ชายผู้นี้งดงามเป็นอย่างมาก "ใครให้เจ้ามานั่งข้างกายท่านพี่ของข้า"
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ไม่แม้จะสนใจ คำพูดของ หลินเฟยแม้แต่น้อย จ้องตาอี้เฉินอย่างไม่วางตา
จนอี้เฉินต้องเอ่ยเตือนนาง "อย่าเสียมารยาท หลินเฟย ท่านผู้อาวุโส ไม่ทราบท่านมีธุระอันใด"
เมื่อหลินเฟย กับคนอื่นๆ ได้ยินคำพูดของอี้เฉิน มันก็ทำให้พวกเขากลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ชั้น 2 ของโรงเตี๊ยมเงียบสงัดในทันที ไม่คิดเด็กหนุ่มที่เหมือนหญิงสาวที่พวกเขามองไม่ออกจะเป็นผู้ผ่านโลกมายาวนานกว่าพวกเขา
อี้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพหวังว่าจะเจรจากับนางได้ "เหมือนว่าท่านมาหาข้าโดยตรง ท่านต้องการอะไรจากตัวข้างั้นหรือ"
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ยกยิ้มไม่คิดเด็กหนุ่มผมขาวที่มีใบหน้าหล่อเหลา คนนี้จะมีไหวพริบไม่เลว แถมยังกะล่อนเสียไม่มี ทำให้นางถูกใจเด็กหนุ่มไม่น้อย ยกมือลูบคลำใบหน้าเด็กหนุ่ม ราวกับคนรักที่จากรากันมานาน จนทำให้หลายคนหน้าแดงด้วยความเขินอาย บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นความสำราญในทันที
ก่อนนางจะเอ่ยพูดออกมา "ข้าอยากได้หัวของเจ้ามาตั้งโชว์ภายในห้องบรรทมของข้า เสียจริง"
เมื่อนางเอ่ยพูดหมดประโยค ผู้คนภายในชั้นสองของโรงเตี๊ยมก็พากันหัวเราะขบขัน พวกเขามองว่าเป็นการพูดตลกเท่านั้น แต่ไม่ใช่สำหรับอี้เฉิน เขาหน้ามืดทะมึนในทันใด ส่งปราณจิตเตือน หลินเฟยในทันที
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน เอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง "เจ้าเอาอาวุธ ระดับจักรพรรดิ ออกมาเสีย ดี ดี ข้าจะฆ่า เจ้าอย่างไม่ทรมาน"
เมื่อฝูงชนได้ยินคำพูดเหล่านั้น พวกเขาต่างพากันจับจ้องไปที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา ต่างพากันพูดคุย ว่าอี้เฉินมีอาวุธ ระดับ จักรพรรดิอยู่ข้างกายจริงหรือ
อี้เฉินได้ยินเขาหน้ามืดทะมึนในทันที สบตา เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน อย่างไม่วางตา เพียงอี้เฉินเอ่ยพูดออกมา เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน คงได้ลงมือกับตัวเขาเป็นแน่
บรรยากาศโดยรอบกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง อี้เฉินส่งปราณจิต เข้าไปหาเมี่ยนจือด้วยความร้อนรน "เมี่ยนจือ เจ้าอย่าได้ห่วงไป ข้าไม่คิดขายเจ้า ออกไปอย่างแน่นอน แต่เจ้าต้องร่วมมือกับข้าต่อสู้"
เมี่ยนจือที่ได้ยินเสียงของอี้เฉิน มันก็ทำให้นางกลับมาได้สติอีกครั้ง "แต่เจ้าควรส่งตัวข้าออกไปอี้เฉิน เจ้าไม่อาจเอาชนะเทพสวรรค์ที่แท้จริงได้"
อี้เฉินที่ได้รู้ความจริงเขาหน้าเขียวคล้ำ ในทันที หากเขาส่งมอบ เมี่ยนจือ ออกไป เขาก็อาจจะรอดพ้นหายนะไปได้ แล้วหลังจากนั้นละตัวเขาจะไม่อยู่ภายใต้การกดขี่ ของเทพสวรรค์ไปตลอดชาติเลยงั้นหรือ แล้วดินแดนแห่งนี้ล่ะ จะเป็นเช่นไร เขาไม่อาจรับความเสี่ยงเหล่านั้นได้ จึงคิดที่จะดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
เมี่ยนจือที่เห็นอี้เฉินมีท่าที ลังเล นางจึงเริ่มทำใจ นางไม่คิดกล่าวโทษอี้เฉินแม้แต่น้อย ทุกคนล้วนหวาดกลัวต่อความตายที่มาเยือน ยิ่งเป็นการต่อสู้ที่ยากจะชนะ ต้องทุ่มหมดหน้าตักที่มีเช่นนี้ มันจึงเสี่ยงเกินไป "เจ้าส่งมอบ อาวุธระดับ จักรพรรดิ ออกไปเสียอี้เฉิน แล้วรักษาชีวิตน้อยๆ ของเจ้าไว้ซะ ข้าเองก็ไม่อยากเห็นเจ้าตายตก หากเจ้าได้เป็นเทพสวรรค์ ค่อยออกตามหาข้าก็ยังไม่สาย"
แต่เมื่อเมี่ยนจือ เห็นอี้เฉินไม่ได้ตอบอะไรนางกลับมา มันก็ทำให้น้ำตาของนางไหลริน ไม่คิดอี้เฉินคิดจะแข็งข้อกับเทพสวรรค์ ที่แท้จริงเพื่อตัวนาง
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ที่จ้องสายตา กับอี้เฉินอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเขาเห็นสายตาเด็กหนุ่มไม่มีความจำยอม มันก็ทำให้นาง ยกยิ้มขึ้นมา "เหมือนว่าเจ้าตัดสินใจได้แล้วสินะ ....ไม่ช้าเสียงหัวเราะของพื้นที่แห่งนี้จะเปื้อนเลือด ก็เพราะตัวเจ้า"