หลีโหยวเหิงภายหลังจากได้เบาะแสสำคัญจึงได้รีบเร่งจัดการคดียักยอกในครั้งนี้ให้เสร็จสิ้นโดยไว หลายวันมานี้เขายุ่งมากจนไม่มีแม้แต่เวลาพักผ่อน ทางราชสำนักเร่งให้กรมพิพากษาหาตัวคนร้ายก่อนเดือนหกตามพระบัญชาของฝ่าา
และหนึ่งในนั้นก็คงไม่พ้นบิดาของนางที่อยู่ในเรือน เห็นที่คงจะหลีกเลี่ยงการล้างตระกูลได้ยาก คดียักยอกของบรรณาการจากต้าเหลียงถือเป็การดูิ่ฮ่องเต้
ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยต่อหน้าผู้ใต้บัญชาทว่าหลีโหยวเหิงกลับกลัดกลุ้มอยู่หลายส่วน ระหว่างค้นหาหลักฐานก่อนเปิดศาลตัดสินคดีครั้งสุดท้าย ภายในจวนพักชั่วคราวหลังนี้ได้ถูกประดับประดาไปด้วยสีแห่งความเป็มงคล
เสียงแม่สื่อนำเกี้ยวดังขึ้นหน้าประตูใหญ่ “ชินเหนียงมาถึงแล้ว” ดังสะท้อนยังด้านหน้า ผู้คนมากมายล้อมเข้ามามุงดูขบวนเ้าสาวคนใหม่อย่างใคร่รู้ว่าสตรีเมืองฉางหลิงโชคดีผู้ใดกันที่ได้ตบแต่งให้ท่านผู้พิพากษาวัยหนุ่มจากเมืองหลวง
ทว่าไม่มีผู้ใดในที่นี้รู้เลยว่าเขามีฮูหยินเป็ตัวเป็ตน ประตูใหญ่จึงถูกเปิดออกต้อนรับฮูหยินท่านเ้ากรมอย่างเอิกเกริก ทว่าผู้เป็เ้าบ่าวกลับไม่ได้รั้งรออยู่ที่จวนตนแต่อย่างใด หลีโหยวเหิงอาศัยโอกาศนี้ในการเคลื่อนไหว
มีบ่าวในเรือนจัดการกันไป กระทั่งบ่าวไพร่ก็เป็เพียงฉากหน้า
แม่สื่อประคองมือเ้าสาวลงจากเกี้ยวก้าวขึ้นบันไดหน้าจวนก่อนจะก้าวข้ามประตูใหญ่เข้าไปด้านในอย่างไม่รีบร้อนจนเสร็จสิ้นพิธีและส่งตัวเข้าหอ
ไป๋เซียงหลันรอในห้องอย่างสงบ มีสาวใช้ข้างกายหนึ่งนางคอยปรนนิบัติดูแลผู้เป็ฮูหยิน
แม้คนในจวนจะอดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดตลอดพิธีถึงไร้ซึ่งเงาของผู้เป็ชินหลาง ทว่าก็ไม่มีผู้ใดเอ่ยปากออกมา ครั้นคนในจวนถูกกำชับไว้ให้ทำทุกอย่างเสมือนปกติ เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีใครอื่นนอกจากชินเหนียง แม่สื่อและบรรดาบ่าวไพร่อยู่ดี
ทางด้านหลีโหยวเหิง เวลานี้เขาได้หลักฐานของผู้อยู่เื้ัตามรายชื่อมาไว้ในมือแล้ว เพราะการป้องกันที่หละหลวม พวกคนร้ายคิดว่าเขากำลังเข้าพิธีแต่งงานจึงได้เลือกขนย้ายสินค้ากันในเวลานี้ประจวบเหมาะกับที่เขาได้ลงมือรวดเร็ว
“นำตัวไปให้หมด” โหยวเหิงออกคำสั่งกับลูกน้องให้นำตัวคนไปขังไว้และจะทำการสอบสวนด้วยตนเอง เมื่อได้รับคำสารภาพครั้นจะเปิดโปงคนบงการเื้ัก็ไม่ใช่เื่ยาก คดีนี้ก่อนเดือนหกคงจะปิดลงได้ตามพระประสงค์ขององค์ฮ่องเต้
“กลับศาล” หลีโหยวเหิงสะบัดชายชุดคลุมขึ้นรถม้าไป