๗
"ก็ใช้ให้ไปทำความสะอาดห้องเก็บเสื้อผ้ามาซัก ซักผ้าปูที่นอนค่ะ"
ป้านิ่มตอบเมื่อถูกเค้นถามจากคนอ่อนโยน
"ซักเสื้อผ้ากับทำความสะอาดห้องเนี่ยะนะครับกรมันหวงห้องมันยิ่งกว่าอะไรอีก มันไม่ชอบให้ใครเข้าไปในที่ส่วนตัวของมัน"
"อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะเมื่อเช้าก็ใช้ให้คุณเจี๊ยบเอากาแฟขึ้นไปให้บนห้องทั้ง ๆ ที่ไม่เคยทานของบนห้อง"
"กรเปลี่ยนไปแต่ว่ามันจะเปลี่ยนไปทางที่ดีหรือเลวก็แค่นั้นแหละวันนี้อีกนะป้าไล่ตะเพิดผู้หญิงออกจากห้อง โดยที่ไม่สนใจความรู้สึกพวกน้องหนูของมันเลยแหละ"
แอลม่อนพูดพร้อมกับยืนกอดอกอยู่ในห้องครัวพี่ชายเขากำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่
คนอ่อนโยนอย่างเขาแค่สงสารลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆ ที่ต้องมารองรับอารมณ์ของพี่ชายตัวเอง
"ใช่ค่ะเปลี่ยนไปบางทีป้าว่าอาจจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีก็ได้นะคะ"
ป้านิ่มยิ้มละไมอย่างมีเลศนัย
"ผมว่าผมต้องพูดเื่นี้กับกรแล้วล่ะครับเพราะสุดท้ายแล้วคนที่เจ็บที่สุดก็คือน้องเจี๊ยบ"
"บางทีคนที่เจ็บที่สุดอาจจะไม่ใช่คุณเจี๊ยบก็ได้ค่ะ"
"ป้านิ่มหมายความว่ายังไงครับ"
"ป้าก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะแต่ป้าเลี้ยงคุณหนูสองคนมาั้แ่เด็กทำไมป้าจะไม่รู้ว่าคุณักำลังอยู่ในสภาวะแบบไหน"
"กรอยู่ในสภาวะแบบไหนเหรอครับ"
แอลม่อนถามด้วยความสงสัย
"สับสน ไม่รู้หัวใจตัวเองรักแรกพบ"
"ห๊ะ…รักแรกพบ จริงเหรอครับป้า"
"ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะแต่คุณแอลม่อนลองคิดดูนะคะ คุณัไม่เคยพาใครเข้าบ้านไม่เคยทำแบบนี้กับลูกหนี้คนไหน ไม่เคยให้ความสนใจใครแต่สำหรับคุณเจี๊ยบแล้วคุณแอลม่อนคิดว่าพิเศษไหมล่ะ"
"เก๊าะจริงอย่างที่ป้านิ่มพูดนะครับแต่อย่างไอ้กรนั่นน่ะเหรอที่จะหลงรักเด็กหนุ่มหน้าหวานอย่างน้องเจี๊ยบ มันฟันผู้หญิงทิ้งไปไม่รู้ตั้งกี่คนแล้วนับนิ้วเท้าด้วยไม่รู้จะพอรึเปล่า"
"ใช่ค่ะคนอย่างก๊อนนั่นแหละ..."คนพูดเลียนเสียงตอนที่แอลม่อนชอบขึ้นเสียงใส่พี่ชายตัวเองแบบยิ้ม ๆ "คุณัไม่ใช่คนใจร้ายแต่ที่ทำลงไปเพราะมีเหตุผลไงคะส่วนเื่น้องหนูพวกนั้นป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"
"เหตุผลอะไรครับ"
"เหตุผลของหัวใจ"
"แต่ผมว่าถ้ากรยังไม่รู้หัวใจตัวเอง..."แอลม่อนหยุดพูดเหมือนคิดอะไรอยู่...กลัวัเสียใจ "ตอนนี้ผมขอเปลี่ยนความคิดดีกว่าเพราะคนที่เจ็บที่สุดอาจจะเป็ก๊อนสุดที่รักของผมเองนี่ก็ไม่รู้ว่ามันทำอะไรเจี๊ยบไว้บ้าง...เห้อ"
คนอ่อนโยนถอนหายใจยาว แล้วพูดขึ้นพร้อมกับเอามือลูกท้องไปมา
"ป้านิ่มครับ ผมขอข้าวไข่เจียวหน่อยได้ไหมหิวอีกแล้ว"
แอลม่อนเอาหน้าซบลงตรงไหล่ป้านิ่มแล้วทำเสียงออดอ้อนราวเด็กน้อย
"ไม่ได้ดึกแล้วค่ะตอนเย็นก็ทานไปแล้วนี่คะ"
"สามทุ่มเองครับนะผมหิว ผมหิว อีกอย่างตอนเย็นผมทานนิดเดียวเพราะอยู่ ๆ กรก็เป็ไพโบลาร์ขึ้นมา"
"มันคืออะไรคะไอ้ล่าล่านี่"
"โรคสองอารมณ์ไงครับเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย"
คนฟังส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยและอดยิ้มไม่ได้ให้กับความไม่รู้จักโตของแอลม่อน
"เดี๋ยวถ้าก๊อนรู้จะถูกดุเอานะคะ"
"ไม่รู้หรอก่นี้ก๊อนงานเยอะครับเรารีบ ๆ ทำกันดีกว่า ผมหิวแล้ว"
"นั่งรอเลยค่ะ...เดี๋ยวป้าทำให้"
"ใส่หมูสับกับกุ้งด้วยนะครับ"
"ได้ค่ะ"
ป้านิ่มพูดพลางหันไปจัดเตรียมของทำไข่เจียวหมูสับกุ้งให้เด็กโตที่ชอบเอาแต่ใจ
"หอมจังเลยครับ"
แอลม่อนพูดเมื่อข้าวไข่เจียววางลงตรงหน้าตัวเองจากนั้นก็เริ่มจัดการตักข้าวไข่เจียวเข้าปาก แอลม่อนต่างจากัที่ทานอะไรก็ได้ง่ายๆ ไม่เื่มาก แต่ัแอบเื่มากนิดหน่อยกับข้าวต้องไม่เผ็ดเพราะเ้าตัวไม่ทานเผ็ดไม่ชอบของหวาน ไม่ทานครีมเทียม ไม่ทานนมที่มีไขมันสูง ส่วนแอลม่อนทานได้ทุกอย่าง
และระหว่างที่แอลม่อนกำลังเพลินอยู่กับข้าวไข่เจียวอยู่นั้นเสียงอันคุ้นหูก็พูดขึ้น
"มีใครอยู่บ้างครับ"
"แคก ๆ แคก ๆนะน้ำครับ แคก ๆ"
ทันทีที่เ้าตัวได้ยินเสียงผู้มาเยือนก็สำลัก
"นี่ค่ะน้ำ..."ป้านิ่มส่งแก้วน้ำให้แอลม่อน เ้าตัวรีบคว้าไปดื่มทันทีจนหมดแก้ว "ค่อย ๆทานสิคะ"
ยังไม่ทันที่แอลม่อนจะได้ตอบเสียงนั้นก็พูดขึ้น
"อ้าวน้องแอลม่อนกลับมาั้แ่เมื่อไหร่ครับทำไมไม่บอกพี่หมออาร์ตบ้างครับ"
"กูไม่จำเป็ต้องบอกมึง..."แอลม่อนพูดด้วยน้ำเสียงราวกับคนที่อยู่ ๆ ก็อารมณ์เสีย"อีกอย่างกูไม่ใช่น้องมึง กูมีพี่ชายคนเดียว และแม่กูก็มีผัวคนเดียวไม่มีพี่ชายต่างแม่"
"พูดกับพี่ทำไมพูดไม่เพราะเลยทีกับคนอื่น นี่พูดเพราะมาก ๆ พี่ก็น้อยใจเป็นะครับน้องแอลม่อน"
ป้านิ่มได้แต่มองดูคนที่พูดอยู่ตรงหน้าแล้วก็ส่ายหน้าไปมา ทำไมบ้านนี้มีแต่คนปากแข็งนะ
"สวัสดีครับป้านิ่มพอดีผมมาหาไอ้กรน่ะครับมันไม่รับโทรศัพท์เลย"
"่นี้คุณกรงานเยอะค่ะว่าแต่คุณหมอมีธุระอะไรรึเปล่าคะ"
"มีเื่คุยนิดหน่อยครับ...อ้อ...แล้วก็จะมาถามอาการเด็กคนนั้นด้วยว่าเป็ยังไง"
"คุณเจี๊ยบเหรอคะ"
"น่าจะใช่ครับคนที่มันให้ผมมาดูอาการน่ะ"
"ออ...หายแล้วค่ะ"
"ดูอาการอะไรเหรอครับป้านิ่ม"
แอลม่อนรีบถามด้วยความสงสัย
"ถามพี่ก็ได้นี่ครับน้องแอลม่อนไม่เห็นต้องถามป้านิ่มเลย"
"หยุดพูดได้มั้ยแล้วออกไปจากบ้านกูได้ละ บ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับหมอ เลว ๆ อย่างมึง"
"ถึงพี่จะเป็หมอเลวในสายตาน้องแอลม่อนแต่พี่ก็เป็..."
"อาร์ต"
ยังไม่ทันที่อาร์ตจะพูดจบ แอลม่อนก็เรียกชื่นคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเ็า แล้ววิ่งออกจากห้องครัวทันที
"อ้าวไม่อยากรู้แล้วเหรอครับ"
เสียงนั้นพูดตามหลังแอลม่อน
"แอลม่อน"
หมับ
อาร์ตรับวิ่งตามแอลม่อนแล้วคว้าเข้าที่ข้อมือจากนั้นก็ดึงแขน แอลม่อนให้เดินตามเขาขึ้นมา
"ปล่อย...ปล่อยกูนะไอ้หมออาร์ต"
แอลม่อนพยายามแกะมืออาร์ตออกจากข้อมือตัวเองหากไม่สำเร็จ
อาร์ตดึงแขนแอลม่อนเข้ามาที่ห้องนอนของแอลม่อนแล้วกดล็อคประตูห้องทันที
"ออกไปจากห้องกู"
"ไม่ออกทำไมม่อนต้องหลบหน้าพี่ด้วย"
"ก็ไม่อยากเจอหน้าไง๊คิดไม่ออกเหรอเป็ถึงหมอ หรือว่าเป็หมอควายกัน"
"ม่อน"
"อาร์ตออกไป"
แอลม่อนพูดพร้อมกับหลบสายตาอาร์ตที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแขนทั้งสองข้างยันประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้แอลม่อนหนีไปไหน
"ไม่ออก ทำไมเราไม่เปิดใจคุยกันเื่คืนนั้นพี่พร้อมกับผิดชอบม่อนนะ"
"แต่กูไม่้าบอกให้ออกไปไง๊"
คนพูดน้ำตาเริ่มคลอ
"ไม่ออก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าม่อนจะยอมคุยกับพี่"
"บอกว่าไม่มีอะไรจะคุยไง๊"
อาร์ตนิ่งไม่พูดอะไร แล้วเอามือไปจับใบหน้าหล่อหากดูหวานของแอลม่อนจากนั้นก็ประกบริมฝีปากกับอีกคน แล้วบดขยี้อย่างดูดดื่ม หากแอลม่อนพยายามดิ้นขัดขืนแล้วผลักคนที่อยู่ตรงหน้าออกไปอย่างแรง
เพี๊ยะ !
ใบหน้าหล่อของอาร์ตหันไปตามแรงตบของแอลม่อนเขาไม่รอช้าดึงตัวของเอลม่อนเข้ามาชิดกับตัวเองมากขึ้นแล้วประกบริมฝีปากอีกครั้ง
เพี๊ยะ !
"ถ้าตบจะจูบอีก"
น้ำเสียงขู่เล็กน้อย
"ออกไป…ออกไปจากห้องกูเดี๋ยวนี้"
แอลม่อนตวาดเสียงดังด้วยเสียงสะอื้น
"ไม่…พี่ไม่ออก ม่อนหลบหน้าพี่บ่อยเกินไปแล้วนะ..." น้ำเสียงและแววตาจริงจัง"คืนนั้นมันไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่ม่อนคิดนะครับ พี่ตั้งใจและตอนพี่ทำพี่ก็มีสติดี"
"มึงมันเลวมึงมอมเหล้ากูและคืนนั้นกูก็แค่เมาแล้วล้มทับมึงก็เท่านั้น มันเป็แค่อุบัติเหตุ ออกจากห้องกูไปได้ละกูเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศอยากพักผ่อน กูเหนื่อย..." คราวคนพูดน้ำเสียงอ่อนลงใบหล่อตอนนี้แดงเพราะเ้าตัวกำลังโกรธจัด ั์ที่เป็ประกายสดใสตอนนี้ดูเศร้ารื้นด้วยน้ำตา และแววตานั้นมีความอ่อนล้าจริง ๆ "ขอร้องล่ะหมออย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยกลับไปได้ละ"
แอลม่อนผลักคนที่อยู่ตรงหน้าออกจากตัวจากนั้นก็เปิดประตูห้อง
อาร์ตมองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาอ่อนโยนและเป็ห่วงความรู้สึกของแอลม่อน แต่เขาก็ตัดสินใจเดินออกจาก้องไปเพราะพูดอะไรไป แอลม่อนก็ไม่ฟัง
ปัง !
แอลม่อนปิดประตูเสียงดัง แล้วทรุดตัวนั่งลงกับพื้นน้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมา เขาไม่น่าหลงกลอาร์ตเลย
คืนนั้นมันก็แค่อุบัติเหตุแค่ล้มทับกันเท่านั้น
"ไม่ร้องนะม่อน ไม่ร้องนะไม่ร้องมันผ่านมาแล้วแค่ล้มทับกันเฉย ๆ ลืมมันซะคืนนั้นมันเป็แค่อุบัติเหตุพรุ่งนี้ความสดใสของแกจะกลับมา"
แอลม่อนพูดพร้อมกับลุกขึ้นจัดการถอดเสื้อผ้าแล้วเข้าห้องน้ำไป การอาบน้ำคงทำให้เขาสดชื่นได้บ้าง
ติ๊ดติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
นาฬิกาปลุกรูปหมีพูห์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนส่งเสียงปลุก ทำให้เจี๊ยบค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วเอื้อมมือไปกดปิด
เจี๊ยบค่อย ๆขยับตัวเพราะตอนนี้เขาปวดร้าวไปหมดทั้งตัว โดยเฉพาะช่องทางด้านหลัง
"จะต้องเจ็บอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน"
คนตัวเล็กพูดพร้อมกับเอามือปาดน้ำตาเพราะทุกภาพการกระทำยังฝังลึกอยู่ในหัวใจ
ความเ็ปที่ัทิ้งไว้ให้เขา มันเจ็บจนแทบขาดใจตายเสียให้ได้
แต่ไม่ว่ายังไงเจี๊ยบก็ต้องทนเพราะด้วยเหตุผลที่ว่าเขามาอยู่ที่นี่เพื่อใช้หนี้ เขามาอยู่ที่นี่เพื่อขัดดอกเขาเป็นกที่ถูกขังไว้ในกรง และกรงนั้นแ่าจนเขาไม่สามารถบินออกไปไหนได้
คนร่างบางพลางคิดอะไรอยู่สักพักแล้วกัดฟันลุกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อไปเรียน
เจี๊ยบมองดูตัวเองที่หน้ากระจกบานใหญ่ร่างกายเขาเต็มไปด้วยรอยสีแดงเป็จ้ำๆ เต็มคอ ตามตัวบางจุดมีรอยเขี้ยวฝังอยู่ เพียงแค่ััเบา ๆ ก็เจ็บ
"แกไม่มีความรู้สึกเจี๊ยบจำไว้ว่าแกเป็แค่ตุ๊กตายางให้เขาเอาเท่านั้น แกมันไม่มีหัวใจ แกมันเป็คนไร้ค่า จำไว้ว่าอย่าไปเรียกร้องอะไรจากเขาอีกอย่าไปขอร้องอ้อนวอนจากคนอย่างเขาอีก"
คนร่างบางพูดกับตัวเองตรงหน้ากระจกหากน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไม่สามารถกลั้นไว้ได้อีกต่อไป
ร้องมันออกมาซะให้พอ ร้องมันออกมาซะเผื่อความเ็ปมันจะได้จางหายไปบ้าง
ปล่อยให้ความเ็ปนั้นผ่านม่านน้ำตาออกมา
อ่อนแอได้ ร้องไห้ได้แต่ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อวันต่อไป
อย่าไปหวังว่าวันพรุ่งนี้มันจะดีขึ้นเพราะพรุ่งนี้ไม่เคยมีจริง ถ้าพรุ่งนี้มีจริงเจี๊ยบคงหลุดจากกรงทองของัแล้วล่ะ
อย่าไปหวังความเห็นใจจากผู้ชายที่ชื่อัจงเป็สิ่งที่เขาอยากให้เป็ ปล่อยให้เขาทำซะให้พอ
มันต้องมีสักวันล่ะน่าที่เป็ของเจี๊ยบเมื่อวันนั้นมาถึงคนที่เ็ปที่สุดต้องไม่ใช่ลูกเจี๊ยบ
"อ้าวคุณเจี๊ยบ วันนี้ไปเรียนเหรอคะใส่ชุดนักศึกษาก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ย"
ป้านิ่มทักขึ้นเมื่อเห็นคนร่างบางเดินเข้ามาในห้องครัวหากต้องชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าดวงตาทั้งสองข้างบวมแถมยังมีรอยแดงที่โผล่พ้นคอเสื้อมาให้เห็น แม้ว่าคนร่างบางจะพยายามปกปิดไว้ แต่ไม่มิด ป้านิ้มถอนหายใจเล็กน้อย แล้วก็อดที่จะสงสารเด็กผู้ชายหน้าหวานตัวเล็กๆ คนนี้มิได้
เจี๊ยบได้แต่ยิ้มบาง ๆให้กับคนที่อยู่ตรงหน้า รอยยิ้มที่เขาสร้างขึ้นมาและคิดว่ามันจะกลบเกลื่อนทุกอย่างได้ แต่เปล่าเลย ไม่ว่าเจี๊ยบจะสร้างรอยยิ้มเพื่อทำให้ตัวเองดูมีความสุขแค่ไหนหากแววตาเขาไม่เป็เช่นนั้น
"ไปนั่งก่อนค่ะ เช้านี้ป้าทำข้าวต้มกุ้งเดี๋ยวให้เด็กเอาออกไปให้ค่ะ"
"ผมนั่งทานตรงนี้ก็ได้ครับ"
"อย่าดื้อค่ะเชื่อป้านะคะไปนั่งทานตรงห้องอาหารทานข้าวเสร็จจะได้ทานยาเดี๋ยวป้าเอายาลดไข้กับยาแก้ปวดให้ทาน"
เจี๊ยบนิ่งเงียบและไม่พูดอะไรน้ำตาปริ่มตรงขอบตา
หากมือนิ่ม ๆของหญิงมีอายุที่อยู่ตรงหน้าเอื้อมมาปาดน้ำตาให้
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้วค่ะไม่ร้องนะคะ เดี๋ยวทุกอย่างมันจะผ่านไปป้าเชื่อว่าคุณเจี๊ยบต้องผ่านเื่พวกนี้ไปค่ะ"
และระหว่างนั้นเสียงของอีกคนก็พูดขึ้น
"ป้านิ่มค้าบเช้านี้มีอะไรให้แอลม่อนทานบ้างค้าบ"
คนพูดหน้าตาไม่สดใส เสียงเฉื่อยชาทำเอาคนฟังต้องส่ายหน้าไปมาอีกครั้ง
เห้อ…ทำมันบ้านนี้มันมีแต่เื่ของหัวใจนะ และยังไม่ทันที่ป้านิ่มจะตอบ เ้าตัวที่ทำหน้างอแงก็หันไปคุยกับเจี๊ยบ
"อ้าวน้องเจี๊ยบวันนี้ไปเรียนหรอครับ"
"ครับ"
"นึกว่าั์มันไม่ให้น้องเจี๊ยบไปเรียนซะแล้วเห็นไหมพี่บอกแล้วว่ามันใจดี แต่บางทีมันก็ใจร้ายน่ะ"
เจี๊ยบนิ่งและเงียบอีกครั้ง หลายครั้งที่เขาต้องนิ่งและเงียบเพราะไม่รู้จะพูดหรือตอบอะไรเพราะทุกความเ็ปเขาแบกรับมันไว้เองทั้งหมด
ความเ็ปที่เขาได้รับมันสุดที่จะกลั่นออกมาเป็คำพูดได้
"ไปรอที่โต๊ะเลยค่ะเดี๋ยวป้าจะให้เด็กจัดโต๊ะให้ค่ะ วันนี้มีข้าวต้มกุ้ง ว่าแต่คุณหนูแอลม่อนอยากได้ไข่เจียวเพิ่มไหมคะ"
คนพูดตั้งใจที่จะพูด เพราะคิดว่าเดี๋ยวแอลม่อนต้องตอบออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังคนฟัง…ฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้แน่
"ไม่เอาไม่กิน ม่อนเกลียดไข่ไปตลอดชีวิตไปกันเถอะน้องเจี๊ยบ อ้อ…ถ้า่นี้พี่เผลอกินไข่ก็เตือนพี่ด้วยล่ะเพราะพี่มีประวัติกับไข่พี่เกือบตายเพราะไข่ติดคอก็เพราะไอ้เลวนั้นคนเดียว"
เจี๊ยบทำหน้างงเล็กน้อยแล้วพูดรับปาก
"คะครับ"
ป้านิ่มได้แต่ส่ายหน้าไปมาหากคนที่น่าสงสารที่สุดคือลูกเจี๊ยบ
ส่วนแอลม่อนผู้อ่อนโยนน่าจะเอาตัวรอดได้ล่ะน่า
บนโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยความอึดอัดต่างคนต่างไม่มีใครพูดอะไร เจี๊ยบได้แต่ก้มหน้าทานข้าว เขาไม่คิดแม้จะมองคนที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะทานข้าวแต่ความอึดอัดนั้นก็ถูกพังลงด้วยแอลม่อนผู้อ่อนโยน
"น้องเจี๊ยบครับไปมหาลัยยังไงครับ"
"เดี๋ยวเดินไปหน้าปากซอยนั่งวินมอไซต์ไปขึ้นบีทีเอชครับ"
"งั้นเดี๋ยวพี่ม่อนไปส่งครับแล้วมีเงินติดตัวรึเปล่า โทรศัพท์มีใช้ไหมเอาไว้โทรฯ หาพี่ตอนเลิกเรียนเดี๋ยวพี่ไปรับ"
พูดเสร็จแอลม่อนก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วควักเงินในกระเป๋าออกมาจำนวนหนึ่งยื่นให้เจี๊ยบ
ัมองดูการกระทำของแอลม่อนอย่างเงียบๆ เขาไม่พูดอะไร
"ผมมีเงินแล้วครับเมื่อคืนคุณัเอาให้ผมแล้วครับ"
"ให้เท่าไหร่ครับ"
"คุณัให้ผมใช้อาทิตย์ละหมื่นครับ"
"แล้วพอไหม"
คนเป็น้องยังคงซักไซ้ถามต่อตามแบบสไตล์ของผู้อ่อนโยน
"พอครับ มากเกินไปด้วยซ้ำ"
"อ่า ๆถ้าไม่พอหรืออยากได้อะไรเพิ่มบอกพี่ม่อนได้นะครับ"
"ครับ"
เจี๊ยบพูดพร้อมกับวางช้อนลง จากนั้นก็ทานยาที่ป้านิ่มจัดเตรียมมาให้คนที่กำลังมองอยู่จึงถามขึ้นด้วยความสงสัยอีกครั้ง
"น้องเจี๊ยบไม่สบายเหรอครับเป็อะไรมากเปล่า"
"ไม่เป็อะไรมากหรอกครับแค่ปวดหัวนิดหน่อย"
เจี๊ยบพูดพร้อมกับก้มหน้าลง ส่วนแอลม่อนรีบหันไปมองหน้าพี่ชายตัวเองที่ตอนนี้เขาก็วางช้อนลงแล้วเหมือนกัน ัทำเป็ไม่สนใจสายตาของแอลม่อนแล้วหันมาพูดกับเจี๊ยบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
"อิ่มแล้วก็ลุกเดี๋ยวฉันไปส่ง"
"ผมไปเองได้ครับ"
ัไม่พูดหากเขามองเจี๊ยบด้วยสายตานิ่งทำไมถึงชอบขัดคำสั่งนักนะ
"ได้ไงก๊อน กูบอกน้องแล้วว่าจะไปส่งส่วนมึงรีบเข้าบริษัทฯ ไป๊เล๊ย"
"หยุดยุ่งเื่ของคนอื่นเอาเื่ของตัวเองให้รอดก่อน"
ัพูดพร้อมกับลุกขึ้น เขาเดินเข้ามาจับข้อมือเจี๊ยบแล้วกระซากร่างบางให้เดินตาม
"โอ๊ย"
เจี๊ยบเผลอส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บ ัจึงเดินช้าลงเล็กน้อย
"กรนะกรสักวันจะเสียใจ"
แอลม่อนพูดแล้วได้แต่มองตามหลังพี่ชายตัวเอง
รถหรูคันสีดำสนิทเคลื่อนเข้ามาจอดตรงตึกคณะบัญชีของมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศเจี๊ยบกำลังจะเปิดประตูลงจากรถแต่ก็ถูกมือหนาคว้าร่างไว้อย่างแรง
"เลิกเรียนแล้วโทรฯหาฉันเดี๋ยวฉันมารับ"
เจี๊ยบได้แต่ก้มหน้านิ่ง
"ฉันบอกหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอเวลาฉันพูดด้วยให้มองหน้าฉันเวลาฉันถามก็ให้ตอบไม่ใช่ให้เงียบอย่าทำให้ฉันอารมณ์เสียได้มั้ย"
หากเจี๊ยบก็ยังคงนิ่งที่พูดไม่ออกเพราะความเ็ปมันจุกอยู่ตรงกลางอก
"เจี๊ยบ"
น้ำเสียงดุปนหงุดหงิดัจึงจับตัวเจี๊ยบแล้วหมุนตัวให้หันไปมองหน้าเขา
"ตอบฉันมาสิเจี๊ยบอย่าเงียบได้มั๊ย"
ปลายเสียงตวาด
"เจี๊ยบ"
น้ำเสียงกดต่ำหากเจี๊ยบยังคงนิ่งและน้ำตาที่เริ่มรินไหลออกมา
เจี๊ยบไม่เคยให้ใครเห็นน้ำตา เพราะน้ำตามันเป็เครื่องแสดงให้เห็นว่าเขาอ่อนแอ
ัแววตาอ่อนโยนลงเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้ากำลังร้องไห้
เจี๊ยบกัดริมฝีปากแน่นเพราะเขาไม่อยากส่งเสียงสะอื้นออกมา
"เจี๊ยบ…"น้ำเสียงอ่อนโยนลงค่อยข้างมากมือหนาเชยคางคนที่อยู่ตรงหน้าให้เงยหน้าขึ้นไปมองเขา"อย่าร้องไห้ให้ฉันเห็นอีก"
ัจ้องมองคนที่อยู่ตรงหน้า ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเขาเป็อะไร
ความรู้สึกที่มันขัดแย้งกันอยู่ข้างในมันเป็ความรู้สึกที่เขาไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน
ไม่น่า…แค่เด็กขัดดอกแต่แล้วความคิดนี้ก็ผลุดขึ้นมาบนหัวเขาอีกครั้ง
เจี๊ยบเอามือขึ้นมาเช็ดนำตาให้ตัวเองแล้วก้มหน้ามองต่ำเพราะเขาไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายใจร้ายที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่อยากเห็นคนที่ย่ำยีชีวิตเขา เขาเกลียดั
"ลงไปได้ละ ตอนเย็นฉันมารับได้ยินไหม"
เจี๊ยบพยักหน้าตอบ
"เดี๋ยว…ฉันบอกแล้วไงว่าให้พูด ไม่ใช่ให้เงียบหรือพยักหน้าตอบ"
"ผมพูดหรือไม่พูดมันก็มีค่าเท่ากันต่อให้ผมพูดถ้ามันไม่ถูกใจคุณ ผมก็ไม่ต่างจากตุ๊กตายางที่คอยรองรับอารมณ์คุณอีก…"เจี๊ยบพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบหากทุกคำที่กลั่นออกมามันแผงเร้นไปด้วยความเ็ปทั้งสิ้น ัได้แต่มองด้วยแววตาวูบไหวแปลก ๆ เจี๊ยบจึงพูดต่อ "แยกตรงหน้านั้น ผมขออวยพรให้คุณถูกรถที่ฝ่าไฟแดงมาชนจนรถคว่ำตายนะครับหรือไม่ก็รถเบรกแตกแล้วหักหลบไปชนกับเสาไฟฟ้า แล้วเสาไฟฟ้าก็หักลงมาทับคุณตายเลยนะครับ"
พูดเสร็จคนร่างบางรีบเปิดประตูลงจากรถทันทีโดยไม่สนว่าัจะแสดงสีหน้ายังไง...ก็คงโกรธล่ะน่า