บทที่ 24 ไปจับผีมาเ้าค่ะ
ตอนที่หรานหร่านตื่นขึ้นมา ก็เป็เวลาเที่ยงของวันรุ่งขึ้นเสียแล้ว
พอลืมตาขึ้น นางก็สบเข้ากับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ นางขยี้ตาพลางพึมพำอย่างงัวเงีย "นี่ข้ากำลังฝันไปหรือเ้าคะ? เหตุใดถึงยังอยู่ที่บ้านของท่านปู่สวี่อีกแล้ว?"
"แม่หนูน้อย เ้าตื่นแล้วรึ?"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ประคองนางให้ลุกขึ้น เอ่ยด้วยรอยยิ้ม "แม่หนูน้อยอย่างเ้าช่างหลับสนิทเสียจริง เรียกอย่างไรก็ไม่ยอมตื่นเลย"
ั์ตากลมโตของหรานหร่านกลอกกลิ้งไปมา กวาดตามองรอบ ๆ ห้องปราดหนึ่ง พอพบว่าที่นี่คือห้องพักในที่ว่าการอำเภอ สติสัมปชัญญะก็พลันกลับคืนมาในทันที
นางหัวเราะคิกคัก เอ่ยถาม "ท่านปู่ เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะเ้าคะ?"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ยื่นมือไปจิ้มหน้าผากนางอย่างหมั่นเขี้ยว แสร้งทำหน้าขรึมจนหนวดเครากระดิกด้วยความโมโห "ข้ายังไม่ได้ชำระความกับเ้าเลยนะ แม่หนู เมื่อคืนเหตุใดเ้าถึงไปสลบไสลอยู่ริมถนนเช่นนั้นได้?"
หรานหร่านแลบลิ้นปลิ้นตา ตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "แน่นอนว่าไปสั่งสมผลบุญมาสิเ้าคะ!"
"สั่งสมผลบุญรึ?"
"อื้อ" เ้าก้อนแป้งน้อยพยักหน้าหงึก ๆ เอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว "ท่านอาจารย์บอกว่าหรานหร่านมีชะตาห้าพิการสามขาด เกิดมาก็มีอายุขัยสั้นนัก จำเป็ต้องหมั่นทำความดีสั่งสมกุศลผลบุญให้มาก ถึงจะสามารถต่ออายุขัยให้ตัวเองได้เ้าค่ะ"
"มิเช่นนั้น หรานหร่านคงต้องสิ้นบุญแน่ ๆ เ้าค่ะ!"
พูดพลาง เ้าก้อนแป้งน้อยก็ช้อนตามองท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ด้วยใบหน้าน่าสงสาร ั์ตากลมโตสุกใสเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา นางเบะปากเล็ก ๆ เอ่ยความ "ท่านปู่คงทำใจไม่ได้ใช่หรือไม่เ้าคะ ที่จะเห็นหรานหร่านต้องไปนอนตัวแข็งทื่ออยู่ในโลงศพ แล้วถูกฝังกลบอยู่ใต้ผืนดิน!"
"ถุย ถุย ถุย!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ถ่มน้ำลายไล่ความอัปมงคลสามครั้งติด รีบคว้ามือหรานหร่านมาพลางเอ่ยเร่งเร้า "เร็วเข้า รีบแตะไม้แล้วพูดถุยสามครั้งเดี๋ยวนี้!"
เมื่อเห็นท่านหมอผู้เฒ่าสวี่มีสีหน้าจริงจัง หรานหร่านก็รีบทำตามอย่างว่าง่ายทว่าในขณะที่ทำ ดวงตากลมโตคู่สวยกลับลอบมองเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนทอดเงาสง่าอยู่หน้าประตูในยามนี้
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เองก็สังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของนาง จึงอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงฮึดฮัด ยื่นมือไปบีบพวงแก้มยุ้ย ๆ ของนางพลางลดเสียงลงกระซิบถาม "เป็อย่างไรเล่า? ตอนนี้รู้จักกลัวขึ้นมาแล้วหรือ?"
"เมื่อคืนตอนที่เ้าหนุ่มเซียวอุ้มเ้ากลับมาน่ะ สีหน้าของเขาดำทะมึนน่ากลัวยิ่งนัก!"
หรานหร่านยู่ปาก ดึงแขนเสื้อท่านหมอผู้เฒ่าสวี่แกว่งไปมาเบา ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานออดอ้อน "ท่านปู่ ข้าผิดไปแล้วเ้าค่ะ! ท่านช่วยพูดขอร้องท่านพ่อให้ข้าหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ?"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่มีหรือจะทนรับลูกอ้อนของเด็กน้อยผู้นี้ได้ จิตใจพลันอ่อนยวบยาบลงในทันตา ั์ตาฝ้าฟางเหลือบมองเงาร่างที่ยืนอยู่ด้านนอก ก่อนจะขยิบตาให้หรานหร่าน
"อะแฮ่ม ในเมื่อเ้ารู้ตัวว่าผิด เช่นนั้นเ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองทำผิดที่ใด?"
เ้าก้อนแป้งน้อยสูดจมูกฟุดฟิด เอ่ยด้วยดวงตาปริ่มน้ำ "หรานหร่านไม่ควรออกไปข้างนอกคนเดียวเ้าค่ะ แม้จะไปช่วยคน แต่กลับทำให้ท่านพ่อต้องเป็ห่วงแทบแย่"
"อืม"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ครางรับในลำคอ แสร้งทำหน้าขรึมสั่งสอน "ในเมื่อรู้ตัวว่าผิด คราวหน้าคราวหลังก็อย่าได้ทำอีกเป็พอ!"
หรานหร่านรีบพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับเด็กน้อยผู้แสนจะเชื่อฟัง รับคำว่า "หรานหร่านทราบแล้วเ้าค่ะ"
"เอาล่ะ ๆ" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เอ่ยถามด้วยความเอ็นดู "หิวแล้วใช่หรือไม่?"
หากไม่พูดถึงก็แล้วไป แต่พอเอ่ยขึ้นมา ท้องน้อย ๆ ของหรานหร่านก็พากันร้องประท้วงเสียงดังโครกครากทันที
หรานหร่านลูบท้องตัวเองพลางหัวเราะแหะ ๆ อย่างเขินอาย ประจวบเหมาะกับที่ลู่ชิงถือกล่องใส่อาหารเดินเข้ามาพอดี "รีบมากินข้าวเถิด!"
"ว้าว"
หรานหร่านแทบจะรอไม่ไหว ะโลงจากเตียงแล้วจ้องมองลู่ชิงหยิบกับข้าวออกมาจากกล่องทีละอย่างด้วยตาเป็ประกาย
"ไก่ย่างนี่นา!" หรานหร่านถูมือน้อย ๆ เข้าด้วยกันด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ ท่าทางดูร้อนรนจนแทบจะทนไม่ไหว
ลู่ชิงกล่าว "ใต้เท้าทราบว่าเ้าชอบกิน จึงสั่งกำชับให้ป้าเซียวในโรงครัวเตรียมไว้ให้เชียวนะ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตากลมโตของหรานหร่านก็ชะเง้อมองไปที่ประตูอยู่สองสามครั้ง ทว่ากลับไม่เห็นเงาของเซียวจิ้งเสวียน แววตาจึงฉายความหงอยเหงาพาดผ่าน
นางเงยหน้ามองลู่ชิงด้วยความซึมเซา "ท่านอาลู่ ท่านพ่อยังไม่ยอมยกโทษให้ข้าใช่หรือไม่เ้าคะ? เหตุใดเขาถึงไม่เข้ามาล่ะ?"
ลู่ชิงตักข้าวให้นางพลางกล่าว "ใต้เท้าน่ะเป็ห่วงเ้ามากเลยนะ เมื่อคืนตอนที่พาเ้ากลับมา เขาก็นั่งเฝ้าเ้าทั้งคืนโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย"
"แม้ปากเขาจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เมื่อครู่พอเห็นเ้าฟื้น เขาก็ดูโล่งใจไปเปลาะหนึ่งอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ!"
"จริงหรือเ้าคะ?" เ้าก้อนแป้งน้อยได้ฟังเช่นนั้น รอยยิ้มก็กลับมาปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง ภายในใจรู้สึกเบิกบานและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากที่นางกวาดอาหารบนโต๊ะจนเกลี้ยง ลู่ชิงก็เอ่ยถามขึ้น "ว่าแต่เมื่อวานตอนย่ำค่ำ ตกลงแล้วเ้าออกไปทำอันใดกันแน่?"
"ไปจับผีมาเ้าค่ะ!"
หรานหร่านลูบพุงกลม ๆ ของตัวเองพลางตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
ลู่ชิงและท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ใจนสะดุ้ง หันมาสบตากันก่อนจะอุทานออกมาพร้อมกัน "จับผีรึ?"
"อื้อ!"
หรานหร่านพยักหน้า เอ่ยด้วยท่าทางภาคภูมิใจ "เมื่อวานข้าจัดการปราบผีร้ายไปตนหนึ่ง แถมยังถอนผมยาว ๆ ของนางจนหมดหัวเลยนะเ้าคะ!"
ลู่ชิงลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างห้ามไม่อยู่ "บนโลกใบนี้มีผีสางอยู่จริงหรือนี่?"
"มีสิเ้าคะ!"
หรานหร่านผงกหัวหงึก ๆ มองลู่ชิงพลางยิ้มตาหยี "หากท่านอาลู่ชิงอยากเห็นว่าผีหน้าตาเป็เช่นไร ข้าเรียกมาให้ท่านอาลู่ชิงดูได้นะเ้าคะ!"
"ไม่ ๆ!" ลู่ชิงรีบโบกไม้โบกมือเป็พัลวัน ใบหน้าซีดเผือดลงทันตา "อย่าเลยดีกว่า!"
"ท่านอาลู่กลัวแม้กระทั่งผี น่าไม่อายเลย!" เ้าก้อนแป้งน้อยแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ลู่ชิง เอ่ยล้อเลียนอย่างขบขัน
ลู่ชิงเบ้ปาก "ไอ้ของพรรค์นั้นแค่ฟังก็ดูวังเวงชวนขนลุกแล้ว ผู้ใดบ้างจะไม่กลัว?"
เ้าก้อนแป้งน้อยปีนขึ้นไปยืนบนม้านั่ง ตบไหล่ลู่ชิงแปะ ๆ เอ่ยเสียงใสแจ๋ว "ท่านอาลู่ไม่ต้องกลัวหรอกเ้าค่ะ ปกติแล้วภูตผีต่างหากที่จะเป็ฝ่ายกลัวคน พวกมันหวาดกลัวพลังหยาง จึงไม่ยอมปรากฏตัวให้ผู้คนเห็นง่าย ๆ หรอกนะเ้าคะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่ชิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก "เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่จ้องมองหรานหร่านอย่างครุ่นคิด "ถ้าเช่นนั้น ยันต์ที่เ้าใช้ช่วยชีวิตแม่นางสวีเมื่อวันก่อนเล่าคือสิ่งใด?"
"ท่านปู่ นั่นคือวิชาจู้โหยวอย่างไรเล่าเ้าคะ!"
หรานหร่านหัวเราะคิกคัก อธิบายด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว "แม้เก้าเข็มคืนชีพจะสามารถรั้งลมหายใจเฮือกสุดท้ายของคนไว้ได้ แต่มีเพียงวิชาจู้โหยวเท่านั้นที่สามารถฝืนลิขิต์พลิกชะตาชีวิตได้นะเ้าคะ!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่พยักหน้ารับอย่างกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ
หากมิใช่เพราะวันนั้นเขาเป็คนจับชีพจรของแม่นางสวีด้วยตัวเอง ทั้งยังได้เห็นกับตาว่าเ้าก้อนแป้งน้อยลงมือรักษา เช่นนั้นเขาคงไม่มีทางเชื่อเื่พรรณนี้เป็แน่
"ท่านอาลู่ แล้วพี่ชายที่อยู่กับข้าเมื่อวานเล่าเ้าคะ? ท่านเห็นเขาหรือไม่?"
หรานหร่านนึกถึงเื่สำคัญขึ้นมาได้ ใบหน้าเล็ก ๆ จึงเปลี่ยนเป็จริงจังขณะจ้องมองลู่ชิง
"เ้าหมายถึงคุณชายน้อยตระกูลิ่ผู้นั้นน่ะหรือ?" ลู่ชิงตอบ "ส่งกลับไปที่ตระกูลิ่แล้ว ก่อนจะส่งกลับไปก็ได้พาไปให้หมอที่หุยชุนถังตรวจดูแล้ว เขาเพียงแค่ได้รับาเ็ภายนอกเล็กน้อย ประกอบกับใกลัวจนสลบไปเท่านั้น หรานหร่านไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอก"
"อืม" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่พยักหน้าสมทบ "หมอเซี่ยเป็คนตรวจดูด้วยตัวเอง ย่อมไม่ผิดพลาดแน่!"
ทว่าทันทีที่เขากล่าวจบ ก็เห็นเ้าหน้าที่ที่ว่าการอำเภอพาเด็กร้านยาจากหุยชุนถังคนหนึ่งมายืนอยู่หน้าประตู
พอเด็กรับใช้ผู้นั้นเห็นท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก็แทบจะร้องไห้โฮออกมา "นายท่าน ท่านรีบกลับไปดูที่โรงหมอเถิดขอรับ คนตระกูลิ่หามคุณชายน้อยมาที่ร้าน กำลังโวยวายอาละวาดใหญ่แล้ว!"
"อะไรนะ!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ลุกพรวดขึ้นยืนทันที ท่าทางดุดันเกรี้ยวกราด "ผู้ใดให้ความกล้าแก่พวกมันกัน!"