บทที่ 23 ตรงหน้าของเ้า
ณ ปากทางเข้าถ้ำลมปราณ
ชายหนุ่มที่ยืนรอหลี่เฟยอยู่นั้น เมื่อร่างของหญิงสาวค่อยๆปรากฏขึ้นในสายตาของชายหนุ่ม ความว้าวุ่นก็ก่อตัวขึ้นภายในใจของเขาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“นะ..นี่ข้าควรทำเช่นไรดีล่ะ ควรขอโทษนางอย่างจริงใจหรือข้าจะวางตัวให้เคร่งขรึมดีนะ ความรู้สึกผิดนี่มันอะไรกัน”
ไม่ใช่เื่แปลกอันใดที่ชายหนุ่มจะสับสน แม้ชายหนุ่มจะฝึกยุทธ์มานับร้อยๆปี ทว่าผู้คนที่ชายหนุ่มพบปะด้วยนั้นกับมีแค่ฉินซูและซินแสเฒ่าเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เื่ความรู้สึกของชายหญิงยังเป็เื่ที่แปลกใหม่สำหรับชายหนุ่มมากนัก
แม้ว่าตัวเขาจะเคยมีความรักกับจ้าวอ้ายฉิงก็ตาม แต่นั่นก็ยังหาใช่ความรักแบบผู้ใหญ่ไม่
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง หลี่เฟยที่มีใบหน้าแดงก่ำก็มาอยู่ด้านหน้าของชายหนุ่มแล้ว พร้อมจ้องมองมาด้วยสายตาที่ผสมไปด้วย อารมณ์ขุ่นเคืองขอบคุณและกังวลในเวลาเดียวกัน
ทว่าภาพต่อมากับทำให้ชายหนุ่มถึงกับมึนงงอีกครั้ง
ตุบ! “ข้าขอบคุณท่านมากที่ช่วยชีวิตข้าไว้ แม้ว่าร่างกายของข้าจะถูกท่านเห็นข้าก็มิอาจไปโกรธเคืองท่านได้ และสุดท้ายได้โปรดไปช่วยสำนักข้าด้วยเถิด หากสิ่งที่ข้าขอมันเกินกำลังของท่านอย่างน้อยก็ช่วยพาข้าไปหาสองสำนักใหญ่ที่เหลือด้วยเถิด”
นางคุกเข่าขอร้องชายหนุ่มทั้งน้ำตา สภาพของสตรีที่เคยงดงามสดใสดั่งดอกไม้บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ชายหนุ่มที่เห็นการแสดงออกของสตรีตรงหน้านั้นจากความรู้สึกประหม่าที่มีก่อนหน้านี้ได้หายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกสงสารและอยากปกป้องสตรีผู้สิ้นหวังตรงหน้านี้เสียเหลือเกิน
“แม่นางหลี่เฟยโปรดลุกขึ้นเถิด กลับสำนักของข้าเสียก่อนแล้วเล่าเื่ทุกอย่างให้ข้าฟังข้าสัญญาว่าข้าจะช่วยเ้าเอง”
กล่าวจบชายหนุ่มได้ยื่นมือไปััใบหน้าของหญิงสาวพร้อมเช็ดน้ำตาที่กำลังพรั่งพรูออกมา
“มาเถิดไม่ว่าจะเื่อันใดข้าจะช่วยเ้าเอง ถึงแม้ข้าจะพึ่งเจอกับเ้าเพียงไม่นาน แต่หากช่วยไปแล้วข้าก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด”
กล่าวจบชายหนุ่มได้กุมมือเล็กๆของหลี่เฟยไว้พร้อมพานางมุ่งตรงไปยังสำนักเหนือ์
ณ สำนักเหนือ์ ฉินซูและจ้าวอ้ายฉิงที่เวลานี้กำลังสอนเหล่าศิษย์สตรีในสำนักอย่างเคร่งขรึม อยู่ๆจ้าวอ้ายฉิงก็เอ่ยขึ้น
“ฉินซูเ้ารู้สึกเช่นข้าหรือไม่ ลางสังหรณ์ของข้ามันบอกว่าในอนาคตด้วยความโดดเด่นของหลินตงคงจะมีสตรีอีกมากมายไม่น้อยที่จะหลงเสน่ห์เขาเข้า ถึงแม้หลินตงจะมิใช่ผู้ชายมักมากก็ตามที แต่หากมีสตรีใดเพิ่มมาจริงๆข้ากับเ้าควรทำเช่นไรดี”
เมื่อสิ้นเสียงของอ้ายฉิง ฉินซูจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ “พวกเราหรือเ้าคะพี่อ้ายฉิง?”
“ฉินซูข้ากับเ้าโตมาด้วยกันข้านั้นรู้จักนิสัยของเ้าดีที่สุด ในตอนที่ข้าจากไปเ้าก็ต้องอยู่กับหลินตงดั่งครอบครัวนานนับหลายร้อยปี ความรู้สึกของเ้าที่มีต่อเขาเหตุใดข้าจึงจะไม่รู้รึ แต่ถ้าเป็เ้าข้าก็มิรังเกียจหรอก ยังไงข้ากับเ้าก็เสมือนพี่น้องกันอยู่แล้วในยามที่เขาไม่เหลือใครเ้าก็ยังคงเคียงข้างไม่จากไปไหน หากข้ายังทำเป็มองข้ามความรู้สึกของเ้าข้าคงเรียกตัวเองว่าเป็พี่สาวเ้าไม่ได้หรอก ยอมรับความรู้สึกของหัวใจเ้าเถิดฉินซู”
สิ้นเสียงของอ้ายฉิง ฉินซูผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆนั้นได้หันมาสบตากับอ้ายฉิงด้วยดวงตาที่แดงก่ำ “ทะ.ท่านพี่ท่านมิโกรธข้ารึ ข้ารู้ว่าข้าไม่ควรคิดเกินเลยแต่..แต่ว่า”
“เด็กน้อยแม้เวลาจะผ่านไปนับร้อยปีแต่เ้าก็ยังคงอ่อนโยนมิเคยเปลี่ยนไปเลย เ้าอย่าคิดมากไปข้านั้นเข้าใจเ้าดีและต่อให้เป็สตรีที่เ็า หากได้ใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับชายผู้นั้นไปนานๆ หัวใจก็มิอาจทานทนได้หรอก ข้าเชื่อเช่นนั้น”
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านพี่อ้ายฉิง”
“ดีมากน้องสาวของข้า เรามาฝึกเหล่าศิษย์สตรีเหล่านี้กันต่อเถิด”
ใช่แล้วศิษย์สตรีเหล่านี้ก็คือเหล่าสตรีที่ร้องบอกจะมีลูกให้หลินตงนั่นเอง เวลานี้หญิงสาวทั้งสองยังคงดำเนินการฝึกอันหนักหน่วงกันต่อไป
ทว่าเพียงฝึกเหล่าศิษย์สตรีเหล่านี้ไปได้ไม่นาน หญิงสาวทั้งสองกับััได้ถึงพลังที่พวกนางคุ้นเคย “หลินตง เหตุใดจึงกลับมาก่อนกำหนดล่ะ”
ไม่รอให้พวกนางได้สงสัยอันใดนาน ร่างของชายหนุ่มได้ปรากฏในสายตาของหญิงสาวทั้งสองชัดขึ้นเรื่อยๆ ทว่าเมื่อถึงระยะที่ใกล้ขึ้นสตรีทั้งสองกับพบว่าชายหนุ่มกำลังแบกสตรีนางหนึ่งมาด้วย
“เหตุใดจึงมีสตรีมาด้วย” ฉินซูและจ้าวอ้ายฉิงเอ่ยออกมาพร้อมๆกัน
ภายในห้องประชุมของสำนักเหนือ์ ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหัวโต๊ะในเวลานี้ทำได้เพียงนั่งตัวแข็งทื่อ สาเหตุนั้นก็เพราะด้านข้างซ้ายขวาของชายหนุ่มเวลานี้กำลังถูกจับจ้องจากดวงตาที่แผ่รัศมีบางอย่างออกมา สิ่งนี้ทำให้ตัวชายหนุ่มถึงกับขนลุกชูชัน
ในเวลานี้เองเสียงของสตรีผู้อยู่อีกด้านของโต๊ะประชุมก็ดังขึ้น “ข้าต้องขอเเนะนำตัว ให้แม่นางทั้งสองทราบ ข้าคือศิษย์เอกของสำนักคลื่นวารีนามของข้าคือ หลี่เฟย แต่เมื่อไม่นานมานี้สำนักของข้าถูกโจมตีจากเผ่าพันธุ์ที่มาจากโพ้นทะเล ตัวข้าที่หลบหนีมาได้ก็มีสภาพมิได้ดีนัก หากไม่ได้ท่านหลินตงมาช่วยไว้ ชีวิตของข้าคงจบสิ้นไปแล้ว”
สิ้นเสียงของหลี่เฟยไม่รอให้ผู้ใดได้เอ่ยอันใดต่อเสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้น
“ทีนี้พวกเ้าทั้งสองก็เข้าใจแล้วใช่หรือไม่ ข้าหาได้เป็แบบที่พวกเ้าคิดไม่” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงภูมิใจพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นใส่หญิงสาวทั้งสอง
“เหตุใดชายผู้นี้ถึงมีนิสัยยั่วยวนกวนบาทาเช่นนี้ได้นะ ทั้งๆที่ผ่านมาเขาดูเป็คนสุขุมแท้ๆ”
จ้าวอ้ายฉิงและฉินซูได้แต่คิดในใจ และคิดว่าสาเหตุที่ชายหนุ่มเริ่มมีนิสัยแบบนี้คงเป็เพราะ มีสหายอย่างหม่าฉือและเจียงเป่าเป็แน่แท้
ในความเป็จริงนั้นก็ถูกอย่างที่หญิงสาวทั้งสองคิด ทว่าสิ่งที่พวกนางไม่รู้นั่นก็คือนอกจากสองคนนั้นแล้วยังมีสุนัขอีกตัวที่ว่าหากนับเื่กวนบาทาแล้วหม่าฉืออาจจะเป็รองอยู่ด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มผ่อนคลายลง ชายหนุ่มจึงได้เปลี่ยนประเด็นแล้วเริ่มถามถึงเื่ราวที่หลี่เฟยพบเจอมา ทว่าหลังจากที่หลี่เฟยเล่าเื่ราวมาทั้งหมดสีหน้าของทั้งสามคนก็ค่อยๆเคร่งขรึมขึ้น
“แม่นางหลี่เฟย หากที่เ้าเล่ามานั้นเป็เื่จริง ข้าว่าสถานการณ์ของดินแดนถงเทียนคงถึง่เวลาแห่งความวุ่นวายเสียแล้ว ต่อไปแม่นางคิดจะทำอันใดต่อรึ” เมื่อชายหนุ่มเอ่ยจบหลี่เฟยก็เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่สิ้นหวังปนความโศกเศร้า
“ในตอนนี้ข้าคงทำได้เพียงขอให้ท่านช่วยนำข่าวนี้ไปบอกแก่สองสำนักใหญ่ที่เหลือด้วยเถิด จากคำที่บรรพชนสำนักคลื่นวารีเอ่ยก่อนที่พวกข้าจะหนีออกมา เหล่าปีศาจจากโพ้นทะเลพวกนั้นมีระดับราชันย์ยุทธ์มากกว่าหนึ่งตนแถมหนึ่งในนั้นคาดว่าจะเป็ราชันย์ยุทธ์ระดับกลางเป็อย่างน้อย เช่นนั้นหากไม่บอกอีกสองสำนักใหญ่ที่มีราชันย์ยุทธประจำการอยู่ข้าก็มิรู้จะไปพึ่งผู้ใดแล้ว”
สิ้นเสียงน้ำตาของหลี่เฟยก็หลั่งไหลออกมาอีกครั้ง ทว่าในเวลานั้นเองเสียงของจ้าวอ้ายฉิงก็ดังขึ้น
“หากถามหาราชันย์ยุทธ์ล่ะก็ ที่สำนักเหนือ์ของเราก็มีเช่นกันเพียงแค่พวกเรามิได้ป่าวประกาศออกไปเท่านั้นเอง และราชันย์ยุทธ์ที่ว่าก็นั่งอยู่ตรงหน้าเ้าไงล่ะ”
สิ้นเสียงของจ้าวอ้ายฉิง หลี่เฟยที่กำลังหลั่งน้ำตาอยู่นั้นถึงกับต้องเงยหน้ามามองจ้าวอ้ายฉิงอีกครั้ง พร้อมกับค่อยๆหันใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาไปมองยังชายหนุ่มตรงหน้า
“ทะ..ท่านเป็ราชันย์ยุทธ์งั้นรึ”
จากผู้เขียน: ฝากกดหัวใจเป็กำลังใจให้กระผมด้วยนะขอรับ คอมเม้นท์พูดคุยกันได้นะครับ แล้วก็สวัสดีชาวอ่านล่วงหน้าด้วยนะครับ ขอบคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามนะครับ
อัพเดททุกวัน เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ ครับหรืออาจมีแถม555 ส่วนเดือนหน้าจะปรับมาลงบ่อยขึ้นนะครับ
ติดตามนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio