เจิ้งเย่วซินยืนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยแววตาเหม่อลอย หลายปีมานี้เธอทำงานอย่างหนักไต่เต้าจากตัวประกอบธรรมดาจนได้รับบทบาทสำคัญในซีรีส์ฟอร์มั์ สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จในบทบาทของนางร้ายจากภาพยนตร์เื่หนึ่ง ั้แ่นั้นมาบทบาทนางร้ายของทั้งซีรีส์และภาพยนตร์ทำเงินล้วนตกมาเป็ของเธอแทบจะทั้งหมด เธอได้รับรางวัลในฐานะนักแสดงเ้าบทบาทหลากหลายรางวัลทั้งในและต่างประเทศ ยามนี้ถ้วยรางวัลเ่าั้กำลังวางเรียงรายอยู่จนเต็มตู้โชว์ภายในแมนชั่นสุดหรูของเธอ
แมนชั่นแห่งนี้คือรางวัลแห่งความพากเพียรของเธอ แต่ตอนนี้เธอกลับไม่อยากขึ้นไปบนนั้นอีกต่อไปแล้ว เมื่อครู่นี้ตอนที่เธอจากมาเดรัจฉานสองตัวนั้นยังสำเริงสำราญรักกันอย่างดุเดือดโดยไม่รู้สักนิดว่าเธอเข้าไปในห้อง พวกเขาทำมันบนโซฟาตัวโปรดของเธอ จิบไวน์ของเธอ และใช้แมนชั่นของเธอเป็ที่สมสู่กัน ไม่รู้ว่าทำอย่างนี้กันมากี่ครั้งแล้ว สุดท้ายเจิ้งเย่วซินก็ทนมองภาพอุจาดตานั้นไม่ไหว และเป็ฝ่ายต้องเดินจากมาเองในที่สุด
ซูิเจ๋อคือชายคนรักของเธอที่คบกันั้แ่เธอยังเรียนมหาลัย จวบจนเรียนจบก็เหินห่างกันไปพักหนึ่งตามหน้าที่การงานของแต่ละคน เมื่อเธอประสบความสำเร็จเขาก็ก้าวเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง ทุกวันนี้ซูิเจ๋อมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวก็คือคอยขับรถรับส่งเธอเวลาที่เธอต้องไปกองถ่าย ส่วนคนที่เขากำลังสมสู่อยู่ในตอนนี้ก็คือฉางเหมยผู้จัดการส่วนตัวของเธอเอง
อันที่จริงเจิ้งเย่วซินก็แอบสงสัยในพฤติกรรมของคนทั้งคู่มานานแล้ว แต่ก็คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้รู้เห็นจนเต็มสองตาถึงขั้นนี้ มันทำให้เธอรู้สึกตั้งตัวไม่ทันและรู้สึกยากจะทำใจยอมรับได้ คนสองคนที่เธอไว้ใจตอนนี้กำลังหักหลังเธออย่างไม่สามารถให้อภัยได้ หยาดน้ำตาค่อยๆ ไหลรินลงมา หน้าอกรู้สึกเจ็บแน่นไปหมด เจ็บแน่นจนเธอรู้สึกว่าตอนนี้เธอกำลังหายใจไม่ออก ท้องฟ้าที่เธอกำลังจ้องมองอยู่เริ่มเลือนรางลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็มืดมิด
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเจิ้งเย่วซินก็มาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่จวนราชครูของแคว้นเว่ยแล้ว ในตอนแรกเธอก็ยังแอบคิดว่าเธอกำลังฝันไป แต่ทั้งอาการเจ็บป่วยและอาการปวดแสบปวดร้อนที่ร้าวระบมตรงลำคอทำให้เธอต้องยอมรับว่านี่คือความจริง อีกทั้งที่นี่ก็ไม่ใช่กองถ่ายขนาดใหญ่ที่เธอคุ้นเคยอีกด้วย เจิ้งเย่วซินจึงได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า ผ่านความยากลำบากและเจ็บช้ำมาก็มาก ครั้งนี้เธอก็คงจะสามารถผ่านพ้นไปได้อีกอยู่ดีขอเพียงเธอต้องพยายามเข้มแข็งเข้าไว้ ไม่แน่ว่าการที่เธอได้มาอยู่ในร่างนี้อาจจะเป็เื่ดีของเธอก็เป็ได้
เจิ้งเย่วซินใช้่เวลาที่กำลังพักฟื้นร่างกาย หลอกสอบถามข้อมูลและความเป็ไปของสถานที่แห่งนี้และร่างกายที่เธอกำลังอยู่นี้อย่างค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไป สุดท้ายจึงสามารถสรุปได้อย่างคร่าวๆ ว่า ที่นี่คือแคว้นเว่ย พ่อของร่างนี้มีตำแหน่งเป็ถึงราชครูของแคว้นมีนามว่าเจิ้งซีซวน
ส่วนแม่ของร่างนี้ก็มีฐานะที่ไม่ธรรมดาเลย นางมีนามว่าเฉิงเยียนเป็คุณหนูรองของบ้านตระกูลเฉิง พี่สาวของเฉิงเยียนคือฮองเฮาองค์ปัจจุบันของแคว้นเว่ย ร่างนี้จึงมีฐานะที่สูงศักดิ์ตามยศศักดิ์ของบิดาและมารดาจนได้หมั้นหมายกับตวนอ๋องผู้มีนามว่าเซียวหยวนไท่ มีความรักต่อกันหรือไม่เจิ้งเย่วซินก็ยังไม่สามารถสรุปได้ แต่จากคำบอกเล่าอันอึกอักของสาวใช้ข้างกายก็ทำให้เจิ้งเย่วซินสามารถสรุปได้ว่า เซียวหยวนไท่คนนี้น่าจะเป็คนที่มีปัญหา เื่นี้เจิ้งเย่วซินไม่ได้รู้สึกกังวลเท่าไหร่ ถึงอย่างไรก็ยังไม่ถึงขั้นแต่งงานยังมีเวลาให้หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ อีกเื่ที่เจิ้งเย่วซินรู้สึกเบาใจก็คือร่างนี้มีชื่อเดียวกันกับเธอคือ เจิ้งเย่วซิน
“เหตุใดเ้าจึงได้ออกมาเดินนอกเรือนเช่นนี้เล่า” เฉิงเยียนเดินตรงมาหาบุตรสาว สาวใช้ข้างกายของเจิ้งเย่วซินรีบถอยห่างออกไปในทันที ด้วยดวงตาคมดุของเฉิงเยียนกำลังมองพวกนางด้วยสายตาคาดโทษ
“ลูกรู้สึกอุดอู้เ้าค่ะ จึงอยากออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก” เจิ้งเย่วซินเอ่ยตอบกลับมารดาด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม
“เช่นนั้นก็ควรแต่งกายให้รัดกุมกว่านี้ หากต้องลมหนาวจนล้มเจ็บลงไปอีกครั้ง แม่คงไร้เรี่ยวแรงจะมาดูแลเ้าแล้ว” เฉิงเยียนเอ่ยพลางดึงเสื้อคลุมของตนออกมาคลุมไหล่ของบุตรสาวเอาไว้ เจิ้งเย่วซินอดยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกดีมิได้ ความรักความอบอุ่นที่เฉินเยียนส่งมาให้ทำให้เธอรู้สึกดีมากอย่างไม่น่าเชื่อ
“เช่นนั้นพวกเราก็เข้าบ้านกันดีกว่า หากท่านแม่ต้องลมหนาวจนล้มเจ็บลง ข้าเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะไปปรนนิบัติท่านเช่นกันเ้าค่ะ” เจิ้งเย่วซินเอ่ยเช่นนี้เฉิงเยียนก็ส่งสายค้อนให้นางในทันที
“เ้านี่นะั้แ่ร่างกายเริ่มจะหายดี ก็เริ่มพูดจายอกย้อนเก่งจนข้ารู้สึกระอา” เฉิงเยียนเอ่ยพลางจูงมือของเจิ้งเย่วซินกลับเข้าเรือน