ONLY FACTS (ONLYFUCKS) erotic novel

    37. ครั่นคร้าม ขวยเขิน เกินเยียวยา

    สำนักพิมพ์: อาศรมอักษรา69หัวเข่าด้าน

    EROTIC NOVEL

    ONLY FACTS (ONLY FUCKS)

    โดย : เลียลอง



    37.

    ครั่นคร้าม ขวยเขิน  เกินเยียวยา


    เวลาผันผ่านบนเส้นทางของมัน


    เข็มนาฬิกาพาไวน์แดงระเหยหายไปจากขวดของมัน ทิ้งฤทธิ์แอลกอฮอล์ไว้ในอารมณ์รู้สึกของคนทั้งสาม


    โอ๊ต...เขารู้สึกว่าตัวเองเมากว่าเมื่อคืนที่ผ่านมากับพี่บุศย์ เพราะคืนนี้เขาต้องการความช่วยเหลือจากมันเสริมความกล้า เพื่อเผชิญหน้ากับงานบำเรอกามรสที่ยังคาดเดาไม่ได้ว่ามันจะดำเนินไปอย่างไร? และจบลงอย่างไร? โดยที่เขาไม่ต้องเจ็บปวด อับอาย...


    และ!...เขาทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์เพียบพร้อมที่พี่ชลิตไว้วางใจ สนองตอบผู้ว่าจ้างให้เสพสมอย่างมีความสุขหรือไม่?

    แต่พี่แพ็ท พี่แนนซี่ การดื่มไวน์น่าจะเป็นความเคยชินของการสังสรรค์ระหว่างกัน และ...นี้ก็อาจจะเป็นอารัมภบทโหมโรงของทั้งคู่ ก่อนเปิดม่านแสดงฉากรื่นเริงการสังวาสที่มีแขกรับเชิญด้วยการว่าจ้างเข้าร่วมบทบาทแต่งเติมความสุขให้ท้นเอ่อกว่าที่เคย


    “เอาล่ะ!...หยุดไอเดียเม็คเลิฟของนินจากับเกอิชา นางมโนราห์กับพญาครุฑของคุณพักเก็บไว้ก่อน แล้วผมจะนำเสนอโครงการนี้ขึ้นไปตามลำดับชั้น ให้ผู้ใหญ่พิจารณาเซ็นอนุมัติ”


    โอ๊ตอดขำคำพูดพี่แพ็ทเลียนแบบระเบียบการปฏิบัติงานข้าราชการและนักการเมืองไม่ได้


    “ต่อนะ!...ที่บอกว่าโชว์เด็ดพิสดารสุดๆ ก็คือว่านักแสดงสาวสวมชุดชั้นใน มีชุดนอนบางๆ ซีทรูหุ้มตัว นางหอบอุปกรณ์ประกอบลีลาเม็คเลิฟออกมาจากหลังเวที แล้วเดินมาบนเวทีตอนกลาง...เวทีกลางห้องนั่นล่ะ วางเบาะฟองน้ำลง มันห่างจากคนดูที่นั่งชิดขอบเวทีเพียงแค่ศอกเดียว เรียกว่าได้กลิ่นจากสาวเจ้าโชยมาแตะปลายจมูกเลยล่ะ แล้วเธอก็ส่งเสียงพูดเบาๆ พลางกวาดสายตาสาดส่องไปยังกลุ่มคนดู น่าจะเป็นการเชื้อเชิญให้ผู้ประสงค์จะไม่ออกเงิน แต่อยากจะปล่อยน้ำออกขึ้นมาแสดงกับนาง เพราะไม่มีตัวแสดงผู้ชายตามนางออกมาด้วย”


    “บนเวทีที่ยื่นออกมากลางห้องนั่นน่ะนะ?” พี่แนนซี่ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ


    “นั่นแหละ! คราวนี้โชว์กันแบบประชิดติดตัว ไม่ต้องชะโงกไปดูกันให้เมื่อยคอ ถ้าเป็นสงครามก็ไม่ได้ยิงกันแล้ว ใช้ดาบฟันกัน...”


    “ใช้ดาบฟัน? ฮื่อ! นั่นมันศัพท์สแลงของพวกเกย์พวกกะเทยไม่ใช่หรือ?” พี่แนนซี่ท้วง


    โอ๊ตวาดภาพถึงอวัยวะเพศเดียวกัน ดุ้นเนื้อแข็ง ยาว! กำลังโรมรันกันอย่างมีความสุข! ดันส่วนปลายสีแดงแปร๊ดเสียดสีกันเพื่อเอื้อความสุขให้อีกฝ่ายและโอบรับความสุขซ่านเสียวเพื่อตัวเอง


    “นี่เป็นการเปรียบเทียบ ของจริงมันใช้ดาบฟันแล้วมีโล่คอยกำบัง”


    “กำบัง? ...หรือว่าจงใจปะทะ?”


    “คุณเข้าใจพูดนะ...”


    ทั้งสองหัวเราะเบาๆ ให้กันและกัน


    “ต่อ!...กำลังจะมีโชว์แบบใกล้ชิดติดตัว แล้วยังไงต่อ?” พี่แนนซี่รีบวกกลับเข้าเรื่องราวที่อยากรับรู้


    “เวทีมันสูงกว่าระดับเอวนิดหน่อย ใครที่กล้าหาญบวกกับอาการหน้ามืดก็ปีนขึ้นไปบนเวทีเลย ดูเหมือนช่วงนี้จะมีการเหลียวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คงเกรงว่าจะต้องยื้อแย่งกัน หรือจะเกี่ยงกันก็ไม่รู้ซีนะ แต่ก็มีหนุ่มกลางคนเห็นว่าไม่มีใครขึ้นไปแน่แล้ว ผ่านคำเชื้อเชิญย้ำมาอีกครั้งจากสาวเจ้าที่รอการโชว์ สองสามอึดใจแล้วก็ไม่มีใครขึ้น มันก็เลยถอดรองเท้าวางไว้กับพื้นแล้วรีบเบียดคนนั่งใกล้ๆ ตะกายขึ้นไปเลย”


    “คงจะหื่นจนทนไม่ไหวแล้วซี” พี่แนนซี่เสริมความเห็น


    “น่าจะอย่างนั้น คงเพราะแซงคิวขึ้นไปเย่อหลังม่านไม่ทันในรอบแรก ได้โอกาสรอบนี้ก็เลยต้องตะกายขึ้นเวที มีเสียงปรบมือเบาๆ แบบเชียร์และให้กำลังใจดังรอบๆ ห้อง ไอ้พวกที่ปรบมือให้คงอยากรีบดูล่ะมั้ง”


    “มันน่าจะมากกว่าความอยากดูโชว์ระดับน้องใหม่หัดฟัคกลางแจ้งนะ! เค้าคงอยากรู้ว่าผู้กล้าคนนี้จะตะเกียกตะกายถึงฝั่งฝันบำบัดความหื่นได้มั้ย? ก็มีคนจ้องมองอยู่ติดขอบเตียงชั่วคราวอย่างนั้น” พี่แนนซี่เสริมอีกครั้ง


    ผู้ชมที่นั่นต่างก็เร่งเวลาการแสดง ผู้ฟังที่นี่อย่างโอ๊ตก็อยากเร่งรีบได้ยินคำเล่าเรื่องบรรยากาศที่นั่นของพี่แพ็ทไวๆ


    “คงงั้นมั้ง! แล้วรู้มั้ย? ...คนดูชิดขอบเวทีนั่งกันยังไง?”


    “ไม่รู้ ชั้นไม่ใช่คนแถวนั้น ชั้นไม่ได้เข้าไปดูด้วย” พี่แนนซี่ตอบแบบยวนๆ


    “ไม่ควรถามเลย” พี่แพ็ทแสร้งเปรยเบาๆ ด้วยความเจ็บใจตัวเอง


    “คนที่นั่งดูแถวหน้าสุด บางคนนั่งไกลจากจุดที่จะมีการโชว์หน่อยก็เอี้ยวตัวหันมายังทิศทางที่เกิดเหตุ เอนไหล่ยันข้อศอกกับพื้นเวที ฝ่ามือก็ดันโหนกแก้ม...ท้าวคางดูกันเลย บางคนซึ่งนั่งตรงร่างของสาวเจ้าก็พาดแขนไขว้กันบนขอบเวที ก้มหน้าลงซบกับแขนตัวเอง สายตาจ้องเขม็งที่จุดสำคัญของอวัยวะสาวเจ้า มันคงตั้งใจจะเก็บทุกช็อตไว้ในความทรงจำเลยล่ะมั้ง?”


    “น่าจะเป็นคุณมากกว่านะ...ที่อุตส่าห์จดจำทุกความเคลื่อนไหวมาเล่าให้ฟังได้ชัดเจนอย่างนี้” พี่แนนซี่เย้า


    พี่แพ็ทยิ้มแหยๆ บ่นพึมพำขณะจิบไวน์แก้เขิน “นอกจากไม่ควรถามแล้ว ไม่น่าเล่าให้ฟังเลยว่ะ”


    “น่า!...อย่าใจน้อย เล่าต่อ”


    “หนุ่มใจกล้าคนนั้นพอขึ้นไปบนเวทีก็ทรุดนั่งตรงหว่างขาแม่สาว นางนั่งเหยียดขา ถ่างขาอ้าซ่า ตรงนั้นมันเป็นที่นั่งแบบไฟท์บังคับ เวทีมันกว้างประมาณสามฟุตนิดหน่อย มันมีที่ว่างแค่ตรงนั้น สาวเจ้าก็ช่วยถอดเสื้อ ถอดกางเกงให้ เหลือแต่เสื้อกล้าม กางเกงใน ถุงเท้าไม่ต้อง...ไม่จำเป็น แล้วก็ถึงบทเบสิคพื้นฐานของชายและหญิงประกอบร่างเปลือยด้วยกัน ปฐมบทของกามกิริยาสามัญประจำเตียง”


    “ขอคำบรรยายรายละเอียดหน่อยซี สองคนนั้นเค้าทำยังไงกันบ้างล่ะ? คุณพอจะจำได้มั้ย? ...น่าจะจำได้อีกแหละนะ” พี่แนนซี่แสร้งถาม ปรายมอง ยิ้มแบบมีเลศนัย เหมือนจะเตือนย้ำให้แพ็ทต้องทำอะไรบ้างเหมือนอย่างที่เคย!

    “ถ้าผมเล่าเรื่องทั้งหมดได้ชัดเจน คุณจะชมผมว่าความจำดี หรือความหื่นเด่น? ถึงได้ย้อนเหตุการณ์เก่าๆ มาบอกเล่ากันได้ละเอียดลอออย่างนี้”


    “ทั้งสองอย่างเลย...ก็แล้วกัน”


    พี่แพ็ทหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยปากปล่อยความทรงจำออกมา “ไฟในห้องหรี่ลงเล็กน้อย เสียงเพลงบรรเลงเปียโนแว่วมาเบาๆ แม่สาวนักโชว์นั่งอ้าขากระเถิบตัวกระแซะชิดหนุ่มผู้กล้า โอ้โลม ปฏิโลมด้วยสองมือลูบไล้เนื้อตัว ปลุกกระสัน เร่งเร้าอารมณ์ให้คุโชนเร็วๆ ฝ่ายพ่อหนุ่มก็กอดฟัดรัดรึงโต้ตอบ จูบปาก จับนม ซอนไซ้ริมฝีปากจากซอกคอลดเลื้อยลงมายังเต้านม ทั้งดูด ทั้งเลีย แถมด้วยการคลึงเค้น บีบขยำ สาวเจ้าก็เปลี่ยนอิริยาบถ เอนตัว ยันฝ่ามือกับพื้น แอ่นอกให้พ่อหนุ่มได้ชื่นชมดมดอมสองเต้านมอย่างถนัดถนี่ ส่งเสียงซี้ดซ้าดช่วยกระตุ้นอารมณ์ ลีลาผู้หญิงปล่อยออกมาเต็มที่เลย ตลอดเวลาที่ฝ่ายชายเล้าโลม พลิกตัวช้าๆ กระบิดกระบวนยั่วเย้าอารมณ์คนดูจริงๆ ผ่านไปสักครู่นางก็โยกตัวกลับ นั่งตรง กอดรัดร่างพ่อหนุ่ม จูบปาก จูบคอ เอื้อมมือมากอบกุมพวงสวรรค์กลางหว่างขา จับลำตัวของมันเคลื่อนครูดผิวหนังที่ห่อหุ้ม ลูบไล้ปลายหัวที่โผล่แพล็มออกมา การปลุกกระสันก่อนเริ่มปฏิบัติกามของทั้งคู่ ต่างก็มีความมานะพยายามช่วยเหลือกัน”


    “ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่งั้นก็ไม่ได้ทำอะไรกัน โดนคนดูคนอื่นแอบด่าในใจแน่ๆ ถ้ายิดเยื้อ อุ้ยอ้าย ไม่เริ่มกันซะที” พี่แนนซี่เปรย


    “ใช่!...” พี่แพ็ทสำนองความเห็นนี้ “ฝ่ายหญิงน่ะไม่จำเป็นต้องการมันก็ไม่เป็นไรหรอกนะ แต่ฝ่ายชายนี่ซี...ขาดความแข็งของเจ้าก็เหมือนเราจะเข้ากันไม่ได้! นางเห็นสภาพการณ์ของดุ้นเนื้อที่ยังโอนเอน คอพับ คออ่อนเหมือนท่อยางพีวีซี. แทนที่จะเป็นท่อแป็ปโลหะตั้งโด่ได้แล้ว นางคิดว่าคงต้องใช้ท่าไม้ตายสังหารความอ่อนแอ สร้างความฮึกหาญของมันลงสังเวียนกามซะที ก่อนที่คนดูจะรอคอยกันจนเบื่อซะก่อน นางจึงขยับตัวเปลี่ยนท่าทาง เอนตัวซุกหน้าลงหว่างขาเจ้าหนุ่มกลัดมัน แต่กัดไม่เข้าเพราะไร้เขี้ยวเล็บ จัดการโบลวจ็อบให้แบบสุดฝีมือและริมฝีปาก ทั้งอมแล้วก็จับมันยัดเข้าปากไปจนสุดโคน ทั้งแลบลิ้นตวัดเลียวนเวียนหลายรอบจนหัวเปียกชุ่มโชกด้วยน้ำลาย...”


    “คงเหนื่อยมากเลย กว่าท่อนลำความเป็นชายจะพร้อมทำงาน” พี่แนนซี่เสริมอีกครั้ง


    “สาวนักแสดงคงจะไม่กลัวหรอกนะ ใครจะมีไซซ์เท่าไหร่? เม็คเลิฟนานแค่ไหน? พร้อมจะสู้ตาย แต่เจอไอ้ประเภทที่ง่วงหงอย ขวยเขินสายตาคนดูรอบข้าง ไม่ยอมผงาดง้ำมาต่อสู้...น่ากลัวมากกว่า มันทั้งน่ารำคาญ น่าหงุดเหงิด  และเหน็ดเหนื่อยจนท้อเลยล่ะ"


    "กว่าจะได้เรื่อง สงสัยว่าดุ้นเนื้อไอ้ยุ่นคนนั้นไม่ใช่แค่ยังห่อเหี่ยวปลุกไม่ขึ้น แต่อาจจะมีอาการหนาวสั่นเป็นไข้หวัดก็ได้ ก็โดนน้ำลายชโลมจนชุ่มฉ่ำอย่างที่คุณเล่าให้ฟัง..."


    "อือ!...ไม่แน่เหมือนกันนะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ... พาความหื่นมาระบาย กลับกลายเป็นต้องหอบเอาไข้กลับไปด้วย!"


    "คนอื่นเค้าอาจจะได้โรคเอดส์ติดท่อนลำลึงค์เป็นของกำนัลการมาหาความสำราญอย่างนี้ แต่ไอ้คนนี้ได้โรคไข้หวัดไปแทน หายากนะ มาดูโชว์เพื่อเม็คเลิฟ กันเป็นไข้หวัดแทนที่จะเป็นเอดส์"


    "แถมยังเอด-ยดซะด้วย!" พี่แพ็ทเสริมแบบติดตลก ก่อนจะเล่าถึงบทสรุปของเหตุการณ์'ปล้ำผีลุก ปลุกผีนั่ง' ที่น่าอับอายต่อมา