บทที่ 12 ท่านพ่อคนที่หนึ่งถูกลงโทษ
"มู่มู่ เ้าเป็คนแรกเลยที่บอกว่าเขาเป็คนดี ในจวนนี้ไม่มีใครไม่กลัวเขาเลยสักคน" เซียวเหยาอ๋องเฟยได้ยินเด็กน้อยพูดเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
"คนดีหรือคนเลว ดวงตาคู่นี้ของข้าแม่นยำราวกับไม้บรรทัดแค่กวาดตามองโหงวเฮ้งก็แยกแยะออกแล้วเ้าค่ะ" ซูมู่มู่ไม่เพียงแต่พูด แต่ยังใช้มือทำท่าประกอบด้วย
เซียวเหยาอ๋องเฟยหัวเราะไม่หยุดและเผลอกินหมูสามชั้นน้ำแดงเพิ่มอีกสองชิ้นโดยไม่รู้ตัว
ชุยหมัวหมัวยิ่งชอบซูมู่มู่มากขึ้นไปอีก เพราะมีนางอยู่นายหญิงก็อารมณ์ดี กินข้าวอร่อยและหลับสบาย
"มู่มู่วันหน้าหากน้ามีเื่ที่แยกแยะไม่ออกจะขอให้เ้าช่วยมาดูให้หน่อยนะ" นางปรารถนาเหลือเกินที่จะมีดวงตาเหมือนกับเด็กน้อยคนนี้
"ไม่มีปัญหาเ้าค่ะ ท่านน้า... ข้ากินหมูสามชั้นน้ำแดงไปเก้าชิ้น ไม่ได้กินเยอะเลยนะเ้าคะ" หลังจากซูมู่มู่กินหมูสามชั้นน้ำแดงเสร็จแล้วจึงเริ่มกินผัก
เมื่อมีหมูสามชั้นน้ำแดงอาหารอย่างอื่นก็ถูกลืมไปสิ้น
"ดี มู่มู่ช่างเชื่อฟังจริง ๆ" เซียวเหยาอ๋องเฟยลูบผมของเด็กน้อย
เมื่อพวกนางทานอาหารเสร็จและคำนวณเวลาแล้วว่าใกล้ถึงเวลา ซูมู่มู่จึงไปหาฉู่หนิงเยี่ยน เด็กหนุ่มนั่งอยู่ในหม้อใบใหญ่ ถูกนึ่งจนผิวขาวจัดกลายเป็สีแดงระเรื่อดูท่าทางอ่อนแรงและขัดเขินเล็กน้อย
"ท่านน้า ท่านพี่หนิงเยี่ยนหน้าตาดีจริง ๆ เ้าค่ะ หากแต่งกายเป็สตรีต้องเป็โฉมงามล่มเมืองแน่นอน" ซูมู่มู่เอ่ยชมจากใจจริง
"ข้าเป็ทายาทอ๋อง เป็บุรุษไม่ใช่โฉมงาม" น้ำเสียงของฉู่หนิงเยี่ยนแหบพร่าและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ตอนเด็ก ๆ เขาเคยใส่กระโปรงจนถึงตอนนี้พวกลูกพี่ลูกน้องยังล้อเลียนเขาอยู่เลย
พอพูดถึงชุดสตรี เขาก็เปลี่ยนสีหน้าทันที
"ได้ ๆ ท่านพี่หนิงเยี่ยนเป็บุรุษรูปงาม ตอนนี้อาการดีขึ้นมาก พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่นะเ้าคะ" ซูมู่มู่รีบปลอบ
น้ำเสียงที่ตอบแบบขอไปทีนี้ทำให้ฉู่หนิงเยี่ยนโกรธจนเกือบจะลุกขึ้นจากหม้อ แต่พอนึกได้ว่าไม่ได้สวมเสื้อผ้า ก้นที่เพิ่งยกขึ้นมาก็รีบนั่งลงไปตามเดิม
เมื่อเห็นลูกชายถูกต้อนจนจนมุมเซียวเหยาอ๋องเฟยก็รู้สึกสำราญใจยิ่งนัก เด็กคนนี้ปากร้ายมาตลอดในที่สุดก็ได้เจอคนที่เหนือกว่าเสียที
"มู่มู่ ข้าจะไปส่งเ้าเอง เ้าลองดูชุนเหมยกับเซี่ยฮวาว่าเป็อย่างไรบ้าง ข้าอยากให้พวกนางสองคนคอยรับใช้เ้า" เซียวเหยาอ๋องเฟยตบมือ สองสาวใช้จึงก้าวออกมา
ซูมู่มู่รีบโบกมือ "ข้าไม่้าให้ใครมารับใช้เ้าค่ะ ผู้บำเพ็ญเพียรจะลุ่มหลงในความสะดวกสบายไม่ได้ ท่านน้าอย่าเห็นว่าขาข้าสั้น ข้าเดินและวิ่งเร็วมากแถมข้ายังบินได้ด้วย"
"พวกเ้าถอยไปเถอะ" เซียวเหยาอ๋องเฟยสั่งให้สาวใช้ถอยออกไป
"ข้ารู้ว่ามู่มู่เก่งมาก แต่ข้าอยากไปส่งเ้าเพื่อดูว่าคนตระกูลเมิ่งปฏิบัติต่อเ้าอย่างไร มิเช่นนั้นข้าคงไม่สบายใจ"
ซูมู่มู่เอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก "ท่านน้ากลัวว่าข้าจะถูกยายเฒ่าคนนั้นรังแกใช่ไหมเ้าคะ"
เซียวเหยาอ๋องเฟยเห็นมู่มู่เรียกฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งเช่นนี้ก็รู้ทันทีว่าพวกนางได้ปะทะกันแล้ว "ใช่แล้ว ยายแก่คนนั้นไม่ใช่คนดี มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองหลวง หากไม่ใช่เพราะนางใต้เท้าเมิ่งคงแต่งงานไปนานแล้ว และท่านแม่ของเ้าก็คงไม่ต้องจากไปเช่นนี้"
นางเดาเอาเองว่ามารดาของเด็กน้อยคงทนยายแก่คนนั้นไม่ได้จึงจากไป มิเช่นนั้นจะมีสตรีคนไหนยอมจากไปทั้งที่อุ้มท้องอยู่?
"ข้าตีสั่งสอนนางไปทีหนึ่ง ท่านพ่อเข้าข้างข้า ท่านพ่อเป็คนดีใช่ไหมเ้าคะ" เมื่อพูดถึงเื่นี้ซูมู่มู่ก็ยิ้มจนเห็นฟัน
นี่คือความลำเอียงที่ท่านพ่อมีให้นางและนางก็รู้ว่าพระชายารู้สึกว่าท่านพ่อยังดีไม่พอ จึงตั้งใจพูดเพื่อให้ท่านพ่อดูดีขึ้นในสายตาของพระชายา
"ดีมากจริง ๆ เช่นนั้นข้าก็เบาใจ แต่เ้าจะกลับไปคนเดียวไม่ได้ ชุยหมัวหมัวให้พวกเขาเตรียมรถ ข้าจะไปส่งซูมู่มู่กลับเอง" เซียวเหยาอ๋องเฟยยืนกรานที่จะไปส่ง
เพราะใจคนยากแท้หยั่งถึงฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งเพิ่งได้รับบทเรียนราคาแพงและคิดว่าลูกชายถูกเด็กน้อยแย่งชิงไป เกรงว่านางจะวางแผนการใหญ่บางอย่าง
"ถ้าเช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ ข้าจะเชื่อฟังท่าน พวกเราไปด้วยกันเถอะ" ซูมู่มู่ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
เพราะการยอมรับความปรารถนาดีของผู้อื่นก็ถือเป็การบำเพ็ญเพียรอย่างหนึ่ง เซียวเหยาอ๋องเฟยนำยอดฝีมือติดตามไปด้วยหลายคน ไม่นานรถม้าก็มาถึงตระกูลเมิ่ง
"คารวะพระชายาขอรับ คุณหนูน้อยบ่าวเฒ่าผู้นี้มารอท่านตั้งนานแล้ว คุณชายกำชับไว้ว่าให้ท่านพักผ่อนที่จวนอ๋องสักสองสามวันก่อนขอรับ" ลุงคังมีสีหน้าไม่เป็ธรรมชาติเล็กน้อย
ซูมู่มู่ขมวดคิ้ว "เกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อหรือเ้าคะ?"
แวบแรกเซียวเหยาอ๋องเฟยคิดว่าใต้เท้าเมิ่งกำลังหลบเลี่ยง...เื่มารดาแท้ ๆ ของมู่มู่ แต่เมื่อได้ยินเด็กน้อยถามเช่นนี้จึงตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"คุณชายไม่ให้บ่าวเฒ่าพูด..." ลุงคังรู้สึกลำบากใจ เขารู้สึกสงสารแทนคุณชาย
"ถ้าท่านไม่พูด ข้าจะไปถามท่านพ่อเอง"
"ท่านพ่อ ท่านอยู่ที่ไหน?"
ซูมู่มู่รีบเดินนำหน้าไปด้วยความร้อนรน เซียวเหยาอ๋องเฟยรีบนำคนตามไปทันที
ลุงคังจึงรีบวิ่งมาด้านหน้า "คุณหนูน้อย คือฮูหยินผู้เฒ่าเชิญผู้นำตระกูลและผู้าุโหลายท่านมาฟ้องว่าคุณชายไม่กตัญญู อีกทั้งเื่ที่ท่านจะขึ้นบันทึกตระกูลด้วยขอรับ..."
"ตอนนี้ทุกคนอยู่ที่ห้องโถง คุณชายกำลังถูกลงโทษตามกฎประจำตระกูลอยู่ขอรับ"
ซูมู่มู่ได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งไปทันที
เมิ่งเฮ่อที่อยู่ในห้องโถง คุกเข่าอยู่บนพื้นแผ่นหลังเต็มไปด้วยเื ทว่าแผ่นหลังยังคงตั้งตรงไม่ค้อมลงแม้แต่น้อย ซึ่งเป็ท่าทีของการไม่ยอมสยบ
เขาถูกลงโทษด้วยการโบยยี่สิบที เพิ่งจะโบยไปได้เพียงครึ่งเดียว
ผู้ลงโทษยกแส้ขึ้นสูงอีกครั้ง ขณะที่กำลังจะฟาดลงมาซูมู่มู่ก็ะโลั่น "หยุดนะ! ใครกล้าตีท่านพ่อของข้า อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจนะ"
"ตีต่อไป!" ประมุขตระกูลเมิ่งเห็นเด็กน้อยเป็เช่นนี้ก็หรี่ตาลงและสั่งการทันที
ซูมู่มู่ออกเท้าทันที ร่างกลมป้อมะโขึ้นไปเท้าข้างหนึ่งถีบเข้าที่ใบหน้าของคนใจดำอย่างจัง
คนที่ตีท่านพ่อ ล้วนเป็คนชั่ว
"โอ๊ย!" คนชั่วล้มลงกองกับพื้น
"ท่านพ่อ ท่านอย่าขยับนะเ้าคะ เดี๋ยวข้าจะทายาให้" ซูมู่มู่มองดูเมิ่งเฮ่อขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ
"มู่มู่ พ่อไม่เป็ไร รับอีกยี่สิบทีเ้าก็จะได้ขึ้นบันทึกตระกูลแล้ว" เมิ่งเฮ่อดูสะลึมสะลือเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้ลูกสาว
"ไม่เอาเ้าค่ะ! ข้าอยากให้ท่านพ่อสบายดี" เื่บันทึกตระกูลเมิ่งจะขึ้นหรือไม่นางไม่สนใจ ซูมู่มู่ยืนกรานที่จะทายาให้เมิ่งเฮ่อ
เซียวเหยาอ๋องเฟยเพิ่งจะมาถึง นางใช้ความเร็วสูงสุดแล้วแต่ก็ยังตามเด็กน้อยไม่ทัน
"เซียวเหยาอ๋องเฟยมาถึงแล้ว!" ลุงคังะโเสียงดัง
เมื่อได้ยินว่าพระชายามาทุกคนในตระกูลเมิ่งรีบคุกเข่าคำนับ "คารวะพระชายาขอรับ/เ้าค่ะ"
ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งเดิมทีคิดว่าลูกชายตั้งใจหลอกนาง ไม่นึกว่าเซียวเหยาอ๋องเฟยจะสนิทสนมกับนางจิ้งจอกน้อยคนนี้จริง ๆ
"ลงทัณฑ์ข้าราชการขั้นสี่ตามอำเภอใจ ตระกูลเมิ่งช่างใจกล้าดีนะ บางคนคงไม่กลัวหัวหลุดจากบ่าจริง ๆ"
"ทหาร จับตัวคนที่ลงทัณฑ์โดยพลการมา ข้าจะส่งตัวให้ราชสำนักด้วยตัวเอง" เซียวเหยาอ๋องเฟยแค่นเสียงเย็น
"พระชายาโปรดไว้ชีวิต บ่าวทำตามคำสั่งของผู้นำตระกูลขอรับ" คนที่เพิ่งลงมือเมื่อครู่ ใจนคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้น
ประมุขตระกูลเมิ่งรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย "พระชายา พวกเราตระกูลเมิ่งปฏิบัติตามกฎประจำตระกูล ไม่ใช่การใช้ศาลเตี้ยขอรับ"
"ข้ออ้าง! กฎหมายบ้านเมืองกับกฎหมายของราชสำนักไม่ใหญ่กว่ากฎประจำตระกูลหรือเ้าคะ? ท่านปู่หากท่านไม่เข้าใจก็กลับไปเรียนที่สำนักศึกษาอีกสักสองสามวันเถอะ มิเช่นนั้นจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะเอาได้" ซูมู่มู่สวนกลับทันที
อย่างไรเสีย ท่านพ่อของนาง นางจะปกป้องเอง
"ดูสิ ขนาดเด็กสี่ขวบยังเข้าใจ คงไม่ใช่ว่าประมุขเมิ่งไม่เข้าใจหรอกนะ!" เซียวเหยาอ๋องเฟยมองพวกเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน
ปัจจุบันตระกูลเมิ่งมีเพียงเมิ่งเฮ่อที่โดดเด่น หากไม่มีเขาตระกูลเมิ่งสายนี้คงไม่มีทางได้เข้ามาอยู่ในเมืองหลวง
"ข้า..." ประมุขตระกูลเมิ่งหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย