เทพสงครามมังกรเทวะ

    พบเจอ

    เฟยหรงทำตัวไม่ถูกในทันที ความลับที่เขาเก็บเอาไว้แตกไม่มีชิ้นดีเลยตอนนี้สีหน้าของเขาเรียกว่าดูไม่ได้และเต็มไปด้วยความกังวลใจอย่างสุดซึ้ง

     

    "อวิ้นเอ๋อเกิดอะไรขึ้น แล้วไปเอากระบี่วารีสวรรค์ของอิงเอ๋อ มาจากไหน"เป่ยเฉินที่พึงมาถึงกล่าวถามด้วยความสงสัยเป่ยอวิ้นเอ๋อที่เห้นท่าทีร้อนรนของเฟยหรงก็เอามือป้องปอกและหัวเราะเบาๆ "ก็เอามาจากหลานชายตัวแสบของท่านไง มิน่าทำไมถึงได้ห่วงแหวนมิติวงนี้นัก หากไม่ใช่เพราะวารีสมุทรศักดิ์สิทธิ์ที่ค่อยๆลดทอนพลังวิญญานได้ข้าคงไม่คิดที่จะเปิดแหวนมิติวงนี้ดู"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าวอธิบาย เป่ยเฉินได้ยินดังนั้นก็มองเฟยหรงด้วยสายตาที่หลากหลายก่อนจะกล่าวถาม "เจ้าคือลูกของอิงเอ๋อ??"

     

    "ท่านพี่ยังจะต้องถามอีกหรือ ข้าไปตรวจสอบดูแล้วแก่นพรหมจรรย์หยินของอิงเอ๋อหายไปแสงดว่านางมีครอบครัวแล้ว แล้วการที่เด็กคนนี้มีสายเลือดเทพสมุทรกับกระบี่วารีสวรรคืของอิงเอ๋อมันก็เป้นตัวพิสูจน์ชั้นดีว่าเขาเป็นหลานของพวกเรา"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าวอย่างตำหนิ เฟยหรงในเวลานี้ไม่รุ้จะทำอย่างไรดี หลักฐานมันมัดตัวเขาไปหมดจะปฏิเสธก้ไม่ได้จึงทำได้แค่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรเท่านั้น

     

    ส่วนทางฝั่งของเป่ยเฉินนั้นเมื่อรู้ถึงตัวตนของเฟยหรงว่าเป็นหลานของตัวเองเขาเองก็ไม่รุ้ว่าจะทำอย่างไรดีเช่นกัน ความรู้สึกของเขามันตีกันไปจนไม่รู้ว่าจะแสดงออกมาอย่างไรหรือจะพูดอะไรกับเฟยหรงก่อนในฐานะหลาน ผิดกับเป่ยอวิ้นเอ๋อที่นางกลับหัวเราะคิกคักชอบใจเดินมาหาเฟยหรงที่ยืนนิ่งอยู่ก่อนจะยื่นกระบี่วารีสวรรค์และแหวนมิติวงเดิมให้ ในตอนนี้ข้อสงสัยของนางได้คลายออกไปหมดแล้วทั้งยังตื่นเต้นไม่น้อยที่มีหลานเป็นตัวเป็นตนผิดกับเฟยหรงที่ตอนนี้ใบหน้าเรียกได้ว่าไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก

     

    เฟยหรงมองไปที่หน้าของเป่ยอวิ้นเอ๋อด้วยความหลากหลายก่อนที่เขาจะค่อยๆหยิบแหวนมิติของตัวเองและกระบี่วารีสวรรค์มาไว้ข้างกายดังเดิม ส่วนทางฝั่งผู้เป็นยายนั้นนางค่อยเอื้อมมือไปหมายจะลูบเส้นผมอันเงางามของอีกฝ่ายแต่เฟยหรงกลับถอยหนีออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะกล่าวถ้อยคำหนึ่งออกมาทำให้เป่ยเฉินและเป่ยอวิ้นเอ๋อต้องสั่นสะท้านในใจ

     

    "ข้ายังไม่ยอมรับท่าน"กล่าวจบเด็กหนุ่มก็ทะยานร่างเข้ากลับไปที่คฤหาสน์ในทันทีและเข้าไปอยู่ในห้องดังเดิม

     

    "เห้อ มันก็แน่ละนะ ในสายตาของเขาพวกเราคงจะเป็นฝ่ายพรากครอบครัวเขาออกจากกัน"เป่ยอวิ้นเอ่อกล่าวด้วยท่าทีอ่อนใจ การที่เฟยหรงจะไม่ยอมรับนางเป็นยายก็ไม่ได้แปลกแต่อย่างใด ดังนั้นนับจากนี้คงต้องค่อยๆอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ

     

    "ข้าจะไปอธิบายให้เขาฟังเอง ว่าพวกเราไม่ได้รู้เรื่องเหล่านั้นที่เกิดขึ้น"เป่ยเฉินกล่าว ฝั่งภรรยาส่ายหัวไปมาประมาณว่าไม่มีประโยชน์ "หากท่านอธิบายเช่นนั้นก็เหมือนกับเราโยนความผิดทั้งหมดให้กับหยางเอ๋อไปทั้งหมด ท่านพี่ถึงอย่างไรหยางเอ๋อก็เป็นลูกของเราเช่นกัน ความผิดพลาดของลูกก็เท่ากับความผิดพลาดของพ่อแม่ ดังนั้นเราเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน"

     

    "แล้วเราจะทำอย่างไร จะให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเราไปพรากพวกเขาออกจากกันเช่นนี้น่ะหรือ"เป่ยเฉินกล่าวถาม

     

    "ตอนนี้ปล่อยให้เขาสงบจิตใจไปก่อน เราทำได้เพียงเท่านั้นอีกไม่กี่วันอิงเอ๋อก็จะฟื้นตื่นแล้ว เดี๋ยวให้นางมาคุยกับลูกของนางด้วยตัวเองน่าจะเป็นการดีที่สุด"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าว เป่ยเฉินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย จะให้เขาหรือเป่ยอวิ้นเอ๋อเป็นคนพูดอธิบายเกรงว่าจะไม่มีน้ำหนักมากนัก ให้แม่กับลูกพูดกันน่าจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า

     

    เมื่อตกลงกันได้ดังนั้นแล้วเป่ยเฉินและเป่ยอวิ้นเอ๋อก็พากันกลับเข้าไปในคฤหาสน์ในทันที ในเวลาเดียวกันนี้เฟยหรงกำลังทิ้งตัวลงนอนคิดทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆอยู่ด้านในห้องนอนของตน 'ไอ้ความรู้สึกหวั่นไหวนั่นมันอะไรกัน พวกเขาเป็นคนพรากครอบครัวของข้าออกจากกันนะทำไมใจข้าถึงได้หวั่นไหวได้'เฟยหรงบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่เดิมแล้วจิตใจของเขามั่นคงเอามากๆแต่พอได้ยินคำว่ายายจากปากเป่ยอวิ้นเอ๋อมันกลับสั่นไหวเขาได้ราวกับต้องมนต์สะกด

     

    ชายหนุ่มครุ่นคิดกับตัวเองอยู่นานในที่สุดเขาก็เผลอหลับไหลลงไป จนในที่สุดเช้าวันต่อมาเมืองหลวงเทพสมุทรกลับมาเป็นปกติชาวเมืองกลับมาใช้ชีวิตตามเดิมหลังจากหวาดผวากับอานุภาพแห่งบัลลังก์ราชันทั้งสอง แต่กลักันภายในคฤหาสน์ตระกูลเป่ยกลับแตกตื่นกันยกใหญ่ เนื่องจากมีการประกาศจากเป่ยอวิ้นเอ๋อว่านางมีหลานชายนั่นทำให้เหล่าผุ้อาวุโสถึงกับตื่นตระหนกในทันที โดยที่เฟยหรงยังไม่คงรู้สถานการณ์เลยแม้แต่น้อยและยังคงเก็บตัวอยู่ในห้องไม่ได้ออกมา และเขาก็ไม่ได้คิดหนีอีกต่อไปเนื่องจากไม่มีอะไรให้ต้องปิดบังแล้วนั่นเอง และยังคงฝึกฝนพลังของตนต่อไปด้วยเม้ดยาที่อยู่ในแหวนมิติ

     

    "ตูม!!!"

     

    สามวันต่อมาเสียงระเบิดดังกึงก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ ออร่าปราณแห่งเทพสมุทรทั้วทั้งบริเวณถูกดูดเข้าไปบริเวณห้องข้างๆของเป่ยอวิ้นเอ่อ ด้านในห้องมีหญิงสาวนางหนึ่งผมสีฟ้าครามยาวกำลังค่อยๆลืมตาขึ้น แน่นอนนางคือเป่ยอิงอิงธิดาแห่งเทพสมุทรเป่ยเฉินและเป่ยอวิ้นเอ่อที่ตอนนี้ฟื้นคืนจากผนึกแล้วนั่นเอง

     

    "ยินดีต้อนรับสาวน้อยตัวดีของแม่"เป่ยอวิ้นเอ่อกล่าวพร้อมยกยิ้ม เป่ยอิงอิงที่สีหน้างุนงงสงสัยกลายเป็นความดีใจและพุ่งเข้าโอบกอดคนเป็นแม่ในทันทีเวลานี้ความทรงจำของนางค่อยๆเข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็วพร้อมกับตบะที่พึ่งขึ้นเป็นราชันเทวะขั้นกลาง

     

    "ท่านแม่!! ท่านแม่ออกจากด่านมาเมื่อไรเจ้าคะ"นางกล่าวพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสายเต้มไปด้วยความคิดถึง เป่ยอวิ้นเอ่อยกมือลูบผมฟ้าครามของลูกสาวอย่างอบอุ่นก่อนที่นางจะส่งยิ้มให้บุตรสาวอีกครั้ง

     

    "สามปีก่อน แม่ออกจากด่านมาก็เห็นลูกผนึกตัวเองแล้วเวลานั้นพ่อของลูกกำลังใช้บัลลังก์ราชันในการหลอมละลายผนึกน้ำแข็งให้ลูกอยู่ เจ้าเด็กโง่ทำไมถึงได้ทำอะไรสิ้นคิดแบบนั้นกัน"เป่ยอวิ้นเอ๋อบีบจมูกเป่ยอิงอิงด้วยความหมั่นใส้ เป่ยอิงอิงยกยิ้มขึ้นมาทันใดก่อนจะกล่าวตอบ "ก็ท่านพี่ บังคับลูกนี่เจ้าคะ ลูกไม่ได้อยากแต่งกับตระกูลไห่อะไรนั่น"นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

     

    เป่ยอวิ้นเอ๋อถึงกับส่ายหน้า "พี่ของลูกไปสำนึกผิดอยู่ที่หุบเหวนิรันทร์กาลแล้ว ส่วนเรื่องแต่งงานก็ไม่ต้องไปคิดถึงมันพ่อของเจ้าไปกวาดล้างพวกมันหมดแล้ว"

     

    "จริงหรือเจ้าคะ งั้นท่านแม่ข้าขอออกไปข้างนอกนะเจ้าคะ!!"เป่ยอิงอิงกล่าวออกไปอย่างตื่นเต้น แน่นอนเป้าหมายของนางย่อมไม่ใช่ออกไปข้างนอกธรรมดาแต่เป็นการไปตามหาเฟยเทียนสามีของนางนั่นเอง

     

    "ไม่ได้ เจ้าต้องไปเจอกับใครบางคนก่อนแล้ว"

     

    "ใครคนหนึ่ง??"เป่ยอิงอิงงุนงง ใครกันที่นางต้องไปเจอหากท่านแม่ของนางจับคู่ให้นางอีกละก็คราวนี้มีหวังนางได้ฆ่าตัวตายแน่ๆ

     

    "ไปกันเถอะ ป่านนี้พ่อของเจ้าคงร้องไห้อยู่หน้าประตูห้องของเขาแล้วกระมั้ง ฮิฮิ"เป่ยอวิ้นเอ่อกล่าวอย่างมิเลศนัย เป่ยเฉินสามีของนางช่วงสามวันมานี้อยู่แต่หน้าประตูห้องของเฟยหรงไม่ได้ไปไหนเลยแม้แต่น้อย แน่นอนที่เขาเช่นนี้ไม่ใช่เพราะว่าป้องกันเฟยหรงจะหนีแต่เขาอยากเข้าไปหาหลานของเขา แต่ดูเหมือนว่าเฟยหรงไม่เคยเปิดประตูให้กับเขาเลย

     

    หญิงสาวทั้งเดินเดินมาอยู่ที่หน้าห้องของเฟยหรง เป่ยอวิ้นเอ่อจึงกล่าวถามสามีของนางไป "เขาเปิดประตูออกมาบ้างหรือยัง"

     

    เป่ยเฉินส่ายหัวพร้อมถอนหายใจก่อนจะกล่าว "คงมีแค่อิงเอ๋อเท่านั้นแหละที่จะยอมเขาจะยอมให้เข้าไปได้"

     

    เป่ยอิงอิงงุนงงในทันทีท่านพ่อกับท่านแม่ของนางพูดถึงใครกันแล้วทำไมต้องเป็นนางถึงจะเข้าไปได้ ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจแต่มันก็เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้นางอยากรู้ว่าใครกันที่อยู่ด้านในนั้น หญิงสาวจึงก้าวเท้าโดยพลันและเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้ส่งสัญญานใดๆให้คนภายในห้องได้รับรู้

     

    "ข้าบอกว่าอย่าเข้ามา!!"เฟยหรงตะโกนลั่นกระบี่วารีสวรรค์พุ่งเข้าใส่หน้าประตูอย่างรวดเร็ว แต่กลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเป่ยอิงอิงและหล่นลงปักกับพื้น ใช่! เดิมทีกระบี่วารีสวรรค์เป็นของเป่ยอิงอิงทั้งยังมีสัญญาโลหิตจะให้มันโจมตีเจ้าของๆมันได้อย่างไร เป่ยอิงอิงมองไปที่กระบี่วารีสวรรค์ด้วยความสงสัยพ่อเห็นชื่อของตนสลักอยู่หัวใจนางก็สั่นไหวจนแทบจะระเบิด ดวงตาสีฟ้าครามสั่นระรัวเต้มไปด้วยน้ำตาที่หลั่งไหลมองไปที่แผ่นหลังของบุรุษผมสีฟ้าครามเหมือนกับนางด้วยความคิดถึงสุดหัวใจและเต็มไปด้วยความรัก

     

    "ระ หรงหรงน้อยงั้นหรือ??"นางกล่าวน้ำเสียงสั่นเคลือเพื่อย้ำเตือนความแน่ใจ เฟยหรงลืมตาตื่นขึ้นในทันใดในใจเต้นระรัวเช่นกัน 'หรงหรงน้อย'ชื่อนี้มีเพียงครอบครัวของเขาเท่านั้นที่รักขาน การที่เสียงหญิงสาวที่ไม่คุ้นหูนี้เรียกเขาเช่นนั้นมันจะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร

     

    เฟยหรงค่อยๆหันกลับมาสายตาพบกับหญิงสาวที่งดงามประดุจเทพธิดาวารีกำลังยืนน้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย เฟยหรงเองก็ไม่ต่างจากนางเท่าไรนักน้ำตาอยู่ๆก็ไหลออกมาและไม่มีทางที่หยุดมันได้ "ทะ ท่านแม่อิงอิงหรือ?"ชายหนุ่มกล่าวด้วยเสียงสั่นเคลือเช่นกัน

     

    เมื่อได้รับการยืนยันผ่านท่านสีหน้าและคำพูดแล้วเป่ยอิงอิงก็ไม่อาจสะกดกลั้นความคิดถึงได้อีกต่อไป นางพุ่งเข้าไปกอดชายหนุ่มด้วยความรักไคร่และคิดถึง เขาคือลูกชาย คือลูกชายของนางจริงๆ เป่ยอิงอิงคิดคำนี้เพียงอย่างเดียวข้างในหัว

     

    "ลูกแม่ แม่ขอโทษ แม่ขอโทษ"เป่ยอิงอิงกล่าวน้ำเสียงสะอื้น นางรู้สึกผิดจากใจที่ไม่ได้เลี้ยงดูเฟยหรงมาให้ดีแล้วปล่อยให้เขาเติบโตอย่างไรผู้เป็นมารดาเช่นนี้ ยิ่งคิดถึงมันมากเท่าไรหัวใจของนางก็ยิ่งเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง

     

    "ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน"เฟยหรงเองก็ไม่ต่างกัน เขากลายเป็นเด็กขี้แยในทันทีเมื่อเจอผู้เป็นแม่ ในใจเต็มไปด้วยความยินดีและตื้นตัน ถ้าหากช่วงเวลานี้พวกเขาทั้งครอบครัวอยู่ด้วยกันจะมีอะไรสุขสมไปมากกว่านี้อีก ทั้งสองโอบกอดกันพักใหญ่ภาพแห่งความประทับใจนี้เกิดขึ้นโดยที่มีเป่ยอวิ้นเอ่อและเป่ยเฉินเป็นประจักษ์พยานแห่งความห่วงหาของแม่ลูก

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน