ตอนที่59 ตัวปัญหาคือขั้นสูง
หมู่บ้านฮันนี่แบร์
เป็นหนึ่งในหมู่บ้านท่องเที่ยวที่เจริญมากแห่งหนึ่งช่วงก่อนเกิดวันสิ้นโลกผู้คนในเขตดัลลัสนิยมมาเที่ยวที่นี่ เพราะบรรยากาศร่มรื่นมีสวนสัตว์และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างน้ำผึ้ง“ฮันนี่แบร์” ที่ขึ้นชื่อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแถมยังอยู่ใกล้กับเมืองสำคัญในเขตอีกด้วย
ยิ่งในช่วงที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนถึงจะส่งผลต่อชาวบ้านในชุมชน แต่ว่าก็ต้องยอมรับว่าความโด่งดังของที่นี่ ส่วนหนึ่งมาจากการโปรโมทของเอกชนเหล่านี้
หมู่บ้านตั้งอยู่ที่สองฝั่งของแม่น้ำกลางหุบเขาหลังจากได้รับการลงทุนก็มีอาคารและบ้านเรือนเกิดขึ้นจำนวนมากในสองฝั่งของแม่น้ำ
ตอนนี้แม่น้ำแห้งเหือดไปแล้วเพราะป่าเน่าตายจนหมดด้วยพิษศพเมืองก็ถูกทิ้งล้างโดยมนุษย์ ที่นี่มีซอมบี้แต่ไม่มากนักเพราะว่าเป็นทางที่ผ่านไปยังเส้นทางเมืองร้างที่อยู่ถัดไปไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น
และค่ายแกนน่อนแอบมากวาดล้างสิ่งของในเมืองไปจนแทบจะเกลี้ยงแล้ว
มันเป็นอีกเหตุผลที่ค่ายแกนน่อนพัฒนาได้เร็วเพราะได้รับของจากเมืองนี้และเมืองรอบ ๆ ทำเลที่ตั้งของค่ายแกนน่อนถือว่าดีมากต้องยอมรับว่าลอร์ดแกนน่อนเลือกที่ตั้งค่ายได้ดี
เพียงแต่ถ้าไม่ใช่เพราะการกระทำเหมือนกับค่ายโจรที่จับผู้เล่นไปเป็นทาสทำงานให้ชื่อเสียงอาจจะดีกว่านี้
แอรีสตอนนี้ยืนมองอยู่ในอาคารหลังหนึ่งของเมืองเป็นโรงแรมสามชั้นอาคารที่สูงที่สุดในเมือง ติดรวมแม่น้ำ มีถนนตัดผ่านและสะพาน
ในตอนนี้กำลังมีทหารมากกว่า 100นายคุ้มกันตราประทับดินแดนข้ามสะพานมาอยู่
พวกนั้นนั่งอยู่บนรถบรรทุก 4คันที่หลังคาเปิดและรถยนต์คุ้มกัน 1 คันที่ขับนำหน้าอยู่
“ขั้นสูง 3 คน ขั้นกลางไม่ต่ำกว่า 20และที่เหลือเป็นขั้นต้นทั้งหมด ทุกคนมีอาวุธปืนในมือ ไรเฟิล ปืนล่าสัตว์ปืนลูกซองและปืนพก”
ลิชที่มีพรสวรรค์จอมบงการสมองของเขารองรับข้อมูลได้จำนวนมากและสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของศัตรูได้ดี
แม้จะไม่เท่ากับการตรวจจับการเคลื่อนไหวของฮันน่าที่รับรู้ตัวตนได้ไกลมากๆ แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่ากันนัก
“เอายังไงต่อ” แอรีสถามความเห็นของลิช
ยังไงครั้งนี้ก็ต้องลุยแต่ละลุยกันแบบไหนแอรีสให้ลิชตัดสินใจ
“ตัวปัญหาคือผู้มีพลังพื้นฐานขั้นสูง 3คนที่นั่งอยู่ในรถยนต์คันหน้า ส่วนที่เหลือจัดการได้ไม่ยาก” ลิชเริ่มคิดถึงแผนรับมือและอย่างที่บอกว่าขั้นสูงคือปัญหาเพราะอย่างแรงยิ่งขั้นสูงความต่างของความแข็งแกร่งยิ่งมาก
ขั้นต้นความแข็งแกร่งมันคือระหว่าง 21-30เท่ากับ 10 หน่วย
ขั้นกลางค่าความแข็งแกร่งคือระหว่าง 31-100เท่ากับ 70 หน่วย
ขั้นสูงค่ายความแข็งแกร่งคือระหว่าง 101- 250เท่ากับ 150 หน่วย
จะเห็นได้ว่ายิ่งระดับขั้นสูงขึ้นช่วงว่างในแต่ละขั้นยิ่งขยายออกไป ทำให้อันตรายและการรับมือยิ่งยากโชคดีที่ไม่ว่าจะอยู่ขั้นเริ่มต้นหรือขั้นสูงถ้าโดนกระสุนปืนยิงเข้าหัวก็ตายเหมือนกัน
“ฝั่งเรามี 200 นายท่านคิดไว้แล้วและส่งพลธนูรุ่นแรกมาให้มี20 นายใช้ธนูเหล็กดำกับลูกศรล่าพยัคฆ์ สามารถยิงทะลุร่างของขั้นสูงได้แต่อาจจะต้องระวังไว้ว่าพวกเขาอาจจะมีชุดเกราะหรืออุปกรณ์ T1ที่ใช้ป้องกันได้ ดังนั้นจะต้องให้พลธนูยิงในระยะที่ใกล้มากเพื่อไว้เพื่อทำลายการป้องกันของอุปกรณ์เหล่านั้นด้วย”
ลิชเริ่มจัดวางกำลังพลและให้ความสำคัญกับพลธนูรุ่นแรกมากที่สุดพวกนี้ฝึกฝนธนูเป็นหลักจนได้ทักษะยิงธนูขั้นเริ่มต้นมาแล้ว
วางพลธนูไว้ในตำแหน่งอาคารเน้นยิงจากที่สูงเพื่อไม่ให้ศัตรูเข้ามาถึงตัวได้ง่ายและยังเล็งจากจุดที่ได้เปรียบมากที่สุดอีกด้วย
กองกำลังต่อมาคือทหารมืดมีทหารราบเบาเน้นไปที่ดาบกับโล่กลม อาวุธ T1 ทั้งหมดเหมือนกันที่จริงแล้วทหารที่ส่งมาสองร้อยนายติดอาวุธ T1ทั้งหมด
เรียกว่าแทบเอาอาวุธ T1ที่ผลิตได้มาหมดทั้งค่ายแล้ว
ทหารราบเบาแน่นอนว่าใช้เป็นกำลังจู่โจมหลัก ส่วนตัวทำความเสียหายที่แท้จริงคือทหารหอกเกลียววายุแทงทะลุทะลุทะลวงถ้าเป็นโล่หรือเพราะT1 ระดับต่ำก็ไม่มีทางต้านมันได้
พิมพ์เขียวที่กัสเลือกมาคือที่สุดของ T1ด้านนั้น ๆ สร้างออกมาก็มีคุณภาพในระดับสูงทั้งนั้นนี่คือสิ่งที่ทำให้กัสมั่นใจและส่งต่อมายังลิชด้วยเช่นกัน
“พลธนูอยู่ตำแหน่งนี้ เริ่มโจมตีก่อนแล้วตามด้วยทหารราบเบาแล้วก็ให้พลหอกเข้าแทงซ้ำอีกรอบเพื่อบีบให้พวกมันแยกกันจนตั้งตัวไม่ทันแน่นอนว่าพวกขั้นสูงจะตอบโต้กลับอย่างรวดเร็วถึงตอนนั้นใช้พลธนูทุกนายเริ่มยิงถล่มพวกขั้นสูงเท่านั้น ฆ่าพวกมันให้ได้ก่อน กุญแจสำคัญอยู่ตรงนี้เก็บขั้นสูงได้ก็ชนะ”
แอรีสฟังก็เห็นด้วยกำลังรวมมีแค่สองเท่าศัตรูได้เปรียบได้กำลังส่วนบุคคลส่วนพวกเขาได้เปรียบด้านอาวุธ ดังนั้นต้องทำลายความได้เปรียบของศัตรูให้ได้
นี่แหละกุญแจสำคัญ
ทหารแยกกันประจำตำแหน่งเพราะอีกไม่นานพวกนั้นก็ข้ามสะพานและมาถึงจุดที่พวกเขาอยู่แล้ว
...
กองกำลังขนส่งฉุกเฉินค่ายแกนน่อน
ที่นี่นำโดยขั้นสูงสามคนคือ บารอน สเวน เจ๊ด
บารอนนั่งอยู่ข้างที่นั่งคนขับส่วนสองคนที่เหลือนั่งอยู่เบาะหลัง
บารอนคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดค่าความแข็งแกร่งอยู่ที่160 รองลงมาเป็นสเวนที่ 140 และเจ็ดอยู่ที่ 110 ซึ่งนับเป็นขั้นสูงมือใหม่ของค่าย
เพราะแผนการโจมตีทำให้ต้องใช้คนเยอะมากเจ๊ดขั้นสูงมือใหม่ก็ต้องมาดูและโจมตีค่ายระดับ 2 โดยเฉพาะค่ายแกนน่อนมีขั้นสูงอยู่ประมาณสิบคนบางส่วนอยู่ที่ค่ายคอยปกป้องค่ายและที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ยังตรึงกำลังกันอยู่ที่ค่ายอสูร
“มีแค่พวกเรามันปลอดภัยแน่เหรอ”สเวนถามและมีท่าทางระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
“คุณสเวนพวกเราสามคนก็น่าจะเหลือเฟือแล้วที่จริงแค่คุณกับท่านบารอนก็จัดการได้สบาย น่าจะให้ผมไปถล่มค่ายระดับ 2 ต่อยังฆ่าไม่หนำใจเลย” เจ๊ดพูดอย่างติดตลก แถมยิ่งคิดถึงสาว ๆ จากค่ายระดับ 2ที่รอเขาอยู่ก็ทำให้เป้ากางเกงตุงขึ้นมา
“หึ ไอ้หนูแกจะรู้อะไรถ้าถึงขนาดมีคำสั่งให้รีบส่งตราประทับดินแดนกลับไปก่อนคิดว่ามันปกติอย่างนั้นเหรอ”
“เอาน่าลุงอย่าคิดมาก”
“ไอ้เด็กเวรนี่ใครเป็นลุงแกกันห๊ะ ฉันพึ่ง 25นะเว้ย”
“เอ้าเหรอ แต่ผม 19 เองนะ”
เจ๊ดและสเวนเริ่มโต้เถียงกันแต่ว่าบารอนกลับไม่สนใจกับเสียงทะเลาะกันของทั้งสองตอนนั้นเองบารอนก็ยกมือขึ้นให้หยุดลง
รถยนต์เบรกกะทันหันเจ๊ดที่มัวแต่เถียงอยู่กับสเวนไม่ทันระวังกระแทกตัวเข้ากับเบาะด้านหน้าที่บารอนนั่งอยู่
“รุ่นพี่ผมขอโทษ” เจ๊ดยกมือรูปหัวตัวเองยิ้มแห้งๆ และขอโทษ
บารอนใบหน้าเคร่งขรึมและจริงจังเสมอหันมามองแต่ก็ไม่ได้โทษอะไร หันไปถามคนขับ
“เกิดอะไรขึ้น”
“ท่านครับเหมือนยางจะรั่ว ผมต้องลงไปดูก่อน”
“รีบไปตรวจดูสิ”
คนขับรีบลงไปดูขณะที่ด้านในรถเจ๊ดก็ยังพล่ามไม่หยุด
คนขับที่ออกไปดูก็เห็นแล้วว่าล้อเกิดอะไรขึ้นล้อเหยียบเข้ากับตะปูเรือใบรีบดึงออกมามองด้วยความตกใจ
“เราไม่รีบไปกันต่อเหรอรุ่นพี่”
“ผมยังต้องรีบกลับไปอีกนะกลัวพวกนั้นไม่เหลือของดี ๆ ไว้ให้บ้างเลย”
“หรือเราจะหาที่พักกันก่อน เป็นขั้นสูงแล้วก็ควรได้พักบ้างนะ”
เจ๊ดยังพล่ามไม่ยอมหยุด จนสเวนเริ่มหมดความอดทนแต่ก่อนจะได้พูดบารอนก็พูดขึ้นมาก่อน
“หุบปากที่นี่มีบางอย่างผิดปกติ”บารอนกล่าวทำให้เจ๊ดต้องหุบปากลงและเริ่มมองรอบตัวอย่างระมัดระวัง
“เกิดอะไรรุ่นพี่”
“เราไม่ได้มากวาดล้างที่นี่บ่อยนักมันน่าจะมีซอมบี้บ้าง แต่จนถึงตอนนี้กลับไม่มีซอมบี้เลย ส่งคนออก...”ยังไม่ทันที่จะได้กล่าวจบอยู่ ๆตอนนั้นก็มีลูกศรพุ่งทะลุกระจกข้างเข้ามาที่ใบหน้าของบารอน
ฉึก!
ทะลุหัวอีกฝั่งของบารอนต่อหน้าต่อตาของสเวนและเจ๊ด
สมองของทั้งสองคนเหมือนโดนทุบแล้วก่อตัวขึ้นมาใหม่ก่อนที่ทั้งร่างจะชาไปจนหมด แต่สัญชาตญาณก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วรีบก้มหลบ
คนขับด้านนอกโดนลูกธนูยิงทะลุร่างเสียบคากับประตูรถ
“ลอบโจมตี!”
“ระวัง!”
“พวกมันมาจากด้านข้าง”
“มีบนอาควรด้วย นั้นมันธนู อ้า!”
ธนูเริ่มระดมยิงใส่สเวนและเจ๊ดทั้งสองรีบออกมาจากรถ เพราะอยู่ในรถมันก็ไม่สามารถป้องกันลูกธนูไม่ได้ทหารทุกนายพากันวิ่งลงจากรถพร้อมกับอาวุธปืนยิงตอบโต้ใส่พวกพลธนูที่อยู่ตามอาคาร
...
ด้านบนแอรีสและลิชมองด้วยความตกตะลึงก็ไม่คิดว่าเปิดฉากโจมตีแล้วจะยิงขั้นสูงที่แข็งแกร่งที่สุดตายเป็นคนแรกจริง ๆอาจจะเพราะการเป็นเป้าหมายแรกที่โดนลอบโจมตี จึงไม่ทันได้ระวังตัว
แถมยังเสียสมาธิให้กับเจ๊ดที่อยู่ด้านข้างในช่วงเวลาที่โดนยิงพอดีจนทำให้บารอนไม่ทันได้หลบลูกศรล่าพยัคฆ์ที่ยิงด้วยคันธนูเหล็กดำพุ่งด้วยความเร็วสูงยิงทะลุหัวตายคาที่
แต่โอกาสมีแค่ครั้งเดียว ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
“เราต้านไม่อยู่แน่” เจ๊ดพูดด้วยความกลัวฝั่งเขาโดนยิงตายไปหลายคนเห็นได้ชัดว่าถ้าไม่ใช่อุปกรณ์ T1ขึ้นไปก็กันลูกศรพวกนั้นไม่อยู่
“เชี่ยเอ๊ยบารอนตายไปแล้วถ้าแกไม่อยากตายก็แยกกันไปคนละฝั่ง ฆ่าพวกพลธนูพวกนั้น”
ฝั่งของพวกมันก็ใช่ว่าจะไม่มีหัวคิดเพียงแต่ว่าพวกที่แยกขึ้นไปตามอาคารได้นั้นกลับมีแค่ผู้มีพลังพื้นฐานขั้นสูงและขั้นกลางเท่านั้นเพราะพวกผู้มีพลังพื้นฐานขั้นต้นโดนทหารราบเบาพุ่งออกมาจากด้านข้างของสองอาคารและสู้กันบนถนนที่โล่งๆ
“เยอะเกินไป”
“พวกนี้แค่ขั้นต้นเท่านั้น กลางมีน้อยนิดจัดการธนูก่อน”
“เราหนีกันก่อนเถอะ”
“หนีบ้าอะไรตราประทับดินแดนทิ้งได้เหรอถ้าแกหนีท่านลอร์ดฆ่าแกแน่”สเวนเตือนสติเจ๊ดจากนั้นก็กระโดดขึ้นไปที่ชั้นสองโดยตรงที่พวกพลธนูอยู่