บทที่ 24 ป้าคนนี้ดุจัง
“มันจะเป็อะไรไปล่ะ? ถึงแม้เขาจะไม่้าฉัน แต่ฉันยังได้เงินก้อนหนึ่งนะพี่สาว พี่พยายามขนาดนี้ก็เพื่อเงินไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันกับเธอไม่เหมือนกัน ครอบครัวเธอฐานะดี ไม่เหมือนฉัน พ่อตกงาน แม่สุขภาพไม่ดี สาขาที่ฉันเรียนก็เปลืองเงิน” เหอเฉ่าหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ความกังวลปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วและดวงตา
“ถ้าฉันได้เงินมาแล้ว จะแบ่งให้พี่ด้วยนะ อีกอย่าง ฉันอาจจะตั้งท้องลูกของเขาก็ได้! ตอนอยู่กับเขา ยังไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้ว...” เหอเหมียวพูดถึงตรงนี้ หน้าก็แดงขึ้นมา
เหอเฉ่าได้ยินเหอเหมียวพูดแบบนี้ ในใจยิ่งร้อนรน “เงินพวกเราหาได้ แต่ห้ามขายร่างกาย เธอฟังที่พี่พูดนะ ออกห่างจากโอวหยางลี่ ไม่อย่างนั้นอนาคตเธอจะเจ็บตัว”
เหอเหมียวได้ยินแบบนั้น ก็หยุดฝีเท้าทันที ใบหน้าน้อย ๆ แดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าโกรธเล็กน้อย “ใครขายร่างกายกัน? พี่พูดให้ดี ๆ หน่อยได้ไหม! ต่อหน้าฉัน จำเป็ต้องทำท่าสูงส่งขนาดนี้เลยเหรอ!” พอพูดจบ เธอก็ย่ำส้นสูงและเดินจากไปอย่างโมโห
เหอเฉ่าถอนหายใจ สำหรับลูกพี่ลูกน้องคนนี้ เธอไม่รู้แล้วว่าจะแนะนำยังไงดี
อันโหรวที่อยู่ไม่ไกล ได้ยินบทสนทนาของเหอเหมียวและเหอเฉ่าทั้งหมด ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานในใจ นิสัยของพี่น้องสองคนนี้ต่างกันเกินไปจริง ๆ!
“แม่จ๋า หนูอยากกินไอศกรีม” อันหน่วนยื่นมือเล็ก ๆ ดึงชายเสื้อของอันโหรว พลางยื่นปากน้อย ๆ ทำหน้าตาน่ารักไร้เดียงสา
อันโหรวใจอ่อน แน่นอนว่าปฏิเสธไม่ได้ เธอยื่นมือออกไปอุ้มลูกสาวขึ้นมาทันที
เพียงแต่ผู้คนที่เบียดเสียดอยู่หน้าร้านขายไอศกรีมข้าง ๆ มีมากเกินไป เธอขมวดคิ้ว ก่อนจะยิ้มเพื่อปลอบโยนลูกสาว “คนเยอะเกินไปนะ แม่ไปซื้อให้หน่วนหน่วนทีหลังได้ไหมจ๊ะ?”
“ไม่เอา หนูอยากกินไอศกรีมเดี๋ยวนี้” อันหน่วนส่ายหัวน้อย ๆ ขาเล็ก ๆ ของเธอแกว่งไปมาไม่หยุด
อันโหรวหันไปมองแถวที่ต่อยาวเหยียดไปถึงท้องฟ้าหน้าร้านไอศกรีม แล้วขมวดคิ้วอย่างลำบากใจ
“หน่วนหน่วน เธอดูสิ ตรงนั้นมีคนเยอะแยะ กว่าจะได้ซื้อไอศกรีม พวกเราก็ไม่มีเวลาเล่นม้าหมุนแล้วนะ!” อันหยางช่วยแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงที ท่าทางน่ารักราวกับเป็ผู้ใหญ่ตัวน้อยของเขาทำให้อันโหรวอดหัวเราะไม่ได้
อันหน่วนชั่งน้ำหนักระหว่างไอศกรีมกับม้าหมุน สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างเสียดาย “งั้นก็ได้ค่ะ หนูไม่กินไอศกรีมแล้ว”
อันโหรวโล่งอกไปเล็กน้อย เธอแอบขยิบตาให้ลูกชายอย่างเงียบ ๆ
อันโหรวถือตั๋วในมือ และพาลูกทั้งสองคนไปเล่นม้าหมุน อันหน่วนวิ่งนำหน้าไปอย่างตื่นเต้น หมวกเล็ก ๆ บนหัวปลิวตามแรงลม
“หน่วนหน่วน อย่าวิ่งสิ รอแม่ก่อน” อันโหรวร้อนใจและวิ่งตามไปข้างหลัง
“แม่ พี่ชาย วิ่งเร็ว ๆ สิ” อันหน่วนยังคงวิ่งไม่หยุด ใบหน้าน่ารักฉายรอยยิ้มหวาน
อันโหรวร้อนใจมาก ในสวนสนุกมีผู้คนมากมายขนาดนี้ เธอปล่อยมือแค่แป๊บเดียว หน่วนหน่วนก็วิ่งห่างออกไปแล้ว ถ้าเกิดถูกคนเบียดแยกออกไป เธอไม่กล้าแม้แต่จะคิด...
อันหยางขมวดคิ้ว สีหน้าเป็กังวล สายตาจ้องไปที่ร่างของอันหน่วน ไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา กลัวว่าจะทำน้องสาวหายไปจริง ๆ
อันหน่วนไม่รู้เลยว่าการวิ่งในฝูงชนนั้นอันตรายแค่ไหน ตอนนี้ในใจของเธอเต็มไปด้วยม้าหมุน พอเงยหน้ามองไปข้างหน้าก็เห็นว่าใกล้ถึงแล้ว
“ม้าหมุนสวยจัง!” อันหน่วนอ้าปากเล็กน้อย ความชอบใจปรากฏชัดเจน เธอหันหน้ากลับไปร้องเรียกอย่างตื่นเต้น “แม่ เร็ว ๆ สิ เร็ว ๆ”
ในชั่วขณะที่เธอหันหน้ากลับไป พอดีกับที่มีคนวิ่งออกมาจากด้านหน้า อันหน่วนไม่ทันมอง จึงชนเข้ากับคนคนนั้นเต็ม ๆ
“หน่วนหน่วน!” อันโหรวร้องเสียงหลง เมื่อเห็นลูกสาวชนเข้ากับคน สมองของเธอก็เหมือนะเิ ก่อนจะรีบจูงมืออันหยางไปยังที่เกิดเหตุ
อันหน่วนถูกชนจนล้มลงไป เธอเจ็บจนหน้าย่น ตาแดงก่ำ แต่ก็อดทนไม่ร้องไห้ออกมา
อันโหรวรีบยื่นมือดึงลูกสาวขึ้นมา ก่อนจะตรวจดูั้แ่หัวจรดเท้า “บอกแม่มาสิ ล้มลงตรงไหน?”
อันหน่วนพูดอย่างน่าสงสาร น้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้เล็กน้อย “หน่วนหน่วนไม่ได้ล้มตรงไหนเลยค่ะแม่ แต่น้าคนนั้นโดนหนูชนน่ะสิ”
คนที่ชนกับอันหน่วนคือ เหอเหมียว เธอไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อเห็นอันโหรว สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ดูคุ้น ๆ นะ” เหอเหมียวพึมพำเสียงเบา เธอถอดแว่นตาดำออกแล้วมองดูอันโหรวอย่างละเอียด พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฉันเหมือนเคยเห็นคุณมาก่อน ดวงตาคู่นี้…”
อันโหรวรู้สึกใจหายวาบ เธอเอาแว่นตาที่แขวนอยู่ที่อกมาใส่ ก่อนจะยื่นมือตบไหล่ลูกสาวเบา ๆ แล้วพูดด้วยเสียงอ่อนโยน “หน่วนหน่วน ลูกไปชนป้าเขา รีบขอโทษป้าเร็ว ๆ สิ”
“ป้าคนสวยขา ขอโทษนะคะ ป้าเจ็บตรงไหนไหมคะ” อันหน่วนขอโทษอย่างน่ารัก มือเล็ก ๆ ดึงกระโปรงพอง ๆ ที่เปื้อนเพราะล้มลงพื้นด้วยความกังวล
ความสนใจของเหอเหมียวถูกดึงไปที่อันหน่วนทั้งหมด เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของอันหน่วนแล้ว ดวงตาของเธอก็เต็มไปด้วยความตะลึงพร้อมกับความอิจฉาเล็กน้อย
เธอจะมีลูกสาวลูกครึ่งที่สวยแบบนี้ได้เมื่อไรกันนะ
คิดแบบนี้แล้ว เหอเหมียวก็รู้สึกหงุดหงิดใจ เผลอเปิดปากพูดออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ “ฉันแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ แม้แต่คำพูดดี ๆ ก็พูดไม่เป็ ไม่รู้ว่าใครเป็คนสอน”
อันหน่วนใ ถอยหลังไปกอดแม่ของเธอ
“แม่จ๋า ป้าคนนี้ดุจัง…”
พี่ชายเคยบอกว่าต้องเป็เด็กที่ซื่อสัตย์ เธอก็ทำตัวดีแล้วนี่นา
อันโหรวยื่นมือไปปลอบลูกสาว เหอเหมียวคนนี้เวลาอยู่ข้าง ๆ โอวหยางหลี่ก็ทำท่าทางเรียบร้อยน่ารัก แต่ตอนนี้...
ผู้หญิงน่ารังเกียจแบบนี้ก็มีแต่ โอวหยางหลี่ ที่มองออก
อันโหรวหัวเราะเยาะในใจ เธอเงยหน้าขึ้นตรง ๆ ท่าทางแข็งกร้าว “ลูกสาวของฉัน ฉันก็ต้องเป็คนสอนอยู่แล้ว ส่วนคุณ ใครเป็คนสอน ฉันไม่ทราบหรอก!”
ตลกสิ้นดี กล้ามารังแกลูกของเธอถึงที่นี่ได้ยังไง หน่วนหน่วนกับหยางหยางเป็สมบัติล้ำค่าของเธอ ใครก็ไม่มีสิทธิ์มารังแก
“คุณ…” หน้าของเหอเหมียวเขียวคล้ำด้วยความโกรธ เธอโกรธจนอับอายและยกมือขึ้นจะตบอันโหรว แต่ถูกอันหยางห้ามไว้ด้วยน้ำเสียงเ็า...
“ตามกฎหมาย ถ้าคุณตบลงไป จะถือว่าเป็การทำร้ายร่างกายโดยเจตนา ลุงตำรวจจะพาคุณไป ‘เที่ยวเล่น’ ที่สถานีตำรวจสองสามวัน”
เหอเหมียวใกับคำพูดของอันหยาง มือที่ยกขึ้นไม่อาจตบลงไปได้ เธอโกรธจนขบฟันและกระทืบเท้า ใบหน้าเปลี่ยนสีไปมาระหว่างเขียวและขาว
“พี่ชายเก่งจัง” อันหน่วนตบมือด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าน่ารักแดงก่ำ เหมือนเพิ่งชนะศึก
เศษน้ำแข็งบนใบหน้าของอันหยางแตกกระจายเมื่อเห็นอันหน่วน เขายื่นมือลูบหัวน้องสาว พูดอย่างมีนัยสำคัญว่า “หน่วนหน่วน ต่อไปถ้ามีป้าไม่ดีมารังแกแม่อีก เธออย่ากลัว กฎหมายจะลงโทษพวกเขาเสมอ”
อันโหรวใกับคำพูดของอันหยางอีกครั้ง ลูกชายคนนี้ของเธอช่างเหนือโลกจริง ๆ
เมื่อผู้คนรอบข้างมีมากขึ้นเรื่อย ๆ อันโหรวมองซ้ายขวาแล้วขมวดคิ้ว ไม่สนใจใบหน้าโกรธเคืองของเหอเหมียว ก่อนจะอุ้มอันหน่วนด้วยมือซ้าย และจูงอันหยางด้วยมือขวา กำลังจะเดินจากไป แต่ก็ได้ยินเสียงะโจากด้านหลังอีกครั้ง
“เหอเหมียว เธออยู่ไหน” นั่นคือเสียงเรียกของเหอเฉ่า เธอห่างไปแค่ครู่เดียว เหอเหมียวก็หายตัวไป ตอนนี้เธอจึงเป็ห่วงมาก
เมื่อเหอเหมียวได้ยินเสียงเรียกของเหอเฉ่า ทั้งตัวก็เหมือนฟื้นคืนชีพขึ้นมาในพริบตา ก่อนจะหันหลังกลับไปะโเสียงดัง “พี่ ฉันอยู่นี่ ข้างหลังพี่เอง”
“เธอมาทำอะไรที่นี่ พริบตาเดียวก็หายไปแล้ว ทำเอาฉันเป็ห่วงแทบแย่” เหอเฉ่าวิ่งมาข้าง ๆ เหอเหมียว พลางบ่นอุบอิบ
“พี่ เมื่อกี้ฉันเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ลูกสาวของเธอชนฉัน แล้วยังด่าว่าฉันไม่มีมารยาทอีก ฉันโกรธจะตายอยู่แล้ว พวกเขาอยู่ตรงนั้น พี่ช่วยฉันที” เหอเหมียวป่องแก้ม พลางชี้ไปทางอันโหรวที่อยู่ด้านข้าง
เหอเฉ่ารู้จักนิสัยของเหอเหมียวดี เธอปลอบใจก่อน “อย่าเพิ่งโกรธ ฉันจะไปคุยกับเธอเอง” เธอเดินไปหาอันโหรว และจงใจพูดเสียงเบา “ขอโทษนะคะ นั่นเป็ลูกพี่ลูกน้องของฉัน ฉันรู้จักนิสัยเธอดี เธอต้องเป็คนก่อเื่แน่ ๆ หวังว่าคุณจะไม่ถือสา”
อันโหรวยิ้มมุมปาก “ไม่เป็ไรค่ะ”
“ขอบคุณนะคะ” เหอเฉ่ายิ้มออกมาด้วยใจบริสุทธิ์ จากนั้นก็หันไปมองเหอเหมียว เดินไปหาอย่างรวดเร็ว และพูดเสียงดังเพื่อปลอบโยน “พอแล้ว ฉันต่อว่าเธออย่างหนักแล้ว ตอนนี้คงหายโกรธแล้วใช่ไหม”
เหอเหมียวส่งเสียงฮึดฮัด จ้องมองอันโหรวอย่างเ็า เห็นว่าตัวเองไม่เสียเปรียบ อารมณ์ถึงค่อยดีขึ้น ก่อนจะเกี่ยวแขนเหอเฉ่าเดินจากไป
อันโหรวมองดูเงาหลังของเหอเฉ่า แล้วก็ยิ่งมั่นใจในตัวเลือกของตัวเองมากขึ้น สาวคนนี้ดีจริง ๆ