เมื่อถังฉีและนางอู๋เดินออกจากร้าน เสี่ยวเอ้อร์ก็ถ่มน้ำลายตามหลังพวกนางอย่างร้ายกาจ
ถังฉีกำลังจะโวยวายเมื่อนางได้ยินเสียงตวาดของเถ้าแก่ลั่นมาจากข้างใน
"หลิวต้า อย่ามัวแต่โอ้เอ้อยู่ข้างนอก แขกคนสำคัญของเราจะมารับไข่มุกตอนบ่ายนี้ เ้าจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วเรอะ?!"
สุ้มเสียงเกรี้ยวกราดดังกึกก้อง หลิวต้ารีบพุ่งตัวเข้าไปข้างในทันที
ขณะเดียวกัน ถังฉีซึ่งกำลังจะจากไปพลันชะงักฝีเท้า
แม้นางจะคิดว่าตนเองหาใช่คนไม่ดี แต่นางก็ไม่ใช่คนดีเลิศประเสริฐศรีเช่นกัน
กิริยาวาจาของเสี่ยวเอ้อร์นั้นนับว่าเหยียดหยามกันที่สุด เดิมทีนางตั้งใจจะขายไข่มุกแล้วซื้อเสื้อผ้าดี ๆ ให้ตนเองสักชุด
ทว่าเวลานี้ สิ่งนั้นดูจะไม่จำเป็แล้ว
"ฉีเอ๋อร์..."
นางอู๋มองเด็กหญิงด้วยสีหน้ากังวล
"ท่านป้า หากท่านกลัวก็รอข้าข้างนอกนะเ้าคะ แล้วข้าจะรีบออกมา" เมื่อกล่าวจบ ถังฉีก็เดินเข้าไปข้างใน แต่นางอู๋จะปล่อยให้เด็กหญิงเข้าไปเพียงลำพังได้อย่างไร แม้จะหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่นางก็เดินตามเข้าไป
"เถ้าแก่ ที่นี่รับซื้อไข่มุกใช่หรือไม่เ้าคะ?"
เมื่อกล่าวจบ ถังฉีก็หยิบไข่มุกเม็ดใหญ่ที่สุดออกมาจากห้วงมิติ เมื่อใช้แขนเสื้อต่างม่านบังตา จึงดูราวกับว่านางดึงไข่มุกออกมาจากเสื้อผ้าของตนเอง
"ใช่แล้ว แต่คุณภาพของเม็ดนี้ไม่สูงนัก มูลค่าอย่างมากคงยี่สิบตำลึงเงิน"
ดวงตาของเถ้าแก่เป็ประกายเมื่อเห็นไข่มุกในมือของถังฉี
ไข่มุกนี้มีขนาดใหญ่กว่าไข่มุกที่ดีที่สุดในร้านของเขา และคุณภาพก็สูงกว่าอีกด้วย
ไข่มุกเม็ดเล็ก ๆ เม็ดเดียวมีมูลค่าถึงยี่สิบตำลึงเงิน!
นางอู๋รู้สึกตื่นเต้น
หากไข่มุกสองเม็ดในห่อผ้าของนางขายได้สักสิบตำลึง นั่นก็มากพอที่จะซื้อที่ดินได้ถึงสองหมู่*ทีเดียว!
* หมู่ (亩) หน่วยวัดพื้นที่ของจีน 1 หมู่ = 166.5 ตารางวา หรือ 666 ตารางเมตร
"ยี่สิบตำลึง ราคานี้ยุติธรรมดี อันที่จริงข้าก็ตั้งใจจะขายไข่มุกให้ท่าน แต่ท่าทีของเสี่ยวเอ้อร์ที่ปฏิบัติต่อข้านั้นหยาบคายเป็ที่สุด เช่นนั้นก็ช่างมันเถอะ"
เมื่อกล่าวจบ ถังฉีก็ดึงมือนางอู๋เดินออกจากร้าน
เถ้าแก่ที่รู้สึกลิงโลดในตอนแรก พลันตกตะลึงเมื่อถูกเด็กหญิงตอกหน้ากลับ โอกาสในการซื้อไข่มุกล้ำค่าในราคาเพียงยี่สิบตำลึงหลุดมือไปต่อหน้าต่อตา!
ยิ่งได้ยินประโยคทิ้งท้าย ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวจนอัปลักษณ์
"หลิวต้า! ข้าไล่เ้าออก เก็บของแล้วรีบไสหัวไปซะ! อย่าหวังแม้แต่ค่าจ้างสักแดง!"
เมื่อเถ้าแก่กล่าวจบ เขาก็กุลีกุจอไล่ตามถังฉีไปทันที
ถังฉีไม่สนใจเขา เถ้าแก่ผู้นี้ก็คือนักต้มตุ๋นดี ๆ นี่เอง!
ในไม่ช้า นางก็เดินไปถึงร้านขายเครื่องประดับที่อยู่อีกฝั่งถนน ชื่อร้านว่า 'ทะเลจันทร์'
"เสี่ยวเอ้อร์ ท่านป้าของข้ากำลังหาซื้อของกำนัล ขอชมเครื่องประดับมุกของที่ร้านหน่อยได้หรือไม่?"
"เฮอะ ๆ สาวน้อย หากหาของกำนัล ข้าแนะนำเป็ปิ่นเงินหรือหวีประดับดอกไม้ก็ได้ ไข่มุกมีราคาแพงเกินไป แต่ในเมื่อตอนนี้ข้ายังว่างอยู่ ข้าจะนำมาให้เ้าชมเป็ขวัญตา!"
เสี่ยวเอ้อร์มองดูเสื้อผ้าของพวกนางแล้วตระหนักได้ถึงฐานะ แต่ก็ไม่มีท่าทีรังเกียจ
โดยเฉพาะถังฉีผู้มีแววตาสดใสที่เขารู้สึกว่าน่าพึงใจเป็พิเศษ
"เช่นนั้นก็ขอบคุณเสี่ยวเอ้อร์มาก ๆ"
ตลอดการสนทนามีเพียงถังฉีและเสี่ยวเอ้อร์ ในขณะที่นางอู๋ยังคงนิ่งเงียบ
อย่างไรก็ตาม นางรู้สึกได้ว่าถังฉีแตกต่างจากผู้คนในหมู่บ้านบนูเา
เด็กคนนี้มีจิตใจดียิ่ง!
ในไม่ช้า เสี่ยวเอ้อร์ก็นำกล่องที่มีเครื่องประดับมุกต่าง ๆ ออกมาพร้อมอธิบายราคาอย่างละเอียด
เดิมที เขาคิดว่าเด็กสาวชาวบ้านที่แต่งตัวโทรม ๆ ผู้นี้จะต้องตกตะลึงกับเครื่องประดับละลานตา แต่เขากลับไม่เห็นแววประหลาดใจในสายตาของนางเลย
สำหรับถังฉี เครื่องประดับมุกเหล่านี้ไม่ใช่ของพิเศษอันใด
ในชาติที่แล้ว ยังมีเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ครั้งใดที่นางไม่เคยประสบพบเห็น หรือสมบัติใดที่นางไม่ได้?
ไม่นานนัก นางก็พอทราบถึงราคาที่เป็ธรรมของตลาดไข่มุก
เวลานั้น เถ้าแก่ของโถงหยกขาวยืนอ้อยอิ่งอยู่นอกร้านทะเลจันทร์ ใจอยากเข้าไปแต่ก็เกรงจะถูกเถ้าแก่คู่แข่งเยาะเย้ย
เขาเพียงยืนรอโดยหวังว่าร้านนี้จะดูถูกเสื้อผ้าและไล่ตะเพิดพวกนางออกมา จากนั้นเขาค่อยโฉบเข้ามาเสนอเงินเพิ่มอีกเล็กน้อยและฉ้อโกงไข่มุกจากหญิงชาวบ้าน
“พี่เสี่ยวเอ้อร์ ข้ามีไข่มุกที่อยากจะขายให้กับร้านของท่านด้วย ท่านจะรับซื้อหรือไม่?”
หลังจากทำความเข้าใจตลาดไข่มุกในโลกนี้แล้ว ถังฉีก็หยิบไข่มุกออกจากห้วงมิติ
“ฮ่าฮ่าฮ่า... สาวน้อย เ้าช่างฉลาดนัก! แต่รู้หรือไม่ ราคารับซื้อไข่มุกต่างจากราคาขายนะ”
เถ้าแก่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
“เื่นั้นข้าทราบดี เชิญเถ้าแก่เสนอราคามาได้เลยเ้าค่ะ ท่านป้าของข้าก็มีไข่มุกอีกสองเม็ด หากราคาเหมาะสมเราก็ยินดีขายให้ร้านของท่าน”
ถังฉีตระหนักดีว่าเถ้าแก่คอยสังเกตพวกนางอยู่ จึงกล่าวโดยไม่ถ่อมตนหรือเย่อหยิ่ง
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ดีมาก ขอข้าดูหน่อย!"
นางอู๋ได้ยินเถ้าแก่กล่าวดังนั้น จึงรีบหยิบไข่มุกออกมาจากห่อ
“อืม... สาวน้อย ไข่มุกเหล่านี้มีขนาดปานกลาง และคุณภาพด้อยกว่าปกติเล็กน้อย ไข่มุกสองเม็ดนี้ข้ายินดีเสนอให้หนึ่งร้อยสามสิบตำลึงเงิน ตกลงหรือไม่?”
นางอู๋หันไปมองถังฉีซึ่งพยักหน้าหงึกหงักและรีบร้องตอบ "ตกลงเ้าค่ะ! ตกลง!"
นางอู๋ไม่คาดคิดมาก่อนว่าไข่มุกสองเม็ดจะมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งร้อยตำลึงเงิน นางตัวสั่นสะท้านขณะพึมพำราคานั้นออกมา
เถ้าแก่หันไปตรวจสอบไข่มุกของถังฉีอย่างละเอียด
“คุณภาพของไข่มุกเหล่านี้ค่อนข้างดีกว่า แม้ขนาดจะเล็กกว่าสักหน่อย ดังนั้นราคาจะลดหลั่นลงมา สำหรับไข่มุกทั้งหมดของเ้า ข้าเสนอให้เก้าร้อยตำลึงเงิน เ้าว่าอย่างไร?”
"ตกลงเ้าค่ะ"
ถังฉีไม่ได้ละโมบโลภมาก แต่นางก็ไม่คาดคิดว่าไข่มุกจะขายได้ราคาสูงถึงเพียงนี้
ในไม่ช้า เสี่ยวเอ้อร์ก็นำตั๋วเงินมามอบให้
ถังฉีรับตั๋วเงินจำนวนแปดร้อยห้าสิบตำลึงเงิน และขอให้เถ้าแก่จ่ายส่วนที่เหลือเป็เหรียญรวมห้าสิบตำลึงเงิน
นางวางแผนจะซื้อเสื้อผ้าให้พวกน้องชายและของใช้ในบ้าน
เมื่อถังฉีและนางอู๋เดินออกจากร้าน เถ้าแก่ของโถงหยกขาวก็หยุดพวกนางไว้ทันที
“ไข่มุก? ข้ายินดีเสนอราคาห้าสิบตำลึงเงินสำหรับไข่มุกของเ้า!”
สดับวาจาของเขา แม้แต่นางอู๋ยังอดไม่ได้ที่จะกลอกตามองค้อน
เถ้าแก่ผู้นี้ฉ้อฉลเหลือทน ในขณะที่เถ้าแก่ของร้านทะเลจันทร์เสนอราคาไข่มุกสองเม็ดของนางในราคาถึงหนึ่งร้อยสามสิบตำลึงเงิน!
และไข่มุกของถังฉีก็มีค่าสูงกว่านั้นมาก!
แต่นางอู๋ไม่รู้สึกอิจฉาแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะถังฉี นางคงขายได้ไม่ถึงสามสิบตำลึงเงิน นับประสาอะไรกับหนึ่งร้อยสามสิบตำลึงเงิน
“ไข่มุกหรือ? เราเพิ่งขายให้กับเถ้าแก่ร้านทะเลจันทร์ หากท่าน้าก็ไปซื้อต่อจากเขาสิ”
ถังฉีเอ่ยอย่างเฉยเมยและดึงนางอู๋ออกหากจากเถ้าแก่ที่กำลังตกตะลึงพรึงเพริด
“ท่านป้า ข้าจะไปร้านขายผ้าเพื่อซื้อชุดใหม่ให้พวกน้อง ๆ ท่านกลับไปก่อนก็ได้เ้าค่ะ”
"แต่ว่า..."
นางอู๋รู้สึกเป็ห่วงถังฉี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเวลานี้นางมีตั๋วเงินหลายร้อยใบอยู่กับตัว
“ท่านป้าไม่ต้องกังวลเ้าค่ะ ข้าจะไปที่ร้านแลกเงินเพื่อฝากเงินจำนวนนี้ไว้ก่อนจะไปร้านขายผ้า”
ถังฉีดูจะเข้าใจความกังวลของนางอู๋เป็อย่างดี
“ตกลง เช่นนั้นลุงกับป้าจะไปรอรับเ้าที่นอกประตูเมืองนะ”
******************