ไป๋เจียอีเอารูปขนาดเท่าตัวนางที่ซ่อนอยู่ข้างหลังใส่กรอบเรียบร้อยแล้วออกมาอวด มันเป็รูปของทุกคนในครอบครัวตระกูลไป๋ แต่ในนั้นไม่มีจางซื่ออยู่เลยจะเรียกว่าวาดก็คงไม่ได้เพราะนางปริ้นออกมาจากคอมพิวเตอร์ 3 มิติ ภาพที่ได้จึงเหมือนจริงเป็อย่างมาก สองผู้เฒ่ามีสีหน้าตกตะลึงเป็อย่างมาก
นะ…นี่…จะวาดได้เหมือนจนเกินไปเสียแล้ว มันเหมือนกับพวกเขาได้เข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆ
ฮูหยินผู้เฒ่ารีบถาม : “เสี่ยวอี เป็คนวาดเองหรือ”
ไป๋เจียอี: “อีอี ไม่ได้เป็คนวาดเองเ้าค่ะ แต่อีอี ใช้เครื่องประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นเป็คนวาดให้เ้าค่ะ”
สองผู้เฒ่ามองหน้ากันแววตาก็ปรากฏความภาคภูมิใจในตัวของหลานสาวคนนี้เป็อย่างมาก พวกเขาไม่สงสัยและไม่ได้ถามต่อเลยว่าเหตุใดในภาพครอบครัวของตระกูลถึงไม่มีมารดาของนางอยู่ เพราะั้แ่เกิดมาเสี่ยวอีก็ไม่เคยเรียกจางซื่อว่าแม่เลยแม้แต่ครั้งเดียวไป๋เจียอีอยู่ๆ ก็หยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา
“ท่านปู่ท่านย่ายิ้มนะเ้าคะ”
ทั้งสองแม้จะมึนงงสับสนอยู่บ้าง แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้นหลังจากนั้นก็ปฏิบัติตามที่นางบอกแต่โดยดี
แชะ…! แชะ…! แชะ…!
สองผู้เฒ่าสะดุ้งโหยง 3 คราติดกันด้วยความใ ไป๋เจียอีสั่งให้ทำท่านั้นท่านี้ เปลี่ยนเป็ถ่ายเดี่ยวบ้าง นั่งบ้าง ยืนบ้าง ให้หอมกันบ้าง จนพวกเขาอายหน้าแดงหูแดงไปหมด ผ่านไปครู่ใหญ่หลานสาวตัวดีก็วิ่งออกไปโดยไม่บอกกล่าวแต่อย่างใด
ครึ่งชั่วยามผ่านไปหรือประมาณ 1 ชั่วโมงไป๋เจียอีก็กลับมาหาสองผู้เฒ่าพร้อมหอบของพะรุงพะรังขนาดใหญ่มากกว่าตัวนางถึง 3 เท่า มันก็คือรูปที่อัดกรอบเรียบร้อยแล้วของสองผู้เฒ่าที่ถ่ายไปเมื่อสักครู่นี้ มีขนาดใหญ่เท่าตัวคนจริงๆ
ฮูหยินผู้เฒ่า: “เสี่ยวอีมีความรู้ความสามารถเกินมนุษย์จริงๆ”
ไป๋เจียอี: “ขอแค่พวกท่านมีความสุขอีอีก็พร้อมที่จะบุกน้ำลุยไฟได้เสมอเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าดึงนางเข้ามากอด ส่วนนายท่านผู้เฒ่านั้นแอบยืนปาดน้ำตาอย่างแเีเขาปลาบปลื้มตันใจเหลือเกินที่มีหลานสาวแสนดีขนาดนี้
ไป๋เจียอีสั่งให้สาวใช้นำภาพขึ้นไปแขวนบนผนังตามห้องต่างๆ ของจวน ซึ่งตอนนี้จวนตระกูลไป๋นั้นมีบ่าวรับใช้เป็จำนวนมากจึงไม่ได้ขัดสนคนคอยรับใช้แต่อย่างใด
ณ เรือนของจางซื่อ
จางซื่อ: “นังเด็กแสบไป๋เจียอีนั่น ตอนนี้นางทำอะไรอยู่”
ปาอัน: “เรียนฮูหยิน ตอนนี้คุณหนูอยู่ในห้องโถงรับแขกของเรือนหลัก กำลังพูดคุยเป็เพื่อนนายท่านผู้เฒ่ากับฮูหยินผู้เฒ่าเ้าค่ะ”
เพล้ง! ชุดถ้วยชาราคาแพง ถูกฟาดลงพื้นแตกกระจายโดยไม่คิดเสียดายแม้แต่น้อย
จางซื่อ: “คุณหนูอันใดกัน ก็แค่นังเด็กชั้นต่ำที่มาอาศัยใบบุญของคนในตระกูลไป๋ก็เท่านั้น”
จางซื่อนางไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าตระกูลไป๋จะพลิกฐานะจากยาจกเป็เศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดของอำเภอหลิงภายในชั่วข้ามคืนหากนางรู้เช่นนี้อยู่ก่อนล่ะก็ คงไม่มีความคิดบ้าๆ เอาลูกของตนไปเปลี่ยนกับลูกของคนอื่นหรอก เป็เพราะนางเด็กชั่วไป๋เจียอีที่มาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างของลูกสาวนางไป
แววตาของจางซื่อปรากฏแววอาฆาตแค้น : “ปาอันมานี่”
สาวใช้ที่ชื่อปาอันรีบปฏิบัติตาม จางซื่อกระซิบกระซาบที่ข้างหูนางเบาๆ ด้วยรอยยิ้มที่ร้ายกาจ
ในสวนตระกลูไป๋
ไป๋เจียอี: “หวงหลานแกว่งแรงๆ กว่านี้อีกหน่อย”
หวงหลาน: “คุณหนูนี่ก็แรงเกินไปแล้วนะเ้าคะ หากแกว่งแรงกว่านี้บ่าวเกรงว่าคุณหนูอาจตกลงมาได้รับาเ็เ้าค่ะ”
เฮ้อ…!
ไป๋เจียอี รู้สึกว่าทุกคนที่อยู่รอบๆ ตัวนางจะกังวลมากจนเกินไปเสียแล้ว หากพวกเขาได้เห็นนางในศตวรรษที่ 23 ใช้เชือกสลิงปีนตึกที่สูงเสียดฟ้าภายใต้กระบวนท่าเดียวล่ะก็…คงจะใตายเป็แน่
คุณหนูแย่แล้วเ้าค่ะ!
จู่ๆปาอันก็รีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าไป๋เจียอีด้วยสีหน้าเป็กังวล
ไป๋เจียอี: “เกิดอะไรขึ้น”
ปาอัน: “หลายปีมานี้ฮูหยินคิดไม่ตกเกี่ยวกับเื่ของคุณหนูมาโดยตลอดแทบทุกวัน ทำให้สุขภาพทรุดลงไปมาก แต่ฮูหยินได้สั่งกำชับห้ามมิให้บ่าวและคนรับใช้ในเรือนคนอื่นๆ พูดเื่นี้เผยแพร่ออกไปให้คุณหนูได้ยินเป็อันเด็ดขาด ไม่งั้นจะโดนขายออกไป เ้าค่ะ แต่…แต่เมื่อเช้าวันนี้ฮูหยินถึงกับกระอักเืออกมา ปากก็พร่ำเพ้อ เรียกหาแต่ชื่อของคุณหนู บ่าวจึงทนดูไม่ได้อีกต่อไปตัดสินใจหอบเอาความกล้าที่มีอยู่ทั้งหมดมาบอกแก่คุณหนูเ้าค่ะ”
ไป๋เจียอี: “ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า นับว่าข้าได้ฟังเื่ตลกที่สุดในโลก เสียแล้ว จางซื่อผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวคนนั้นจะล้มป่วยเพราะคิดถึงข้านะหรือ พระอาทิตย์คงจะขึ้นทางทิศตะวันตกเป็แน่ หากนางตายก่อนเ้าค่อยมาบอกข้าก็ยังไม่สาย”
ปาอันรู้สึกหน้าชาและใกับคำกล่าวที่อกตัญญูเช่นนี้สามารถกล่าวออกมาจากปากของนางได้อย่างไรกัน ในโลกใบนี้ยึดถือเื่ความกตัญญูเป็ใหญ่ หากเื่นี้เผยแพร่ออกไปข้างนอกล่ะก็ไป๋เจียอีผู้นี้คงจะถูกผู้คนติฉินนินทาจนชื่อเสียงป่นปี้ กระทบต่อการออกเรือนของนางเป็แน่
ในเมื่อปาอันคิดได้เช่นนี้ หวงหลานสาวใช้คนสนิทของไป๋เจียอีก็ย่อมคิดได้เช่นกันจึงร้อนรนกระวนกระวายใจเอ่ย
หวงหลาน: “คุณหนูยังเป็เด็กอายุแค่ 5 ปีเท่านั้น บางคำพูดอาจไม่ทันระวังทำให้คนฟังเข้าใจผิดเอาได้นะเ้าคะ”
ไป๋เจียอี: “คำพูดที่ข้ากล่าวออกไป ล้วนไตร่ตรองกลั่นออกมาจากสมองแล้ว จางซื่อนางก็เป็เพียงแค่หญิงโง่ที่วันๆ เอาแต่คิดอิจฉาริษยากลัวว่าคนอื่นจะได้ดีไปกว่าตนนางหนึ่งเท่านั้น หาได้มีความสำคัญต่อข้าแต่อย่างใด ไว้หน้าไม่เอาหน้ายังมาเกาะแกะวุ่นวายชีวิตของข้าอีก ช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก”
ปาอันกับหวงหลานถึงกับหน้าซีดลงทันที ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากต่อ
ไป๋เจียอี: “เอาล่ะไหนๆ นางก็อุตส่าห์เล่นแสดงงิ้วถึงเพียงนี้แล้ว ข้าก็ควรจะไปดูนางหน่อยละกัน”
ในเรือนของจางซื่อ
สาวใช้นางหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปรายงาน
“ฮูหยินเ้าคะ ปาอันนางสามารถไปเชิญคุณหนูมาได้จริงๆ เ้าค่ะตอนนี้คุณหนูมาถึงหน้าเรือน กำลังจะเข้ามาในห้องแล้วเ้าค่ะ”
จางซื่อที่แกล้งนอนป่วยอยู่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันทีไป๋เจียอีนางเด็กชั่วคนนั้นในที่สุดก็ติดกับนางแล้ว มุมปากค่อยๆ คลี่ยิ้มอย่าง เหี้ยมเกรียมออกมา
ประตูห้องถูกเปิดออกช้าๆ โดยสาวใช้ที่ชื่อปาอันซึ่งตอนนี้นางยังไม่รู้ว่าตนเองนั้นควรจะดีใจหรือเสียใจดีที่สามารถเชิญคุณหนูมาตามแผนได้ อย่ามองว่าคุณหนูมีอายุเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น เป็เด็กที่จะบีบคั้นอย่างไรก็ได้ตามใจของตน ความจริงแล้วนางมีความคิดความอ่านและความสามารถมากกว่าผู้ใหญ่หลายๆ คนด้วยซ้ำดีไม่ดีอาจยอดเยี่ยมกว่าหลายร้อยหลายพันเท่า ข้ารับใช้ทุกคนในจวนตระกูลไป๋ต่างทราบกันดี
ไป๋เจียอีเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเตียงของจางซื่อมองดูใบหน้าที่ ซีดเซียวจากการใช้เครื่องสำอางก็ให้นึกสมเพชอยู่ภายในใจแค้นพรากลูกพรากแม่นางยังไม่ได้ชำระเลยนะ จางซื่อก็ได้ใจเหิมเกริมคิดว่าเสือที่ชอบคำรามอย่างนางจะกลายเป็แมวเชื่องจริงๆ แล้ว งั้นรึ แววตาของนางปรากฏไอสังหารที่รุนแรงจนทำให้จางซื่อที่แกล้งนอนป่วยอยู่นั้นรู้สึกตัวเย็นวาบ จางซื่อค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ
จางซื่อ: “เสี่ยวอี เ้ามาหาแม่แล้วจริงๆ หรือ เ้าให้อภัยแม่แล้วใช่หรือไม่ ฮือๆๆ แม่ไม่ดีเองที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกของพวกเราห่างเหินไปไกลจนยากที่จะหวนคืนได้อีก เสี่ยวอี ของข้า ข้าคิดถึงเ้าแทบขาดใจตายอยู่แล้ว”
นางเพิ่งจะยกมือขึ้นหวังลูบศีรษะไป๋เจียอีแต่โดนไป๋เจียอีสะบัดแขนนางออกอย่างแรงเสียก่อน ด้วยความรังเกียจ
จางซื่อหรี่ตาแคบลงเอ่ยในใจ: “นังเด็กชั่ว ข้าจะให้เ้าได้ใจไปก่อนหลังจากวันนี้แล้วข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเ้าจะจองหองได้อยู่อีกหรือไม่”