พอนึกถึงสีหน้าของ ผู้าุโเฟิง ที่ดูเ็ปรวดร้าวเหมือนโดนกรีดเืแต่ทำอะไรไม่ได้ เขาก็อดหลุดขำออกมาไม่ได้
"ฮ่าๆๆๆ!"
เสียงหัวเราะชั่วร้ายดังก้องไปทั่วทางเดิน ศิษย์ที่เดินผ่านมาเห็นซูหยุนถือวัตถุสีดำทรงสี่เหลี่ยมคล้ายก้อนอิฐในมือ บวกกับเสียงหัวเราะราวกับตัวร้ายในละคร ก็พากันระแวงภัยขั้นสูงสุด
หมอนี่... คงไม่ได้กำลังวางแผนจะเอาไอ้แท่งดำๆ นั่นมาดักตีหัวพวกเราหรอกนะ...
คิดได้ดังนั้น ฝีเท้าของทุกคนก็เร่งความเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ รีบพาตัวเองออกห่างจากตัวหายนะผู้นี้ให้เร็วที่สุด ในใจได้แต่คร่ำครวญ ั้แ่ไอ้หมอนี่เข้าสำนักมา ชีวิตสงบสุขของพวกเราก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายจริงๆ...
ซูหยุนย่อมเดาไม่ออกว่าคนพวกนั้นคิดอะไรอยู่ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่สมบัติในมือ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา เขาเอามือลูบคางครุ่นคิด
ดูจากท่าทีของผู้าุโเฟิง เ้าสิ่งนี้คงยังไม่มีชื่อ จะให้เรียกว่า 'ก้อนอิฐ' เฉยๆ ก็ดูจะเสียของไปหน่อย ลองจินตนาการภาพตอนสู้กันแล้วะโว่า "ดูอิฐข้า!" มันดู... สิ้นคิดและไร้สมองพิกล...
ไม่ได้การล่ะ ต้องตั้งชื่อที่มันฟังดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามสมฐานะหน่อย...
ซูหยุนขมวดคิ้วใช้ความคิด ชื่ออะไรดีนะ?
ทันใดนั้น ดวงตาเขาก็เป็ประกาย ปิ๊งไอเดีย!
เขาชี้ไปที่สมบัติในมือ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและศักดิ์สิทธิ์
"ต่อไปนี้... เ้าชื่อ 'ฟานเทียนอิน' (ตราประทับพลิก์) ก็แล้วกัน!"
เ้าก้อนสีดำเหมือนจะรับรู้ได้ มันสั่นระริกเบาๆ ด้วยความถี่ที่ละเอียดอ่อน เป็การตอบรับ
ซูหยุนยิ้มแก้มปริ เห็นไหมล่ะ! ใครว่ามันไม่มีิญญา มันแค่ไม่อยากคุยกับตาแก่เฟิงต่างหาก! ถ้าผู้าุโเฟิงมาเห็นฉากนี้ คงได้กระอักเืด้วยความอิจฉาริษยาแน่ๆ
แต่แล้ว รอยยิ้มของซูหยุนก็ต้องค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า...
เขาพบปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว ไม่ว่าจะพยายามยัดเ้า ฟานเทียนอิน เข้าไปในถุงสมบัติยังไง มันก็ยัดไม่เข้า! เหมือนมีแรงต้านบางอย่างดีดออกมาตลอด
ซูหยุนยืนงงเป็ไก่ตาแตก อะไรวะเนี่ย? ก็เห็นๆ อยู่ว่าผู้าุโเฟิงหยิบมันออกมาจากถุงสมบัติ ทำไมข้าทำไม่ได้?
หรือว่าจากนี้ไปเขาต้องถืออิฐก้อนนี้เดินไปเดินมาตลอดเวลา? นอกจากจะเกะกะแล้ว ภาพลักษณ์คงดูไม่จืด ใครเห็นคงนึกว่าคนบ้าถืออิฐไล่ทุบชาวบ้านแน่ๆ...
เอ๊ะ... หรือว่า?
ซูหยุนฉุกคิดได้ ถุงสมบัติของผู้าุโเฟิงต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่ๆ ข้าเห็นเขาหยิบของออกมาจากเข็มขัดโดยตรง... แสดงว่าเกรดของอุปกรณ์มิติมีผลสินะ
จะให้บากหน้ากลับไปหาผู้าุโเฟิงตอนนี้... ฝันไปเถอะ! ขืนกลับไป ตาแก่นั่นอาจจะเปลี่ยนใจยึดฟานเทียนอินคืน แล้วเขาจะไปร้องไห้ฟูมฟายที่ไหนได้
ช่วยไม่ได้... คงต้องไปเสี่ยงดวงกับผู้าุโลู่ดูแล้วกัน!
......
ณ ถ้ำฝึกตนของลู่สิง
ลู่สิงพลิกดูสมบัติในมือไปมาด้วยความฉงน เขาเคยได้ยินกิตติศัพท์ความลึกลับของเ้าสิ่งนี้มาจากผู้าุโเฟิงบ้างเหมือนกัน แต่เพราะตาแก่นั่นหวงของยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ เขาเลยเพิ่งเคยเห็นของจริงเป็ครั้งแรก
แต่ดูไปดูมา... นอกจากวัสดุที่แข็งแกร่งจนน่าใกับน้ำหนักที่มหาศาลผิดปกติแล้ว เขาก็ไม่เห็นความพิเศษอะไรอย่างอื่นเลย...
เขามองลงไปที่ซูหยุนที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องล่าง ในใจทั้งขบขันและชื่นชม วีรกรรมตลอดปีกว่าๆ ของเด็กคนนี้เขารู้หมด... ไม่น่าเชื่อว่าของรักของหวงที่แม้แต่ผู้าุโเฟิงยังเก็บไว้ดูต่างหน้า จะถูกเ้าเด็กนี่ตบมารางวัลได้อย่างหน้าตาเฉย ร้ายกาจจริงๆ
ลู่สิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยปาก "ของชิ้นนี้..."
ซูหยุนรีบแทรกขึ้นมาด้วยท่าทีเขินอายนิดๆ "ผู้าุโลู่ มันมีชื่อนะขอรับ... ชื่อ 'ฟานเทียนอิน' ข้าตั้งให้เอง..."
ลู่สิงเลิกคิ้วประหลาดใจ เอ่ยชม "ชื่อนี้... ฟังดูองอาจห้าวหาญยิ่งนัก..."
ซูหยุนแอบขำในใจ ถ้าท่านรู้ที่มาของชื่อนี้ในโลกเก่าของข้า ท่านจะรู้ว่ามันเทพกว่าที่คิดเยอะ
ลู่สิงส่งฟานเทียนอินคืนให้ซูหยุน พร้อมกับยื่นแหวนวงหนึ่งที่มีลวดลายวิจิตรบรรจงให้ "ลองใช้นี่ดูสิ"
ซูหยุนรับแหวนมา สวมนิ้วแล้วส่งกระแสจิตวูบหนึ่ง
วิ้ง!
ฟานเทียนอินหายวับเข้าไปในแหวนอย่างง่ายดาย!
ซูหยุนตาลุกวาว ถามด้วยความตื่นเต้น "ผู้าุโลู่ นี่มันเื่อะไรกันหรือขอรับ?"
ลู่สิงยิ้มอธิบาย "เ้าก้อนนี้ดูภายนอกธรรมดา แต่ภายในมีความมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ถุงสมบัติทั่วไปจะรองรับได้ ถุงสมบัติของเ้าสร้างด้วยกรรมวิธีพื้นฐาน พื้นที่มิติภายในไม่เสถียรพอที่จะแบกรับน้ำหนักและพลังของมัน... ส่วนแหวนวงนี้ เป็ของที่ท่านอาจารย์มอบให้ข้าเมื่อนานมาแล้ว วันนี้ข้ายกให้เ้าก็แล้วกัน"
เขาเปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจัง กล่าวเตือนสติ "ในสายตาข้า อานุภาพของสมบัติชิ้นนี้ยังมีอีกมากที่รอการค้นพบ ในเมื่อเ้าบอกว่ามันมีวาสนากับเ้า และของวิเศษย่อมมีจิติญญา... เ้าจงอย่าทำให้มันต้องเสียชื่อล่ะ!"
ซูหยุนพยักหน้ารัวๆ รับปากเป็มั่นเป็เหมาะ แต่พอได้ยินว่าแหวนนี้มาจาก 'ท่านอาจารย์' ของลู่สิง ความอยากรู้อยากเห็นก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
"ผู้าุโลู่... แหวนวงนี้ ท่านบรรพชน เป็คนสร้างหรือขอรับ?"
ลู่สิงพยักหน้า ซูหยุนจึงรีบถามต่อ "แล้ว... ผู้าุโรู้จัก 'ท่านเ้าสำนักรุ่นก่อน' ไหมขอรับ? ได้ยินมาว่าท่านก็เป็ศิษย์สายตรงของบรรพชนเหมือนกัน..."
ลู่สิงแปลกใจ "ทำไมจู่ๆ ถึงถามเื่นี้?"
เขาถอนหายใจเบาๆ "ตอนที่ข้าได้รับเข้าเป็ศิษย์ ศิษย์พี่ท่านนั้นก็ได้ 'จุติ' ไปยังโลกอื่นแล้ว ข้าจึงไม่เคยพบหน้า ทราบเพียงว่าท่านเป็อัจฉริยะที่หาตัวจับยาก ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ก็ก้าวข้ามขอบเขตนั้นไปได้..."
เขามองซูหยุนด้วยสายตาที่มีความหมาย เ้าเด็กนี่... ถ้าผ่านแดนลับคราวนี้ไปได้ ความเร็วในการฝึกฝนอาจจะแซงหน้าศิษย์พี่ผู้เก่งกาจของข้าไปเลยก็ได้...
ซูหยุนขมวดคิ้วสงสัย "โลกอื่น? คือที่ไหนหรือขอรับ? เกี่ยวกับ 'มหาพิภพ' หรือเปล่า?"
ลู่สิงเข้าใจทันที หัวเราะ หึๆ "เ้าเด็กเ้าเล่ห์... ที่อ้อมค้อมถามนู่นถามนี่ ก็เพื่อจะถามเื่นี้สินะ?"
ซูหยุนเกาหัวแก้เก้อ "แหะๆ... ก็ั้แ่วันที่ได้ยินเ้าคนชั่วนั่นพูดเื่ 'โลกใบเล็ก' กับ 'มหาพิภพ' ข้าก็สงสัยจนนอนไม่หลับเลยนี่นา..."
ลู่สิงนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ "เอาเถอะ... เดิมทีที่ไม่อยากบอก เพราะกลัวพวกเ้าจะฟุ้งซ่านจนเสียสมาธิในการฝึกฝน แต่ด้วยพร์ของเ้า คงอีกไม่นานที่จะได้ััเื่พวกนี้... วันนี้ข้าจะอธิบายให้ฟัง"
ซูหยุนหูผึ่ง ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
"เ้าคงพอรู้เื่ 'โลกใบเล็ก' กับ 'มหาพิภพ' มาบ้างแล้ว... ที่จริงคำว่า 'จุติ' หรือ 'เลื่อนขั้น' ที่เราพูดกัน แท้จริงแล้วคือการ 'ทำลายผนังมิติ' ของโลกใบเล็กนี้ เพื่อเดินทางไปยังมหาพิภพภายนอก"
ลู่สิงเว้นจังหวะ แล้วโยนคำถามใส่ซูหยุน "เ้าเคยสงสัยไหม ว่าทำไมท่านอาจารย์ (บรรพชน) อยู่มานับหมื่นปี แต่กลับมีข้าเป็ศิษย์เพียงคนเดียว? แล้วเ้าสำนักหรือผู้าุโรุ่นก่อนๆ หายไปไหนกันหมด?"
ซูหยุนตอบตามสัญชาตญาณ "พวกเขา... ไปมหาพิภพกันหมดแล้ว?"
ลู่สิงพยักหน้า "ถูกต้อง ไม่ใช่แค่สำนักเรา อีกสี่สำนักที่เหลือก็เหมือนกัน... แรงดึงดูดของมหาพิภพที่มีต่อผู้ฝึกตนอย่างเรา มันมหาศาลเกินต้านทาน"
ซูหยุนถามแทรก "เป็เพราะ 'กฎเกณฑ์' ของโลกใบเล็กมันไม่สมบูรณ์ใช่ไหมขอรับ?"
ลู่สิงเลิกคิ้วสูง "เ้ารู้ลึกขนาดนี้เชียว? แล้วรู้ไหมว่าทำไมถึงเป็แบบนั้น?"
ซูหยุนส่ายหน้า "วันนั้นเ้าชายชุดแดงพูดยังไม่ทันจบก็โดน... เอ่อ... จัดการไปซะก่อน ข้าเลยไม่รู้รายละเอียดขอรับ"
ลู่สิงมีสีหน้าหม่นหมองลงเล็กน้อย ถอนหายใจ "นั่นเพราะโลกของเรา... มีความบกพร่องมาั้แ่กำเนิด เติบโตได้ถึงจุดหนึ่งก็ถึงทางตัน ไม่สามารถวิวัฒนาการต่อได้ ทำให้ 'กฎแห่งเต๋า' ในโลกนี้ไม่สมบูรณ์ ขาดวิ่นเว้าแหว่ง... สำหรับปุถุชนอาจไม่มีผล แต่สำหรับผู้ฝึกตนที่้าก้าวสู่จุดสูงสุด... นี่คือโซ่ตรวนที่ตัดหนทางแห่งความก้าวหน้า เข้าใจหรือยัง?"
ซูหยุนพยักหน้าหงึกๆ "เหมือนชาวนาปลูกข้าว ถ้าเมล็ดพันธุ์มันไม่ดีแต่แรก ต่อให้ดูแลดีแค่ไหน ผลผลิตก็ออกมาไม่ดี... ใช่ไหมขอรับ?"
ลู่สิงยิ้ม "เปรียบเทียบได้เห็นภาพดี... ดังนั้น แม้เ้าจะเห็นว่าทวีปนี้กว้างใหญ่ไพศาล ประชากรมากมาย แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับ 'ขั้นเสินหยวน' ขึ้นไป... โลกนี้มัน 'แคบ' เกินไป แคบขนาดที่ว่าแค่พวกเขาปลดปล่อยพลังเต็มที่ ก็เหาะไปถึงสุดขอบโลกได้ในพริบตา..."
สุดขอบโลก? ซูหยุนชะงัก
ที่แท้โลกนี้มันเล็กขนาดนั้นเชียว? มิน่าล่ะ ั้แ่มาที่นี่ไม่เคยเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าเลย กลางคืนก็มีแต่หมอกมัวๆ... นึกว่าทะลุมิติมาโลกแฟนตาซีสุดอลังการ ที่ไหนได้ ดันมาตกอยู่ใน 'หมู่บ้านชนบท' ของจักรวาลซะงั้น!
ถ้ารู้ว่ามีโลกที่ดีกว่า เป็ใครก็ต้องอยากย้ายสำมะโนครัวกันทั้งนั้นแหละ...
เขานึกถึงคำศัพท์ใหม่ที่ลู่สิงพูดเมื่อกี้ "ผู้าุโ... หมายความว่าถ้าฝึกถึงขั้น 'ขั้นเสินหยวน' ก็จะออกไปจากที่นี่ได้แล้วหรือขอรับ?"
ลู่สิงส่ายหน้า "ไม่ง่ายขนาดนั้น... เมื่อผู้ฝึกตนผ่านด่าน 'ขั้นเคราะห์ใจ' ไปได้ จะสามารถััถึงกฎแห่งธรรมชาติ และกลั่นมันออกมาเป็ 'หลักแห่งเต๋าประจำตัว' ... ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถวิวัฒนาการ 'อิทธิฤทธิ์กำเนิด' ของตัวเองขึ้นมาได้!"
"เมื่อถึงขั้นนี้ อายุขัยจะเพิ่มขึ้นมหาศาล ทุกการโจมตีจะแฝงด้วยพลังแห่งฟ้าดิน ความแข็งแกร่งคนละมิติกับเมื่อก่อน... แต่ถ้าคิดจะเจาะทะลุผนังโลกด้วยพลังแค่นั้น... ยังไม่พอ!"
"ยังไม่พออีกหรือขอรับ!?" ซูหยุนอุทาน
ลู่สิงยิ้มขื่น "ต้องเป็ระดับ 'ขั้นเสินหยวนระดับสูงสุด' เท่านั้น... ถึงจะมีโอกาส!"
ซูหยุนตาเป็ประกายด้วยความเลื่อมใส "คนที่ฝึกจนถึงขั้นเสินหยวนระดับสูงสุดในโลกที่กฎเกณฑ์พิการแบบนี้ได้... ต้องเทพขนาดไหนเนี่ย..."
ลู่สิงมองออกไปไกลด้วยแววตาโหยหา "นั่นสินะ... เมื่อถึงจุดสูงสุดของขั้นเสินหยวน กฎเกณฑ์ที่ขาดวิ่นของโลกนี้ก็ช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้อีกต่อไป เพื่อไม่ให้เสียเวลาและอายุขัยไปเปล่าๆ และเพื่อไขว่คว้าขอบเขตที่สูงขึ้น... พวกเขาจึงต้องทิ้งโลกนี้ไป ไปสู่มหาพิภพ..."
ซูหยุนเงียบไป สมองประมวลผลข้อมูลใหม่รัวๆ
สรุปว่าชายชุดแดงไม่ได้โกหก โลกนี้มันห่วยแตกจริงๆ และ 'มหาพิภพ' นั่นแหละ คือเป้าหมายปลายทางที่แท้จริงของเหล่าผู้ฝึกตน!
___
เชิงอรรถ:
ฟานเทียนอิน : เป็ของวิเศษที่มีชื่อเสียงมากในวรรณกรรมจีนเื่ สถาปนาเทวดา (ห้องสิน) สร้างจากูเาปู้โจวที่หักพัง มีพลังหนักอึ้งมหาศาล ใช้โจมตีโดยการขยายขนาดแล้วทุ่มทับศัตรู