Episode
| 4 |
ใครดีใครได้
“วู้วววววววว~”
“ฟินเวอร์เลยว่ะพวกมึง ฮิ้ววววว!!”
คราวนี้เป็ทีมงานด้านหลังที่โห่แซวกันขึ้นมาอย่างคับคั่ง นั่นจึงทำให้หัวหน้าแก๊งต้องกระตุกยิ้มออกมา สีหน้าที่เก้อเขินแต่เก็บอาการของขนมผิงทำให้ธาร์มรู้ถึงสัญญาณบางอย่าง
เธอไม่ได้รังเกียจเขาเลยสักนิดเดียว หากรุกจีบแบบนี้ทุกวันสะสมไปเรื่อยๆ วันหนึ่งเธอจะต้องใจอ่อนอย่างแน่นอน
ครืนนนนนนนน!!!
เอี๊ยดดดดด!!
แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะตอบตกลงอะไรกับเื่นี้ รถยนต์คันหรูสีดำทะมึนก็ขับเข้ามาจอดเทียบท่าลานกว้าง ห่างจากพวกเขาไปเพียงไม่ไกลเท่านั้น ทุกสายตาของความแปลกใจต่างจ้องมองไปยังประตูรถที่ถูกเปิดออก ผู้ชายในชุดสูทดูดีหัวจรดเท้าก็ก้าวขาตัวเองลงมา
เพียงแค่เห็นรองเท้าแบรนด์เนม เสื้อผ้าหน้าผมที่ดูเนี้ยบ ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าไอ้หน้าหล่อนี่มันไม่ใช่คนธรรมดา..
“น..นี่คุณ!!”
ภาพตรงหน้ากลับทำให้ขนมผิงใจหล่นวูบไปกองที่พื้น เพราะไอ้ผู้ชายโรคจิตที่โชว์ัใหญ่เมื่อวานได้มาตามหลอกหลอนเธอ เขากระตุกยิ้มและเดินล้วงกระเป๋าเข้ามา แววตาคมนั้นจ้องมองไปยังธาร์มที่ยืนขมวดคิ้วยุ่ง
“นี่พี่รู้จักมันด้วยเหรอครับ” ธาร์มเอ่ยถามพลางหันไปมองมาเฟียใหญ่ที่มีรอยสักเต็มตัวอย่างไม่ไว้วางใจ
“เอ่อ ม..ไม่..”
“ไม่อะไรกันล่ะครับคนสวย เมื่อวานเรายังเล่นจ้ำจี้กันในห้องนอนผมอยู่เลยนะ”
“จ้ำจี้บ้าอะไรของคุณเล่า! นี่อย่ามาพูดจาให้ใครเข้าใจผิดแบบนี้นะคะคุณั”
ขนมผิงรีบกัดฟันแทรกด้วยสีหน้าโมโห เธอไม่อยากให้ใครเข้าใจเื่นี้ผิดทั้งนั้น โดยเฉพาะกับผู้ชายอย่างธาร์ม..
“เอ้า.. ฮ่าๆๆ งั้นผมก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน”
“คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันอยู่ที่นี่! อย่าบอกนะคะว่าคุณ..”
“ผมรู้เื่ของคุณขนมผิงหมดทุกอย่างนั่นแหละครับ ลืมไปแล้วหรือไงว่าผมเป็ใคร”
“อึ่ก..”
“คิดว่าจะเตะไอ้น้องชายของผมแล้วหนีรอดไปได้ง่ายๆเหรอ ผมว่ามันง่ายเกินไปหน่อยนะ จะไม่รับผิดชอบอะไรหน่อยเลยหรือไงครับ?”
ความจริงที่เอื้อนเอ่ยออกมากลับทำให้กลุ่มนักเลงเบิกตาโพลง พวกเขาหันขวับมามองสาวสวยอย่างขนมผิงด้วยความอึ้ง เตะไข่อะไรกัน นี่หมายความว่าอาจารย์คนสวยกับไอ้หน้าโหดนี่มันมีซัมติงกันงั้นดิ..
“พูดอะไรของมึงวะไอ้สมองตุ๊กแก มึงคิดจะทำร้ายพี่ขนมผิงของกูหรือไง ห๊ะ? นี่จะเอาอำนาจมาเล่นแง่กันเหรอ รับผิดชอบส้นตีนอะไรของมึง”
“ธ..ธาร์ม ห้ามมีเื่กันนะ ฉันขอร้องล่ะ”
ขนมผิงรีบปรี่ตัวเข้าไปกั้นร่างล่ำของพ่อหนุ่มเืร้อนอย่างรวดเร็ว สองมือเรียวบางพยายามออกแรงดันแผงอกแกร่งให้ถอยห่างมาเฟียใหญ่ ดูท่าแล้วัเองก็จะไม่ยอมเหมือนกัน เขากระตุกยิ้มอย่างชอบใจเมื่อรู้ว่าถูกเด็กน้อยท้าทาย
แม้จะมีพรรคพวกของธาร์มยืนอยู่ข้างหลัง แต่ัเองก็เลิกคิ้วนับคนด้วยความสนุกสนาน เขาไม่ได้พาลูกน้องของตัวเองมาด้วยก็บุญแค่ไหนแล้ว ไม่งั้นเด็กพวกนี้คงจะไม่รอด
“อะไรของมึงไอ้หน้าอ่อน มึงเป็แฟนขนมผิงหรือไง”
“แล้วมึงจะทำไม!” ธาร์มทำท่าจะพุ่งตัวเข้าหาัแต่ก็ถูกอาจารย์สาวรั้งตัวเอาไว้
“เหอะ แฟนก็เหี้ยละ แฟนเก่าขนมผิงเพิ่งจะขายขนมผิงให้กู แทนหนี้ที่มันติดค้างกูเอาไว้น่ะ เข้าใจยัง”
“น..นี่! หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะคะคุณ!!”
“เดี๋ยวนะ แฟนเก่า.. นี่หมายความว่าไอ้เวรนั่นที่นอกใจพี่ มันขายพี่ให้กับไอ้สมองตุ๊กแกนี่เหรอ!?”
คนที่ฉลาดหลักแหลมอย่างธาร์มประมวลผลทุกอย่างเพียงชั่วครู่ เขาก็หันไปถามอาจารย์สาวที่มีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี เธอกลัวเหลือเกินว่ามันจะเกิดเื่ใหญ่ขึ้น
“อะอืม.. แต่โลกนี้ก็มีตำรวจนะธาร์ม ต่อให้แฟนเก่าของพี่จะยกพี่ให้กับคุณั แต่เขาก็ไม่สามารถเอาพี่ไปได้” เธอเปลี่ยนสรรพนามตัวเองว่าพี่เพื่อให้อีกฝ่ายใจเย็นลง
“เหอะ นี่สงสัยว่าคุณขนมผิงยังไม่เคยเห็นฤทธิ์เดชครอบครัวผมแน่ๆเลย ผมสามารถเอาคุณเป็เมียได้วันนี้เลยครับ ลองดูไหม”
“ไอ้เวรนี่แม่ง!!”
“เฮ้ยๆๆ พี่ธาร์ม! หยุดก่อนพี่!!”
“พวกมึงมาช่วยกันจับไว้เร็ววววว”
จังหวะที่ธาร์มกำลังจะพุ่งตัวเข้าไปงัดหน้าหนุ่มหล่อทะเล้น พวกลูกน้องด้านหลังก็รีบเข้ามาห้ามปรามกันอย่างทุลักทุเล ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยรู้สึกเกรงกลัวใคร ยกเว้นไอ้มาเฟียหน้าโหดนี่ สายตามันดูน่าเกรงขามจนขนหัวลุกไปหมด
“ฮ่าๆๆ รุ่นน้องคุณนี่ตลกดีจังเลยนะครับคุณขนมผิง น่ารักเชียว”
“น่ารักพ่อมึงดิ! กึ่ด..”
ธาร์มที่ดิ้นพล่านอยู่ในพันธนาการของลูกน้องกัดฟันกรอด สายตาที่อยากจะลงมือฆ่าไอ้มารหัวใจจ้องมองไปยังั ดวงตาแดงก่ำของเขาเริ่มทำให้ขนมผิงอยากจะร้องไห้เต็มที
“คุณ้าอะไรกันแน่คะคุณั? ทำยังไงคุณถึงจะยอมกลับบ้านไปสักที” ขนมผิงคิดหาทางออกอย่างชาญฉลาด
“อืม.. คุณก็ไปทานข้าวเย็นกับผมสิครับ ที่ผมมาที่นี่ก็เพราะว่าจะมารับคุณนี่แหละ ก็คิดว่าคุณไม่ได้ขับรถมา”
“ค่ะ ขอบคุณสำหรับน้ำใจที่จะชวนฉันไปทานมื้อเย็นนะคะ แต่วันนี้พอดีว่าฉันมีธุระต่อ อีกอย่างฉันก็เอารถมาด้วย คุณคงไม่ใช้วิธีสกปรกแบบครั้งที่แล้วนะคะ”
“หืม วิธีสกปรกเหรอครับพี่ขนมผิง?” ธาร์มเริ่มกัดฟันแน่นมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินคำอธิบาย
“ไม่มีอะไรหรอกธาร์ม ครั้งที่แล้วพี่ก็แค่โดนลูกน้องของคุณัจับตัวไปที่คฤหาสน์น่ะ หึ.. แต่ตอนนี้ก็คงจะทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะพี่คิดว่าเขาคงไม่อยากเอาชื่อเสียงของครอบครัวตัวเองมาเสี่ยงหรอก จริงไหมคะคุณั?”
ขนมผิงกัดฟันพลางจ้องมองไปยังหนุ่มเ้าเล่ห์ที่ยืนเบ้ปาก เขาทำเป็ว่ายอมสงบปากสงบคำ แต่ในใจก็ยังรู้สึกมันเขี้ยวเธอมากขึ้นกว่าเดิม ผู้หญิงอะไรเวลาโกรธยังน่ารักเลย
ยังไม่ทันคิดอะไรให้มากความ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธและไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วยก็ละออกจากเขา ขนมผิงเตรียมตัวจะเดินกลับไปยังรถคันหรูของตัวเอง แต่ทว่าเสียงทุ้มของัก็ได้ดังขึ้นมาท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงกดดัน
“ไปทานมื้อเย็นกับผมเถอะครับคุณขนมผิง คุณจะเอาไอ้หน้าอ่อนนี่ไปด้วยก็ได้ เดี๋ยวสมองตุ๊กแกอย่างผมจะเลี้ยงมื้อนี้เอง”
ัพูดพลางก็ชำเลืองสายตาไปทางธาร์ม หนุ่มหล่อที่ยังถูกลูกน้องหุ่นล่ำล็อกตัวไว้แน่น
“เฮ้อ.. นี่คุณฟังภาษาไทยไม่ออกใช่ไหมคะ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันมีธุระต่อ”
“งั้นถ้าผมส่งให้คนไปรับภาคภูมิที่โรงเรียนล่ะครับ”
กึก
“คุณจะยังมีธุระต่อหรือเปล่าเอ่ย คุณขนมผิง?”
ประโยคเรียบเฉยที่ดูเหมือนไม่มีอันตรายกลับทำให้หญิงสาวยืนตัวแข็งทื่อ จุดอ่อนของเธอเพียงหนึ่งเดียวก็คือน้องชาย ัรู้เื่นี้จากการสืบประวัติอย่างละเอียดของเธอ ซึ่งทางธาร์มที่ยืนขมวดคิ้วก็มองอาจารย์สาวกับศัตรูคนใหม่สลับกันไปมา
เขายังคงสับสนว่าใครกันคือภาคภูมิ?
“เฮ้อ ก็ได้! ฉันไปทานข้าวกับคุณก็ได้ค่ะ”
“พ..พี่ขนมผิง”
“แต่ข้อแม้ของฉันก็คือ.. ฉันจะเอาธาร์มไปด้วยนะคะ”