พวกเขาแยกกันที่ร้านอาหารอัมพวาและสาวิชแยกกลับไปอีกทาง ส่วนพวกภารดีก็เดินกลับไปที่บ้านพักเกือบสามทุ่มแล้วตลาดเริ่มวาย ผู้คนน้อยลงไปกว่าเมื่อตอนบ่ายแต่ยังมีนั่งอยู่บ้างประปราย ภารดีกับคุณนพรักษ์ เดินนำหน้าไปไกลแล้วทิ้งพวกเขาสี่คนไว้ข้างหลัง
“พี่พิมพ์กับคุณลุงถึงบ้านแล้วมั้งเนี้ยไม่รู้จะรีบเดินไปไหนกัน?” ยามา ชะเง้อมองไปข้างหน้า
“สงสัยจะไปเข้าหอหรือไม่ก็เข้าห้องฮันนีมูน” คอชนทร์พูดไปตอบไลน์โทรศัพท์ไปเลยไม่ได้สังเกตสีหน้าพริมากับนพคุณที่ทำหน้าไม่ถูกเวลามีใครมาแซวพ่อเขากับแม่หล่อน
“นี่นายคุยกับใครไหนมาดูหน่อยสิ!” ยามากำลังจะดึงโทรศัพท์จากมือ แต่คเชนทร์ไวกว่าเขาหลบพร้อมเอามือดันหัวหล่อนออกไป
“เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ต้องมายุ่ง”คเชนทร์เอามือถือใส่กระเป๋ากางเกง
“ถ้าอยากดูก็มาล้วงเอาดิ”
“อย่าท้านะ!” ยามาทำท่าจะล้วงจริง
“เฮ้ย! เธอนี่มันห่ามชะมัด!”คเชนทร์หมุนตัวหลบพัลวัน
“เอ้า! สองคนนั่นหายไปไหนแล้ว?”ยามาชะงัก หล่อนมัวแต่ไล่จับโทรศัพท์จนลืมสังเกตว่าพริมากับนพคุณหายไปแล้ว
“พวกนั้นไปถึงห้องกันหมดแล้วมั้งเนี้ยเธอก็มาชวนวิ่งไล่จับอยู่ได้”
เหลืออยู่สี่คน...นพคุณหงุดหงิดถ้าหงุดหงิดเป็นโรคประจำตัวได้ สองสามปีมานี้เขาคงเป็นโรคขี้หงุดหงิดเมื่อก่อนเขาไม่เป็นแบบนี้ เขาหงุดหงิดที่คเชนทร์แซวพ่อเขากับแม่พริมาหน้าตาเฉยพวกนั้นเฉยแต่เขาก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี ไม่ขัดแต่ก็ยังไม่ยอมรับ พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยงแล้วก็พี่เลี้ยง น้องเลี้ยงอย่างนั้นเหรอ? ไม่มีอะไรเข้ากันสักอย่างเขากับพริมาจะเป็นพี่น้องกัน?
“ไม่!!!” นพคุณเดินกลับที่พักไปอย่างไวเขาไม่อยากอยู่ตรงนี้ ไม่อยากยืนฟังพวกนี้คุยกันด้วย
“พี่คุณ!” พริมาวิ่งตามมา หล่อนสังเกตเห็นแล้วอยู่ๆ คุณชายใหญ่ก็เดินลิ่วหน้าหงิกออกมาพริมาหันไปมอง พวกเพื่อนๆ ของหล่อนยังไม่สังเกตด้วยซ้ำว่าหล่อนวิ่งตามนพคุณออกมา...ช่างเถอะยังไงก็มีเพื่อนแต่พี่คุณเดินไปคนเดียว
“พี่คุณ” พริมาวิ่งตามมาทัน หล่อนจับมือเขาอีกแล้ว นพคุณสะบัดออก...วันนี้ครั้งที่สองแล้วนะ!
“พี่คุณ...”
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่พี่เธอ!” นพคุณตวาดเสียงดัง พริมาตกใจ นพคุณเองก็ตกใจเหมือนกันเขาไม่ได้ตั้งใจจะตวาดหล่อนแบบนั้น แต่เขาสับสนไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร
“ค่ะ” เด็กสาวรับคำสั้นๆหล่อนน้อยใจ ทำไมเขาต้องตวาดหล่อนเสียงดังแบบนี้ด้วย...เขารังเกียจหล่อนขนาดนั้นเลยหรือ?
“ไป...กลับกันเถอะ” นพคุณเสียงอ่อย เขารู้สึกผิด พริมาไม่ได้ทำผิดอะไรเด็กหนุ่มเอื้อมมือจะมาจับมือหล่อนให้เดินไปพร้อมกัน แต่พริมาเบี่ยงหลบหล่อนวิ่งนำเขาไปก่อนแล้ว
“อะไรอีกวะเนี้ย!” นพคุณสบถเสียงดัง ข้างหลัง...สองคนนั่นก็เพิ่งเล่นไล่จับนี่เขาก็ต้องมาเล่นวิ่งไล่จับไปด้วยอีกคนอย่างนั้นหรือ
“ลูกแก้ว!” นพคุณวิ่งตาม ออกแรงนิดเดียวเขาก็ตามหล่อนทันแล้ว พริมากลั้นน้ำตาไว้ หล่อนไม่อยากให้เขาเห็นนพคุณคงจะชอบใจที่เขาทำให้หล่อนร้องไห้ได้ หล่อนหาเรื่องเองก็เหมือนทุกครั้งนั่นแหละ! เด็กหญิงออกวิ่งหล่อนอยากกลับบ้านถ้าพวกยามามาเห็นเดี๋ยวก็เป็นเรื่องใหญ่อีกแต่จะให้ไปกับนพคุณหล่อนกลัวกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ลูกแก้ว!”เสียงนพคุณเรียกตามหลัง เขาวิ่งเร็ว ใช่สิ! นพคุณเป็นนักกีฬา เขาเก่งทุกอย่างหล่อนไม่มีทางชนะเขาได้หรอก ไม่ว่าเรื่องอะไร คนแพ้ก็คือพริมา อยู่วันยังค่ำเด็กสาวหันหน้าไปดูด้านหลัง จังหวะนั้นเองหล่อนจึงชนเข้ากับใครบางคนเข้าอย่างจัง
“อะไรวะ!” เสียงคนที่พริมาชนโวยวายเสียงดังพริมาได้กลิ่นเหล้าจากเขาชัดเจน...เด็กหญิงล้มกระเด็น
“เฮ้ย! ผู้หญิงเว้ย” อีกเสียงหนึ่ง...มันมีกี่คนกันนะ คนที่หล่อนวิ่งไปชนก็ล้มเหมือนกันจังหวะนี้เองที่พริมาเพิ่งจะสังเกต พวกนั้นมากันสามคน อายุน่าจะรุ่นๆนพคุณหรือไม่ก็แก่กว่า ดูท่าทางทุกคนจะเมาเสมอกันหมดไม่มีใครแพ้ใคร
“สวยด้วยเว้ย!มาน้องมา พี่ช่วยพยุงให้นะจ๊ะ” หนึ่งในสามเดินดุ่มๆ ตรงเข้ามาหาพริมาเขยิบถอยหนีแต่หล่อนลุกไม่ขึ้น
“โอ๊ย!” ข้อเท้าแพลงเสียแล้ว
“ยังไม่ได้ทำอะไรเลยจะร้องทำมายยย” พวกที่เหลือหันไปหัวเราะกัน พริมากลัวถ้าไม่เมาอาจจะคุยกันได้ แต่พวกเขาเมากันหมด แล้วมาเป็นกลุ่มแบบนี้...หล่อนกลัวจับใจ
“หนูขอโทษค่ะเมื่อกี้หนูวิ่งไม่ทันดู ชนพี่ล้ม หนูขอโทษนะคะ” พริมายกมือไหว้คนที่หล่อนชนเขาล้มเขาเองก็มองหล่อนอยู่เช่นกัน
“พวกผู้หญิง!พอจะหลอกล่อใช้ประโยชน์จากเรามันก็พูดดีแบบนี้แหละ”
“ห๊ะ?” พริมาไปต่อไม่ถูกหล่อนถามเขาเรื่องถนน เขาตอบท้องฟ้า แบบนี้น่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องเสียแล้ว
“มันเพิ่งโดนแฟนทิ้งมาน่ะน้อง”
“ใช่ แต่ถ้าน้องจะช่วยดามหัวใจให้เพื่อนพี่ก็ยินดีนะฮ่าๆๆ” สองคนที่ยืนอยู่ช่วยชงเต็มที่ ส่วนคนที่พริมาพุ่งชนนั้นยังนั่งตาแดงกล่ำอยู่ที่เดิมเขาดูเหมือนจะไม่รับรู้อะไรแล้ว
“ลูกแก้ว” นพคุณวิ่งตามมาทันเขาเห็นทุกอย่างตั้งแต่พริมาวิ่งเข้าไปชนกับผู้ชายคนนั้น หล่อนเลี้ยวผิดทางวิ่งออกไปอีกทางที่ไม่ใช่ทางไปบ้านพัก พริมาพลาดเสมอถ้าไม่มีเขาหล่อนคงวิ่งเตลิดไปไกลหลงทางอยู่ที่ไหนสักแห่ง นพคุณวิ่งเข้าไปดึงเด็กสาวให้ลุกขึ้นยืน
“โอ๊ย!” พริมาร้องลั่นนพคุณตกใจที่เขาทำหล่อนเจ็บ
“น้องเค้าขาแพลงงงงง” คนเมาถูกแฟนทิ้งยังนั่งมองอยู่ ดูเหมือน พริมาจะทำเขาเจ็บอยู่เหมือนกัน
“มาๆ พี่ช่วย” อีกสองคนทำท่าเหมือนจะเข้ามาช่วย
“ไม่เป็นไรครับ ผมช่วยน้องเอง” นพคุณหันไปตอบเสียงเข้มเมื่อกี้มองจากตรงที่วิ่งเขาเห็นพวกนี้ล้อมพริมาอยู่มองจากตรงนั้นน่ากลัวเหลือเกิน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพริมาเขาจะทำอย่างไร!
“น้อง...คนนี้แฟนน้องรึเปล่า?” คนเมาหันมาถาม ตอนนี้เขาเองก็กำลังพยายามลุกขึ้น
“เอ่อ...ไม่” พริมาไม่รู้จะตอบอย่างไร
“ใช่!” นพคุณตอบแทนเสียงหนักแน่น
“ห๊ะ!” พริมาอุทานเสียงดัง
“ตกลงเขาใช่แฟนน้องรึเปล่า? น้องรู้จักเขารึเปล่า?” คนเมาถาม อีกสองคนก็หยุดหัวเราะแล้วเหมือนกัน
“เดี๋ยวพวกพี่ไปส่งบ้านอยู่ไหนมาวิ่งดึกๆ ดื่นๆ” หนึ่งในสองคนที่ยืนอยู่ก่อนแล้วพูดขึ้น
“ไม่เป็นไร ผมพาน้องกลับเอง” นพคุณเริ่มหงุดหงิด
“ตกลงแกรู้จักน้องเค้าจริงรึเปล่า?อย่ามามั่วเพราะเห็นพวกข้าเมานะเว้ย!”
“ใช่ๆ พวกข้าเมาแต่ก็ยังเป็นสุภาพบุหลุดดดด”
“ช่ายยยยแล้วน้องเค้าก็วิ่งหนีแกมา” กลายเป็นว่าตอนนี้คนเมาปกป้องผู้หญิงจากคนไม่เมาเสียแล้ว
“พวกพี่ๆ คะ คนนี้แฟนหนูเองค่ะพอดีทะเลาะกันนิดหน่อยหนูเลยวิ่งหนีเขามา” ได้ยินจากปากพริมาคนเมาหรี่ตามอง
“มันเอามีดจี้น้องรึเปล่า ไหนถอยออกมาสิ”พวกนั้นพยายามจะดูว่านพคุณบีบบังคับพริมาให้พูดตามที่เขาต้องการหรือเปล่า
“ไม่ค่ะไม่พี่คุณเป็นแฟนลูกแก้วจริงๆ ลูกแก้วผิดเองที่งอนพี่เขาแล้ววิ่งหนีมาจนมาชนพี่ล้มไปแบบนี้ ลูกแก้วขอโทษนะคะ” พริมายกมือไหว้คนเมาสามคนอีกรอบนพคุณเผลอยิ้ม
“แฟนเค้าตามมาง้อก็คืนดีกันซะดูสิยืนยิ้มแก้มปริแล้ว” นพคุณหุบยิ้ม แทบไม่ทันนึกไม่ถึงว่าจะโดนคนเมาแซวเข้าให้...พริมาแก้มแดง
“คงจะคืนดีกันแล้วแหละเขินกันไปเขินกันมาอยู่ได้”
“เกิดอะไรขึ้น?” ยามาวิ่งตะโกนมาแต่ไกล มีคเชนทร์วิ่งตามมาติดๆพวกคนเมาเห็นมีคนวิ่งตามมาสมทบก็หันไปถามพริมา
“นั่นเเพื่อนน้องเหรอ?” พริมาพยักหน้า พวกคนเมายังยืนยันจะไปส่ง เขาบอกว่าปล่อยเด็กๆมาเดินดึกๆ ดื่นๆ ไม่ได้ ในฐานะคนพื้นที่ พวกเขาต้องดูแลแขกบ้านแขกเมืองพวกเขายังร่ายยาวถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี และดูเหมือนจะยังต้องคุยหรือเถียงกันไปอีกนานถ้าพวกพริมาไม่ยอมให้ไปส่ง ยามาที่ยืนฟังอยู่นานจึงตัดบท
“เอ้า! จะไปส่งก็ไปไหนรถอยู่ไหนล่ะพี่?”
“เมาไม่ขับสิหนู! เมาแล้วเดินเดินไป...ไปหมดนี่แหละ ไปๆๆๆๆ”
“โอ๊ย!” พริมากับคนเมาร้องพร้อมกันดูเหมือนจะขาแพลงเหมือนกันอีกด้วย
“มาๆ พี่ช่วย”
“ไม่เป็นไรครับ” นพคุณพูดจบก็ช้อนพริมาขึ้นหลังทันที เขาออกเดินนำหน้าคนเมาไปก่อนแล้ว ส่วนคนเมาขาแพลงก็ขึ้นหลังเพื่อนอีกคนคนปกติสี่คนเมาสามจึงเดินไปตามท้องถนนในเวลาเกือบสี่ทุ่ม ร้านรวงเริ่มปิดหมดแล้ว แต่ถ้าใครรู้เข้าว่าคนเมาสามคนเดินมาส่งคนไม่เมาสี่คนคงแปลกใจไม่น้อย พริมาคิดตาม...ถ้าหล่อนวิ่งเลยไปไกลแล้วนพคุณไม่ได้วิ่งตามมาแล้วคนที่หล่อนไปเจอเป็นคนไม่ดี...หล่อนจะทำอย่างไร? ขนาดวิ่งกลับที่พักง่ายๆ ยังเลี้ยวผิดทาง เด็กสาวตัวสั่นๆนพคุณรู้สึกได้
“หนาวเหรอ?” วันนี้เป็นคำแรกกระมังที่เขาพูดดีกับหล่อน พริมาส่ายหน้า หล่อนคงลืมไปว่านพคุณมองไม่เห็น
“ไม่สบายรึเปล่า? เจ็บขามากไหม?”
“ไม่ค่ะ...ลูกแก้วกลัว...ลูกแก้วขอโทษ” พริมาตอบเสียงสั่น นพคุณชะงักเล็กน้อย...เขาเข้าใจ หล่อนคงจะกลัวมากแน่นอน
“ช่างเถอะ...ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” ประโยคหลังนพคุณเหมือนพูดกับตัวเอง พริมากอดคอนพคุณแน่นกว่าเดิมหล่อนซบหัวลงกับไหล่ของเขาพร้อมกระซิบเสียงเบา
“ขอบคุณนะคะ” นพคุณชะงัก เขาลดฝีเท้าลง...บางทีเดินให้ช้าลงหน่อยก็ได้เขาเดินช้าลงจนพวกยามาเดินตามมาทัน พวกคนเมาส่งเสียงไปตลอดทาง บางครั้งก็ร้องเพลงยามาทั้งผลักทั้งดันให้พวกนั้นเดินเร็วๆ จะได้ไปส่งเสร็จแล้วรีบกลับ
“โอ้ย!พวกพี่ส่งตรงนี้แหละ จะถึงอยู่แล้ว” ยามาเท้าเอวเจอคนเมาหวังดีแบบนี้หล่อนด่าไม่ออกเลย
“ไม่ได้ๆ ต้องส่งตรงถึงตีนบันได”คเชนทร์เสียอีกที่ไม่พูดอะไร เขาได้แต่ยิ้มขำดูพวกนี้เถียงกันก็ตลกดีเหมือนกัน เป็นอันว่าพวกนั้นมาส่งถึงโฮมสเตย์จริงๆและความจริงแล้ว หนึ่งในสามคนนั้นบ้านอยู่ถัดไปจาก โฮมสเตย์ไปแค่สามหลังเมื่อพวกนั้นไปแล้วยามาบ่นยาว
“อยากรู้นัก พรุ่งนี้สร่างเมาจะจำได้ไม๊?”
“พรุ่งนี้เราก็ตามไปดูกันสิบ้านอยู่ตรงนี้เอง” คเชนทร์เสนอ
“เออดิ ไปดูแน่” ยามาจำได้ว่าพวกเขาหายเข้าไปในบ้านหลังไหน
“ไขกุญแจด้วย” นพคุณหันมาบอก พริมาอยู่บนหลังเขาและดูเหมือนหล่อนจะผลอยหลับไปแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
“เด็กผู้หญิงตัวนิดเดียวก็ปล่อยให้ไปมีเรื่องได้แบบนี้จะปล่อยหรือไว้ใจให้ดูแลได้ยังไง” ยามาพูดไม่ได้มองหน้าใครขณะไขกุญแจนพคุณขมวดคิ้วเขาแน่ใจยัยปลาทูพูดกับเขา...แต่เขาจะไปดูแลพริมาทำไม?
“เฮ้อ...ไอ้คนบางคนมันฉลาดมากแต่เรื่องบางเรื่องมันก็โง่”
“เธอหมายถึงใคร?” นพคุณถามเสียงเข้ม
“ไม่รู้! คนที่ชอบสับสนมั้งมันยังไม่รู้ความรู้สึกตัวเองเลย มันจะไปจัดการอะไรได้เดี๋ยวก้าวเดี๋ยวถอยเหมือนยังไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง คนพวกนี้น่าสงสาร” คเชนทร์ยืนกอดอกพยักหน้า นพคุณถอนใจ เอาแล้ว...พวกนี้สงบศึก เป้าหมายคือเขาสินะ ยามาหันมายิ้มเหยียด
“จะบอกอะไรให้นะ ถ้ามีคนดีๆคนที่ชัดเจน คนที่มั่นคง แล้วก็รักลูกแก้วมากๆ นะ ถ้ามีคนคนนั้นโผล่มาเมื่อไหร่...และฉันก็คิดว่ามีแน่ๆ ฉันจะสู้สุดตัวเลยให้ลูกแก้วได้ลงเอยกับคนนั้นเมื่อถึงวันนั้นอย่ามาเสียใจก็แล้วกัน” คเชนทร์ชี้นิ้วไปที่ตัวเองยามากลอกตา
“นายเข้าห้องตัวเองไปเลยไป” คเชนทร์ยิ้มขำ เขายักไหล่แล้วหันหลังเดินออกไปยามายืนมองจนนพคุณวางพริมาลงบนเตียงแล้ว จึงเดินตามคเชนทร์ออกไปเช่นกันนพคุณใช้ความคิด....เขาเข้าใจที่ยามาพูดทุกอย่างแต่เขาไม่เข้าใจว่าหล่อนจะมาพูดกับเขาทำไม?
ยามาเดินออกมานั่งสงบอารมณ์ข้างนอกความจริงหล่อนไม่อยากทิ้งนพคุณกับพริมาไว้ให้อยู่ในห้องลำพังนักแต่เห็นสภาพเพื่อนแล้วก็อดสงสารไม่ได้ พริมาจะต้องใช้ความอดทนอีกนานแค่ไหนนะคเชนทร์ที่นั่งอยู่ก่อนยิ้มมองมา...หมอนี่ก็อีกคน น่าหมั่นไส้!
“ทำไมนายไม่จีบลูกแก้วไปเลยเอาจริงๆ นะ” ยามานั่งลงข้างเขา คเชนทร์เอียงคอมองวันนี้ยัยปลาทูไม่ได้พูดเล่นเขายิ้ม...
“แสดงว่าพี่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของน้องปลาทูแล้วใช่ไหมจ๊ะ?” ยามาขมวดคิ้วเป็นเชิงถาม
“ก็ถ้าน้องปลาทูยอมให้พี่จีบลูกแก้วก็แสดงว่าพี่เป็นคนดี ดี๊ดี ชัดเจนและมั่นคงด้วย...ที่สำคัญเลยอันนี้สำคัญมาก...พี่หล่อ”ยามาได้ยินแล้วอยากจะถอนคำพูดแต่ถ้าเอาเข้าจริงคเชนทร์จีบพริมาหล่อนจะยอมให้เมื่อเห็นว่ายามาไม่พูดหรือว่าอะไรคเชนทร์ก็แค่ยักไหล่...อยากยักคิ้วด้วยแต่สาวเจ้าไม่ได้มองมา
“ไม่อยากเป็นพระรองหรอก...มันปวดใจ…เอาไว้เป็นพระเอกดีกว่าเรื่องนี้พี่จะไม่ยุ่งนะ”คเชนทร์ลุกขึ้นแล้วเอามือมายีหัวยามาเล่น...เพราะหล่อนไม่ได้ตั้งตัวผมเผ้าจึงรุงรังไปหมด
“โฮ้!!! แบบนี้มันไม่ใช่ปลาทูแล้วนี่มันปลาดุฟู ฮ่าๆๆๆ ฟูฟ่องเลย”คเชนทร์นึกไปถึงเมื่อสองปีก่อนที่ผมของยามานั้นแสนประหลาด...เขาจำได้ดี...เด็กผู้หญิงผมรองทรงต่างจากวันนี้ลิบลับ ยามาผมยาวและหล่อนโตเป็นสาวแล้วไม่ได้ดูกะโปโลเหมือนเมื่อก่อน แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนคือท่าทางเจ้าอารมณ์ของหล่อนคเชนทร์ชอบ เพราะมันสนุกดี
“โอ้ย! ไอ้เชน ผมฉัน! ปล่อยนะ” และก่อนที่ยามาจะสวนกลับเด็กหนุ่มก็ลุกเดินหนีเข้าห้องเขาไปแล้ว
นพคุณตื่นแล้วเขาเหลือบมองนาฬิกา...เกือบแปดโมงแล้วหรือนี่ เมื่อคืนเขากลับเข้าห้องเห็นไอ้ตุลย์หน้าหมานอนคลุมโปงอยู่ก่อนแล้วเขาคิดว่ามันไม่ได้อาบน้ำแน่นอน อยากให้สาวๆมาเห็นเหลือเกิน ว่าคนหล่อของพวกหล่อนนั้น...หล่อแต่สกปรกขนาดไหน แต่คนสกปรกของนพคุณตื่นก่อนเขาและอาบน้ำแก้ตัวนำหน้าเขาไปก่อนแล้วเพราะเขาได้ยินเสียงคเชนทร์หัวเราะอยู่นอกห้องดูเหมือนคนอื่นๆ ก็ตื่นกันหมดแล้วเหมือนกัน แต่ฟังเสียงจากตรงนี้เหมือนมีคนมากกว่าเดิม มีหลายเสียงที่เขาไม่คุ้นเคยนพคุณไม่รอช้า เขารีบเข้าห้องน้ำจัดแจงตัวเอง...อยากออกไปดูให้เห็นกับตา
พริมาตื่นมาก็เห็นยามานั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกเพื่อนหล่อนเห็นแล้วว่ามีความเคลื่อนไหวบนเตียงหล่อนวางหวีลงและหันมายิ้มให้กับสาวน้อยบนเตียง
“เป็นไงจ๊ะ หลับสบายไหม?น้ำท่าไม่ต้องอาบกันเลย” พริมานอนส่งยิ้มหวานตอบกลับไปเมื่อคืนหล่อนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้...แต่ตอนนี้สบายมากหลับเต็มตื่นดีจริงๆ เด็กสาวขยับตัวแต่ต้องนิ่วหน้าเล็กน้อย
“โอย...”พริมาลุกขึ้นมาดูขาตัวเอง หล่อนจำได้แล้ว เมื่อคืนหล่อนล้มแล้วขาก็แพลง ตอนนี้มันบวมเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
“โห...บวมมากเลยนะเนี้ย”ยามาที่ได้ยินเสียงเพื่อนโอดครวญชะโงกหน้ามามอง พริมาลองลุกขึ้นและขยับเดินมันเดินได้แต่ก็โขยกเขยกนิดหน่อย
“เจ็บนิดหน่อยแต่ได้อยู่” สาวน้อยหันไปบอกเพื่อน เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนที่ดูเป็นกังวลไม่น้อย
“ไปอาบน้ำดีกว่าเมื่อคืนไม่ได้อาบ เดี๋ยวคนบางคนจะว่า”
“รีบเลยนะเดี๋ยวจะไปตักบาตร” ยามาตะโกนตามหลังเพื่อนที่เดินโขยกเขยกหอบผ้าเข้าห้องน้ำไป
ที่พักจัดชุดใส่บาตรไว้ให้แขกที่มาพักคนละชุดและเพราะอยู่ติดริมแม่น้ำ การใส่บาตรจึงนั่งใส่บาตรกันริมน้ำเหมือนกันตอนนพคุณออกมาจากห้องนั้นทุกคนนั่งเล่นเดินเล่นกันอยู่ที่ริมน้ำแล้ว
“โฮ่!พระเอกต้องเปิดตัวทีหลัง จะได้เป็นที่สนใจ” ไอ้คเชนทร์หน้าหมาทักทายเขาเป็นคนแรก...และเช้านี้คเชนทร์ไม่ใช่แค่หน้าที่หมา...แต่ลามไปที่ปากด้วยนพคุณด่าเขาในใจอีกตามเคย เขานึกขำตัวเองจนเผลอยิ้มออกมา ทำเอาคนที่ทักพระเอกทำหน้างงด้วยความสงสัย
มองจากตรงนี้ไม่ได้มีแค่พวกภารดีเท่านั้นที่นั่งรอตักบาตรอยู่ แต่ที่น่าสนใจคือผู้ชายสามคนที่นั่งคุยอยู่กับภารดีและคุณนพรักษ์...คุ้นๆ พอเดินเข้าไปใกล้ๆถึงได้เห็นว่าผู้ชายสามคนนั้นคือใคร
“พวกขี้เมา...”นพคุณพึมพำเบาๆ
“บ้านอยู่แถวนี้แหละฮะใกล้ๆ กันหมด เมื่อคืนเมามากเลย ก็เลยนอนบ้านไอ้แจ๊คกันทั้งหมดนี่กลับบ้านไปแม่ด่าแน่ฮะ ฮ่าๆๆๆ แต่เดี๋ยวทำบุญก่อน เผื่อจะช่วยให้แม่ด่าน้อยลง...ฝากถ่ายรูปให้พี่ด้วยนะน้อง” หนึ่งในขี้เมาหันไปบอกคเชนทร์เพราะเห็นเขาสะพายกล้องถ่ายรูปอยู่ใกล้ๆ คเชนทร์หันมายักคิ้วให้แล้วหันไปถ่ายรูปบรรยากาศรอบๆต่อ
“เมื่อคืนก็ได้พวกพี่เขานี่แหละโวยวายมาส่ง”ยามาที่นั่งอยู่ข้างๆ เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
“ขาเป็นยังไงบ้างล่ะน้อง?ล้มซะฝุ่นตลบเป็นหนุมานคลุกฝุ่นเลย” แจ๊คที่เพื่อนๆเรียกหันไปถามพริมา ที่ตอนนี้นั่งฟังยิ้มๆ อยู่ข้างเพื่อนของหล่อน
“ก็เจ็บนิดหน่อยค่ะแต่เดินได้อยู่นะ...ต้องเดินช้าๆ” นพคุณเดินมานั่งข้างพริมา เขาเหลือบมองดูข้อเท้าสาวน้อย เห็นมันบวมมากเอาการอยู่เหมือนกัน
“อย่าทะเลาะกันบ่อยนักล่ะถ้าทะเลาะกันก็คุยกันดีๆ จะได้ไม่ต้องวิ่งตามง้อแบบเมื่อคืน...แถมยังล้มเจ็บตัวอีกดีนะหน้าไม่คว่ำ...ถ้าฟันฟางหักไปล่ะหมดสวยเลย”คเชนทร์ที่ยืนถ่ายรูปอยู่แถวนั้นถึงกับแอบขำ ยามาก็อดขำไม่ได้หล่อนนึกภาพตามว่าถ้าพริมาฟันหักจะน่าสงสารหรือน่าขำก่อนดีพี่แจ๊คช่างใช้คำพูดที่ฟังแล้วคิดตามได้ดีทีเดียว
“แฟนสวยขนาดนี้...สงสัยไอ้น้องนี่จะขี้หึง”ทั้งหมดเงียบ นพคุณ ทำหน้าไม่ถูกส่วนพริมาตอนนี้แก้มหล่อนซับสีชมพูเล็กน้อย ภารดีกับคุณนพรักษ์ ไม่ได้ว่าอะไรเพียงแต่นั่งฟังเรื่องราวเมื่อคืนต่อไปอย่างเงียบๆนพคุณแปลกใจ แม้กระทั่งยามาก็ไม่ขัด...ปกติเพื่อนพริมาคนนี้จะต้องขัดทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา
“ความจริงลูกแก้วกับพี่คุณไม่ใช่แฟนกันหรอกค่ะก็พวกพี่เมื่อคืน...เอ่อ...น่ากลัวนิดหน่อยลูกแก้วกับพี่คุณก็เลยต้องเลยตามเลยความจริงแล้วเราเป็นพี่น้องกันค่ะ”แจ๊คกับอีกสองคนทำหน้าไม่เชื่อซะยิ่งกว่าที่รู้ว่าพริมากับนพคุณเป็นคนรักกันเสียอีก ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ไหนจะพ่อแม่...ลูกยิ่งงงเฟ้ย!แต่ก่อนที่จะต้องมาอธิบายความสัมพันธ์กันยืดยาว เรือที่พวกเขารอก็พายเข้าเทียบฝั่งรับของที่ผู้คนรอใส่บาตรอยู่พอดีพวกขี้เมา บอกว่านพคุณกับพริมาเป็นแฟนกันและทะเลาะงอนกัน ถึงได้วิ่งตามง้อ จนสาวน้อยแก้มแดงต้องรีบออกตัวแก้ข่าวพัลวันว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ขณะที่คนอื่นๆ นั่งฟังเงียบๆแต่ยามาเห็นนพคุณแอบยิ้ม ถึงเขาจะยิ้มแค่แวบเดียวแต่หล่อนเห็น
ฮึ!ท่าจะจริงอย่างพวกพี่ๆ ว่านั่นแหละ ถ้าพริมาเป็นแฟนไอ้คุณชายใหญ่ ขี้เก๊กนี่ล่ะก็เขาต้องเป็นแฟนที่นอกจากจะขี้เก๊ก แล้วยังขี้หึง ขี้หวง ขี้เหวี่ยง ขี้วีนขี้บ่น...สารพัด!...แต่ตอนนี้คุณชายใหญ่ขี้เก๊กน่าหมั่นไส้ที่สุดเรือพระพายจากไปแล้ว ผู้คนก็เริ่มแยกย้ายกันไป พวกพริมายังนั่งกันอยู่แถวนี้ เพราะภารดีสั่งอาหารเช้าให้มาเสริ์ฟที่นี่
“อยู่กินข้าวด้วยกันนะเด็กๆ“ ภารดีหันไปบอกสามหนุ่ม พวกนี้น่าจะแก่กว่านพคุณไม่กี่ปีหล่อนชอบ...พวกเขาคุยสนุกดี
“เด็กเดิกอะไรพี่...พวกผมอ่อนกว่าพี่ไม่กี่ปีหรอก...แต่น้องนี่ลูกสาวพี่จริงเหรอ?”
“นึกว่าน้องสาวนี่ถ้าไม่รู้ว่ามีลูกมีผัวแล้ว ผมเกือบจีบแล้วนะ...ทำไมรีบมีผัวจัง” ยามาแทบสำลักน้ำหล่อนเพิ่งเข้าใจวันนี้...บางทีการพูดอะไรตรงตามความคิดตัวเอง...คนฟังอาจจะรู้สึกพิลึกเอาได้เหมือนกันแต่ไม่มีใครโกรธกับคำถามของเด็กหนุ่ม เพราะดูเหมือนเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร พวกเขานั่งกินข้าวด้วยกัน และกับข้าวนั้นมีมาเพิ่มจากบ้านของแจ๊คที่อยู่ถัดไปจากโฮมสเตย์นี้สามหลัง แม่เขาเอากับข้าวมาให้ เพราะได้ยินว่าลูกชายไปก่อเรื่องไว้เมื่อคืน
“พวกลูกๆอยากจะได้อะไรหรือซื้ออะไรกันก่อนกลับรึเปล่า” ภารดีหันไปถามทุกคน
“ลูกแก้วอยากซื้ออยู่ค่ะเห็นที่ตลาดเมื่อวานตอนเดินไปร้านอาหาร แต่ลูกแก้วไม่แน่ใจว่าตอนนี้จะมีขายรึเปล่าเดี๋ยวไปหาที่ร้านขายยาของสัตว์เลี้ยงก็ได้ค่ะ” พริมาบอกแม่
ของที่หล่อนอยากได้หล่อนเห็นคนขายร้องขายอยู่ในตลาด แต่ตอนนี้เป็นเวลาเช้า ตลาดน่าจะยังไม่มีคนและหล่อนก็ไม่แน่ใจว่าร้านค้าหรือคนขายเป็นร้านประจำหรือเปล่า ออกไปเดินหาอาจจะเสียเวลาและหล่อนก็เจ็บขาด้วย...น่าจะไม่เหมาะ
“อยากได้อะไรล่ะบอกพี่ได้...ที่ตลาดน่ะรู้จักทุกร้านแหละ จะขาจรขาประจำรู้จักหมด” หนึ่งในสามหนุ่มสามมุมเสนอเขาชอบแอบมองพริมา เพราะหล่อนน่ารักดี
“ยานกเขาขันค่ะ” พริมาหันไปยิ้มหวานให้คนถามหล่อนได้ยินคนขายตะโกนบอกสรรพคุณเมื่อวานตอนนี้นพคุณ (ไก่แจ้) ของหล่อนเริ่มขันเก่งแล้วแต่ถ้ามันได้ยาวิเศษอย่างที่คนขายโฆษณาไว้เมื่อวานก็อาจจะเป็นตัวช่วยมันได้ดี...ยาบำรุงจ้า! ใครนกเขาไม่ขันช่วยได้...ขันเช้า!ขันเย็น! ขันทันใจ ขันไว ขันไม่มีหยุด! พริมายิ้ม...หล่อนยังจำคำที่คนขายยาตะโกนบอกได้ดี
“ลูกแก้วจะเอาไปให้นพคุณ”สาวน้อยยิ้มตาใส
“พรืดดดด”คเชนทร์ปล่อยก๊ากหลุดขำ เขาเห็นนพคุณหันมาตาขวางใส่ เขายิ่งกลั้นขำไว้ไม่อยู่
“มันใช้กับไก่ได้ไหมคะ?...สัตว์ปีกเหมือนกัน”พริมายังไม่หยุด ในขณะที่ทุกคนทำหน้าแตกต่างกันออกไปภารดีกุมขมับ...โถ!ลูกสาวคนดีของหล่อน...มาเที่ยวทั้งทียังจะมีกะใจคิดถึงไก่!
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”สามหนุ่มหัวเราะประสานเสียงกัน
“ยานกเขาขันมันใช้กับไก่ไม่ได้น้อง...ใช้กับไก่ไม่ได้!!!”