คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 30 เร่งสร้างกระท่อมฟาง

            ท้องฟ้าสีอึมครึมในยามราตรี หลี่ซื่อจุดตะเกียงน้ำมัน ครอบครัวสี่คนที่งานยุ่งมาทั้งวันได้เวลาเพลิดเพลินกับอาหารเย็นที่แตกต่างจากแต่ก่อนอย่างสิ้นเชิงเสียที

    ไส้หมูปรุงรสน้ำแดง ไส้เล็กเผ็ดหอม น้ำแกงผักไส้หมู น้ำแกงปอดหมูและหัวไชเท้า อาหารสี่อย่างล้วนเป็นการทำมาจากเครื่องในหมูที่ในยามปกติไม่เคยเหลือบมองเลยทั้งสิ่น

    ผิงอันคีบไส้หมูปรุงรสน้ำแดงด้วยตะเกียบใส่เข้าไปในปาก ความประหลาดใจในดวงตายิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หูฉางกุ้ยที่เดิมทีมิได้เป็นคนช่างเลือกรับประทานอาหาร ถือโอกาสคีบปอดหมูขึ้นมาหนึ่งชิ้น คาดไม่ถึงเลยว่ารสชาติไม่เลวเลย อดไม่ได้ที่จะคีบมากขึ้นอีกสองสามชิ้น เดิมหลี่ซื่อยังมีความกังวลเล็กน้อย แต่เห็นสามคนทานเสียจนวางตะเกียบไม่ลง นางจึงลองชิมดูหนึ่งคำ อื้ม รสชาติไม่เลวเลยจริงๆ ด้วย

    หลี่ซื่อหันไปทางบุตรสาวแล้วยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นตั้งตรง รอยยิ้มในตาของเจินจูยิ่งเข้มข้นมากขึ้น

    “ท่านพี่ ไส้หมูปรุงรสน้ำแดงนี้อร่อยจริงๆ ทั้งหอมทั้งนุ่มหยุ่น อื้ม อร่อย!” ในปากผิงอันยังเคี้ยวไส้หมูอยู่ ในมืออีกข้างก็คีบอีกหนึ่งตะเกียบเตรียมไว้ ครอบครัวหูตลอดทั้งปีทานเนื้อได้ไม่กี่ครั้ง ดังนั้นทุกครั้งที่มีอาหารประเภทเนื้อ ผิงอันจะเลือกทานอันที่มีแต่ไขมัน ครั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น แก้มที่นูนขึ้นยังขยับไม่หยุด ริมฝีปากที่มันแผล็บเด่นเสียจนหน้าตาของเด็กน้อยดูตลกเป็นอย่างมาก

    “ช้าหน่อย ไม่มีคนแย่งเจ้าหรอก” เจินจูโน้มน้าวด้วยการยิ้มตาหยี และยังกล่าวกับหลี่ซื่อที่ค่อยๆ เคี้ยวกลืนอย่างช้าๆ ว่า “ท่านแม่ นี่เป็นน้ำแกงปอดหมูหัวไชเท้า ทานแล้วลื่นคอเป็นที่สุด อีกเดี๋ยวท่านต้องซดน้ำแกงให้มากหน่อยนะเจ้าคะ”

    หลี่ซื่อยิ้มพลางพยักหน้า แล้วหันไปยกนิ้วหัวแม่มือตั้งตรงให้นางอีกครั้ง

    “นี่มิใช่ข้าทำหรอก คนครัวใหญ่เป็นพี่รอง ข้าเพียงบอกขั้นตอนให้แก่นางคร่าวๆ นางก็ทำได้อร่อยเช่นนี้เลย ฝีมือพี่รองยอดเยี่ยมนัก ล้วนไล่ตามฝีมือของท่านย่าได้แล้ว ข้าแค่เป็นผู้ช่วยเอง” เจินจูยิ้มพลางอธิบาย

    ท่าทีของเจินจูที่ไม่ยอมรับว่าเป็นความดีความชอบของตนทำให้หลี่ซื่อปลื้มอกปลื้มใจเป็นอย่างมาก รอยยิ้มบนใบหน้าลึกซึ้งขึ้น

    “ท่านแม่ นี่ให้ท่าน อันนี้อร่อย ท่านทานเยอะๆ หน่อย” จู่ๆ ผิงอันก็คีบไส้หมูให้แก่หลี่ซื่อ หลังจากนั้นมุมปากก็ยกยิ้มแล้วมองนางด้วยความคาดหวังเต็มใบหน้า

    หลี่ซื่อหันศีรษะมามองบุตรชายคนเล็กที่มีความคาดหวังเต็มเปี่ยม จึงยกหัวแม่มือตั้งตรงให้เขาด้วย

    ผิงอันจึงทานอาหารต่อได้ด้วยความพอใจเป็นอย่างยิ่ง

    เมื่อเจินจูถูกผิงอันแสดงอาการเด็กน้อยใส่ จึงหัวเราะเสียเสียงดัง เจ้าเด็กนี่โตขนาดนี้คาดไม่ถึงเลยว่ายังใช้เล่ห์เพทุบายให้ได้รับคำชมเช่นนี้อีก ยังเป็นเด็กน้อยจริงๆ ด้วย

    หูฉางกุ้ยทานข้าวคำใหญ่ปิดปากไม่พูดไม่จา แต่หูกลับฟังพวกนางอยู่ตลอด บรรยากาศปรองดองบนโต๊ะอาหาร ในใจเขาอบอุ่นอยู่พักหนึ่ง

    บนโต๊ะที่บ้านเก่า ครอบครัวเดียวกันกำลังทานได้อย่างสบายอกสบายใจเช่นกัน หลังหวังซื่อชิมอาหารไม่กี่อย่างหนึ่งรอบก็อุทานออกมา “เครื่องในนี่สามารถทำได้อร่อยมากขนาดนี้เลยหรือ หาได้ยากจริง โดยเฉพาะไส้ใหญ่นี่ เมื่อก่อนล้วนรังเกียจกลิ่นแรงจึงไม่ชอบทาน แต่ทำเช่นนี้แล้วอร่อยขึ้นมากเลย กรอบแล้วยังมีความยืดหยุ่นอีก”

    “ท่านย่า เจินจูบอกว่า เครื่องในนี้ต้องใช้ขี้เถ้าถูอยู่หลายครั้ง หลังจากนั้นกลิ่นก็จะหายไปเอง ปอดหมูนี่ราดน้ำหลายทีหน่อยแล้วค่อยเทออก ทั้งยังต้องหั่นแล้วเอาไปลวกน้ำเททิ้งอีก ข้าล้วนจดจำเอาไว้แล้ว ต่อไปบ้านเราซื้อกลับมาทำเองสักครั้งเถิด รับรองเลยว่าจะทำออกมาให้ดี” ชุ่ยจูกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แล้วสอบถามวิธีต้มกับหวังซื่อไม่หยุด

    เหลียงซื่อไม่สามารถทานเผ็ดได้มาก นางดื่มน้ำแกงในถ้วยช้าๆ เห็นว่าผิงซุ่นกำลังทานไส้เล็กที่ทั้งเผ็ดและหอมจนส่งเสียงซี๊ดปากดัง “ฮู่ว ฮู่ว” ตะเกียบในมือจึงเอื้อมไปทางกับข้าวถาดนั้นอย่างอดไม่ได้ นางคีบหนึ่งชิ้นเข้ามาในปากอย่างระมัดระวัง รสชาติเผ็ดร้อนนุ่มหยุ่นแพร่กระจายออกมา ดวงตาของนางจ้องมองเขม็งแล้วถามอย่างตรงไปตรงมา “ชุ่ยจู เหตุใดกับข้าวนี่ถึงได้ชาลิ้นเช่นนี้?”

    “นั่นเป็นฮวาเจียวที่เจินจูซื้อมาน่ะเจ้าค่ะ ตอนทำอาหารเผ็ดใส่มันเข้าไปเล็กน้อย รสชาติจะเปลี่ยนเสียจนทั้งชาทั้งเผ็ด อร่อยยิ่งนัก ท่านแม่ ท่านทานเผ็ดให้น้อยลงหน่อยนะเจ้าคะ ท่านทานอันนี้เถิด นี่ก็อร่อย” ชุ่ยจูอธิบายจบ จึงคีบไส้หมูให้แก่เหลียงซื่อ

    หลังจากหูฉางหลินได้เริ่มชิม ปากก็ไม่หยุดเคี้ยวอีกเลย เดิมเขายังมีท่าทีสงสัย แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องในหมูเหม็นโฉ่ที่เขาเคยรังเกียจหรือ? ทำไมถึงทำได้อย่างเอร็ดอร่อยเช่นนี้ ใส่ฮวาเจียวเข้าไปในกับข้าวแม้จะเกิดอาการชาที่ปาก แต่รสชาติเผ็ดชาผสมกันขึ้นมากลับก่อเกิดเป็นรสชาติเลิศล้ำอีกรสหนึ่ง หูฉางหลินยามนี้คิดเลื่อมใสเจินจูอย่างเป็นจริงเป็นจังไม่หยุด หลานสาวคนนี้ของเขาราวกับว่ารู้สิ่งต่างๆ ไปหมดเสียทุกอย่าง

    ผู้สูงวัย ผู้อ่อนเยาว์ครอบครัวหนึ่งทานอาหารเย็นด้วยบรรยากาศคึกคักชื่นมื่น อาหารเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต เพียงทานอิ่มทานอร่อยจึงจะมีเรี่ยวแรงคิดเรื่องอื่นๆ

    ก่อนที่หิมะจะตก คนสองครอบครัวเกือบจะทั้งหมดก็มาช่วยกันทำงาน จากเช้าจรดเย็น ในที่สุดกระท่อมฟางของบ้านหูฉางกุ้ยก็สร้างเสร็จ อากาศยามนี้มีเสียงหวีดร้องโหยหวนจากลมทางเหนือ ชายชราหูกล่าวว่า เกรงว่าหิมะคงจะมาในวันพรุ่งนี้หรือไม่ก็วันมะรืนแล้ว

    กระท่อมฟางล้อมรอบด้วยม่านฟางสองรอบ คนที่ยืนอยู่ด้านในไม่รู้สึกถึงลมหนาวเลยสักนิด เจินจูพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จึงบัญชาการทุกคนให้นำกระต่ายที่แออัดอยู่ในเล้าไก่แบ่งเป็นกลุ่มยกออกมา กระต่ายตัวผู้โตเต็มวัยจำนวนหนึ่งที่เดิมทีใส่ไว้ในห้องฟืนก็ถูกนำออกมาเช่นกัน ห้องฟืนสี่ด้านลมโกรก แม้จะพยายามใช้แผ่นไม้ล้อมรอบไว้ แต่ลมหนาวเย็นก็ยังคงล้อมรอบ ดีที่ว่า ที่พักกระต่ายหลังใหม่สร้างได้ใหญ่ กรงกระต่ายทั้งหมดย้ายเข้าไปแล้ว ยังเหลือที่ว่างไม่น้อยเลย

    เมื่อจัดการปัญหาเรื่องย้ายที่อยู่เสร็จสิ้น เจินจูก็เสนอความเห็นว่าพรุ่งนี้เช้าให้นำกระต่ายตัวผู้สิบสี่ตัวที่ยังเหลืออยู่ขายทิ้งไปเสีย เพื่อประหยัดหญ้าที่จะไว้ใช้เลี้ยงสัตว์

    หลังทุกคนปรึกษากันเสร็จสิ้นแล้ว ก็เตรียมแบกกระต่ายไปขาย ยังคงเป็นสองพี่น้องสกุลหูรวมกับเจินจู แต่ครั้งนี้จะพาหวังซื่อไปด้วย เพราะขายกระต่ายเสร็จแล้ว จำเป็นต้องเลือกซื้อเข็ม ด้าย และผ้าสำหรับเอาไว้ใช้ข้ามหน้าหนาว สองพี่น้องสกุลหูไม่เข้าใจเรื่องผ้านัก เจินจูยังเล็กเย็บปักได้ไม่คล่อง ยิ่งกว่านั้นคือเรื่องการวัดตัวที่ยุ่งยากเช่นนี้ เหลียงซื่อกับหลี่ซื่อล้วนไม่สันทัด หวังซื่อจึงต้องออกโรงด้วยตนเอง

    แต่ไหนแต่ไรมาร่างกายหวังซื่อก็ไม่แย่นัก ช่วงที่ผ่านมาเจินจูใช้น้ำแร่จิตวิญญาณบำรุงร่างกายนางอย่างระมัดระวัง กำลังวังชาจึงยิ่งกระฉับกระเฉง ตนเองรู้สึกว่าสามารถหาบข้าวฟ่างร้อยกว่าชั่งย่อมไม่มีปัญหา

    หลังกำหนดเลือกคนเสร็จแล้ว ต่างคนต่างก็ไปพักผ่อน

    หลายวันก่อนหลี่ซื่อได้เริ่มเผาเตียงผิงไฟแล้ว บอกให้เจินจูย้ายเข้ามานอนที่ห้องหลักตลอด แต่ในใจเจินจูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก นอนคนเดียวมาหลายปี จะยินยอมใช้เตียงเดียวกัน ใช้หมอนร่วมกันกับคนอื่นได้อย่างไร ถึงแม้จะเป็นบิดามารดาพี่น้องครอบครัวเดียวกันก็ตาม ดังนั้นนางจึงหาข้ออ้างยืดเวลาออกไปตลอด อย่างไรเสียตอนกลางดึกนางก็ไม่รู้สึกหนาวอยู่แล้ว

    เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ้ายังไม่ทันสว่าง หวังซื่อกับหูฉางหลินก็มาถึงก่อนเวลาแล้ว เจินจูลุกจากเตียงด้วยความมึนเบลอ มองท้องฟ้านอกหน้าต่างที่ภาพยังคงมืดสลัวลางเลือน เจินจูมืดครึมไปทั้งหน้า นี่ต้องตื่นเช้าแค่ไหนกัน

    หลังพลิกกายไปมาอยู่สักพัก ทั้งสี่คนก็ได้เวลาออกคลำทางมืดลัดสู่ทางถนนเส้นเล็กเข้าเมืองไป

    วันนี้ถึงวันตลาดพอดี ตอนพวกเขามาถึงจึงเต็มไปด้วยผู้คนแออัดยิ่งนัก หมู่บ้านที่อยู่บริเวณรอบด้านต่างล้วนนำเอาสินค้าที่มีเฉพาะในท้องถิ่นของตนเข้ามาขายในเมือง

    เจินจูกับคนหนึ่งกลุ่มที่มีประสบการณ์ครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ เดินเลี่ยงกลุ่มคนแล้วเลี้ยวเข้าซอย ประตูหลังร้านอาหารของสือหลี่เซียงกำลังเปิดอยู่ ลูกจ้างกำลังขนย้ายผักสดใหม่เข้าไปด้านใน เมื่อร้องทักทายลูกจ้างที่อยู่ในลาน เจ้าของร้านจางก็รีบวิ่งพุ่งออกมา

    ตลาดวันนี้ทำให้โต๊ะที่นั่งในร้านอาหารไม่ว่างเลย ตลอดทั้งเช้าเขายุ่งอยู่กับงานอย่างเป็นอย่างยิ่ง แต่กระต่ายของสกุลหูก็ยังสามารถขายได้อย่างราบรื่นนัก แม้เจ้าของร้านจางจะแปลกใจกับจำนวนกระต่ายที่มากมายอยู่เล็กน้อย แต่ก็ชั่งน้ำหนักแล้วให้ราคาตามครั้งก่อนอย่างใจกว้าง กระต่ายตัวผู้แข็งแรง 14 ตัวทั้งหมด 61 ชั่ง ดีดลูกคิดต๊อกแต๊กเป็นทั้งหมด 1,464 เหวิน

    เจ้าของร้านจางหมุนกายสั่งลูกจ้างให้ไปหยิบเหรียญทองแดงออกมา เจินจูกะพริบตา ในใจรู้สึกชอบใจเจ้าของร้านจางร่างท้วม เขาพูดคล่อง ตรงไปตรงมาอยู่หลายส่วน จึงก้าวไปด้านหน้าสองก้าวแล้วกล่าวเสียงเบา “ท่านปู่เจ้าของร้าน พวกท่านเข้าหน้าหนาวแล้วยังต้องการกระต่ายอยู่หรือไม่? ที่บ้านข้ายังมีคอกเล็กอยู่อีกรุ่นหนึ่ง ผ่านไปสักพักเลี้ยงให้โตแล้วจึงจะขายได้”

    เจ้าของร้านจางก้มหน้ามองเด็กสาวตัวเล็กขาวนุ่มตรงหน้า แม้แต่หลานสาววัยห้าขวบบ้านของตนยังไม่กล้าให้เขาอุ้ม ดังนั้นเขาจึงพยายามยิ้มด้วยใบหน้าที่ตนคิดว่าสุภาพอ่อนโยนนุ่มนวลที่สุดขึ้นมาแล้วกล่าว “ต้องการสิ หน้าหนาวสัตว์ในภูเขาต่างก็ซ่อนตัวกันทั้งนั้น อาหารในป่าจับยาก บ้านเจ้ามีกระต่ายเท่าไหร่ก็เอามาได้เต็มที่ ล้วนรับตามราคาตลาด ไม่เอาเปรียบพวกเจ้าอย่างแน่นอน พวกเจ้าต่างเป็นญาติของพี่หวัง สามารถไถ่ถามการปฏิบัติตัวของข้า จางหย่งฝู กับเขาได้เลย ค้าขายกับเขามาหลายสิบปีไม่เคยลดเงินเขาแม้แต่หนึ่งเหวิน”

    นายพรานของหมู่บ้านใกล้เคียงจับกระต่ายได้ไม่น้อย แต่ชาวไร่ชาวนาที่เลี้ยงกระต่ายมีน้อยนัก หากว่าเลี้ยงได้เป็นอย่างดีเช่นนั้นก็สามารถเอามาทำสัญญาร่วมมือกันในระยะยาวได้ อาหารป่านี้บางครั้งก็ไม่มีจำนวนที่แน่นอน ตอนค้าขายดีก็จัดหามาไม่เพียงพอ หากมีแหล่งผลิตสินค้าที่มั่นคง นั่นย่อมเป็นการดีเป็นอย่างยิ่ง

    “เอ่อ การปฏิบัติตัวของเจ้าของร้านจางพวกเราย่อมเชื่อใจได้” หูฉางหลินตอบกลับอย่างตะกุกตะกัก เจ้าของร้านจางท่าทางเหมือนวางอำนาจ แม้ใบหน้าจะประดับรอยยิ้ม แต่หูฉางหลินยังคงรู้สึกตึงเครียดอยู่เล็กน้อย

    “ท่านปู่เจ้าของร้าน เช่นนั้นรอให้กระต่ายบ้านข้าโตแล้วจะนำมาส่งให้ท่านนะเจ้าคะ” บนใบหน้าของเจินจูประดับรอยยิ้มหวานแสดงตัวเป็นเด็กสาวแสนน่ารักต่อไป

    แม่นางตัวน้อยตาโตคิ้วบางรอยยิ้มแสนหวาน ในดวงตาของเจ้าของร้านจางจึงมีรอยยิ้มประดับ “ตกลง ปู่จะรอเจ้านะ” เจ้าของร้านจางหมุนกายกลับไปรับเงินจากลูกจ้างแล้วส่งให้หูฉางหลิน

    หลังรับเงินมาและนับอย่างละเอียดแล้ว คนหนึ่งกลุ่มจึงกล่าวลาออกมาจากลาน

    “โอ้ เจินจู เมื่อครู่เจ้าช่างกล้าหาญนัก เจ้าของร้านจางนั่นท่าทางห้าใหญ่สามหนา [1] เจ้ายังกล้าเข้าไปพูดคุยกับเขาใกล้ๆ ” หูฉางหลินทอดถอนใจ

    “ฮ่า ฮ่า…” เจินจูหัวเราะเบาๆ ครู่หนึ่ง “ต้องกลัวอันใดกัน คนเขาเป็นเจ้าของร้านอาหารที่ใหญ่ถึงเพียงนั้น แม้หน้าตาจะค่อนข้างโหดเหี้ยม แต่จิตใจดีนัก บ้านเรามีกระต่ายสิบกว่าตัว ทั้งหมดค่อนข้างตัวใหญ่อวบอ้วน เลี้ยงแล้วอีกประมาณหนึ่งเดือนก็น่าจะสามารถขายได้”

    “ไอ๊หยา เด็กดีของข้า” ทันใดนั้นหวังซื่อก็กอดเจินจูอย่างตื่นเต้นดีใจนัก

    ครั้งนี้ที่มากับพวกเขา ได้เห็นเหตุการณ์ขายกระต่ายด้วยตาตนเอง มีเงินหนักๆ หนึ่งถุงใส่เข้าไปในหน้าอกนาง นางยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันอยู่เล็กน้อย ไม่ต้องกล่าวถึงการขายได้อย่างราบรื่น แล้วยังมีการจองกระต่ายคอกต่อไปอีก นี่สกุลหูเลี้ยงกระปุกเงินไว้หรือ!

    หวังซื่อโดนความรู้สึกมีความสุขที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดทุบเข้าจนมึนหัว นี่ล้วนต้องพึ่งพาอาศัยบุญวาสนาของเจินจูแล้ว คำกล่าวของหวังซื่อจึงเจือความตื่นเต้นปะปนมาด้วย “เจินจู เจ้าเป็นบุคคลที่นำโชคมาให้บ้านเราจริงๆ เลี้ยงกระต่ายออกมาทีละคอกๆ หนึ่งปีก็สามารถหารายได้ได้มากมายเลย หนทางเลี้ยงชีพของที่บ้านก็ไม่ต้องกลุ้มใจแล้ว”

    “ท่านย่า นี่ล้วนเป็นความดีความชอบของทุกคนเจ้าค่ะ ข้าแค่ออกความเห็นเท่านั้นเอง รอกระต่ายคอกนี้โตหน่อยก็ขายกระต่ายตัวผู้ทิ้ง เก็บกระต่ายตัวเมียไว้ออกลูก เช่นนี้ปีหน้ากระต่ายบ้านพวกเรานับวันก็ยิ่งมากขึ้นแล้ว” เจินจูหัวเราะ ฮิๆ ให้กับภาพแผนการเลี้ยงกระต่ายในอนาคต อย่างไรเสียนางก็รับผิดชอบเพียงออกความคิดเห็น แรงงานส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาพวกเขา

    “ดี ดี กระต่ายมากแล้วพวกเราทั้งครอบครัวก็จะไปช่วยด้วย ปีหน้าถือโอกาสเอาบ้านของพวกเราทั้งสองหลังรื้อแล้วทำใหม่เสียหน่อย ฝนตกหนักจะได้ไม่ต้องมีน้ำรั่วอีก” หวังซื่อเป็นห่วงปัญหาเรื่องรื้อและสร้างบ้านใหม่มาตลอด หากไม่ใช่สองปีมานี้ใช้ชีวิตได้อย่างลำบากยากแค้นแล้วล่ะก็ ควรจะรื้อและสร้างใหม่ตั้งนานแล้ว นี่พอถึงหน้าฝนก็ต้องมานั่งกังวลว่ากระเบื้องมุงหลังคาพอถูกลมแรงพัดหลังคาบ้านจะแตกลงมาหรือไม่

    ขณะพูดคุยกันอยู่ คนทั้งกลุ่มก็เดินมาถึงถนนใหญ่ ถนนกว้างขวางเต็มไปด้วยแผงลอยและพ่อค้าหาบเร่ แม้สีท้องฟ้าจะครึ้มฝน ลมเย็นจะหนาวเหน็บเล็กน้อย แต่คนเดินตลาดก็ยังคงมากอยู่นัก


    เชิงอรรถ

            [1] ห้าใหญ่สามหนา ห้าใหญ่ คือ สองมือ สองเท้า และหนึ่งศีรษะที่มีขนาดใหญ่ ส่วนสามหนา คือ ขา เอว และคอที่หนา


    คล้ายกับเรื่องคู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185