ป้อมปราการแดนเหนือ...ดินแดนที่เป็ดั่งขุมนรกของคนธรรมแต่เป็สรวง์ของเหล่าผู้ฝึกตน! นับตั้งแตที่โจวหยางเดินทางมาถึงป้อมปราการแดนเหนือก็ได้ผ่านไปแล้วเป็เวลาหนึ่งปี...
ป้อมปราการแดนเหนือเป็สถานที่ที่โหดร้ายตั้งอยู่บนเทือกเขาเสิ่นเทียนเดิมทีในอดีตเป็ช่องเขาขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อระหว่างชายแดนของประเทศอวิ้นจูและทุ่งหญ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวชนเผ่า อย่างไรก็ตามหลายร้อยปีก่อนหลังจากาจบลงป้อมปราการแห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นเป็จุดตัดการเชื่อมต่อระหว่างประเทศอวิ้นจูและทุกหญ้าศักดิ์สิทธิ์
ที่เป็์ของผู้ฝึกตนเพราะในเทือกเขาเสิ่นเทียนนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรมากมายรวมไปถึงสัตว์อสูรที่หาได้ยากในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ อีกทั้งบนเทือกเขาเสิ่นเทียนนั้นยังเป็ที่ตั้งของสามสำนักเต๋าและยังมีปรมาจารย์ฟ้าพำนับอยู่ถึงสี่คน!
เรียกได้ว่าป้อมปราการแดนเหนือนี้ต่างหากถึงจะเป็โลกของผู้ฝึกยุทธ์ในทวีปอวิ้นจูอย่างแท้จริง!
ภายในป้อมปราการแดนเหนือนั้นมีพื้นที่กว้างขวางไม่ต่างไปจากเมืองขนาดใหญ่ ภายในป้อมนั้นนอกจากกรมทหารที่เป็กองทัพอันเลื่องชื่อของประเทศแล้วยังมีอีกขุมอำนาจหนึ่งนั้นก็คือสำนักต่อสู้ทั้งสิบสอง!
แผนผังขุมอำนาจของเทือกเขาเสิ่นเทียนนั้นผู้ที่อยู่สูงที่สุดก็คือสี่ขุมอำนาจใหญ่ที่นำโดยปรมาจารย์ฟ้าทั้งสี่อันได้แก่ สำนักบุพผาเหมันต์แห่งหุบเขาเสวี่ย สำนักเพลิงพิโรธแห่งหุบเขาอาทิตย์อัสดง สำนักกระบี่แห่งหุบเขาคุนหลุน และสุดท้ายก็คือกองทัพเกราะทองแห่งป้อมปราการแดนเหนือ!
สี่ขุมอำนาจที่นำโดยปรมาจารย์ฟ้าทั้งสี่ซึ่งถือเป็สามส่วนของปรมาจารย์ฟ้าทั้งแผ่นดินอวิ้นจู!
นอกจากนี้ทั้งสี่ขุมอำนาจล้วนมีสาขาย่อยอยู่ภายในป้อมปราการแดนเหนือนั่นก็คือสี่ในสิบสองของสำนักต่อสู้ ทั้งสี่สำนักต่อสู้นี้จัดอยู่ในลำดับบนของสำนักต่อสู้ทั้งสิบสองควบคุมดูแลผู้ฝึกตนที่อยู่ในป้อมปราการ ส่วนที่อยู่ลำดับต่ำสุดของป้อมปราการก็คือกลุ่มของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ โรงฝึกต่างๆ และผู้ฝึกยุทธ์พเนจร แม้ว่าในป้อมปราการจะมีคนธรรมดาอยู่บ้างแต่ก็เป็เพียงจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น
โรงฝึกใบไม้์...
โรงฝึกใบไม้์เป็หนึ่งในโรงฝึกเล็กๆแห่งหนึ่งของป้อมปราการแดนเหนือ ในระดับตำลงมาจากสำนักต่อสู้นั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็กลุ่มพันธมิตรที่ถูกจัดตั้งขึ้นของโรงฝึกและกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ต่างๆภายใต้ชื่อของสี่ขุมอำนาจใหญ่แห่งเทือกเขาเสิ่นเทียน
อย่างไรก็ตามยังมีอีกมากมายที่เป็กลางไม่เข้าร่วมฝ่ายใดอย่างเช่นโรงฝึกใบไม้์แห่งนี้ ย้อนกลับไปสามปีก่อนโรงฝึกแห่งนี้ได้ถูกจัดตั้งขึ้นบริเวณทิศตะวันออกของป้อมปราการโดยปรมาจารย์ดินท่านหนึ่งนามว่าเซี่ยหง!
ภายในเวลาเพียงสามเซี่ยหงได้ตัดผ่านไปยังขั้นที่ห้ากลายเป็ที่รู้จักในเขตตะวันออกของป้อมปราการแล้วเริ่มสร้างชื่อเสียงเป็ที่เลื่องลือ! แม้ว่าในป้อมปราการแห่งนี้จะมีปรมาจารย์อยู่มากมายแต่ในระดับที่ต่ำกว่าสำนักต่อสู้นั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็ปรมาจารย์ดินขั้นต้น(1-3)เท่านั้น! การที่เซี่ยหงกลายเป็ปรมาจารย์ดินขั้นกลางนั้น(4-6)ทำให้สมดุลของอำนาจระดับล่างเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตามทางเขตตะวันออกนั้นเป็พื้นที่ในการดูแลลานฝึกทหารซึ่งเป็สำนักต่อสู้ภายใต้กองทัพเกราะทอง! นับเป็การวางแผนที่ดีของโรงฝึกใบไม้์เพราะลานฝึกทหารนั้นไม่สนใจเื่อำนาจเล็กๆภายในป้อมปราการแต่มุ่งเน้นไปที่การควบคุมความสงบและบ่มเพราะผู้มีพร์เข้าสู่กองทัพเกราะทอง
หากเป็เป็ที่เขตอื่นๆที่ถูกควบคุมโดยอำนาจของสามสำนักเต๋าแล้วเกรงว่าการผงาดขึ้นมาของเซี่ยหงนั้นคงจะดับสูญไปพร้อมกับโรงฝึกนานแล้ว!
วันนี้เป็วันครบสี่ปีที่ก่อตั้งโรงฝึกขึ้นมา ภายในโรงฝึกนั้นมีสมาชิกอยู่สามสิบเจ็ดคนต่างมารวมตัวกันที่ด้านในของโรงฝึก หนึ่งปีที่ผ่านมานั้นโรงฝึกแห่งนี้เปลี่ยนไปมากจากเดิมที่มีอยู่เกือบร้อยคนสุดท้ายก็หลงเหลืออยู่เพียงเท่านี้ ทว่ามีคำกล่าวไว้ว่าคุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ เฉกเช่นหนึ่งปรมาจารย์ก็รับมือผู้ฝึกยุทธ์ได้นับสิบคน!
การเปลี่ยนแปลงภายในหนึ่งปีที่ผ่านมานั้นเรียกว่าพลิกคว่ำความเป็อยู่ก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ในจำนวนสามสิบเจ็ดคนที่เหลืออยู่นี้ถูกดูแลโดยรองหัวหน้าทั้งสองของโรงฝึกซึ่งก็คือเซี่ยหงและเตาเหวินเทียนที่เปลี่ยนชื่อเป็เสินเทียน
สมาชิกทั้งสามสิบเจ็ดคนนั้นมีสามคนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบ เจ็ดคนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปลาย ยี่สิบคนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกลางและสิบคนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้น! อย่างไรก็ตามสำหรับคนในโรงฝึกนั้นระดับขั้นพวกนี้ล้วนไม่มีความสำคัญแม้แต่น้อย! ทั้งหมดก็เพราะการเปลี่ยนแปลงเมื่อหนึ่งปีก่อน!
โรงฝึกใบไม้์ถูกแบ่งออกเป็สี่ห้องฝึกโดยมี ห้องกระบี่ ห้องค่ายกล ห้องปรุงยา และห้องหลอมศาสตรา ทั้งสี่ศาสตร์นี้ถูกถ่ายทอดโดยหัวหน้าใหญ่ผู้ลึกลับของโรงฝึกใบไม่์! จนมาถึงตอนนี้ก็มีเพียงห้าคนเท่านั้นที่เคยพบกับหัวหน้าใหญ่ของโรงฝึกแห่งนี้
นอกจากสี่ห้องเรียนแล้วโรงฝึกใบไม้์ยังถูกแบ่งออกเป็สองชั้นโดยชั้นที่หนึ่งก็คือห้องเรียนทั้งสี่ที่เรียกว่าสมาชิกเสริมซึ่งมีกฏเหล็กคือห้ามเผยแพร่สิ่งที่เรียนรู้ภายในโรงฝึกออกไปสู่ด้านนอกนี่เป็กฏของสามห้องเรียน และสำหรับห้องเรียนกระบี่นั้นก็มีกฎอยู่เช่นกัน คนของห้องเรียกกระบี่หากไม่ได้รับอนุญาตไม่ว่าจะเป็ภายในหรือภายนอกโรงฝึกล้วนห้ามใช้พลังเกินกว่าห้าส่วน!
ส่วนชั้นที่สองนั้นว่ากันว่าหากได้ขึ้นไปไม่ว่าจะเป็คนจากห้องเรียนไหนก็จะได้รับการยอบรับจากโรงฝึกลายเป็สมาชิกหลักและได้รับการชี้แนะจากหัวหน้าใหญ่ด้วยตัวเอง! จนถึงวันนี้โรงฝึกใบไม้์นั้นมีเพียงแค่ห้าคนเท่านั้นที่สามารถขึ้นสู่ชั้นที่สองและกลายเป็สมาชิกหลักของโรงฝึกใบไม้์!
สำหรับโรงฝึกเล็กๆแล้วความเข้มงวดเช่นนี้มากเกินไปจริงๆและหากคนภายนอกรู้คงได้แต่หัวเราะเยาะเย้ยในความโอหังของโรงฝึกใบไม้์ แต่ทว่าสำหรับสมาชิกโรงฝึกแล้วนี่ไม่นับเป็อะไรได้เลยหากเทียบกับสิ่งที่จะได้เรียนรู้จากโรงฝึกแห่งนี้!
ในวันนี้ทุกคนถูกเรียกมารวมตัวกันโดยเซี่ยหงเพื่อประกาศเื่สำคัญและพิธีการประจำปีของโรงฝึกใบไม้์ ตรงด้านในสุดของโรงฝึกมีกระดานไม้ถูกติดเอาไว้สองแผ่น แผ่นแรกถูกสลักตัวอักษรไว้สี่แถวตามห้องเรียนทั้งสี่ ส่วนแผ่นไม้อีกแผ่นหนึ่งนั้นสลักเอาไว้ว่าชั้นที่สอง!
บนแผ่นไม่ทั้งสองนั้นมีป้ายชื่อแขวนเอาไว้ทั้งหมดสามสิบเจ็ดอันเป็ตัวแทนของสมาชิกทั้งหมดในโรงฝึกใบไม่์
“ตามที่เคยบอกกับพวกเ้าเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว ในวันนี้ของทุกปีโรงฝึกใบไม้์จะมีการจัดอันดับภายในและการสอบขึ้นชั้นที่สอง!”
เซี่ยหงมองไปยังสมาชิกทั้งหมดด้วยรอยยิ้ม ในสายตาของเขาเห็นชัดถึงความตื่นเต้นและความฮึกเหิมในใจของแต่ละคน ตลอดหนึ่งปีที่ร่ำเรียนมาอย่างยากลำบากนั้นผลของความเหน็ดเหนื่อยจะถูกแสดงให้เห็นในวันนี้!
“สำหรับสิทธิ์การเลื่อนขั้นไปชั้นที่สองนั้นกำหนดให้ผู้มีสิทธิ์เข้าทดสอบคืออันดำที่หนึ่งของแต่ละชั้นเรียน! ดังนั้นในการจัดอันดับภายในขอให้พวกเ้าแสดงฝีมือให้เต็มที่ และเื่สุดท้ายที่ข้าจะประกาศนั้นก็คือโรงฝึกใบไม้์จะเปิดรับสมาชิกเพิ่มในอีกสามวันนับจากนี้!”
แต่ละคนล้วนเคร่งเครียดขึ้นมาทันที แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้สนใจการเปิดรับสมาชิกใหม่แต่เป็การแย่งชิงสิทธิ์ในการเลื่อนขั้นไปสู่ชั้นที่สองต่างหาก! สมาชิกของห้องเรียนแต่ละห้องล้วนจับจ้องไปยังสหายของตัวเองที่ร่ำเรียนมาด้วยกันตลอดหนึ่งปี
ชั้นที่สองเชียวนะ! ลองดีคนที่สามารถขึ้นสู่ชั้นที่สองได้แต่ละคนสิ! นอกจากรองหัวหน้าเสินเทียนที่ไม่ค่อยปรากฏตัวแล้วคนอื่นๆล้วนแล้วแต่เป็สุดยอดของแต่ละสายที่เปิดสอนในโรงฝึก! รองหัวหน้าเซี่ยหงแน่นอนว่าเป็ปรมาจารย์ดินขั้นที่ห้าย่อมยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และยังเป็เลิศในด้านเพลงกระบี่เป็ผู้ฝึกสอนของห้องเรียนกระบี่!
ส่วนอีกสามคนก็ล้วนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สิบของโรงฝึกแห่งนี้โดยประกอบไปด้วยผู้เฒ่าเหล่ยกวงที่เก่งกาจในด้านวิชาค่ายกล ผู้เฒ่าเป่ยซานที่ถนัดในศาสตร์การหลอม และสุดท้ายก็คือศิษย์พี่เหม่ยกวงอัจฉริยะอายุน้อยที่มีฝีมือเลิศล้ำในด้านการปรุงยา! ในสายตาของสมาชิกโรงฝึกคนเหล่านี้ไม่ต่างไปจากเทพเซียนที่เก่งกาจยิ่งกว่าคนจากสำนักเต๋าเสียอีก!
และคนเหล่านี้ก็ล้วนเป็สมาชิกหลักของชั้นที่สองดังนั้นหากพวกเขาสามารถขึ้นสู่ชั้นที่สองได้ก็ย่อมต้องมีความสามารถเลิศล้ำเฉกเช่นพวกเขาแน่นอน! แน่นอนว่าในใจของสมาชิกโรงฝึกใบไม้์นั้นผู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดและเป็ที่เคารพบูชาของพวกเขาก็คือหัวหน้าใหญ่ผู้ถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้ลงมา!
“อีกหนึ่งชั่วยามจะเริ่มการทดสอบตอนนี้พวกเ้าไปเตรียมตัวได้แล้ว!”
“ขอรับ!”
สมาชิกของแต่ละห้องเรียนจากไปเหลือเพียงแค่สมาชิกหลักจากชั้นที่สองยืนอยู่ การจัดลำดับนี้ไม่ใช่เพียงแค่สมาชิกของสี่ห้องเรียนเท่านั้นที่ต้องเตรียมตัว พวกเขาเองที่เป็ผู้ฝึกสอนในแต่ละห้องเรียนก็จำเป็ต้องเตรียมการเช่นกัน การทดสอบทั้งหมดถูกออกแบบโดยหัวหน้าใหญ่ดังนั้นต่อให้เป็พวกเขาการจะเตรียมการทุกอย่างนั้นก็ไม่ใช่เื่ง่ายเช่นกัน
“รองหัวหน้าเสินต้องรบกวนท่านไปรายงานด้วย พวกเรายังต้องไปเตรียมการสำหรับการทดสอบ”
“รบกวนทุกท่านแล้ว!”
เซี่ยหงและคนอื่นๆจากไปเตาเหวินเทียนมองดูพวกเขาโดยเฉพาะชายหนุ่มที่อ่อนเยาว์อย่างเหม่ยกวง ความจริงข้อนี้เขาเองก็ตกตะลึงไปไม่น้อยเลยที่วันนี้เหม่ยกวงกลายมาเป็นักปรุงยาที่เก่งกาจและยังใช้เวลาเพียงหนึ่งปีฝึกยุทธ์จนมาถึงขั้นที่สิบ! ในวันนั้นเขาประหลาดใจกับการตัดสินใจของโจวหยางอี้ยอมให้เหม่ยกวงติดตามมาแต่วันนี้เขารู้แล้วว่าสายตาขององค์ชายเฉียบแหลมขนาดไหน!
เตาเหวินเทียนเดินขึ้นไปบนชั้นที่สองของโรงฝึกอย่างช้าๆ ้าของโรงฝึกนั้นเป็ห้องกว้างๆห้องหนึ่งที่แบ่งออกเป็สองส่วน ส่วนแรกอยู่ด้านในสุดเป็เหมือนกับห้องนอนเล็กๆและส่วนนอกคือลานฝึกเล็กๆที่มีโต๊ะทำงานอยู่ริมผนัง หน้าต่างทุกบานของชั้นที่สองนั้นความจริงแล้วเปิดโล่งอยู่ตลอดต้อนรับทั้งแสงแดดและลมเพียงแต่ว่าด้วยค่ายกลที่วางเอาไว้จึงทำให้คนจากด้านนอกมองเข้ามาเห็นเพียงหน้าต่างทุกบานที่ถูกปิดสนิท
เตาเหวินเทียนมองไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนั่งฝึกฝนอยู่กลางลานฝึกด้วยความเคารพ เขายืนรออยู่เงียบๆจนกระทั่งผ่านไปหนึ่งก้านธูปดวงตาที่ปิดสนิทคู่นั้นก็เปิดขึ้นอย่างช้าๆ แท้จริงแล้วหัวหน้าใหญ่ของโรงฝึกใบไม้์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากองค์ชายสี่แห่งราชวงศ์โจวผู้ปกครองประเทศแห่งนี้...โจวหยาง!
“หนึ่งปีที่ผ่านมาความสงบช่างผ่านไปเร็วเสียจริง...ในเมื่อตอนนี้คนในวังสามารถพบร่องรอยของพวกเราแล้วทางฝ่ายศัตรูก็คงอีกไม่นานนัก...คงถึงเวลาต้องลงมือแล้วกระมัง!”
///ผ่านมา 8 ตอนแล้วขอความเห็นจากนักอ่านทุกท่านหน่อยครับว่าเป็อย่างไรบ้าง สามารถติชมได้เลยเพื่อนำมาปรับปรุงงานเขียนให้ดียิ่งขึ้น
ปล. ปกติเขียนแต่แนว ฟาร์ม>ตบ>ฟาร์ม>ตบ