ย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 82 เปิ่นหวางแค่มองเจ้าก็อิ่มแล้ว

           เยว่เฟิงเกอคิดไม่ถึงว่าใต้สุสานโบราณในด่านไร้เทียมทานแห่งนี้จะยังมีทางออกอยู่ด้วย

           ตอนนั้นที่นางเข้าไปในเกมเคยถูกขังอยู่ในนี้หลายครั้งจึงต้องใช้เวลาทั้งเดือนกว่าจะออกมาจากที่นั่นได้

           หากนางรู้ว่าที่แห่งนี้ยังมีทางออกอยู่อีกนางคงออกไปโดยใช้เส้นทางนี้เพื่อไปรอรับหนังสือรับรองระดับราชาปีศาจแล้ว

           ทางนี้เยว่เฟิงเกอกำลังสนทนากับจิ๋วปิ่งอยู่แต่ทางฝั่งมู่เหยียนเฉินกลับถูกปล่อยให้รออยู่นานมาก โดยไม่ได้ยินเสียงใดๆ ของเยว่เฟิงเกอตอบกลับมาเลย

           เขาหัวเราะอย่างขมขื่นเดิมทีในใจยังหลงเหลือความรู้สึกต่อเยว่เฟิงเกอ แต่ยามนี้กลับถูกฉีกกระชากให้เจ็บปวดอีกครั้ง

           เขาหัวเราะที่ตัวเองยังคงคิดถึงเยว่เฟิงเกออยู่คิดไปว่านางจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ครั้งเก่าแล้วยื่นมือเข้าช่วยพวกเขาสักครั้ง

           มิคาดเยว่เฟิงเกอจะยังเป็นคนไร้หัวใจเช่นเดิมเหมือนกับเมื่อหนึ่งปีก่อนที่นางแน่วแน่จะแต่งไปยังแคว้นเป่ยชวน ยามนั้นนางเองก็ไร้ซึ่งความอาลัยต่อเขาโดยสิ้นเชิง

           ความเจ็บปวดในใจของมู่เหยียนเฉินยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆดูท่าเขาคงจะประเมินฐานะของตนในใจของเยว่เฟิงเกอไว้สูงเกินไป

           บางทีสำหรับเยว่เฟิงเกอแล้วเขาอาจไม่นับเป็นอะไรได้เลย

           ในตอนที่มู่เหยียนเฉินกำลังเศร้าสร้อยด้วยคิดว่าเยว่เฟิงเกอคงไม่ช่วยพวกเขาแล้วนั้นจู่ๆ เสียงของนางก็ดังขึ้นอีกครั้ง

           “มู่เหยียนเฉินตอนนี้พวกเจ้าเดินไปถึงไหนแล้ว? ” เยว่เฟิงเกออาศัยความทรงจำของตนอยากจะอาศัยความทรงจำของตนในการพามู่เหยียนเฉินสองพี่น้องไปยังสุสานโบราณ

           มู่เหยียนเฉินคิดไม่ถึงว่าเยว่เฟิงเกอจะยังอยู่เขารีบดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ตอบกลับว่า “พวกเรายังอยู่ที่หุบเขาป่าฝน”

           เยว่เฟิงเกอเอียงคอคิดหุบเขาป่าฝนยังอยู่ห่างจากสุสานโบราณอยู่ประมาณหนึ่ง นางจึงให้เขามุ่งหน้าไปทางซ้าย

           มู่เหยียนเฉินปราศจากความสงสัยกำลังจะพามู่เหยียนรั่วออกเดินไปตามทางที่เยว่เฟิงเกอบอก

           แต่มู่เหยียนรั่วกลับไม่เชื่อคำพูดของอีกฝ่ายนางจับชายเสื้อมู่เหยียนเฉินไว้ กล่าวเสียงเบา “ท่านพี่ท่านจะไปฟังเยว่เฟิงเกอไม่ได้นะ นางยังทำร้ายท่านไม่มากพอหรือ? ครั้งนี้นางต้องอยากทำร้ายเราสองพี่น้องอีกแน่ๆ ถึงได้แกล้งพูดออกมามั่วๆท่านลองตรองดูเถิด นางไม่เคยมาที่แห่งนี้ด้วยซ้ำ แล้วนางจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องเดินไปทางไหน? ”

           คำพูดของมู่เหยียนรั่วทำให้มู่เหยียนเฉินหยุดฝีเท้าเขาคิดว่าคำพูดของน้องหญิงก็มีเหตุผล อย่างไรเสีย ในความคิดของพวกเขา เยว่เฟิงเกอเป็นคนที่ไม่เป็นวรยุทธ์แล้วนางจะมาฝึกฝนที่เมืองหิมะลุ่มหลงได้อย่างไร

           ในเมื่อนางไม่เคยมาแล้วจะรู้ว่าต้องเดินออกจากด่านไร้เทียมทานที่ปิดผนึกชั่วกาลได้อย่างไร?

           มู่เหยียนรั่วเห็นว่าพี่ชายของนางหยุดฝีเท้าลงก็รู้แล้วว่าพี่ชายต้องฟังคำของนางแน่

           นางไม่เชื่อคำพูดของเยว่เฟิงเกอแม้แต่น้อยจึงตะโกนว่า “เยว่เฟิงเกอ เจ้าอย่ามาหลอกพวกเราเสียให้ยากเจ้าไม่เคยมาที่นี่เสียหน่อย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องช่วยพวกเราอย่างไร? ข้าว่า เจ้าหวังจะจัดการกับพวกเราเพื่อตัดรากถอนโคนมากกว่า”

           เยว่เฟิงเกอเรียกได้ว่าเกือบจะถูกความโง่ของมู่เหยียนรั่วทำเอาขำตายนางยังไม่เคยเจอใครที่โง่เพียงนี้มาก่อนเลย

           หากไม่เคยเข้ามาที่นี่แล้วระดับราชาปีศาจขั้นสองของนางได้มาจากที่ใดกันเล่า?

           ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์มู่เหยียนเฉินและมู่เหยียนรั่วไม่มีทางมองไม่ออกว่านางอยู่ระดับราชาปีศาจแล้ว

           ที่น่าขำก็คือคำพูดของมู่เหยียนรั่วกลับทำให้มู่เหยียนเฉินที่สติปัญญาดีมาตลอดถึงกับนิ่งเงียบไปเช่นกัน

           เยว่เฟิงเกอหัวเราะเสียงเย็น“มู่เหยียนเฉิน ข้าอยากจะทำร้ายพวกเจ้าหรือไม่ ลองถามใจเจ้าดูก็คงรู้แล้ว อีกอย่างข้าไม่เพียงเคยมาที่แห่งนี้ แต่ยังมาไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง หากเจ้าไม่เชื่อข้า เช่นนั้นข้าก็ไม่มีทางเลือกพวกเจ้าสวดภาวนากันเอาเองเถอะ” พูดจบก็ปิดเกมเมืองหิมะลุ่มหลงทันที

           เมื่อครู่นางเห็นเวลาในโทรศัพท์ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว หากนางยังไม่เข้านอนอีก พรุ่งนี้คงต้องออกไปพร้อมตาหมีแพนด้าอีกแน่

           ส่วนสองพี่น้องคู่นั้นก็ให้พวกเขาทนลำบากในนั้นไปก่อนแล้วกัน

           จิ๋วปิ่งเห็นว่าเยว่เฟิงเกอปิดเกมแล้วเขาส่งเสียงครางเบาๆ มุดเข้าไปในผ้าห่มของเยว่เฟิงเกอ ก่อนจะวางอุ้งเท้าสองข้างไว้บนหน้าอกนุ่มของนางและยังขยำนวดสองสามทีด้วย

           ฉับพลันนั้นเยว่เฟิงเกอโยนจิ๋วปิ่งออกจากผ้าห่มนางพันตัวเองเป็นบ๊ะจ่าง ไม่ให้จิ๋วปิ่งมุดเข้ามาอีก

           จิ๋วปิ่งกระโดดขึ้นเตียงอีกครั้งอย่างปลงๆพาดไปบนร่างเยว่เฟิงเกอแล้วหลับใหลทันที

           เยว่เฟิงเกอเองก็หลับไปพร้อมเสียงกรนของจิ๋วปิ่ง

           เพียงแต่ไม่รู้หลับไปนานแค่ไหนนางรู้สึกเหมือนข้างกายมีใครเพิ่มมาอีกคน เมื่อลืมตาขึ้นมาอย่างมึนงง ก็เห็นร่างคุ้นเคยของชายคนหนึ่ง

           และกลิ่นอายจากร่างของชายผู้นี้ทำให้เยว่เฟิงเกอสบายใจอย่างยิ่ง

           นางเขยิบเข้าใกล้เขาทันทีปากยังคงพึมพำ “ท่านมาอีกแล้ว”

           พูดจบก็หลับตาเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

           ม่อหลิงหานเปิดผ้าห่มที่ห่อตัวเยว่เฟิงเกออยู่มาคลุมไว้บนร่างตนด้วยจากนั้นจึงกอดเยว่เฟิงเกอที่หลับสนิทไว้แล้วค่อยๆปิดตาลง

           วันนี้เขาใช้ยาถอนพิษส่วนที่เหลือที่เยว่เฟิงเกอให้เขาแล้วดังนั้น พิษไฟหนาวในร่างของเขาตอนนี้จึงถูกขจัดออกไปจนหมดแล้ว

           ในร่างกายไม่มีพิษหลงเหลืออยู่แล้วม่อหลิงหานรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายยิ่งนัก

           เมื่อครู่เขาเข้าไปในทางลับของหอแปดทิศไปยังเรือนจิ้งจู๋ของกงซุนหนานเสียน เพื่อบอกเล่าเรื่องที่พิษบนร่างถูกขจัดออกไปแล้วให้อีกฝ่ายรู้

           หลังจากกงซุนหนานเสียนจับชีพจรให้ม่อหลิงหานก็พบว่า ไม่เพียงพิษในร่างของม่อหลิงหานถูกขจัดไปหมด แต่ยังมีพลังอีกกลุ่มที่กำลังไหลเวียนอยู่

           และยังช่วยทะลวงลมปราณทั้งแปดเส้นที่ก่อนนี้เคยถูกอุดไว้ด้วยพิษไฟหนาวอีกด้วย

           กล่าวอีกอย่างก็คือตอนนี้คนสามารถฝึกฝนวรยุทธ์ต่อได้แล้ว

           กงซุนหนานเสียนรู้สึกสงสัยในตัวเยว่เฟิงเกอเป็นอย่างมากเขาอยากฟังเรื่องของนางจากปากของม่อหลิงหานให้มากกว่านี้ แต่กลับถูกม่อหลิงหานปฏิเสธ

           หลังกลับมาจากเรือนจิ้งจู๋ม่อหลิงหานก็มาที่เรือนเยว่เหยาทันที เมื่อเห็นว่าแมวตัวนั้นกำลังนอนพาดอยู่ข้างแก้มเยว่เฟิงเกอเขาก็รีบจับหนังหลังคอของจิ๋วปิ่งขึ้นแล้วโยนออกไปนอกหน้าต่าง

           จิ๋วปิ่งมองม่อหลิงหานที่เอนกายอยู่ข้างเยว่เฟิงเกอด้วยสายตาโกรธแค้นเขายื่นอุ้งมือไปหาหลังศีรษะของม่อหลิงหาน หลังจากเก็บนิ้วจนหมดเหลือแค่นิ้วกลางอย่างเดียวแล้วก็ชี้ใส่ม่อหลิงหานอย่างจงใจ ก่อนจะรีบวิ่งไปหาเสี่ยวฮัวทันที

           เนื่องจากคืนนี้เยว่เฟิงเกอนอนดึกมากนางจึงหลับยาวจนตะวันโด่ง

           ตอนที่นางตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าม่อหลิงหานยังคงนอนอยู่ข้างกาย

           ส่วนท่านอนของนางในตอนนี้คือมือหนึ่งแนบไปบนหน้าของม่อหลิงหานขาข้างหนึ่งพาดไปบนเอวของม่อหลิงหาน

           เยว่เฟิงเกอตกใจจนรีบหดมือกลับทว่า ตอนที่นางกำลังจะดึงขากลับมานั้น กลับถูกมือใหญ่จับไว้  

           “ว้าย”เยว่เฟิงเกอตกใจจนส่งเสียงร้อง

           ม่อหลิงหานลืมตามองเยว่เฟิงเกออย่างลึกล้ำ“ในที่สุดเจ้าก็ตื่นแล้ว”

           เยว่เฟิงเกออยากจะดึงขาออกจากมือของม่อหลิงหานแต่กลับถูกเขาจับไว้แน่นกว่าเดิม

           นางหน้าแดงแจ๋ทันทีหัวเราะแหะๆ อย่างกระอักกระอ่วน “ท่านอ๋องควรลุกไปเสวยสำรับเช้าได้แล้วเพคะ”

           ม่อหลิงหานดึงเยว่เฟิงเกอเข้าไปในอ้อมแขนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ “ตอนนี้เที่ยงแล้ว เลยเวลาอาหารเช้าไปนานแล้วแต่ว่าตอนนี้เปิ่นหวางยังไม่หิว แค่มองเจ้าอย่างเดียวก็อิ่มแล้ว”

           เมื่อเยว่เฟิงเกอได้ยินประโยคนี้สีแดงระเรื่อก็ลุกลามตั้งแต่ใบหน้าไปถึงคอ นางออกแรงดันม่อหลิงหานอยากจะดิ้นรนออกมาจากอ้อมแขนเขา

           “ทำไมเจ้ากลัวเปิ่นหวางมาก? ” ตอนที่พูดนี้ มุมปากของม่อหลิงหานยกขึ้น

           เยว่เฟิงเกอไม่กล้าสบตากับเขาอีกนางเพียงก้มหน้าลงแล้วผลักม่อหลิงหานออกไป ยิ้มอย่างอายๆ “ท่านอ๋องพวกเราอย่าล้อเล่นกันอีกเลยเพคะ ข้าไม่ใช่อาหารเสียหน่อย มองข้าแล้วจะอิ่มได้ที่ใดกัน”

           ม่อหลิงหานเห็นท่าทางเอียงอายคล้ายทำตัวไม่ถูกก็ทนไม่ไหวหัวเราะออกมาเบาๆเขาดูดดึงริมฝีปากเยว่เฟิงเกอเบาๆ ไปทีหนึ่ง ถึงได้ปล่อยนาง

           ในที่สุดเยว่เฟิงเกอก็ได้รับอิสระอีกครั้งนางลุกขึ้นนั่งทันที เตรียมจะลงจากเตียง แต่สุดท้ายกลับพบว่าตนกำลังสวมอาภรณ์ตัวในแสนบางเบาอยู่

           อาภรณ์โปร่งบางนี้เป็นชุดนอนที่ใส่นอนสบายยิ่ง

           เยว่เฟิงเกออยากไปเปลี่ยนชุดแต่ม่อหลิงหานยังอยู่ที่นี่ นางก็ไม่กล้าไปเปลี่ยนจึงหันศีรษะไปมองม่อหลิงหานที่กำลังเอามือเท้าศีรษะมองนางตรงๆ มุมปากยังแขวนรอยยิ้มไว้

           “ท่านอ๋องทรงออกไปก่อนได้หรือไม่เพคะ? ข้าจะสวมใส่อาภรณ์” เยว่เฟิงเกอหน้าแดงก่ำขณะเอ่ยออกมา

           ม่อหลิงหานอยากจะเอ่ยหยอกเย้านางต่ออีกสองประโยคแต่ในตอนนี้เอง ประตูห้องกลับถูกเปิดออก

           ชิงจื่อเดินเข้ามาก็เห็นว่าม่อหลิงหานยังนอนอยู่ นางรีบคารวะม่อหลิงหาน “ถวายบังคมเพคะท่านอ๋อง”

           ม่อหลิงหานเห็นว่าบรรยากาศดีๆเช่นนี้ถูกชิงจื่อทำลายไปจนหมด ก็หมดอารมณ์จะหยอกล้อเยว่เฟิงเกอต่อ จึงลุกขึ้นแล้วลงจากเตียงไป

           “เปิ่นหวางจะไปรอเจ้าที่ห้องอาหาร”ม่อหลิงหานพูดจบก็เดินออกไปจากเรือน

           รอจนม่อหลิงหานจากไปแล้วเยว่เฟิงเกอถึงได้ถอนใจโล่งอก

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663