บทที่ 5 อย่าคิดไปเอง
เช้าวันต่อมาระหว่างที่ยวนอวี่กำลังจับหมากวางแผนหาวิธีเข้าใกล้สามี จู่ๆแม่สามีก็เรียกพบเป็การส่วนตัว
ทุกครั้งที่เข้าสู้หน้าหาผู้ใหญ่หญิงสาวกลัวเหลือเกินว่าจะถูกจับได้เข้าสักวัน ทว่าเื่แม่ผัวลูกสะใภ้เห็นมามากจนเคยตัว หากคิดจะกลั่นแกล้งกันแล้วล่ะก็ กับยวนอวี่คนนี้คงไม่ง่ายนักหรอก
ก้าวเท้าเข้าไปด้านในกลับไม่พบสิ่งผิดปกติ ใบหน้าประดับยิ้มของหานฮูหยินใหญ่ฉีกแฉ่งรอั้แ่นางยังไม่เข้ามา ปลายนิ้วมือกวักเรียกด้วยท่าทางเป็มิตร เช่นนี้ก็พอจะเบาใจลงไปมากที่แม่สามีไม่เป็คนจำพวกจับให้มั่นคั้นให้ตาย
"อาฮั่ว... เฉวียนเอ๋อของเราเป็คนว่าง่าย... หลายปีมานี้งานราชการรัดตัวส่วนใหญ่หมกมุ่นกับการเข่นฆ่า การที่เขาจะแข็งกระด้างไปสักหน่อยไม่ใช่เื่แปลกมิใช่หรือ" แม่สามีเอ็นดูสะใภ้ประหนึ่งเป็บุตรแท้ๆในไส้ตัดปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ไปได้หนึ่งเื่
"ท่านแม่เรียกยวนอวี่มาเพื่อเื่นี้หรือเ้าคะ" หญิงสาวประจบถามปั้นแววตาไขสือ
"อาฮั่ว... มีอีกเื่" หานฮูหยินใหญ่มองซ้ายขวามีพิรุธกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแ่เบา ก่อนจะคว้าบางสิ่งออกจากชายเสื้อที่เก็บไว้อย่างดี
"เมื่อวานพวกเ้าไม่ลงรอยกัน ไอ๊หย๊าสามีภรรยาไม่ควรห่างเหิน หากยากเย็นนักก็ใช้ยาปลุกกำหนัดขวดนี้ แม่สั่งให้โรงหมอกลั่นแรงเป็พิเศษ แม้แต่บิดาเ้าได้กลิ่นติดปลายเล็บ ยังทนไม่ไหวตะบี้ตะบันกายชราของข้าตั้งครึ่งค่อนคืน"
พูดแล้วก็เขินอายคนรุ่นลูกแต่จะว่าอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อแม่สามีอยากถ่ายทอดเคล็ดลับให้แก่ลูกสะใภ้คงไม่น่าเกลียดเกินไปกระมัง ไหนๆก็เป็สตรีเหมือนกันเร่งมีเื่อย่างว่าสิดี จะได้อุ้มหลานกันเร็วขึ้น ในขณะที่หานฮูหยินใหญ่นึกถึงฉากร้อนเมื่อคืน ข้างแก้มทั้งสองแดงระเรื่อ ส่วนยวนอวี่นั้นได้แต่ยิ้มแห้งเอ่ยเชยชมด้วยความประหม่า เพราะในโลกแห่งความเป็จริงวัยรุ่นทำงานแข็งเวลาไม่มีใครใส่ใจเื่วาสนากันสักเท่าไหร่
"ท่านพ่อแรงดีเ้าค่ะ... แรงดี"
ยวนอวี่ได้แต่รับไว้แต่ไม่คิดจะใช้ นางมั่นใจในตัวเองเหลือเกินว่าจะกำราบสิงโตดื้ออย่างเฉวียนเฉิงได้อยู่หมัดโดยไม่ต้องพึ่งของจำพวกนี้ ว่าแล้วก็มาเริ่มแผนการั้แ่หัววันกันไปเลย โดยด่านแรกนางจงใจถือสำรับอาหารและเครื่องดื่มบำรุงร่างกายเอาใจชายหนุ่มถึงห้อง ไม่ว่าสัมภาระใดๆต่างถูกนางจัดเรียงอย่างรู้ระเบียบ ยวนอวี่จงใจจะทำให้เขาเห็นว่านางเองก็้าดีกับเขาด้วยใจจริงหาใช่มีเื่ผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างที่เขาตั้งข้อสงสัย ยิ่งได้อ่านใจความในจดหมายก็รู้ได้ทันทีว่าทั้งสองมีวาสนาเพียงแต่รอคนมาสานต่อ
ทว่าสำรับยังไม่ทันถูกยกซดชายหนุ่มก็รีบร้อนสวมสายรัดเอวกุมด้ามดาบเร่งร้อนจะออกไปเสียให้ได้ ใบหน้าเ็าเ่าั้เดินสวนภรรยาโดยไม่เอ่ยสิ่งใด การกระทำเช่นนี้ยั่วโมโหนางแต่เช้า อุตส่าห์หอบความตั้งใจมาเต็มกระบุงกลับต้องมาถูกเทกระจาดเพราะสายตาคู่เดียว ยวนอวี่ยอมให้เขาเดินเหินจากไปเช่นนี้ไม่ได้จึงคว้าร่องแขนมากอดรัด พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า
"ไม่อยู่ทานข้าวก่อนหรือ นี่ข้าทำเอง"
สิ่งที่เขาตอบกลับทำนางตัวชาตื่นตระหนกใบหน้าร้อนฉ่าด้วยความโกรธเพราะประโยคสั้นๆที่ว่า
"คะยั้นคะยอเช่นนี้ ใช่ว่ามียาพิษหรอกหรือ" น้ำเสียงราบเรียบตอบกลับโดยไม่ปรายตามอง...ซ้ำแล้วยังสะบัดข้อมือเล็กออกห่าง
แต่เหยียบย่ำกันแล้วอย่างไรบุรุษย้อนยุคก็เป็เช่นนี้ ในบทละครเห็นมานักต่อนักว่าปากอย่างใจอย่างสุดท้ายก็ต้องซมซานมาตายคารัง ทำปากดีไปก่อนเถอะอยากจะรู้นักว่าเวลาง้อข้าท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจจะมีสีหน้าอย่างไร พอนับหนึ่งถึงสามใบหน้าเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็ยิ้มร่าราวมีปุ่มกด ยวนอวี่วิ่งโด่เด่รั้งตัวกอดแขนอีกครั้งด้วยความลำพองใจ ก่อนจะเอ่ยถามซ้ำว่า
"ตกลงว่าท่านจะไปไหนหรือ"
"ข้าจะไปพบสตรี... เลิกตามได้หรือยัง"
"หูเกอ! ออกรถ!"
"ขอรับ!"
[คงไม่ใช่ออกไปหาอนุแต่งเข้าบ้านหรอกนะ]
หญิงสาวได้แต่บีบมือตนเองแล้วนึกคิดว่าพลาดในส่วนใด ในเมื่อมั่นใจแล้วว่าจะทำให้เขาหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นก็ต้องก้าวต่อไป ยิ่งจะให้คิดว่าเขาจำเป็ต้องมีเมียหนึ่งเมียสองยิ่งยอมไม่ได้ เอาเถอะหากจะล้อเล่นกับความรู้สึกปานนี้นางก็จะแสดงออกให้รู้แจ้งเห็นจริงกันไปเลย คิดแล้วน้ำเสียงขึงขังก็กล่าวขึ้นมาสั่งบ่าว
"ม่านกู่ มู่ลี่เตรียมรถม้า!!"
*****
'โรงน้ำชาซินจาง' เป็กิจการที่อยู่ภายใต้การดูแลของสกุลหาน นอกจากงานในกองทัพยังมีกิจการร้านค้าอื่นที่หานเฉวียนเฉิงอยู่เื้ั หากจะถามหาเหตุผลว่าทำไมถึงเปิดกิจการมากมายเช่นนี้ทั้งที่เงินทองก็มีเหลือกินเหลือใช้มากโขอยู่แล้ว คงหนีไม่พ้นมีไว้เพื่อบังหน้า... แท้จริงแล้วกิจการทั้งหมดเป็ดั่งกลุ่มก๊วนที่เอาไว้สืบข่าวสารบ้านเมือง ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินสูงมองเห็นั้แ่เหนือจรดใต้เหมาะเป็รังกบดานหรือซ่อนเร้นเื่ที่ชายหนุ่มไม่อยากนำเข้าจวน
หลังซ่อนใครคนหนึ่งไว้ที่นี่มานานหลายปี วันนี้มีเวลาว่างพอดีจึงคิดเข้ามาถามไถ่และพบสหายเก่า ทันทีที่ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาภายในน้ำเสียงสตรีนางนั้นขานชื่อด้วยความดีใจก่อนจะวิ่งกระแทกร่างแกร่งรัดมือเล็กโอบกอดหน้าขาแน่น ส่วนฝ่ามือใหญ่วกไปบนหลังหัวลูบเล้าปอยผมนางด้วยความเอ็นดู
ทว่าหลังจากเข้าไปด้านในได้เพียงสามลมหายใจฮูหยินตัวร้ายกลับเอาแต่คิดแคบหวังตามจิกสามีตัวดีเหมือนแม่ไก่สาว... สีหน้าขึงขังบ่งบอกว่านางกำลังโกรธเคืองราวยักษา ฮั่วยวนอวี่หน้าบึ้งถมึงทึงลงจากรถม้าโดยไม่รีรอพร้อมก้านแส้ในลำมือที่นำมาเพื่อไล่หวดสตรีแพศยาผู้หวังจับสามีผู้อื่น หลังจากที่นางผลักประตูโรงน้ำชาซินจางด้วยแรงมือ ก็ต้องหน้าเฉื่อยชาตาถลน เมื่อสตรีที่ว่าเป็เพียงสาวน้อยคนหนึ่ง
"ภรรยาสมองหมู! ทำขึงขังด้วยเหตุใด" ภายในใจเอ็นดูท่าทางหึงหวงที่ภรรยามอบให้ หากแต่ยามอยู่ด้านนอกจำเป็ต้องเคร่งขรึมรักษาหน้าตา เขาจึงแกล้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มแข็งท้วงติงไม่ให้เสียมารยาทไปมากกว่านี้
ขณะที่ยวนอวี่หน้าเจื่อนยิ้มแห้งเคลื่อนแส้ไปหลบด้านหลังพร้อมส่งสายตาเป็ประกายออดอ้อนสามีที่อยู่ตรงหน้า สาวน้อยที่ไร้เดียงสาโผกอดนางอีกคนพร้อมปลดปล่อยคำพูดคล้องใจสามีภรรยาให้หวานชื่น โบราณว่ากันว่าสัญชาตญาณของเด็กมักไม่โกหก
"ท่านแม่บุญธรรมใช่หรือไม่" คำพูดไขสือเหล่านี้ทำนางลิ้นชาบ้าใบ้ไปชั่วขณะ
"เฉวียนเฉิงท่านแอบมีลูกนอกสมรสหรือ" ยวนอวี่ทำสีหน้าคว่ำงอคล้ายกำลังจะเบ้ปากบีบน้ำตา
"ความคิดน่ารังเกียจเช่นนี้ เกรงว่าคงจะมีแต่เ้าเท่านั้นที่นึกออก เื่ผิดจารีตข้าไม่ยินดีทำ 'อาเซียง' คือบุตรสาวของสหายกองทัพที่เสียสละชีวิตเพื่อา คำสั่งเสียของผู้วายชนม์ข้าไม่อาจละเลย สกุลหานในนามข้าจึงอุปการะนางไว้ั้แ่นั้น บัดนี้อาเซียงไม่มีมารดาหากเ้าใจกว้างสักหน่อยจะเป็ให้นางบ้างได้หรือไม่"
ได้ยินเื่เล่าที่น่าเวทนาครั้นสามีกล้าเอ่ยปากขอมีหรือที่ยวนอวี่จะปฏิเสธ ฝ่ามือเล็กลูบแก้มเ้าก้อนแป้งอุ้มนางราวเป็บุตรของตัวเองจริงๆ ตัวพ่อบุญธรรมอย่างหานเฉวียนเฉิงผู้เ็าได้แต่ไขว้แขนมองพร้อมรอยยิ้มกว้างแทบฉีกถึงหูอยู่ข้างหลัง วินาทีนี้ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับเหมือนหมู่ดาวบนณภา ให้ตายเถอะพระเ้าทำไมต้องสร้างตัวร้ายที่ปากไม่ตรงกับใจแต่ทว่าพอมองดูปราดเดียวก็รู้ได้เลยว่าเขาคลั่งรักนางแค่ไหน
"ท่านแม่ทัพ แผนล่อนางออกจากจวนที่แท้ก็เป็เช่นนี้" เสี่ยวหูเกอเพิ่งจะเข้าใจแผนการประหลาดของผู้เป็นายก็ยามนี้
"คิดเหรอว่าคนดื้อดึงอย่างนางจะยินยอม หากข้าพูดตรงๆคงคัดค้านหัวชนฝาหาว่าข้าซุกซ่อนภรรยาแน่"
แม้แต่ยวนอวี่ที่คิดว่าแน่ยังเสียรู้ให้กับแผนการอันแยบยลนี้ นอกจากเฉวียนเฉิงไม่จำเป็ต้องเสียแรงอธิบายหรือยัดเยียด บัดนี้นางยินดีเป็แม่คนร่วมกันกับเขาโดยไม่รู้ตัว ในเมื่อยิ้มร่าจนลืมตัวเฉวียนเฉิงคงไม่เคยรู้ว่ารอยยิ้มของเขาดึงดูดสายตาคนและมีเสน่ห์แค่ไหน ทว่าในสายตาของเขานอกจากฮั่วยวนอวี่แล้วก็มองไม่เห็นผู้ใดเลย แต่หากในสายตาสตรีนางอื่นที่หมายปองเขามาแต่ไหนแต่ไรแล้วเล่า สำหรับนางแล้วนั้นภายั์ตาดวงนี้ก็มีแต่หานเฉวียนเฉิงเหมือนกัน จึงได้เสนอหน้าเคล้าน้ำเสียงอิดออดยั่วยวนสามีผู้อื่นว่า
"พี่เฉวียนเฉิงข้ารอท่านทุกคืน"