ตอนที่ 4 จุดจบหรือจุดเริ่มต้น
เกียรติของผู้นำฆ่าได้หย่ามไม่ได้ สองพ่อลูกจูงมือ หันหลังให้เฉาวั่งเฉิง หักหน้าาาผู้ไม่เคยพ่ายแพ้จนแหลกละเอียด
"ฝ่าาขอรับ ให้จัดการพวกมันเลยหรือไม่" นักฆ่ามือดี ที่แฝงอยู่ในยศราชองครักษ์คนสนิท ผู้คอยติดตามข้างกายเป็เงา เคืองโกรธจนคิ้วสั่น เข้าประชิดตัวเอ่ยถามทันควัน เพียงรอเสียงสั่งคำเดียวเท่านั้น ชีวิตของสองพ่อลูกมิวายได้ตายด้วยคมดาบ
"ยังก่อน... ปล่อยให้พวกมันจากไปเถอะ ในเมื่อพวกมันไม่ยอมรับข้อเสนอของข้าั้แ่ต้น ข้าจะสั่งสอนให้ได้เห็น ว่าปฎิเสธข้าแล้วมันจะมีผลตามมาอย่างไร"
"ความสูญเสียที่ใหญ่หลวงนี้ จะเป็บทเรียนให้มันสองพ่อลูกได้จดจำไปจนวันตาย "
"ฝ่าาขอรับ ท่านไม่กลัวว่าจะเกิดเื่ที่ยากควบคุมภายหลังหรือขอรับ"
"พินิจพิจารณาตัดสิน เป็ธุระโกงกางของนักฆ่าั้แ่เมื่อไหร่?"
"ข้าจะบอกให้ว่า ทั่วหล้าใต้เมฆนี้ นอกจากลมฝน ไม่มีอะไรที่ข้าวั่งเฉิงคุมไม่ได้!!"
"ซีโฮ่วก็แค่ของเล่นเท่านั้น จะยึดครองง่ายเสมือนดีดนิ้ว กี่สิบแคว้นที่ข้าเอาชนะมาได้ง่ายๆ เ้าก็ได้เห็นด้วยตา ยังกล้ามีข้อครหา คิดกะเกณแทนข้างั้นเหรอ!!" จักรพรรดิที่เสพสุขจนเป็นิสัย คิดแต่ว่าโชคชะตาจะเคียงข้างเสมอไป ามิใช่เื่ล้อเล่น คิดตื้นๆเล่นสนุก เอาความเป็ความตายของคนเป็เดิมพัน ประมาทเลินเล่อไม่สนผลที่ตามมา
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้วั่งเฉิงรู้ว่าในโลกนี้ไม่ได้มีแค่เขาที่แข็งแกร่ง สองแคว้นสู้รบบาดหมางกันเรื่อยมา จนบัดนี้เป็เวลานานถึง 15 ปี ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ เด็กเล็กเติบโตเป็หนุ่มสาว คนรุ่นหลังเรียนรู้ที่จะสืบทอด แตกต่างจากเฉาวั่งเฉิงเป็หมันไร้ทายาท ชาวเมืองต่างติดฉินนินทา ว่านี่เป็เพราะแรงสาปแช่งที่์ประทานให้าาชั่ว...
ณ จวนสกุลหลิน
ตกมาปีนี้หลินตือรุ่ยแก่ตัวขึ้นมาก ร่างกายมิสมประกอบเหมือนแต่ก่อน ป่วยไข้ออดๆแอด สามวันดีสี่วันไข้
"ค่อยๆเ้าค่ะท่านพี่" มีเพียงฮูหยินใหญ่ปรนนิบัติพัดวีไม่ให้ขาด...
ส่วนหลินมู่ตัน นางไม่สนอย่างอื่นนอกจากหาโอกาสได้ใกล้บิดาสักครั้ง ยังคงเป็เด็กน้อยผู้โหยหาความรัก นางเข้าโรงครัวตั้งเตาคุมไฟ ควันขาวพวยพุ่งขโมงโฉงเฉงั้แ่เช้าตรู่ บีบนวดแป้งทำขนมมันหวาน มันถูกปั้นด้วยความใส่ใจ ชาดอกหมื่นปีหอมไกลสิบลี้ นางตั้งใจปรุงแต่งอย่างละเมียดละไมจนลืมดูเวลา
"ห๊า เสร็จซะที เหนื่อยเอาเื่เหมือนกันนะเนี่ย " มู่ตันถอนหายใจเฮือกใหญ่ เนื้อตัวขะมุกขะมอมปอนเปลือกด้วยผงแป้ง ผมเพ้ารุงรังเหมือนรังนก เพราะรูปชั่วตัวดำยิ่งทำให้นางเป็ที่รังเกียจของสาวใช้
"ของดีแบบนี้ให้ใครไม่ได้ แบ่งไว้ให้แม่นมฟางหนึ่งส่วน ให้ท่านพ่อสองส่วน" แม้จะเสียเหงื่อไปไม่น้อย แต่คุ้มค่ากับการที่นางลงแรงไป มู่ตันเตรียมทั้งหมดใส่ถาดไม้ ยกไปยังเรือนพำนักของบิดาในทันที
"ท่านพ่อ... ั้แ่เล็กจนโตท่านไม่เคยให้ข้าเข้าใกล้ หนนี้หวังว่าท่านจะไม่ปฎิเสธมัน และมองเห็นน้ำใจของมู่ตันสักครั้ง... ในฐานะลูก ข้าก็้าความรักความอบอุ่นไม่แพ้ท่านพี่" มู่ตันโตพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็อะไร ปีนี้อายุครบ 23 ปี แต่มักทำตัวเหมือนเด็กๆ อ่อนแอปวกเปียก เรียกร้องความสนใจ โดยเฉพาะกับบิดา นางเอาแต่พร่ำพูดพรรณนา คาดหวังกับเื่ไกลตัว มิระวังพื้นต่างระดับ สะดุดเถาหญ้าเข้าจนได้... ไม่เพียงเท่านั้นน้ำชาร้อนหกกระเซ็นลวกแขน ขนมมันหวานเนื้อนวลหล่นเกลื่อนพื้นปนเศษหญ้า
"ไอ๊หย๊า คุณหนูรอง ไม่เห็นหรือขอรับว่าบ่าวกำลังขุดเถาวัลย์ ไม่ระวังจริงๆ " แทนที่จะเป็ห่วงเป็ใยเ้านาย คนสวนผู้โง่เง่ากลับห่วงดอกไม้ใบหญ้า เขาทิ้งจอบด้ามใหญ่ออกแรงทิ้งต้นหญ้าในมือ ค้ำเท้าสะเอวมองด้วยแววตามิค่อยจะเป็มิตร
"เอ๋... ดูนั่นสิ ซุ่มซ่ามชะมัด "
"อะฮ่า จริงด้วย หากไม่ใช่ว่าเป็คุณหนูรองของจวน ข้าคงคิดว่านางเป็ตัวตลก ก่อเื่ไปวันๆ เนื้อตัวก็มอมแมม ไร้คราบผู้ดี ดูอย่างข้าและเ้าสิ เป็สาวใช้แท้ๆ กลับสวมอาภรณ์ที่ดูดีกว่า"
"เห้อ ตะวันเพิ่งจะขึ้นแท้ๆ กลับต้องมาเจอนางแต่เช้า วันนี้ข้าคงต้องใช้น้ำสะอาดล้างตาสักสามสี่หน มิเช่นนั้นดาวมรณะอย่างนาง คงทำให้ข้าดวงซวยตลอดทั้งวัน"
"ใช่ จริงด้วย ไม่ว่านางไปที่ไหน มักจะเกิดเื่ที่นั่น"
"ข้าว่าเราไปกันเถอะ อย่าอยู่ใกล้นางเลยจะดีกว่า"
ไม่ว่าจะผ่านไปนานถึง 15 ปี สาวใช้ทาสบ่าวทุกระดับ ต่างปฎิบัติต่อนางสองมาตรฐาน ซ้ำแล้วสองปีให้หลังมานี้ยังส่อแววว่าจะแข็งข้อขึ้นเรื่อยๆ ส่วนคนอื่นๆ ต่างหลบเลี่ยงที่จะเข้าไกล้นางอย่างเห็นได้ชัด
"หนวกหูข้าจริงๆ ทำลายบรรยากาศจิบชาชมนกของข้าแต่เช้า " ถัดไปไม่ถึงสิบก้าว เป็ศาลาไม้กลางจวน เฟิ้งเหนียงส่อเคล้าใบหน้าเฉยเมยบ่นพึมพำในลำคอ อดีตอนุที่ได้ถือตัวเป็ฮูหยินใหญ่ เห็นเื่เช่นนี้ซะจนชินตา แม้บางครานางจะมีใจเวทนาอยู่บ้าง แต่ไหนเลยจะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ บุตรแท้ๆ ก็ไม่ใช่ คนที่มีประโยชน์ต่อชีวิตของนางก็ไม่ใช่ สโลแกนเฟิ้งเหนียงคืออยู่ให้เป็ สิ่งใดมิใช่ธุระกงกางไม่ขอข้องแวะ
จวนหลินยุ่งเหยิงมากตัวละคร มู่ตันยังไม่ทันพะยุงตัวลุกขึ้นเสียด้วยซ้ำ หลินป๋ายซู่ปรากฎตัว เดินย่ำเท้าลอยเด่นเป็สง่ามาจากทิศประจิม แม้นางจะเห็นเหตุการณ์เพียงครึ่งเดียว คงเดาได้ไม่ยากว่ามู่ตันแฝดผู้น้องทำเื่โง่เง่าจนเป็ภัยต่อตัวเองเหมือนอย่างเคย มิวายถูกสาวใช้บ่าวเรือนซ้ำเติมให้ขายขี้หน้า
["หลินมู่ตันน้องพี่ เหตุใดเ้าช่างขลาดเขลานัก ลุกขึ้นสิ! ลุกขึ้น! ยอมให้พวกเขาซ้ำเติมไปใย"] ป๋ายซู่ยืนนิ่งบีบอุ้งมือแน่นด้วยสีหน้าเคล้ากังวล ก่อนจะทนลุ้นไม่ไหวปลี่ตัวเข้าหาน้องรองผู้น่าสงสาร
"หลินป๋ายซู่ เ้าอีกแล้วเหรอ ทุกครั้งที่นังเด็กประหลาดนั่นถูกรังแก เ้ามักจะเสนอหน้าตลอด ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าสตรีเช่นเ้าจะติดทองหลังพระไปเพราะอะไรกัน น้องรองของเ้าสมองน้อยเบาปัญญาขนาดนั้น นอกจากจะมองไม่ออกว่าเ้ามีเจตนาใด ยังมีโอกาสสูงที่จะเข้าใจผิด " ทั่วจวนสกุลหลิน เห็นท่าว่าจะมีแค่เฟิ้งเหนียงผู้เดียวที่ฉลาดปราดเปรื่อง อ่านเกมของทุกคนได้เฉียบขาด มิเช่นนั้นนางคงไม่อยู่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้
ขนมบนพื้นเสียของ ป๋ายซู่ไม่ทันระวังเหยียบย่ำจนเปรอะเท้าบู้บี้ หักหาญน้ำใจน้อยๆ ของมู่ตันโดยบังเอิญ ต่อให้ป่ายซู่รู้สึกผิด แต่คงแสร้งพูดดีด้วยไม่ได้ เลือกสบถถ้อยคำรุนแรงไม่ไว้หน้า
"รกหูรกตาจริงๆ พวกเ้าไปเก็บกวาดและประคองมู่ตันสิ มัวยืนบื้ออยู่ทำไม"
"ส่วนพวกเ้า ว่างนักหรือไร ถึงได้ยืนซุบซิบเล่าลือกันปากต่อปาก ให้ความสนใจกับเื่ไม่เป็เื่"
"เป็แค่สาวใช้ต่ำต้อยกลับไม่รู้จักสำเหนียกตน ขืนปากไม่มีหูรูดมีหวังได้ตายเข้าสักวัน "เดิมทีป๋ายซู่มิค่อยสุงสิงว่าร้ายผู้ใดก่อน หนนี้สาวใช้สองสามนางถูกด่ากราดชุดใหญ่ คงกินข้าวไม่ลงไปหลายวัน
["เ้าก็ไม่ต่างอะไรจากพวกนาง อ่อนแอ ไร้ประโยชน์ ด้อยค่าตัวเองเข้าทุกวัน น่ารำคาญจริงๆ] ป๋ายซู่ไม่สบอารมณ์กับเหตุการณ์นี้ แม้อยากจะด่าซ้ำ แต่พอได้เหลือบตามองสบตากับมู่ตัน กลับว่ากล่าวสิ่งใดไม่ออก นางทำได้เพียงพร่ำบ่นในใจเหมือนทุกครั้ง ก่อนจะเดินเชิดจากไปเหมือนคุณหนูเ้าอารมณ์
แม้พี่สาวฝาแฝดจะมีพฤติกรรมแปลกๆ ที่ยากจะเข้าใจ มู่ตันไม่เคยเคืองโกรธ... ไม่ว่าผ่านไปสักกี่ครั้ง หลินมู่ตันทำได้เพียงเฝ้ามองแผ่นหลังของนางอยู่ห่างๆ หลายครั้งหลายคราที่จิตด้านมืดเข้าครอบงำ ชี้แนะให้พี่น้องแตกคอ...
["มู่ตันเ้าดูสิ ป๋ายซู่มีใบหน้าเดียวกับเ้า แต่ต่างจากเ้าราวฟ้ากับเหว นางมีทุกอย่างที่เ้าปราถนา ได้ทุกอย่างที่เ้าสมควรได้รับ..."]
["ความรัก ความอบอุ่น ทุกคนต่างให้ความสนใจกับนาง"]
["ไม่นะ! ออกไปจากหัวข้า "] มู่ตันกัดฟันสู้ ถกเถียงกับตนเองภายในใจ พลางก้มหน้าเก็บซากขนมด้วยความรู้สึกกล้ำกลืนฝืนทน
บ่ายแก่ในวันเดียวกันนั้น...
มู่ตันเก็บผลส้มหลังเรือนตามปกติ นางได้ยินสาวใช้พูดซุบซิบนินทาอีกตามเคย แต่ทว่าหนนี้กลับไม่ใช่การต่อว่านางลับหลังเหมือนอย่างเคย