บทที่ 20 แผนการร้าย
เมื่อหันกลับไปมองเหล่าข้าวโพด มิติวิเศษช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก ต้นกล้าข้าวโพดที่นางโยนเข้ามาส่งเดชเมื่อตอนกลางวัน กลับหยั่งรากเติบโต และออกผลได้อย่างเป็ระเบียบด้วยตัวเอง อีกทั้งผลที่ออกมายังมีคุณภาพระดับสูงสุดอีกด้วย
ข้าวโพดไม่กี่ฝักนี้ ฝักแรกยาวเกือบครึ่ง่แขน เมล็ดข้าวโพดอวบอิ่มถึงปลายฝักจนดันเปลือกนอกให้ปริออก
ซูชิ่นแกะเมล็ดออกมาสองสามเมล็ดโยนเข้าปากแล้วเคี้ยว ทันใดนั้น รสชาติหวานสดชื่นของข้าวโพดก็ะเิออกในช่องปากทันที
นางไม่เคยกินเมล็ดข้าวโพดที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลยจริง ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้านางจะต้มข้าวโพดให้เด็กทั้งสองกินเป็อาหารเช้า และยังมีไข่ไก่ป่าอีกด้วย
จะว่าไปก็น่าแปลก ปกติไก่ป่าจะออกไข่น้อยมาก หลายวันถึงจะออกสักฟอง แต่ไก่ตัวเมียสามตัวนี้พอเข้ามาอยู่ในมิติวิเศษ เพียงแค่ครึ่งวันกลับออกไข่มาถึงห้าหกฟองแล้ว
นี่เป็เพราะความพิเศษของมิติวิเศษที่ทำให้ไก่ป่าเปลี่ยนกลไกทางร่างกาย หรือว่าพวกมันตั้งใจจะออกไข่ทั้งชีวิตให้หมดภายในไม่กี่วันนี้กันแน่?
ความรู้นี้ดูจะเกินหลักสูตรไปหน่อย ซูชิ่นไม่เข้าใจจึงี้เีที่จะคิดต่อ
นางดื่มน้ำพุวิเศษเล็กน้อย แล้วหันหลังเดินเข้าไปในกระท่อมมุงจากหลังเล็ก จากนั้นจึงนั่งขัดสมาธิลงบนเบาะรองนั่งกลางกระท่อม ก่อนจะหลับตาลง
ตระกูลซูมีวิชาสำหรับการทำสมาธิชุดหนึ่ง ซึ่งมีประโยชน์มากต่อการยกระดับสภาวะจิตใจและพลังฝีมือ แต่ในชาติก่อนจิตใจของนางฟุ้งซ่านเกินไป จึงไม่สามารถสงบใจลงได้เลย
เดิมทีนางคิดว่าตนเองจะยังคงไม่สามารถเข้าสู่สภาวะนั้นได้ ใครจะรู้ว่าพอได้นั่งลงบนเบาะรองนั่งนี้ และท่องเคล็ดวิชาในใจจนจบหนึ่งรอบ ความคิดฟุ้งซ่านในใจก็สลายหายไปจนหมดสิ้น ร่างทั้งร่างเข้าสู่สภาวะที่ไม่อาจบรรยายเป็คำพูดได้อย่างรวดเร็ว
เอก อี เอ๊ก เอ๊ก...
เสียงไก่ขันปลุกซูชิ่นให้ตื่นจากโลกแห่งการทำสมาธิ และเมื่อลืมตาขึ้น ในดวงตาของนางก็มีประกายดาวระยิบระยับปรากฏขึ้น
ก่อนหน้านี้นางบรรลุสภาวะเข้าถึงของการทำสมาธิแล้วหรือ?
นางรีบลุกขึ้นวิ่งออกไปที่สนามหญ้านอกหระท่อม เด็ดใบข้าวโพดมาใบหนึ่ง แล้วเริ่มฝึกวิชากระบี่บนสนามหญ้า
ใบไม้ที่เดิมทีอ่อนนุ่ม เมื่ออยู่ในมือนางกลับกลายเป็เหมือนกระบี่อ่อนที่คมกริบ ยามร่ายรำนำมาซึ่งกลิ่นอายที่กดดันอย่างยิ่ง
ครู่ต่อมา นางเก็บใบไม้และััได้ถึงบางสิ่งที่คล้ายกับกลุ่มอากาศที่เคลื่อนไหวอยู่ในท้อง ดวงตาของนางจึงฉายแววประหลาดใจและยินดี
นางฝึกวิชากำลังภายในที่ท่านย่าเคยบอกไว้สำเร็จแล้ว!
ที่แท้น้ำพุวิเศษเมื่อใช้ควบคู่กับการทำสมาธิจนเข้าถึงสภาวะ จะให้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้!
หากนางฝึกฝนเช่นนี้ทุกวัน เช่นนั้นนางก็น่าจะมีหวังที่จะทำให้มิติวิเศษเลื่อนระดับได้ใช่หรือไม่?
ในขณะนั้นเอง จากภายนอกมิติวิเศษมีเสียงเรียกที่ติดจะขึ้นจมูกดังขึ้นว่า "ท่านแม่ ข้าปวดฉี่เ้าค่ะ"
เมื่อซูชิ่นเคลื่อนตัวออกจากมิติวิเศษ และจัดการให้เยว่เยว่นั่งบนถังขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว นางจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เมื่อครู่นี้นางได้ยินเสียงของเยว่เยว่ในขณะที่ยังอยู่ในมิติวิเศษ!
ก่อนหน้านี้มิติวิเศษไม่สามารถได้ยินเสียงจากภายนอกได้ สิ่งนี้แสดงว่าการเลื่อนระดับของมิติวิเศษเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของความสามารถในตัวนางจริง ๆ
ซูชิ่นรู้สึกยินดีมาก เดิมทีคิดว่าการเลื่อนระดับจะยาก เพราะในจดหมายของท่านย่าบอกว่า ท่านย่า ท่านปู่ และเ้าบ้านตระกูลซูรุ่นก่อน ๆ ต่างพยายามทำให้มิติวิเศษเลื่อนระดับ แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จเลย
ทว่านางเพิ่งได้รับมิติวิเศษมาเพียงไม่กี่วัน กลับมีความก้าวหน้าเกิดขึ้นบ้างแล้ว หรือว่านางจะเป็ความหวังของตระกูลจริง ๆ?
"ท่านแม่ ข้าเสร็จแล้วเ้าค่ะ"
เยว่เยว่ดึงกางเกงขึ้นด้วยตัวเอง พลางขยี้ตาเดินออกมาจากห้องกั้นเล็ก ๆ ด้านหลัง
ซูชิ่นจึงพานางกลับไปที่เตียง เมื่อแน่ใจว่านางหลับแล้วจึงเดินไปที่หน้าต่างเพื่อมองออกไปด้านนอก
ขณะนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่างรำไร เฉิงเยี่ยนผิงพิงประตูบ้านพลางสัปหงก บนิัที่โผล่พ้นเสื้อผ้ามีตุ่มที่ถูกยุงกัดอยู่ไม่น้อย
ซูชิ่นค่อนข้างรู้สึกใ ดูเหมือนสายตาของนางจะดีขึ้นอย่างน่าประหลาด เพราะเวลานี้ด้านนอกยังมืดสลัว บ้านหลังนี้ห่างจากประตูบ้านกว่าสามจั้ง แต่นางกลับมองเห็นตุ่มยุงกัดบนตัวของเฉิงเยี่ยนผิงได้อย่างชัดเจน! ยิ่งไปกว่านั้น นางยังได้ยินเสียงยุงบินว่อนส่งเสียงร้องอยู่รอบตัวเฉิงเยี่ยนผิงด้วย!
นางมั่นใจมากว่า ก่อนที่จะเข้าสู่มิติวิเศษ นางยังคงเหมือนคนปกติทั่วไป แต่ตอนนี้ทั้งการมองเห็นและการได้ยินของนางกลับดีขึ้นถึงเพียงนี้
แล้วนางก็นึกขึ้นได้ว่า ชาติก่อนท่านย่าเคยบอกนางว่า ขอเพียงวิชากำลังภายในบรรลุถึงขั้นหนึ่ง ประสาทััทั้งห้าของมนุษย์จะเฉียบคมขึ้นตามไปด้วย หากอยู่ในระดับสูง ต่อให้เข็มเล่มหนึ่งตกพื้นในระยะสามสิบจั้ง ก็ไม่อาจเล็ดลอดหูของผู้แข็งแกร่งไปได้
ตอนนั้นนางไม่เชื่อและคิดว่า ต่อให้้าหลอกให้ลูกหลานฝึกวิชา ก็ไม่ควรแต่งเื่ที่น่าขันเช่นนี้มาหลอกกัน
แต่ตอนนี้นางเชื่ออย่างสนิทใจ
นางเพียงแค่ััได้ถึงขอบเขตเพียงเล็กน้อยก็สามารถบรรลุถึงขั้นนี้ได้ แล้วเสียงเข็มตกในระยะสามสิบจั้ง สำหรับผู้แข็งแกร่งแล้วจะนับเป็อะไรได้?
ซูชิ่นอดไม่ได้ที่จะกุมหน้าอก สำนักเชียนซิงของตระกูลซูแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่?
"ท่านแม่ ท่านมาทำอะไรที่หน้าต่างหรือขอรับ?"
โจวโจวนั่งอยู่บนเตียงพลางขยี้ตา น้ำเสียงออดอ้อนที่ยังง่วงนอนนั้นน่ารักเป็พิเศษ
ซูชิ่นทำสัญญาณมือให้เขาเบาเสียงลง
แต่โจวโจวกลับะโลงจากเตียง วิ่งไปที่หน้าต่างแล้วปีนขึ้นบนตู้เพื่อมองออกไปบ้าง กระทั่งเห็นเงาร่างเลือนรางอยู่ที่ประตูบ้าน จึงรีบกดเสียงต่ำถามด้วยความใว่า "ท่านแม่ มีโจรเข้ามาหรือขอรับ?"
ซูชิ่นกลอกตาไปมา ทันใดนั้นก็เกิดความคิดขึ้น
"ใช่แล้ว มีโจรแอบเข้ามาในบ้าน โจวโจว เ้าเฝ้าน้องสาวอยู่ในห้องนะ เดี๋ยวแม่จะไปตีโจรให้หนีไปเอง"
"ท่านแม่ อย่าไปเลยขอรับ มันอันตราย" โจวโจวรีบดึงรั้งซูชิ่นไว้
"วางใจเถอะ ตอนนี้แม่มีท่านเซียนเฒ่าคุ้มครอง มีวิชาแก่กล้านัก เ้าหลบอยู่ในห้องอย่าออกมา เข้าใจหรือไม่?"
ซูชิ่นหาไม้กระบองขนาดเท่าแขนในห้องมาถือไว้ในมือ แล้วเปิดประตูห้องอย่างเงียบเชียบ พลางเคลื่อนตัวออกไปนอกบ้าน
โจวโจวกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ เพราะกลัวว่านางจะเสียเปรียบจึง้าจะตามออกไป แต่ผลปรากฏว่า ซูชิ่นปิดประตูใส่หน้าดังปัง! โจวโจวไม่มีทางเลือก ได้แต่ปีนขึ้นบนตู้ริมหน้าต่างเพื่อมองออกไป
เห็นเพียงซูชิ่นถือไม้กระบองย่องเข้าไปใกล้เฉิงเยี่ยนผิงอย่างแ่เบา จากนั้นก็ยกไม้กระบองขึ้นเริ่มทุบตี พร้อมกับะโเสียงดังว่า "ช่วยด้วย! จับโจรเร็ว!"
เฉิงเยี่ยนผิงที่กำลังหลับสบายถูกไม้กระบองฟาดจนตื่น เขายังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูกซูชิ่นรัวไม้ใส่จนตาพร่าเห็นดาวระยิบระยับ ร้องโอดครวญด้วยความเ็ป
"หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้ ข้าเอง ไม่ใช่โจร!"
ตัวตนเล็ก ๆ ในใจของซูชิ่นหัวเราะอย่างเ้าเล่ห์ หยุดหรือ? เป็ไปได้อย่างไร?
แรงที่ลงมือยิ่งเพิ่มมากขึ้น เ้าของร่างเดิมเคยชินกับงานใช้แรงงาน อีกทั้งยังได้รับการปรับเปลี่ยนจากน้ำพุวิเศษ แรงของนางในตอนนี้จึงมากกว่าชาติก่อนหลายเท่าตัว การได้ทุบตีคนเช่นนี้ช่างสะใจยิ่งนัก
และแม้ว่าการทุบตีของนางจะดูเหมือนไม่มีรูปแบบ แต่ทุกไม้กลับลงในจุดที่ทำให้เจ็บแทบตาย เพียงแต่ไม่ถึงขั้นเอาชีวิต
เฉิงเยี่ยนผิงเจ็บจนดิ้นพล่านไปกับพื้น ร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด
"ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย... อย่าตีเลย ขอร้องล่ะ อย่าตีเลย..."
ลานบ้านมีขนาดเพียงเท่านี้ ต่อให้เฒ่าเฉิงและภรรยาจะหลับลึกเพียงใดก็ต้องถูกปลุกให้ตื่น และเมื่อเห็นว่าเฉิงเยี่ยนผิงกำลังถูกตีเกือบปางตาย เฒ่าเฉิงและเฉิงโจวซื่อก็รีบวิ่งออกมา
"หยุดมือเดี๋ยวนี้!"
ทว่าซูชิ่นไม่หยุด นางทุบตีพลางะโว่า "ท่านพ่อ ท่านแม่ รีบมาช่วยเร็วเข้า มีโจรมุดเข้ามาในบ้านเราแล้ว เร็วเข้า ข้าสู้คนเดียวไม่ไหวแล้วเ้าค่ะ!"