“ในเมื่อเ้าจุ้นนัก ข้าเล่าให้เ้าฟังก็ได้ เื่มีอยู่ว่า ข้ามีชื่อว่าเจินเหมย เป็บุตรสาวของท่านอำมาตย์ ข้ามีคนรักอยู่แล้วเขานั้นเป็ชายชาติทหารที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็แม่ทัพข้ารู้สึกดีใจมากที่เขาเจริญในหน้าที่การงาน หลังจากนั้นพวกเราก็ตกลงกันว่าจะแต่งงานกันแต่ทว่าใน่นั้นได้มีการคัดเลือกพระชายาในองค์รัชทายาทโดยการคัดเลือกจะคัดจากบุตรสาวขุนนางและราชนิกุลทั้งหลายท่านพ่อบังคับให้ข้าสมัครเป็สาวงาม เผื่อว่าข้าจะได้เป็ถึงพระชายาตอนแรกข้าปฏิเสธหัวเด็ดตีนขาดยังไงข้าก็ไม่สมัคร แต่ท่านพ่อถึงขั้นตัดพ่อตัดลูกข้าจึงจำต้องยอมเชื่อฟังท่านพ่อ นั่นทำให้ข้าจะต้องตัดสัมพันธ์กับแม่ทัพไป่ชุนพวกเราคบกันมานานถึงห้าปีแล้ว เขารู้สึกเสียใจและผิดหวังในตัวข้ามากในตอนนั้นเขาเห็นข้าเป็ผู้หญิงมักใหญ่ใฝ่สูง หาใช่ลูกที่กตัญญูต่อบิดา ดังนั้นเขาจึงประชดข้าด้วยการทูลขอฝ่าาย้ายไปอยู่ชายแดนแต่เขาอยู่ที่นั่นได้ไม่นานนักฆ่าแคว้นเหลียวก็แอบลอบสังหารเขาจนเสียชีวิตก่อนวันคัดเลือกพระชายาสองวันพอข้าทราบข่าว ข้าก็เอาแต่ร้องไห้ไม่เป็อันทำอะไร จนถึงวันคัดเลือกข้าดูทรุดโทรมมาก ฮองเฮาทรงทอดพระเนตรเห็นข้า พระองค์จึงทรงคัดข้าออกและไล่ข้ากลับเนื่องจากข้าไม่ดูแลตัวเองและไม่เตรียมพร้อมสำหรับวันคัดเลือกนั่นเป็การลบหลู่องค์รัชทายาทเป็อย่างมาก” เจินเหมยเล่า
“เ้าก็เลยคิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะไม่ได้คัดเลือกอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงสงสัย
“ไม่ใช่นะ! ตอนนั้นข้าดีใจมากที่ตนไม่ต้องถูกคัดเลือกต่างหากแต่ที่ข้าคิดสั้นก็เพราะข้าอยากตายตามคนรักไป” เจินเหมยรีบอธิบาย
“เ้าคิดว่าเมื่อเ้าตายไปแล้ว เ้าจะได้พบคนรักอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงกล่าว
“เขาต้องรอข้าที่ปรโลกอย่างแน่นอน” เจินเหมยเชื่อเช่นนั้น
“ไม่จริงเลย! เ้ารู้มั้ยว่าการทำอัตวินิบาตกรรมเป็บาปอันใหญ่หลวงตามความเชื่อนะ คนฆ่าตัวตายจะต้องฆ่าตัวตายแบบนี้ซ้ำๆ ไปอีกกี่ภพชาติก็ไม่รู้ดีไม่ดีจิตที่ยังยึดติดก็อาจทำให้ดวงิญญาของเ้ายังคงต้องอยู่ที่นี่ไม่อาจไปไหนได้แล้วเ้าจะพบคนรักได้อย่างไรกัน” หว่านชิงกล่าวตามที่นางเชื่อ
“แต่มันเป็เพียงความเชื่อไม่ใช่หรือ” เจินเหมยแย้ง
“งั้นพูดตามหลักความเป็จริงนะการที่เ้าปลิดชีวิตตัวเองมันแสดงถึงการอกตัญญูต่อบิดามารดาการเสียชีวิตของเ้าทำให้พวกเขาโศกเศร้าเสียใจมากและหากถึงขั้นทำให้พวกเขาตรอมใจเพราะเ้าจะว่ายังไง ท่านพ่อของเ้ามีเ้าเป็ลูกคนเดียวไม่ใช่หรือ”หว่านชิงได้ข่าวว่าท่านอำมาตย์มีลูกหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียว
“เ้ารู้ด้วยงั้นหรือ” เจินเหมยแปลกใจ
“ข้าได้ยินมาบ้าง เลิกคิดสั้นเถอะนะไม่มีใครสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้แล้วพวกเราทำได้เพียงแต่ยอมรับเื่ราวที่เกิดขึ้นเท่านั้น จงยอมรับผิดชอบในสิ่งที่ตนได้เลือกไปแล้วสิ่งเดียวที่เ้าทำได้ก็คือการนำข้อผิดพลาดในอดีตมาเป็บทเรียนสอนใจเท่านั้น”หว่านชิงพยายามเกลี้ยกล่อม
“เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว ว่าแต่เ้ามีคนรักหรือไม่” เจินเหมยถามกลับ
“ข้า เอ่อ ไม่มี” หว่านชิงไม่แน่ใจว่าจะตอบยังไงดี
“พูดแบบนี้แสดงว่ามี ข้าจะเลิกคิดสั้นก็ต่อเมื่อเ้ารับปากข้าว่าเ้าจะถนอมจิตใจคนรักของเ้าเมื่อเ้ามีโอกาสได้พบคนที่รักเ้าอย่างแท้จริงแล้ว เ้าห้ามปล่อยเขาไปเด็ดขาดรับปากข้าสิ” เจินเหมยกล่าว
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยล่ะ” หว่านชิงงง
“เ้าจงนำประสบการณ์ของข้ามาใช้เป็บทเรียนสิหากเ้าสูญเสียชายคนรักไปตลอดกาล ข้าบอกเลยว่ามันยิ่งกว่าทุกข์ทรมานเสียอีกชีวิตคนเรามันแสนสั้นนะ จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้เลย” เจินเหมยไม่อยากเห็นใครเป็เหมือนนาง
“ถ้าข้ารับปาก เ้าจะเลิกคิดสั้นแน่นะ” หว่านชิงถามย้ำ
“อื้อ ข้าสาบานว่าจะไม่ผิดคำพูด” เจินเหมยยกมือขึ้นเพื่อสาบาน
“ก็ได้ ข้ารับปากเ้า” หว่านชิงยอมทำตามเงื่อนไขเพื่อให้สหายตรงหน้าเลิกคิดสั้น
“งั้นเ้าก็เดินทางกลับไปหาคนรักเสียเถิด” เจินเหมยกล่าว
“แล้วเ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าจากคนรักมา” หว่านชิงสงสัย
“สีหน้าเ้ามันฟ้อง ใบหน้าเ้านั้นอมทุกข์แต่พยายามฝืนทนข้าไม่รู้เื่ราวของเ้ามากนักหรอกนะ แต่ข้าก็ขออวยพรให้เ้าสมหวังในความรักอย่าได้เสียโอกาสเหมือนกันกับข้า” เจินเหมยกล่าว
“แล้วเ้าอยู่ที่ไหน ให้ข้าไปส่งหรือไม่” หว่านชิงอยากแน่ใจว่าสหายจะไม่เปลี่ยนใจไปฆ่าตัวตายอีก
“คุณหนูขอรับ ที่แท้ท่านก็อยู่ที่นี่เอง พวกเราออกตามหาคุณหนูเสียทั่ว”ท่านพ่อบ้านนำทหารออกตามหาคุณหนู
“ขอข้าลาสหายก่อนนะ” เจินเหมยหันไปกล่าวกับหว่านชิง “รักษาคำพูดด้วยล่ะ ข้าไปล่ะ”
“โอกาสหน้าค่อยเจอกันใหม่นะ” หว่านชิงกล่าวลา
“ข้าจะรอไปงานแต่งของเ้านะ ลาก่อน” เจินเหมยอยากเห็นอีกฝ่ายสมหวังในความรัก
หว่านชิงเดินเกาหัวนางกำลังลังเลว่านางจะรักษาคำพูดดีหรือไม่ ใจนึงก็บอกว่า “ข้าเดินทางไปกวานเหลียงต่อดีกว่าเจินเหมยไม่มีทางรู้หรอก” แต่พอเดินไปได้สักสามก้าวคำพูดของอาจารย์ก็ดังก้องในโสตประสาทของนางทันที “เป็ลูกศิษย์ของข้าจะต้องรักษาสัจจะรู้มั้ย”
ด้วยความที่ท่านซือไท่ได้ส่งให้หว่านชิงไปเรียนวิชาความรู้จากท่านอาจารย์เิ่เสียนหว่านชิงก็เลยเลือกที่จะรักษาสัจจะ แต่โดยแท้จริงแล้วหว่านชิง้าทำตามหัวใจของตัวเองต่างหาก
***************************
สองวันต่อมาณ บ้านตระกูลซู
“หว่านชิง เ้ากลับมาทำไมงั้นหรือ หรือว่าลืมของ” นายหญิงสงสัย
“เอ่อ คือว่า ข้าอยากคุยกับซูเฉินเ้าค่ะ” หว่านชิงอ้ำอึ้ง
“ซูเฉินไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว” นายหญิงโมโหลูกชาย
“หมายความว่าย้งไงเ้าคะ” หว่านชิงสงสัย
“ข้าได้ตัดแม่ตัดลูกกับเขาแล้ว เ้ารู้มั้ยว่าพอซูเฉินผิดหวังในความรักเขาก็ละทิ้งหน้าที่ทุกอย่าง แล้วจะกลับไปเป็จอมยุทธ์พเนจรดังเดิม” นายหญิงกล่าวด้วยความโกรธ
“เป็ความจริงหรือเ้าคะ มันเป็เพราะข้างั้นหรือเ้าคะ” หว่านชิงรู้สึกผิด
“ข้าก็ไม่อยากจะโทษเ้าหรอกนะ แต่เ้ารู้ใช่มั้ยว่าข้าเสียใจมากแค่ไหนลูกแฝดคนแรกก็เสียชีวิตไปแล้ว คนที่สองก็ตรอมใจและหันไปท่องยุทธภพโดยไม่สนใจข้าอีก”นายหญิงน้อยใจลูกชาย
“ข้าขอโทษเ้าค่ะ” หว่านชิงนึกไม่ถึงว่าเื่ราวจะใหญ่โตเช่นนี้
“เ้าไปเสียเถิด ถึงเ้ามาเพื่อคืนดีกับซูเฉินยังไงเขาก็ไม่ใช่ลูกหลานตระกูลซูอยู่ดี ตอนนี้เขาเหลือแค่ตัว ไร้ทรัพย์สมบัติใดๆ”นายหญิงกล่าวตรงๆ
“ข้า ระ รักเขาเ้าค่ะ ไม่ว่าเขาจะเป็ยังไงข้าพร้อมที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเขาด้วย” หว่านชิงยืนกรานที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับฝ่ายชายไม่ว่าเขาจะเป็ยังไงก็ตาม
“แล้วเ้าเพิ่งมาบอกตอนนี้เนี่ยนะ มันสายเกินไปหรือเปล่า” นายหญิงส่ายหน้า
“ตอนนี้ซูเฉินอยู่ที่ไหนหรือเ้าคะ” หว่านชิงอยากรู้
“ถ้าเขาพเนจรท่องยุทธภพ เ้าก็จะพเนจรไปกับเขาด้วยงั้นหรือ” นายหญิงสงสัย
“เ้าค่ะ เขาอยู่ที่ไหน ข้าก็จะอยู่ที่นั่นด้วยเ้าค่ะ” หว่านชิงตัดสินใจที่จะทำตามหัวใจตัวเอง
“ตอนนี้ข้าให้เขาทำงานสุดท้ายก่อนที่จะเดินทางพเนจรต่อไปเขาน่าจะอยู่ที่โรงเกลือ” นายหญิงยอมบอก
“ขอบคุณเ้าค่ะ ข้าจะรีบไปหาเขาเดี๋ยวนี้” หว่านชิงไม่รอช้านางคารวะผู้าุโเสร็จ ก็รีบเดินทางไปพบคนรักที่โรงเกลือทันที
นายหญิงแอบยิ้มมุมปากและคิดในใจว่า “ข้าก็แค่จะลองใจเ้าเท่านั้นเห็นมั้ย ว่าเ้านั้นรักซูเฉินจริงๆ เ้าไม่เคยเห็นแก่ทรัพย์สมบัติใดๆ เลยเ้าไม่เหมือนจือหม่าอี้หรอกนะ หว่านชิง”
***************************
ณโรงเกลือ
เสิ่นหานมีสีหน้ากังวลเขานั้นเดินไปเดินมาไม่หยุด
“ข้ามาพบซูเฉินเ้าค่ะ” หว่านชิงว่าธุระ
“ข้าเองก็รอเขากลับมาเหมือนกัน” เสิ่นหานกล่าว
“เขาไปที่ไหนงั้นหรือเ้าคะ” หว่านชิงสงสัย
“ที่หุบเขาหลุนจื้อ ที่นั่นเป็สถานที่ก่อตั้งโรงตีดาบแต่บริเวณนั้นเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ มีผลทำให้ดินถล่มไปทับคนงานนับร้อยคนดังนั้นทางการจึงขอแรงคนงานให้ไปช่วยผู้ประสบภัย ซูเฉินก็ไปกับเขาด้วย” เสิ่นหานเล่า
“ข้าจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ” หว่านชิงเป็ห่วง
“อย่าไปเลย มันอันตราย” เสิ่นหานรีบห้าม
แต่หว่านชิงหาได้ฟังไม่นางรีบรุดหน้าไปที่หุบเขาดังกล่าวทันที
***************************
ณหุบเขาหลุนจื้อ
หว่านชิงเดินเข้าไปท่ามกลางความโกลาหลนางมองเห็นเ้าหน้าที่เดินเข้าไปในถ้ำ และค่อยๆทยอยลำเลียงคนที่ได้รับาเ็ออกมาทีละคนนางคาดการณ์ว่าซูเฉินต้องอยู่ในถ้ำและกำลังช่วยเหลือผู้ที่ได้รับาเ็อยู่เป็แน่ดังนั้นในระหว่างที่รอ นางก็เลยไปช่วยท่านหมอปฐมพยาบาลผู้าเ็
หว่านชิงกำลังไปช่วยหมอหญิงทำแผลให้คนงานตีดาบ
“เ้ากำลังมองหาใครอย่างนั้นหรือ” หมอหญิงคนที่หนึ่งทัก
“เอ่อ เขาเป็คนที่เข้าไปช่วยผู้ประสบภัยน่ะ” หว่านชิงกล่าว
“คนรักของเ้างั้นหรือ” หมอหญิงคนที่สองเดา
“คงใช่มั้ง” หว่านชิงไม่แน่ใจ
“ทำไมตอบแปลกๆ” หมอหญิงคนที่สามสงสัย
“พวกเรายังไม่ได้ตกลงว่าเป็คนรักกันเลย” หว่านชิงหน้าแดง
“พวกเ้าเห็นมั้ย มีชายคนนึงหน้าตาดีมาก เขาน่าจะเป็หัวหน้าคนงานโรงเกลือเห็นเขาออกคำสั่งให้เข้าไปช่วยผู้ประสบภัย” หมอหญิงคนที่สองก็เลยเปลี่ยนเื่
“ข้าขอให้เขายังไม่มีคนรักนะ” หมอหญิงคนที่สามภาวนา
“คนนี้ข้าจองแล้ว” หมอหญิงคนที่หนึ่งรีบพูด
หว่านชิงคิดว่าบรรดาหมอหญิงกำลังพูดถึงซูเฉินอยู่นางคิดในใจว่า “ซูเฉินคือคนรักของข้านะ”
พอทหารลำเลียงผู้ได้รับาเ็ไปที่เรือนหมอจนหมดหว่านชิงก็รีบไปรอที่หน้าถ้ำ เพื่อรอซูเฉินออกมา แต่นางรอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นซูเฉินออกมาสักที จนกระทั่งถ้ำเกิดถล่มขึ้นมาอีกครั้งคนในถ้ำพยายามวิ่งหนีตายออกมาอย่างรวดเร็ว และแล้วดินก็ถล่มปิดปากถ้ำเสียสนิท
“เอ่อ ซูเฉินล่ะเ้าคะ” หว่านชิงรีบถามคนที่วิ่งออกมาเป็คนสุดท้าย
“เขา เอ่อ เขาช่วยยกก้อนหินเพื่อรั้งให้ข้ารีบออกมาจากถ้ำข้าหันไปอีกทีก็พบว่าดินได้ถล่มลงมาจนมองไม่เห็นเขาแล้ว” คนงานตีดาบกล่าวอย่างตื่นตระหนก
“อะไรนะ! ดินถล่มทับร่างซูเฉินไปแล้วงั้นหรือ” หว่านชิงใสุดขีด
“ข้าขอโทษ เขามีบุญคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้” คนงานรู้สึกซึ้งใจที่มีคนแลกชีวิตเพื่อช่วยเขาออกมา
“ซูเฉิน! ซูเฉิน! เ้าต้องไม่ตายนะ ซูเฉิน! เ้าได้ยินข้ามั้ย” หว่านชิงะโร้องเรียกและพยายามขุดดิน แต่ทหารได้เข้ามาห้ามนางไว้
“แม่นาง มันอันตรายมาก ดินอาจถล่มอีกได้นะ” ทหารสองคนรีบจับกุมตัวหญิงสาวไว้
“ไม่ ปล่อยข้านะ ข้าจะไปช่วยคนรักของข้า” หว่านชิงพยายามดิ้นสุดฤทธิ์
“มันสายเกินไปแล้ว เขา เอ่อ น่าจะไม่รอด” ทหารมองไม่เห็นหนทางเข้าไปช่วยเหลือได้
พอหว่านชิงยอมหยุดนิ่งทหารก็ยอมปล่อยตัวนาง ดังนั้นนางจึงคุกเข่าและะโว่า “ซูเฉิน! ข้าขอโทษ ข้ารักเ้ามากนะที่ข้าปฏิเสธเ้า เพราะข้าไม่คู่ควรกับเ้า” และหันไปะโอ้อนวอน์โดยไม่อายใคร“์ ข้าขอวิงวอนต่อท่าน ได้โปรดให้โอกาสข้าอีกสักครั้งขอให้ข้าพบซูเฉินคนรักของข้าด้วยเถิด ข้าสาบานว่าจะรักษาโอกาสนี้ไว้จะไม่ยอมปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปเป็อันขาด”
“แน่นะ”
“แน่สิ” หว่านชิงหันไปตามเสียงนางก็เห็นซูเฉินยืนมองนางอยู่ นางก็เลยว่า “ซูเฉินเ้ายังไม่ตายงั้นหรือ”
“ข้ามีวิชาดำดิน ข้าไม่ตายง่ายๆ หรอก” ซูเฉินแอบยิ้มที่เห็นฝ่ายหญิงสารภาพรัก
หว่านชิงไม่รักษาท่าทีใดๆทั้งสิ้น นางลุกขึ้นยืนและรีบสวมกอดเขาทันที
ซูเฉินเองก็ใแต่เขาก็กอดตอบ “ต้องรอให้ข้าตายก่อนใช่มั้ยเ้าถึงยอมบอกรักข้าแบบนี้”
“ข้าขอโทษ ข้าจะไม่ปากแข็งอีกแล้ว” หว่านชิงกล่าวทั้งน้ำตาแต่เป็น้ำตาแห่งความดีใจ
หว่านชิงคลายอ้อมกอดและสำรวจฝ่ายชาย “เ้าาเ็ตรงไหนบ้างหรือเปล่า”
“แขนถลอกนิดหน่อยเท่านั้น” ซูเฉินยกแขนให้ดู
“ข้าจะพาไปทำแผลนะ” หว่านชิงเป็ฝ่ายจูงมือฝ่ายชายเสียเอง
“นั่นไงหมอหญิง เ้าจะพาข้าไปที่ไหนน่ะ” ซูเฉินแปลกใจที่หว่านชิงพาเขาเดินไปไกล
“ท่านหมอท่านนั้น ทำแผลไม่เจ็บ” หว่านชิงชี้ไปที่หมอผู้ชายในใจนางคิดว่า “เ้าเป็ที่ชื่นชอบของพวกนางถ้าให้เ้ารักษากับพวกนาง มีหวังข้าได้เสียคนรักกันพอดี”
***************************
เนื่องจากกว่าจะขนย้ายผู้ได้รับาเ็จากดินถล่มเสร็จก็มืดค่ำพอดีดังนั้นซูเฉินจึงพาหว่านชิงไปพักที่โรงเตี๊ยม แต่พักคนละห้อง ทั้งสองนั้นเพลียมากพอหัวถึงหมอนก็นอนทันที
เช้าวันรุ่งขึ้น
ซูเฉินยืนรอหว่านชิงอยู่นานมากแล้วแต่ยังไม่เห็นนางลงบันไดมาจากห้องเสียที เขาก็เลยเดินขึ้นบันไดและไปเคาะประตูหน้าห้องพอไม่มีคนตอบรับ เขาก็เลยลองเปิดประตูเข้าไปดูแต่ไร้คนอยู่ “หว่านชิงเ้าอยู่ที่ไหน”
“ข้าอยู่นี่” หว่านชิงเดินไปสะกิดฝ่ายชาย
“ทำไมเ้าแต่งตัวแบบนี้ล่ะ” ซูเฉินแปลกใจที่หว่านชิงสวมชุดชาวบ้านผู้ชาย
“ข้าพร้อมที่จะพเนจรท่องยุทธภพไปกับเ้าแล้ว ข้ากลัวเ้าจะห่วงหน้าพะวงหลังข้าก็เลยปลอมเป็ผู้ชาย” หว่านชิงเตรียมพร้อม
“ข้าเนี่ยนะท่องยุทธภพ” ซูเฉินชี้มาที่ตัวเอง
“ก็ท่านแม่ได้ตัดขาดกับเ้าแล้ว เ้ายืนยันที่จะท่องยุทธภพดังนั้นข้าก็เลยตัดสินใจว่าจะติดตามเ้าไปทุกที่” หว่านชิงเล่าที่มาที่ไป
ซูเฉินเข้าใจแล้วว่าท่านแม่โกหกหว่านชิงเพื่อลองใจนางเขาก็เลยว่า “ผู้หญิงท่องยุทธภพมันอันตรายนะ”
“ข้าปลอมเป็ชายแล้วไง” หว่านชิงรีบพูด
“ใครก็ดูออกว่าเ้าเป็ผู้หญิง” ซูเฉินส่ายหน้าเพราะคนตรงหน้ามีผิวพรรณขาวหมดจด ทรวดทรงองค์เอวโค้งเว้าชัดเจนแถมร่างเล็กอีกต่างหาก
“ให้ข้าไปด้วยเถอะนะ” หว่านชิงพยายามอ้อน
“เ้าจะทนไหวแน่นะ” ซูเฉินแกล้งพูดไปเช่นนั้นเอง
“ข้าพร้อมที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเ้าด้วย” หว่านชิงตัดสินใจแล้ว
“งั้นวันนี้ไปสถานที่หนึ่งกับข้าก็แล้วกัน” ซูเฉินก็เลยแกล้งพาไปที่...