บทที่ ๑ โทสะคน
พวกเขากำลังกระซิบ…แ่เบา
หลี่ถิง… ถิงถิง ….อ๊ากๆๆ ถิงถิง… มาอยู่นี่เองเหรอ เธออยู่นี่… เอิ๊กๆๆ
เฮือก!
หลินหลานหรูสะดุ้งตื่นเหงื่ออาบโซมกายร่างเล็กสั่นสะท้านไปทั้งร่างหัวใจดวงน้อยในอกเต้นระส่ำไม่เป็จังหวะระคนบีบรัดด้วยความหวาดหวั่นสองมือกำจิกผ้าห่มจนยับย่นข่มกลั้นและหวังสลัดทิ้งความกลัวในห้วงลึกของจิตใจไปให้พ้นกี่ครั้งแล้วกันเล่าที่เป็อยู่เช่นนี้ …กับเสียงกระซิบไม่รู้ซึ่งที่มา
หวีด…หวีดๆ เสียงกาต้นน้ำเดือดปุดๆบนกระถางไฟในห้องชั้นนอก
หลินหลานหรูตะกายลุกขึ้นนั่งใช้หลังมือเช็ดเหงื่อบนไรผมออกลวกๆ พลันใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มเริ่มหงิกแล้วก็หงิกลงไปอีกเมื่อมีบางสิ่งกำลังกวนใจ "อ๊า! หนวกหูเป็ผู้ใดมาต้มน้ำในห้องข้า"
"บ่าวเองเ้าค่ะ!"เสี่ยวจิงลนลานะโตอบจากด้านนอก พร้อมสาวเท้าวิ่งอ้อมฉากบังลมเข้ามาเพียงแต่เท้ายังไม่ทันหยุดดีก็ต้องวิ่งกลับเมื่อเจอคุณหนูกล่าวประโยคนี้
"ข้าจะหักเงินเ้ารีบยกออกไป!"
"ไปเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ!"
หลินหลานหรูสลัดผ้าห่มโยนทิ้งเร็วไวะโลงจากเตียงเร่งฝีเท้าตามมาถึงด้านนอก เห็นกระถางไฟตั้งตระหง่านกลางห้องถ่านไฟร้อนๆ แตกดังเปรี๊ยะ มีสะเก็ดเล็กๆ แตกกระจาย
"อาจิง?" นางเอ่ยเมื่อไม่เห็นผู้ใดจึงเคลื่อนสายตาไปนอกหน้าต่างซึ่งเปิดทิ้งไว้ให้อากาศถ่ายเทเวลานี้ด้านนอกฟ้าเพิ่งสว่าง สายลมยามเช้าพัดเข้ามาเอื่อยเฉื่อยสงบจนรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวในโลกที่ไม่คุ้นเคย
เจ็ดปีแล้วที่ข้ามาเกิดใหม่ในโลกใบนี้...โลกที่ต่างออกไป
ด้านนอกหน้าต่างตรงนั้นหินูเาจำลอง ต้นเหมย ต้นไผ่ ไหก็มี? ทางเดิน… นั่นอย่างไรปรากฏแผ่นหลังสาวใช้รุ่นใหญ่อายุสิบสองหิ้วกาน้ำร้อนวิ่งหายไปนอกกำแพงเรือน"เร็วยิ่ง…"
จวนสกุลหลินในเจียงซูไม่ใหญ่เท่าจวนในเมืองหลวงนับว่ายังคับแคบกว่าหลายเท่านัก เป็เพียงเรือนผสานสี่ด้านที่มีลานกว้างตรงกลางและมีเรือนอีกสองหลังคั่นลานตรงกลางออกเป็สามลานบวกกับเรือนเดี่ยวที่สร้างแยกออกทางด้านข้างและด้านหลัง นับเรือนทั้งหมดแล้วก็ราวๆ…ห้าสิบ!
วันนี้หลินหลานหรูเห็นว่าหิมะหยุดตกไปั้แ่พลบค่ำของเมื่อวานและเช้านี้ยังมีแสงแดดอบอุ่นเล็กน้อยจึงคิดออกมานั่งเล่นข้างนอกโดยสั่งให้บ่าวรับใช้ยกชุดโต๊ะเก้าอี้มาจัดวางยังนอกชานเรือนฝั่งตะวันตกซึ่งหันหน้ารับดวงอาทิตย์ได้พอดิบพอดี
บรรดาบ่าวรับใช้ทำงานอย่างระมัดระวังสองมือค่อยๆ ยกประคองออกมาประหนึ่งเก้าอี้กับโต๊ะเป็หยกสลักงามล้ำค่าหากจิตหลุดไปเพียงนิดอาจแตกสลายกลายเป็ฝุ่น…ไม่ถึงขั้นนั้นกระมังระหว่างที่ยกออกมาตาก็เหล่มองคุณหนูไปด้วยหากคุณหนูกลายร่างเป็ปีศาจเมื่อไรก็เมื่อนั้นละจะต้องรีบก้มคุกเข่าขอคุณหนูไว้ชีวิตบ่าวด้วย!
ในจวนแห่งนี้มีผู้ใดไม่รู้บ้างคุณหนูเล็กสกุลหลินฉลาดเฉลียว แต่…นิสัยเสีย! เย่อหยิ่ง วางอำนาจไม่ดูตาม้าตาเรือกับบ่าวรับใช้เรียกได้ว่ามารน้อยตนหนึ่งเลยทีเดียวหากนางไม่พอใจสิ่งใดจะต้องมีบ่าวรับใช้ไม่คนใดก็คนหนึ่งถูกโบยจนตาย
โเี้!
…ปากชาวบ้านเล่าลือกันว่านิสัยเช่นนี้โตขึ้นบุตรชายสกุลใดจะยอมแต่งนาง อย่างมากก็คงเป็ได้แค่อนุภรรยาไม่แน่ผู้ใดจะแต่งนางเข้าจวนกันเห็นทีคงมีแต่นางที่คิดใช้อำนาจและเงินตราบังคับบุรุษแต่งเข้าสกุล
ไอ๊หยา มีเื่เสื่อมเสียเช่นนี้ด้วยรึรับไม่ได้!
นางเห็นว่าหลินหานฉีบิดาตนเป็ถึงขุนนางขั้นสี่ตำแหน่งรองผู้ช่วยฝ่ายขวากรมพระคลังดูแลจัดเก็บภาษีภายในมณฑลเจียงซู นับว่ามีหน้ามีตาไม่น้อยเช่นนี้แล้วไม่ให้นางเห็นผู้อื่นเป็เพียงมดไร้ประโยชน์ตัวหนึ่งได้อย่างไรอีกทั้งบิดามารดายังรักใคร่ ไม่ว่าเื่ใดล้วนตามใจทั้งสิ้นเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมล้วนเป็ของดีจากหางโจวไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าสกุลใดในเมืองหนานจิง ยิ่งกับสกุลเจินเ้าเมืองเจินแห่งเมืองหนานจิงด้วยแล้ว อริกันเข้ากระดูก
ส่วนจิวซื่อ[1] มารดาของนางนั้นแต่งเข้าสกุลหลินเป็ภรรยาเอกสกุลเดิมของมารดาก็นับว่าไม่เลวจิวฉางหมินท่านตาของนางเป็ถึงหัวหน้าแพทย์หลวงประจำสำนักในวังก่อนแต่งออกยังมอบสินเดิมเป็ที่ดิน ร้านค้า และเงินทองอีกจำนวนมากยังมีตำราแพทย์อีกหลายร้อยเล่ม บางเล่มตกทอดมาจากบรรพบุรุษ
ทว่าตำราแพทย์มากมายเหล่านี้สำหรับนางแล้วนับเป็อะไรชาติก่อนนางเรียนคณะแพทย์ฯ อีกเพียงไม่กี่เดือนก็จบการศึกษาเด็กสาวที่ขึ้นชื่อว่าติดคณะแพทย์ฯ มหาวิทยาลัยดังระดับประเทศย่อมไม่ให้ผู้ใดน้อยหน้า ไม่ว่าจะเป็ตำราแพทย์ยุคสมัยใดล้วนศึกษาผ่านตามาหมดตำราแพทย์เก่าๆ ของจิวซื่อในห้องก็แค่ของอ่านเล่นคลายเบื่อเท่านั้นตอนนี้นางอายุเพียงเจ็ดขวบ กลับมีความรู้ด้านการแพทย์เจนจัดเื่นี้คนในครอบครัวยังพอรู้บ้างหากลือกันออกไปเกรงว่าจวนสกุลหลินคงไม่สงบสุขเป็แน่
แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องลึกของจิตใจฆาตกรต่อเนื่องอย่างนางไม่มีจรรยาบรรณของแพทย์แม้สักกระผีก…
หลินหลานหรูกระชับเสื้อคลุมกันลมขนเตียวสีขาวให้เข้าที่ยืนถือตำรามองบ่าวรับใช้สามคนยกโต๊ะเก้าอี้มาจัดวางตามด้วยเสี่ยวจิงนำชุดเครื่องเขียนตามมาด้านหลังยังมีสาวใช้รุ่นเด็กอายุเก้าขวบผู้หนึ่งในมือถือจานฝนหมึกตวนเอี้ยนอย่างดี ท่าทางเงอะงะยามเดินขอบตายังดำคล้ำถึงขั้นใช้แป้งแต่งหน้าปกปิดยังเห็นรอยจางๆ
เดี๋ยวนี้บ่าวรับใช้นิยมแต่งหน้ากันเช่นนี้หรือ…หมีตาดำ?
"เ้าเป็เด็กใหม่ชื่ออาชิงที่เพิ่งรับเข้ามาหรือ"หลินหลานหรูเอ่ยถามลอยๆ ไม่คิดว่าจะทำให้อาชิงสาวใช้ใหม่ผู้นี้ใ จานฝนหมึกตวนเอี้ยนราคาแพงในมือจึงหล่นพื้นเสียงดังตึงจากนั้นก็แยกออกเป็สองชิ้นเกือบเท่ากันเลยทีเดียว
เฮ่ย! แตกง่ายขนาดนั้นเชียวหลินหลานหรูมองตามจานฝนหมึกลงไป เห็นสภาพมันลงไปนอนเล่นทั้งยังแยกร่างเป็สองชิ้นในใจก็รู้สึกคันยุบยิบอย่างขัดเคือง หึๆ มุมปากนางปรากฏรอยยิ้มเย็น ตายๆผู้ใดจะตาย
บ่าวรับใช้เดิมทีก็เหล่มองคุณหนูอยู่ตลอดพอเห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของนาง ไม่ต้องรอให้ย่อตัวคุกเข่าเองแข้งขาอ่อนยวบลงไปก่อนแล้วเหลือแค่หมอบราบกับพื้นขอคุณหนูไว้ชีวิตด้วยเท่านั้นแหละ
"เหตุใดเ้าไม่คุกเข่าตามพวกเขาเล่า"หลินหลานหรูเลิกคิ้วถามอาชิง เนื่องจากอีกฝ่ายยังยืนหัวโด่ทำหน้างง"เ้ายังยืนบื้ออยู่อีก?"
อาชิงเชิดหน้าตอบให้ความกระจ่าง"ก็แค่จานฝนหมึกตกนี่เ้าคะ"
หา? หลินหลานหรูเกือบเซ สมแล้วที่เพิ่งรับเข้ามาสาวใช้ผู้นี้เก้าขวบจริงหรือ ก่อนส่งมาสอนอย่างไรเหตุใดไม่รู้ความยังกล้าเอ่ยเช่นนี้กับนางอีก เห็นทีต้องสั่งสอนให้รู้ความสักหน่อยแล้วกระมัง"คุกเข่า!"
นิ่ง?
บ่าวรับใช้ด้านข้างสองคนรีบคลานขึ้นมาดึงให้อาชิงคุกเข่า ไม่วายอาชิงร้องะโสู้"คุณหนูจะลงโทษบ่าวไม่ได้นะเ้าคะ ก็แค่จานฝนหมึกจะสักกี่อีแปะเชียวบ่าวทำงานซื้อคืนให้คุณหนูก็ได้แล้ว ท่านอย่าเื่มากไปหน่อยเลยเ้าค่ะ"
"หุบปาก!"หลินหลานหรูกัดฟันแล้ว
คุณหนูตวาดเสียงไม่เบาบ่าวรับใช้ที่เหลือเสียวแผ่นหลังวาบ หากอาชิงยังต่อปากต่อคำกับคุณหนูเช่นนี้ต่อไปคงได้เหมือนสาวใช้รุ่นใหญ่คนก่อนเป็แน่ครั้งนั้นเพราะสาวใช้หาญกล้าเอ่ยปากสั่งสอนคุณหนู สุดท้ายเป็อย่างไรคุณหนูป้อนบางสิ่งเข้าปากสาวใช้ผู้นั้น ต่อมาไม่ถึงครึ่งเค่อ[2] สาวใช้ผู้นั้นก็เปล่งเสียงใดไม่ออกอีกทุกวันนี้พวกนางยังเห็นหญิงใบ้คนหนึ่งปัดกวาดลานหน้าประตูจวนอยู่เลย
"บ่าวไม่…" อาชิงคิดขัดขืนทว่าสองแขนถูกล็อกไว้แล้ว ทั้งปากยังถูกมือดำๆ ปิดไว้อีก จะไปไหนรอด
หลินหลานหรูมองสีหน้าบ่าวรับใช้หญิงสองคนที่จับอาชิงกดพื้นหน้าตาโเี้ยิ่งกว่านางอีก รอยยิ้มยังเข้าขั้นโรคจิตนี่พวกเขาจะจริงจังกันไปหน่อยหรือไม่
…นี่แหละหนานายเป็เช่นไร บ่าวก็เอาตาม
"คุณหนู มีดเ้าค่ะ"
เฮ้ย! เอามาทำไม แล้วไปเอามาจากไหนถึงอย่างนั้นหลินหลานหรูก็ยังรับมาอย่างงงงัน
อาชิงเห็นมีดในมือคุณหนูทั้งยังเตรียมพร้อมจ้วงแทนคนได้ทุกเมื่อ นางก็ยิ่งดิ้นรนไปมาใหญ่พลิกซ้ายพลิกขวาให้หลุดจากการจับขึง เป็ตายอย่างไรก็ไม่ขอตายด้วยมีดทำครัวไม่มีวันยอมเป็อันขาด
เื่ชักไปกันใหญ่แล้วหลินหลานหรูควงมีดในมือเล่น ยืนมองอาชิงพยายามแหกปากดิ้นหนี ทำอะไรของเ้ากัน นางคิด
เสี่ยวจิงหมอบราบอยู่ด้านหลังเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นบ่าวรับใช้สามคนรวมอาชิงอีกหนึ่งไปกองกันตรงหน้าคุณหนูแล้วนางเองก็เอาบ้าง คลานเข่าเข้าหาก่อนเอ่ยอย่างร้อนใจว่า "คุณหนู มีดๆมีดอันตรายเ้าค่ะ ส่งมาให้บ่าวนะเ้าคะ"
หลินหลานหรูมองเสี่ยวจิงสลับกับมีดในมือก็ตอบรับ"อ่อ" จากนั้นจึงส่งมีดให้สาวใช้ กล่าวยุติความวุ่นวายนี้ว่า"ปล่อยนาง ข้าจัดการเอง"
ดังนั้นอาชิงจึงได้เป็อิสระเงยหน้าลุกขึ้นนั่ง มองคุณหนูอย่างสงบเสงี่ยมไม่พูดจาสิ่งใดอีก ยกเว้นปากเบ้ให้อย่างเปิดเผย หลินหลานหรูเห็นแล้วก็รู้สึกว่า ข้าอยากตบนางยิ่งยังดีที่ตาเ้าปกติ ไม่มองบนด้วย
หลินหลานหรูถอยหลังกลับไปนั่งบนเก้าอี้สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใด พลันหางตาเหลือบเห็นเฉิงอิ้นเดินถือตะกร้าขนมเข้ามาจึงเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับเฉิงอิ้นแทนเขาเดินอ้อมต้นไห่ถังข้างเรือนมาอย่างราบรื่นทั้งที่ตาทั้งสองข้างคาดผ้าสีดำปิดสนิท ไม่ใช่ว่าข้ารักษาตาเ้าจนหายสนิทแล้วรึเหตุใดจึงยังผูกผ้าปิดตาไว้อีก เอาไว้หลอกผู้ใดกัน ตาบอดแต่เดินตรงเช่นนี้ เ้าเทพมาก!
เฉิงอิ้นรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าแต่ไม่ได้แสดงท่าทีใดยังคงเดินถือตะกร้าขนมมาวางจัดแจงลงบนโต๊ะอย่างเงียบๆ
นางยืดตัวเล็กน้อยมองขนมกลีบดอกบัวหลากสีบนจาน ซึ่งมีสี่สีเรียงลำดับตามความเข้มจางแต่ละสีมีสองชิ้นดูแล้วก็เท่าเทียมกันดี หากไม่ใช่ว่าเมื่อวานนางเพิ่มขนมสีที่จืดจางที่สุดอีกชิ้นหนึ่งลงในตะกร้าเฉิงอิ้นรู้ดี ดังนั้นเขาไม่กล้าแตะต้องอย่างแน่นอน เป็ผู้ใดแอบกินขนมนางไม่ถูกพิษที่นางเล่นพิเรนทร์ผสมลงไปตายแล้วหรือ
คิ้วเล็กๆ ขมวดมุ่นครุ่นคิดก่อนพึมพำเบาๆ "ผู้ใดขโมยกินขนมข้า"
กระนั้นก็ยังมีคนได้ยิน
"ไม่ใช่บ่าวนะเ้าคะ"เป็อาชิงเอ่ย
หลินหลานหรูหันขวับจ้องอาชิงเขม็งร้อนตัว? สาวใช้ผู้นี้กล้าถึงขั้นนั้นเชียวขอบตาดำๆ ไม่ใช่ว่าถูกพิษในขนมเข้าแล้วหรือ อา…อย่างนั้นไม่ผิดกระมัง
เวลานี้บ่าวรับใช้ทุกคนยังคงคุกเข่ากับพื้นไม้บนชานเรือนส่วนจานฝนหมึกตวนเอี้ยนก็ยังแยกเป็สองชิ้นเช่นเดิมหลินหลานหรูกลอกตาแล้วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ "จานฝนหมึกแตกก็แล้วไปเถอะจริงอย่างที่อาชิงว่าก็แค่หินดำๆ ไม่กี่อีแปะ หักเงินพวกเ้าก็ใช้ได้แล้ว"
บ่าวรับใช้ได้ยินคำว่าหักเงินกระจะหูในเรือนคุณหนูมีของที่เรียกว่าไม่กี่อีแปะด้วยหรือ หากไม่ราคาร้อยตำลึงขึ้นนางไม่มีทางชายตามอง ์! จะต้องหักเงินพวกเขากี่ปีกันถึงจะชดใช้หมด
เสี่ยวจิงผู้หนึ่งละที่กลัวคุณหนูหักเงินรายเดือนของตนเป็ที่สุดจึงก้มหน้ากล่าวโยนความผิดให้พ้นตัว "คุณหนูพวกบ่าวทำงานกันอย่างระมัดระวังไม่เคยละเลยต่อหน้าที่ เป็อาชิงที่จวงมามา[3] เพิ่งส่งมาเมื่อวานยังใหม่ไม่รู้กฎ กระทั่งจานฝนหมึกต้องระวังยังเผลอทำหลุดมือจนแตกซ้ำยังกล้าขึ้นเสียงไม่เคารพคุณหนูอีก ทำผิดแต่ไม่ยอมรับโทษไร้มารยาทอย่างยิ่งขอคุณหนูให้อภัยด้วยเ้าค่ะ"
หลินหลานหรูพยักหน้าขึ้นลงอย่างเชื่องช้าเสี่ยวจิงแม้กล่าวเหมือนแก้ต่างให้พูดอื่นแต่คำพูดกลับสาธยายความผิดของคนผู้นั้นออกมาอย่างละเอียดนางจึงหันไปหยิบขนมกลีบดอกบัวสีแดงขึ้นกัดคำเล็กๆ กล่าวคล้อยตามเสี่ยวจิงว่า"อาชิงยังใหม่ ไม่รู้กฎไม่เป็ไรแต่ควรรู้ว่าเป็บ่าวไม่ควรขึ้นเสียงกับนายจ้าง และยิ่งควรรู้ว่าห้ามหยิบฉวยของใช้เ้านายตามอำเภอใจเพียงเพราะเห็นว่ามันไร้ประโยชน์ที่เ้าควรรู้คืออย่าหาญกล้าคิดแทนข้า!"
ประโยคสุดท้ายหลินหลานหรูตวาดสุดเสียงทำเอาบ่าวรับใช้สะดุ้งเฮือก ขนลุกเกรียวเสียวสันหลังวาบ กับอาชิงยิ่งไปกันใหญ่จากที่คิดต่อต้านหลินหลานหรู เริ่มปรากฏเค้าความหวาดกลัวให้เห็นหน่อยแล้ว
หลินหลานหรูะโลงจากเก้าอี้เดินมาตรงหน้าอาชิงแล้วโน้มตัวลงให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกันยิ้มเย็นกล่าวประโยคต่อมาเสียงเบา "เป็เช่นไร เมื่อคืนเ้านอนหลับดีหรือไม่ไม่ใช่ว่าใจเต้นแรงตลอดทั้งคืนเลยหรือ จะว่าเ้าหวาดกลัวข้าจนนอนไม่หลับก็ไม่ถูกสายตาเ้าไม่ได้บอกข้าเช่นนั้นเลย จริงหรือไม่" นางยกมือลูบศีรษะอาชิงแ่เบาเพียงชั่วอึดใจก็ออกแรงกระตุกมือขยุ้มผมอาชิงจนหน้าหงาย ร้องเจ็บออกมาคำหนึ่ง
"อ๊ะ! ขะ…ขออภัยเ้าค่ะคุณหนูเป็บ่าวไม่ระวังเองเ้าค่ะ เมื่อคืนไม่รู้เพราะเหตุใด ใจเต้นแรงจนนอนไม่หลับอีกทั้ง…อีกทั้งยังรู้ว่าคุณหนูเข้มงวดกับบ่าวรับใช้ พอได้ยินเสียงคุณหนูเอ่ยถามบ่าวจึงใจนทำจานฝนหมึกตก หาก...หากไม่แล้ว เช่นนั้นเื่นี้คงไม่เกิดขึ้นเ้าค่ะ"
หลินหลานหรูแค่นเสียงฮึในใจถึงขั้นนี้แล้วอาชิงยังคิดเป็ปรปักษ์กับนางจึงยิ่งออกแรงดึงผมอาชิงให้มากกว่าเดิม กระซิบข้างหูเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดจากความเป็จริงในใจ"นี่เด็กดี นับว่าเ้ายังฉลาดพูด แต่พูดเช่นนี้ให้ผู้ใดฟังกันเพราะข้าที่ถาม…เ้าจึงใ ความผิดนี้ก็ให้ข้ารับไปดีหรือไม่เพราะยังไงเื่นี้ก็จบไปแล้ว แต่ที่ข้าอยากรู้คือ เป็ผู้ใดแอบกินขนมในตะกร้าของข้าเมื่อวานเ้าคงไม่ได้บังเอิญอยู่ในครัวกระมัง"
อาชิงเจ็บจนหน้าเปลี่ยนสีขึงตามองหลินหลานหรูด้วยไม่ยอมจำนนต่อความผิด พยายามจับข้อมือของนางให้ลดแรงดึงลงเอ่ยเสียงแข็งเครียดขาดๆ หายๆ "บ่าว...บ่าวมิกล้าเ้าค่ะบ่าวจะทำเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ขนมของคุณหนูเป็ผู้ใดกินถามบ่าวแล้วบ่าวจะรู้ได้อย่างไร ขนมเป็ของท่านผู้ใดจะกล้าเล่าเ้าคะ"
"อืม... พูดได้ดีนี่"หลินหลานหรูหัวเราะเบาๆ ปล่อยมือจากผมอาชิงแล้วเปลี่ยนมาลูบใบหน้าเล็กๆของอีกฝ่ายแทน แค่เก้าขวบแต่กลับช่างพูดจาได้ถึงขั้นนี้ นับว่าหาได้ยากเสียดายหากเชื่อฟังกว่านี้สักหน่อยคงได้ใช้ประโยชน์แบบนี้ยังต้องฝึกกันอีกมากจนกว่าจะใช้การได้"ขนมของข้าจะมีผู้ใดกล้ากินนอกจากข้า ก็จริงของเ้าแน่นอนว่าแค่ขนมชิ้นเดียวนับเป็อะไรได้แต่ขนมชิ้นเดียวนี้ดันเป็ขนมของข้าที่แม้แต่แม่ครัวใหญ่จางยังไม่กล้าชิมต้องโทษข้าที่ขนมตนเองผู้ใดกินยังไม่รู้ เ้าเห็นว่าอย่างไรข้าโง่มากใช่หรือไม่"
แววตาอาชิงเข้มขึ้นมองหลินหลานหรูราวตัวประหลาดรู้สึกไม่ยุติธรรมขึ้นมาในใจ ผู้ใดจะรู้ว่านางกินขนมชิ้นนั้นไม่ใช่ว่าแม่ครัวหยิบเกินมาหรอกหรือ นางกินไปชิ้นเดียวคงไม่ผิดสังเกตใด
เมื่อก่อนนางอดอยากปากแห้งเทียบกับคุณหนูอวดดีผู้นี้แล้วจะเข้าใจความลำบากของนางได้อย่างไรไม่คิดว่าแม้แต่ขนมชิ้นเดียวก็ทำให้นางตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้วอีกทั้งเมื่อคืนยังทรมานเพราะใจเต้นแรงไม่หยุด หาสาเหตุก็ไม่พบเช้านี้เพิ่งจะสงบลงบ้าง ยิ่งคิดไม่ถึงว่าคุณหนูผู้นี้จะเจ็บใจแค้นกับเื่ของกินเล็กๆสมกับคำเล่าลือว่านางเลวร้ายนัก
หลินหลานหรูถอนหายใจออกมาแรงๆหนหนึ่ง อยากทำดีแต่ทำไม่เป็ จึงยืดตัวขึ้นตรงแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะเลื่อนมือเลือกขนมบนจานก่อนเอ่ยถามอาชิงที่อยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย"เ้าเป็อย่างไรบ้างเล่า ยังใจเต้นเร็วอยู่หรือไม่"
"ไม่เ้าค่ะ"อาชิงตอบอย่างไม่เต็มใจนัก แม้แต่เสี่ยวจิงยังรู้สึกฉุนตงิดๆ ในใจ
"เช่นนั้นก็ดีเ้าฉลาดถูกใจข้ายิ่งแต่เสียทีที่เ้าประเมินข้าต่ำไป"นางยังคงหันหลังให้สาวใช้ "พวกเ้าจำไว้ ไม่ว่าสิ่งใดที่เป็ของข้าจะสิ่งของหรืออาหารที่เหลือจากข้า หากข้าไม่อนุญาตก็อย่าได้เผลอแตะต้องไม่เช่นนั้น..."
นางเลือกขนมสีชมพูอ่อนขึ้นมาแต่กลับเปลี่ยนใจไปหยิบชิ้นสีม่วงเข้มแทน แววตาฉายความอำมหิตขึ้นทีละน้อยยกขนมขึ้นกัดไปคำเล็กๆ จากนั้นก็เดินกลับมาหาอาชิง"ลองขนมผสมยาพิษทั้งหมดในตะกร้านั้นดู ดีหรือไม่"
อาชิงได้ยินแล้วถึงกับผงะร้องเสียงหลงเบือนหน้าหนีแต่ไม่เป็ผลสำเร็จ หลินหลานหรูยื่นมือบีบปากบังคับให้กินนางยัดขนมเข้าไปทั้งชิ้นแล้วเลื่อนมือมาปิดปากอาชิงพร้อมบีบจมูกจนอาชิงจำต้องกลืนขนมลงไป ต่อมานางก็ปล่อยให้อาชิงสำลักยืนมองอีกฝ่ายพยายามจะล้วงคอ แต่โชคร้ายที่แค่ชั่วอึดใจพิษก็กำเริบที่ออกมาจึงเป็เือึกใหญ่เลอะเต็มกำมือ
อาชิงเห็นเืก็รู้สึกใจนตาเหลือกเงยหน้ามองคุณหนูอย่างขออภัย แต่กลับได้รับสายตาเ็าอำมหิตจากคุณหนูกลับมาร่างกายเด็กหญิงเริ่มกระตุก เ็ปไปตามกระดูกราวกับตัวหนอนนับหมื่นกำลังชอนไชแทะกินเนื้อหนัง ความทรมานนี้ยากจะบรรยายได้แต่กลิ้งเกลือกไปตามพื้นถ้าหากมันจะช่วยหยุดความทรมานนี้ได้จะเปิดปากร้องก็มีแต่เืทะลักออกมาเต็มพื้น "คะ...คุณหนู ช่วย…ช่วยอึก!"
ตะ…ตายไปแล้ว?
หลินหลานหรูยืนมองอาชิงจนแน่นิ่งมือเปื้อนเืข้างหนึ่งกำชายกระโปรงของนางไว้ก่อนขาดใจ…แค่กๆ แค่หมดสติ!"เฉิงอิ้น เอายาถอนพิษให้นาง แล้วลากออกไป"
กล่าวเพียงเท่านี้หลินหลานหรูก็ดึงชายกระโปรงสะบัดให้หลุดจากมืออาชิง ปัดๆ ให้ผ้าเรียบตึงดังเดิมเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้แล้วกินขนมต่อบนโต๊ะ พลางนึกในใจว่า แรงกว่าที่ข้าคิดไว้อีก เห็นทีคงต้องปรับใหม่แล้ว
…นางยังคิดทดลองยา?
บ่าวรับใช้ที่อยู่ในเหตุการณ์น้ำตาซึมไปตามๆกัน มารดามัน! ตูไม่ได้ซาบซึ้ง…กลัวจนฉี่จะราดอยู่แล้วคุณหนูสกุลหลินผู้นี้ช่างวิปริตผิดแผกเกิดขีดมนุษย์มนาเป็อสุรกายเก้าชีวิตแหกคุกนรกมาเกิดหรือไร พิษยังทำอะไรนางไม่ได้ แล้วผู้ใดจะเอาชนะนางได้กัน!
เฉิงอิ้นเดินมาประคองแผ่นหลังเล็กๆของอาชิง ล้วงมือข้างหนึ่งหยิบขวดกระเบื้องสีขาวที่พกติดตัวตลอดออกมาจากนั้นส่งยาสองเม็ดเข้าปากอาชิงทั้งที่ไม่ได้สติเขาเพียงสกัดจุดบนตัวเด็กหญิงก็สามารถให้นางกลืนยาลงไปได้แล้ว
สองปีที่เฉิงอิ้นรู้จักคุณหนูสกุลหลินผู้นี้เทียบกับสาวใช้ข้างกายนางอย่างเสี่ยวจิง เขายังอยู่มานานกว่ามากจึงรู้ว่างานอดิเรกของคุณหนูคือหาเื่ผู้อื่น อีกทั้งยังชอบศึกษาเื่พิษกระทั่งทดลองกินเองบ้าง หลอกผู้อื่นให้กินบ้าง แม้แต่เขายังไม่เว้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงพี่ชายสองคนของนาง ชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้วกระมัง
เขาพอรู้บ้างว่าสีในขนมไม่ได้ใช้บอกระดับความรุนแรงของพิษแต่บอกระยะเวลาในการกำเริบ สีชมพูอ่อนที่อาชิงแอบขโมยกินไปกินแล้วดูเหมือนไม่มีสิ่งผิดปกติใดร้ายแรง แต่พิษจะค่อยๆออกฤทธิ์ต่อหัวใจอย่างช้าๆ เช่นนั้นเมื่อคืนอาชิงจึงบอกว่าหัวใจนางเต้นเร็วขอบตาก็เริ่มดำคล้ำร่างกายนางไม่เหมือนคุณหนูที่รับพิษอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจะทนไว้ได้อย่างไรแม้เป็แค่พิษอ่อนๆ ไม่ถึงตายแต่ก็ทรมานไม่แพ้กัน
"น้องเล็กไยเ้าแกล้งสาวใช้เล่นอีกแล้ว"
...แกล้ง? ให้เกียรตินางเกินไปหน่อยหรือไม่
หลินหลงอวี้โผล่หน้าออกจากหลังเสาเขาเดินมายังเรือนทิศตะวันตกด้วยเห็นว่าอากาศวันนี้ช่างดียิ่งจึงอยากใช้ลานฝั่งนี้ฝึกท่าหมัดมวยของท่านอาจารย์ไป๋พอเห็นบ่าวรับใช้แต่ละคนแทบนอนราบกับพื้นก็หยุดยืนดูและคิดเป็อย่างเดียวว่า...หลินหลานหรูกำลังแกล้งผู้อื่นเล่น
หลินหลานหรูเห็นพี่รองเดินเข้ามานางจึงเลิกสนใจบ่าวรับใช้ให้พวกเขาทำความสะอาดพื้นจนเสร็จแล้วโบกมือไล่กลับไปทั้งหมดปล่อยให้เฉิงอิ้นพาเด็กรับใช้ไร้สตินางนี้จากไปด้วย
"ข้ามาขัดอารมณ์สุนทรีย์ของเ้าหรือไรเหตุใดจึงไล่พวกนางไปแล้ว" หลินหลงอวี้ยืนพิงเสาพร้อมยกสองมือกอดอกมองตามบ่าวรับใช้หิ้วหอบกระโปรงวิ่งย่ำหิมะหนีตายกันจ้าละหวั่น เหอะๆช่างเป็ภาพที่อุจาดตายิ่ง จึงส่ายหน้าน้อยๆ กล่าวกับนางไปว่า"นับวันบ่าวรับใช้ยิ่งวิปริตเหมือนเ้า"
หลินหลานหรูหนังตากระตุกนั่นพี่รองของนางพูดสิ่งใด จากเดิมที่จ้องอักษรบนหน้าตำรา ยามนี้เปลี่ยนเป็เหล่ตามองหน้าพี่ชายประหนึ่งเตือนว่า…ท่านพูดผิดหรือไม่? แต่คุณชายรองผู้ไม่สะทกสะท้านสิ่งใดการกระทำของน้องเล็กเช่นนี้น่าเอ็นดูยิ่ง
"หึๆ เ้าเจ็บตาหรือ"นั่นอย่างไร!
แก้มคุณหนูหลินยิ่งกลมตุ๊บป่องด้วยรู้สึกร้อนๆ ในอก สุดท้ายก็เมินพี่ชายไปไม่สนใจเขาอีก
หลินหลงอวี้เดินขึ้นหน้าหยิบขนมกลีบดอกบัวสีม่วงเข้มชิ้นสุดท้ายขึ้นมา "ขนมอะไรแม้แต่สาวใช้ยังกระอักเื ร้ายกาจถึงเพียงนั้นเชียวเห็นทีข้าต้องฝึกโยนขนมเ้าเข้าปากศัตรูแทนการฝึกหมัดมวยแล้ว"
ต่อให้ไม่อยากสนใจเพียงใดหางตากลับเห็นพี่ชายส่งขนมเข้าปาก"พี่รอง ขนมสีอื่นยังเหลืออยู่อีกตั้งหลายชิ้น ท่านชอบสีม่วงหรือเ้าคะคิดอยากโยนเข้าปากตัวเองก่อนปากศัตรูหรือไร" นางเน้นที่คำว่า 'สีม่วง' เป็พิเศษ
พอได้ยินเช่นนั้นหลินหลงอวี้จึงวางกลับที่เดิมทว่ามือเขาเพิ่งห่างจากขนมชิ้นเดิมเล็กน้อย ก็มีอีกมือจากอีกคนหยิบแทนสองพี่น้องหันมองตามมือปริศนาขึ้นไปจึงเห็นพี่ใหญ่ของพวกเขายัดขนมกลีบดอกบัวสีม่วงเข้มเข้าปากทั้งชิ้นนางจะเอ่ยสิ่งใดเตือนก็ไม่ทันแล้ว
ทางฝั่งหลินหลงอู่ไม่รู้เื่อะไรจึงกินขนมชิ้นพิเศษนี้เข้าขยับปากเคี้ยวได้ไม่ถึงสองครั้งก็รีบพ่นทิ้งเข้าโคนต้นไห่ถังด้านข้าง"น้องเล็ก! ฝีมือการทำขนมของเ้าเลวร้ายถึงเพียงนี้เชียวรึเ้าใส่สิ่งใดเข้าไป เหตุใดทั้งเผ็ดทั้งข่มเช่นนี้"
หลินหลานหรูอ้าปากค้างนางได้ยินเต็มสองหู ที่ว่าร้อนๆ ในอกก่อนหน้านั้น ตอนนี้กำลังเดือดปุดๆไม่เคยมีผู้ใดกินแล้วคายขนมของนางออกมาได้น่าเกลียดเท่านี้ "พี่ใหญ่...ท่าน!" นางจนคำพูด
เป็หลินหลงอวี้ที่เห็นแล้วขบขันกุมท้องหัวเราะเอาเป็เอาตาย "พี่ใหญ่ ท่านยังไม่ชินอีกหรือขนมพวกนี้ที่นางทำล้วนผสมพิษทั้งนั้น ท่านยังเลือกกินสีเข้มๆ นั่นอีกท่านคิดว่านางจะผสมอะไรบ้างเล่าถึงได้กลายเป็สีเช่นนั้น"
อุบ๊ะ!
เสียงหัวเราะของคุณชายรองสกุลหลินดังลั่นทั่วลานเรือนหน้าคุณหนูหลินคนเล็กยิ่งหงิกแล้วหงิกอีก กล้าดูถูกนางถึงเพียงนี้เชียวหรือ
หลินหลงอู่มองน้องชายหัวเราะไม่รู้จะขบขันอะไรขนาดนั้น ถึงขั้นลงไปนอนกลิ้งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเป็เด็กสามขวบไปได้"น้องรอง… หลงอวี้…" ยังหัวเราะไม่หยุดเขานึกหมั่นไส้น้องชายจึงไม่เอ่ยเรียกอีก เงียบไปได้สักพักเข่าตัวเองดันทรุดนิ่วหน้าเ็ปทรมานยิ่ง
___________________________________________
[1] ซื่อ เป็ธรรมเนียมการเรียกขานสตรีที่แต่งงานแล้วของจีนโดยใช้คำว่า “ซื่อ” ต่อท้ายนามสกุลเดิมของสตรี
[2] เค่อ เป็หน่วยนับเวลาของจีนโบราณเท่ากับ 15 นาที
[3] มามาเป็คำที่ใช้เรียกหญิงสูงวัยและหญิงรับใช้าุโในเชิงยกย่อง