ปี้นนน ปี้นนน... เสียงบีบแตรรถทางด้านหลังทำให้คนที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่ล้อรถต้องเอี้ยวตัวหันไปมองอย่างสงสัยระคนหงุดหงิดไม่ได้ แต่พออีกฝ่ายเลื่อนกระจกรถลงกลับเป็คนที่กำลังหงุดหงิดเสียเองที่เสียอาการ
"อาอาร์ สะ..สวัสดีครับ"
"อืม รถเป็อะไรเหรอ" คนบนรถพยักหน้ารับไหว้คนที่เด็กกว่าพลางชะเง้อคอมองมายังรถเ้าปัญหาของอีกฝ่ายอย่างไคร่รู้
"เอ่อ เหมือนว่าจะโดนแกล้งน่ะครับลมยางโดนปล่อยหมดเลยทั้งสี่ล้อ"
คนเด็กกว่าพูดออกมาอย่างหงุดหงิด อย่าให้รู้นะว่าใครมันมาเล่นพิเรนแบบนี้พ่อจะกระทืบให้เข็ดเลย วันนี้ครบกำหนดที่เขาต้องมาซื้อของเข้าห้องพอเลิกเรียนก็ตรงดิ่งมาที่นี่เลยเดินเลือกนั่นหยิบนี่เพลินไปหน่อยทำให้ลืมดูเวลา พอรู้ว่าห้างใกล้ปิดก็รีบเข็นรถมาเข้าคิวจ่ายเงิน แต่พอเตรียมจะหยิบของใส่ท้ายรถกลับเห็นความผิดปกติ ลมยางรถคันโปรดแบนแต๊ดแต๋แถมแบนหมดทั้ง4ล้อด้วยทำให้เ้าตัวรู้ทันทีว่าโดนกลั่นแกล้ง โดนแกล้งวันไหนไม่โดนมาโดนวันที่ไม่มีไอ้อาร์มอยู่ข้างกาย วันนี้มันบอกว่ามันติดธุระทำให้ไม่สามารถมาช่วยซื้อของและกลับคอนโดพร้อมกันได้เหมือนอย่างเคย ครับ..ตามนั้นเพราะปกติของทุกวันหลังเลิกเรียนถ้ามันไม่ไปค้างที่คอนโดด้วยกันมันก็จะอาสาขับรถไปส่ง แต่ถ้าวันไหนเขาขับรถไปเองมันก็จะต้องขับตามมาส่งจนถึงคอนโดถึงจะแยกกลับบ้านไป แต่วันนี้เหมือนดวงเขาจะซวยหรือไม่ไอ้เหี้ยนั่นก็จงใจให้มันเป็แบบนี้เพราะทุกอย่างมันช่างประจวบเหมาะไปหมด
"แล้วโทรตามช่างหรือยัง แต่ดึกแล้วนี่แบบนี้ช่างจะยอมมาให้หรือเปล่าเนี่ย"
"ยังครับ ผมว่าจะจอดทิ้งไว้ที่นี่ก่อนพรุ่งนี้ค่อยเรียกช่างมาดูให้"
"อืมม เอางั้นเหรอ..แล้วนี่จะกลับยังไงล่ะ" พ่อของเพื่อนถามเขาอย่างเป็ห่วง
"เดี๋ยวผมโบกแท็กซี่เอาครับ"
"งั้นเอาแบบนี้ดีกว่าเดี๋ยวอาไปส่งเราเองจะได้ไม่ต้องลำบากยืนรอแท็กซี่ อีกอย่างเผื่อเจอแท็กซี่ที่ชอบปฏิเสธลูกค้าจะเสียเวลาจนดึกดื่นไปใหญ่ ตกลงตามนี้นะ..ขึ้นมาสิ" อีกฝ่ายไม่เว้นช่องให้เขาได้ปฏิเสธเลยแถมยังเปิดประตูรอแล้วยังเดินมาช่วยหยิบจับข้าวของใส่ท้ายรถให้เสร็จสรรพถ้าเขาปฏิเสธคงจะดูเสียมารยาทน่าดู
"อาขอโทษที่เสียมารยาทด้วยแต่อาไม่อยากปล่อยให้เรานั่งแท็กซี่ไปลำพังเพราะถ้าเ้าอาร์มรู้คงบ่นอาหูชาแน่ เราคงไม่โกรธอาหรอก..ใช่ไหม"
จบคำพูดยาวพรืดที่เหมือนดักทางเป็นัยๆก็เงยใบหน้าหล่อคมไม่ต่างจากลูกชายของเ้าตัวขึ้นสบตาเขาแล้วเลิกคิ้วรอคำตอบด้วยใบหน้าติดยิ้มน้อยๆ
"คะ..ครับไม่โกรธ เอ่อ ขอบคุณนะครับอาอาร์"
"อืม งั้นไปขึ้นรถเถอะจะได้รีบกลับเดี๋ยวจะดึกกันไปใหญ่"
พูดจบพ่อของเพื่อนก็ดันเขาให้ขึ้นไปนั่งในรถพร้อมกับปิดประตูให้เสร็จ ผมได้แต่นั่งอึ้งให้กับการกระทำของพ่อเพื่อน ที่ผ่านมาแม้ว่าผมจะไปบ้านของอีกฝ่ายนับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่มีครั้งไหนที่เราทั้งคู่จะได้พูดคุยกันเกิน2นาทีด้วยซ้ำ ทุกครั้งที่เจอจะเริ่มต้นด้วยการที่ผมยกมือสวัสดีแล้วก็จะได้รับการพยักหน้าตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มมุมปากมากสุดก็แค่คำว่า'อืม'แค่นั้น แม้บางครั้งจะทานข้าวร่วมโต๊ะแต่ก็ไม่มีบทสนทนาไหนที่จะคุยกันยืดยาวระหว่างผมกับเขา วันนี้ผมถึงได้รู้สึกแปลกๆไม่คิดว่าพ่อเพื่อนที่ดูเ็าและดูนิ่งๆกับเขามาตลอดแต่พอมาเจอกันข้างนอกจะให้ความสนใจและช่วยเหลือเขาได้อย่างเป็ธรรมชาติแบบนี้
เขาก็แค่ดูแลตามสมควรในฐานะเพื่อนของลูกแหละมังมึงจะคิดมากเพื่ออะไรวะไอ้โปรด
"แล้วเราทานข้าวหรือยังล่ะ" ความเงียบถูกทำลายลงด้วยคำถามของพ่อเพื่อน
"เอ่อ.."
"ยังสินะ..งั้นแวะทานข้าวด้วยกันก่อนนะ ทานเสร็จเดี๋ยวอาไปส่งให้ถึงห้องอย่างปลอดภัยเลย" นี่คือคำชวนหรือคำสั่งกันแน่ เอาแต่ใจเหมือนลูกชายเด๊ะ
"..แล้วผมปฏิเสธได้ไหมล่ะครับ?"
ถามพร้อมกับจ้องหน้าพ่อของเพื่อนเพื่อรอคอยคำตอบแต่กลับไร้คำตอบหรือคำพูดใดๆจากอีกฝ่าย เห็นแบบนั้นผมเลยก้มหน้าชิดอกพลางยู่ปากอย่างขัดใจ ทำให้พลาดได้เห็นมุมปากหนากระตุกยิ้มพร้อมกับสายตาคมดุแฝงความเ้าเล่ห์ที่ทอดผ่านเพียงแว่บของอีกฝ่าย
"ทานเยอะๆถ้าไม่อิ่มก็สั่งได้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจอา อาเต็มใจเลี้ยง"
อาร์พูดพร้อมกับตักอาหารบนโต๊ะที่วางเรียงรายหลากหลายเมนูใส่จานให้คนเด็กกว่าตรงหน้าอย่างเอาใจ สร้างความประหลาดใจให้กับเด็กตรงหน้าเป็อย่างมากไม่คิดว่าพ่อเพื่อนจะเทคแคร์เขามากขนาดนี้เพราะที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่เคยทำกับเขาแบบนี้
"อาอาร์ทานเลยครับเดี๋ยวผมตักเองก็ได้..แห่ะ ผมเกรงใจน่ะครับ" คำเอ่ยห้ามต้องหยุดชะงักลงทันทีที่เหลือบไปเห็นสายตาคมดุที่ทอดมองมาเหมือนขัดใจ
"อาบอกแล้วไงว่าอาเต็มใจ อย่าดื้อกับอาได้ไหม อาตักให้ก็ทานไปจะได้โตเร็วๆ" ห๊าา!!ก็โตแล้วไหมล่ะ.. อยู่ๆคำพูดแบบนี้ของพ่อเพื่อนก็ทำให้เขาเกิดความประหม่าขึ้นมา
"..แล้วอาอาร์มาทำอะไรที่ห้างเหรอครับ เอ่อ ผมหมายถึงผมโชคดีที่เจออาอาร์น่ะครับไม่งั้นคงลำบากแบบที่อาอาร์ว่า แห่ะ โดนแกล้งตอนไหนไม่โดนมาโดนวันที่ไอ้.. เอ่อ อาร์มติดธุระ" คำพูดจิกหัวที่กำลังจะเอ่ยถึงเพื่อนรักต้องถูกกลืนลงคอด้วยความเร็วแสงเมื่อเพิ่งสำนึกได้ว่าคนตรงหน้านี่เป็พ่อของมัน
"อืมม พอดีอาผ่านไปทำธุระน่ะ"
คนแก่กว่าตอบพลางเสมองไปทางอื่น ปกติแล้วเขาไม่ชอบโกหกใครและไม่ชอบให้ใครมาโกหกด้วยแต่ในกรณีนี้และกับคนนี้เขาขอยกเว้นไว้ชั่วคราวก็แล้วกัน ที่ผ่านมาเขารู้ความเคลื่อนไหวของเด็กตรงหน้าผ่านลูกชายตลอดเพราะสองคนนี้ตัวติดกันราวตังเม วันนี้พอสบโอกาสเลยจัดการแยกคนทั้งคู่ออกจากกันแล้วก็ขับรถตามห่างๆจนมาถึงห้าง แถมลงทุนจ้างคนไปปล่อยลมยางรถของคนตรงหน้าอีกถ้างานนี้โดนจับได้มีหวังโดนเด็กตรงหน้ากับลูกชายโกรธเป็แน่แท้ แต่แล้วยังไงล่ะ..ถ้ามัวแต่รอโอกาสแล้วเมื่อไรจะมีโอกาส.. หากไม่คิดจะสร้างมันขึ้นมาเอง
ปรกติบรรดาหนุ่มสาวที่เขาควงและเด็กในสังกัดจะเป็นักศึกษาบรรดาลูกคุณหนูคุณนาย เน็ตไอดอล ดาราหรือไม่ก็ไฮโซ แต่กับเด็กตรงหน้าถือเป็ข้อยกเว้น..อาา ข้อยกเว้นอีกแล้วสินะ อาร์หนุ่มใหญ่ไฟแรงคิดมาถึงตรงนี้ก็อดกระตุกยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้
'อยากรับรู้ความรู้สึกขณะเรือนร่างของเด็กบ้านๆซื่อๆตามคำบอกของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนสักหน่อย ว่ามันจะเหมือน แตกต่างหรือให้ความรู้สึกพิเศษต่างจากบรรดาของเล่นไฮโซที่เขาเคยหรือเปล่า' ความสุขของเขาหลังจากที่ภรรยาสุดที่รักเสียก็มีแต่ลูกชาย งาน เงิน อำนาจและก็คงจะเป็บรรดาของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวเพื่อระบายอารมณ์ดิบของตัวเอง
ถ้าถามว่าเขาทำแบบนี้ทำไม? สั้นๆเลยแค่ตอบสนองความอยากของตัวเองล้วนๆและเขาก็ไม่คิดว่ามันจะผิดด้วย ของแบบนี้ตบมือข้างเดียวย่อมไม่ดังอยู่แล้ว มันคือการแลกเปลี่ยนเราสุขสมเขาก็สุขสม อีกฝ่ายเสนอมาเขาก็แค่สนองไป แต่เด็กตรงหน้าจะต่างกับคนอื่นๆก็ตรงที่เขาเป็ฝ่ายเข้าหาเองก็เท่านั้นแต่จุดจบของความสัมพันธ์ก็คงไม่ต่างจากคนอื่นๆเพราะเขามันเป็จำพวกเบื่อง่ายเสียด้วยสิ
+++++
ยังไม่ได้ตรวจคำผิด