บทที่ 3 จดหมายจากแม่ทัพหลิวเยี่ยน
ในยามวิกาลอันเงียบสงัด สายลมเย็นพัดผ่านตำหนักของตระกูลซู ซูเหมยลี่นั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ประดับลายั ตัวนางสวมชุดนอนสีขาวเนื้อดี ผ้าคลุมไหล่ทำจากขนสัตว์นุ่มละมุน หญิงสาวทอดสายตามองจันทร์เต็มดวงผ่านหน้าต่างบานใหญ่ แต่ในใจกลับหนักอึ้ง
"เ้าดูเหนื่อยล้าเหลือเกิน ซูเหมยลี่" เสียงระบบดังขึ้นในหัวของนางอีกครั้ง น้ำเสียงนั้นฟังดูราบเรียบแต่น่ากลัวราวกับจะอ่านความคิดของนางได้
"ข้าไม่ได้เหนื่อย แต่ข้าเบื่อ" นางตอบกลับเสียงเรียบ "ข้าอยากรู้ว่าทำไมข้าต้องเป็ผู้รับบทบาทที่โหดร้ายเช่นนี้"
"เพราะนี่คือชะตากรรมของเ้า" ระบบตอบสั้นๆ
นางถอนหายใจยาว มองเงาสะท้อนของตนในถ้วยชา "ถ้านี่คือชะตากรรม ข้าก็จะทำให้มันจบอย่างที่ข้า้า"
ทันใดนั้น หญิงรับใช้คนสนิทก็รีบเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน นางค้อมตัวต่ำก่อนเอ่ยเสียงเบา "คุณหนูใหญ่ ข้ามีข่าวสำคัญเ้าค่ะ"
"ว่ามา" นางกล่าวเสียงเย็น พลางวางถ้วยชาลง
"ดูเหมือนว่าแม่ทัพหลิวเยี่ยนกำลังวางแผนบางอย่างเ้าค่ะ มีสายลับเห็นเขาพูดคุยกับขุนนางฝ่ายตรงข้ามเมื่อ่หัวค่ำ"
ซูเหมยลี่เลิกคิ้วขึ้น "หลิวเยี่ยน? เขาคงไม่กล้าทรยศต่อบัลลังก์หรอกกระมัง หรือว่า..." นางหยุดคิดก่อนจะเอ่ยต่อ "เขาวางแผนบางอย่างเพื่อช่วยนางเอกในนิยายสินะ?"
"เป็ไปได้เ้าค่ะ คุณหนูจะให้ข้าสืบต่อหรือไม่?"
"ไม่จำเป็ ข้าจะจัดการเื่นี้เอง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ในคืนนั้นเอง นางสั่งให้หญิงรับใช้เตรียมม้าให้พร้อม ก่อนจะเดินทางออกไปยังตำหนักของหลิวเยี่ยนโดยไม่บอกใคร
เมื่อมาถึง นางพบว่าประตูตำหนักปิดสนิท แต่บรรยากาศกลับดูผิดปกติ นางลงจากม้าด้วยความระมัดระวัง หยิบผ้าคลุมขึ้นปิดบังใบหน้า ก่อนจะก้าวเข้าไปในเงามืด
"ข้ามาเพื่อพบแม่ทัพหลิวเยี่ยน" นางเอ่ยเสียงเย็นกับทหารยามที่หน้าประตู
ชายหนุ่มมองนางอย่างลังเล แต่ไม่กล้าขัดขวาง "โปรดรอสักครู่ ข้าจะไปแจ้งให้ท่านแม่ทัพทราบ"
ไม่นานนัก หลิวเยี่ยนก็ปรากฏตัวขึ้น เขาสวมชุดลำลองสีดำ ดวงตาคมกริบจ้องมาที่นางด้วยความสงสัย
"ซูเหมยลี่ เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ในยามค่ำเช่นนี้?"
"ข้ามีเื่สำคัญที่ต้องพูดกับท่าน" นางตอบ พลางก้าวเข้าไปหา
"เื่สำคัญเช่นนั้นหรือ?" น้ำเสียงของเขาฟังดูไม่ไว้วางใจ
"ข้าได้ยินข่าวลือว่าท่านกำลังวางแผนบางอย่าง ข้ามาเพื่อเตือนท่านว่า อย่าได้คิดกระทำการใดๆ ที่จะเป็ภัยต่อราชบัลลังก์"
หลิวเยี่ยนหัวเราะในลำคอ "ดูเหมือนท่านจะคิดว่าข้าทรยศต่อแผ่นดิน แต่ข้าต่างหากที่ควรถามท่าน ว่าท่านเองกำลังวางแผนอะไรอยู่"
คำพูดนั้นทำให้นางชะงัก หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นตระหนก แต่ยังคงรักษาท่าทีสงบ "ข้าก็เพียงทำหน้าที่ของข้า เพื่อปกป้องผู้ที่ควรได้รับการปกป้อง"
"ผู้ที่ควรได้รับการปกป้อง หรือท่านหมายถึงตัวท่านเอง?"
คำพูดของเขาเหมือนคมดาบที่ฟันลงมาที่ใจของนาง แต่ก่อนที่นางจะตอบอะไร เขาก็ก้าวเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู
"ระวังตัวไว้ให้ดี ซูเหมยลี่ ในโลกที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงเช่นนี้ ท่านอาจไม่รู้ว่าใครเป็มิตรและใครเป็ศัตรู"
ซูเหมยลี่กลับมายังตำหนักด้วยความคิดที่สับสน คำพูดของหลิวเยี่ยนยังคงก้องอยู่ในหัว นางเริ่มตระหนักว่าทุกย่างก้าวในโลกนิยายนี้เต็มไปด้วยกับดักที่นางอาจหลบเลี่ยงไม่ได้
"บางที ข้าอาจไม่ใช่ผู้ควบคุมชะตากรรมนี้ แต่ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครควบคุมข้าได้เช่นกัน" นางพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
ดวงจันทร์ยังคงลอยเด่นบนฟากฟ้า แต่แสงของมันกลับดูเลือนรางลง ราวกับเป็ลางบอกเหตุถึงพายุที่กำลังจะมา...
รุ่งเช้าในตำหนักซูเหมยลี่ แสงอาทิตย์อ่อนจางสาดเข้ามาในห้องนอนผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้เพียงครึ่งหนึ่ง ซูเหมยลี่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกอ่อนล้า หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน ความคิดของนางเต็มไปด้วยคำพูดของหลิวเยี่ยนและความกังวลถึงอนาคต
“คุณหนูเ้าคะ! ท่านแม่ทัพหลิวเยี่ยนส่งจดหมายถึงท่านเ้าค่ะ” หญิงรับใช้เอ่ยเสียงตื่นเต้น พลางยื่นม้วนจดหมายที่ปิดผนึกอย่างดีให้
ซูเหมยลี่รับม้วนจดหมายมาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเปิดออกอ่านเนื้อความภายใน
"คุณหนูใหญ่ ซูเหมยลี่
ข้าขออภัยหากคำพูดของข้าเมื่อคืนทำให้ท่านรู้สึกไม่สบายใจ แต่ข้าเชื่อว่าท่านย่อมเข้าใจว่าความลับบางอย่างมิอาจเปิดเผยได้ง่ายๆ
สำหรับสิ่งที่ท่านหวาดกลัว ข้าสาบานว่าจะไม่ทรยศต่อแผ่นดินหรือบัลลังก์ แต่หากวันหนึ่งท่าน้าคำตอบที่แท้จริง โปรดพบข้าที่เรือนริมสระน้ำในอุทยานหลวง คืนพรุ่งนี้ยามสาม
หลิวเยี่ยน"
นางขมวดคิ้วทันทีหลังอ่านจดหมายจบ "เขา้าอะไรจากข้ากันแน่?"
“คุณหนูเ้าคะ ท่านแม่ของท่านขอให้ท่านไปพบที่ห้องโถงใหญ่นะเ้าคะ” หญิงรับใช้รายงานแทรกขึ้น นางเก็บจดหมายอย่างรวดเร็ว และเตรียมตัวออกไป
ในห้องโถงใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ซูเจิ้นไห่ หัวหน้าตระกูลนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสง่างาม ข้างกายเขาคือซูเหมยชุน น้องสาวต่างมารดาที่มีใบหน้าหวานล้ำ นางสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนดูอ่อนโยน แต่แววตากลับฉายแววคมกริบ
“เหมยลี่ ลูกมาแล้วหรือ” ซูเจิ้นไห่กล่าวเสียงเข้ม
“ท่านพ่อมีเื่ใดจะสั่งหรือเ้าคะ?” นางเอ่ยตอบพลางก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ
“พ่อได้รับข่าวว่าฮ่องเต้จะจัดงานเลี้ยงรับรองในอีกสามวัน และเ้าได้รับเชิญให้เข้าร่วมในฐานะตัวแทนของตระกูลซู”
ซูเหมยลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เหตุใดข้าจึงต้องไปในงานนี้?”
“เ้าเป็บุตรสาวคนโต และนี่เป็โอกาสอันดีที่ตระกูลเราจะได้แสดงความสัมพันธ์กับราชวงศ์” ซูเจิ้นไห่พูดอย่างหนักแน่น
“พี่ใหญ่เ้าคะ” เสียงหวานใสของซูเหมยชุนดังขึ้น “ข้าหวังว่าท่านจะใช้โอกาสนี้แสดงให้ฮ่องเต้เห็นถึงความสามารถของท่าน และโปรดอย่าทำให้ตระกูลเสื่อมเสีย”
คำพูดนั้นดูเหมือนจะเป็ความหวังดี แต่ในความเป็จริงคือการกระทบกระเทียบที่แฝงความอิจฉา ซูเหมยลี่เพียงแค่ยิ้มบางๆ ตอบกลับ “เ้าหมดห่วงเถิด เหมยลี่คนนี้ย่อมรู้ว่าต้องทำสิ่งใด”
ในค่ำคืนของการพบกับหลิวเยี่ยน ณ เรือนริมสระน้ำ อากาศเย็นสบายแต่บรรยากาศกลับเงียบงันจนชวนอึดอัด
“ท่านมาช้ากว่าที่ข้าคาดไว้” เสียงหลิวเยี่ยนดังขึ้นจากเงามืด
ซูเหมยลี่หันไปมอง ชายหนุ่มในชุดลำลองสีเข้มก้าวออกมา ดวงตาคมจ้องมองนางอย่างไม่ละสายตา
“ข้ามาเพื่อฟังคำอธิบายของท่าน” นางกล่าวเสียงเย็น พลางยืนอย่างระมัดระวัง
“ข้ารู้ว่าท่านสงสัยในตัวข้า แต่ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่มีวันทรยศบัลลังก์” หลิวเยี่ยนหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อ “แต่ท่านต่างหาก ที่ข้าสงสัยว่าทำไมท่านถึงรู้เื่มากมายเกี่ยวกับข้า”
หัวใจนางเต้นแรง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาแสดงออกว่ารู้ตัวว่านางกำลังสอดแนม “ข้าเพียงแต่ทำตามหน้าที่ของข้าในฐานะบุตรสาวตระกูลซู ท่านคิดว่าข้าจะทำอะไรได้มากกว่านั้นหรือ?”
หลิวเยี่ยนหัวเราะเบาๆ “ข้าหวังว่าจะเป็เช่นนั้น เพราะหากท่านคิดจะเล่นเกมกับข้า ท่านอาจพบว่าข้าไม่ใช่คนที่ง่ายต่อการจัดการ”
บรรยากาศเคร่งเครียดขึ้น แต่ก่อนที่ทั้งสองจะพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าของบุคคลที่สามก็ดังขึ้นจากระยะไกล
“มีคนมา!” นางกระซิบเสียงเบา
หลิวเยี่ยนขยับเข้ามาใกล้ “กลับไปที่ตำหนักของท่านซะ ข้าจะจัดการที่เหลือเอง”
ซูเหมยลี่ลังเล แต่เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของเขา นางจึงยอมถอยออกจากพื้นที่นั้นเงียบๆ
ในคืนนั้นเอง นางเริ่มตระหนักว่าตนกำลังตกอยู่ในเกมแห่งอำนาจที่ซับซ้อน ระหว่างหลิวเยี่ยน ฮ่องเต้ และตัวนางเอง และไม่ว่าทางไหน นางก็ไม่อาจหลบเลี่ยงโชคชะตาที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้...