การรักษาโดยโพชั่นรักษาระดับกลางเป็ไปอย่างช้าๆ เพราะร่างกายของพ่อไม่ค่อยจะตอบสนอง เฟยจึงใช้เวทมนตร์ ‘แสงแห่งการรักษา’ ช่วยเหลืออีกทาง แม้ว่ามันจะเป็เวทมนตร์ที่เขาไม่ค่อยจะถนัดก็ตาม แต่เมื่อครั้งหนึ่งเขาเคยได้ชื่อเป็ถึง ‘จักรพรรดิมนตรา’ เื่แค่นี้มันก็เป็ของกล้วยๆ แต่ด้วยพลังอันน้อยนิดที่อยู่ระดับ 2 ของเขาในตอนนี้ เหงื่อทั่วร่างกายก็ปกคลุมไปทั่วทั้งร่างเช่นกัน..
“..เฮ้ออ การรักษาเสร็จสิ้น.. พ่อลองขยับตัวดูนะครับ”
เฟยกล่าวพร้อมกับถอยหลังออกมาหลายก้าว ตอนนี้ตัวของเขาเหนื่อยมากจากการใช้พลังเวทย์ ด้วยระดับพลังเพียงเท่านี้เขาถึงกับต้องซดน้ำยาที่ช่วยฟื้นฟูไปหลายขวดเลยทีเดียว ส่วนทางด้านของพ่อที่ลองขยับแขนขา และลองพูด ปรากฏว่าไม่มีปัญหาใดๆ แถมยังดูจะแข็งแรงกว่าตอนที่ไม่เข้าโรงพยาบาลเสียอีก
สองสามีภรรยาโผลกอดเข้าหากันพลางน้ำตาไหลด้วยความดีใจ ส่วนทางด้านของเฟยที่เห็นภาพพวกนั้นเขาก็แทบจะต้องร้องเตือนออกมาทันควัน..
“ทำอะไรก็หัดเกรงใจลูกชายของตัวเองบ้างเถอะครับ.. ถึงผมจะอยู่มาสองพันปีในอีกโลกหนึ่ง แต่ผมก็ยังซิงนะจะบอกให้..” เฟยกล่าวกับทั้งพ่อ และแม่ที่กำลังจูจุ๊บกันอยู่ เมื่อทั้งสองได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับหัวเราะแห้งๆออกมาให้กับลูกชายของตนเอง
“แต่ก็น่าเหลือเชื่อมากจริงๆ พ่อรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่เลยล่ะ.. จะว่าไปเ้าลูกบ้า แกมียาที่ช่วยทำให้ฟิตตลอดทั้งคืนบ้างไหม พ่ออยากจะขอบคุณแม่แกสักหลายๆรอบหน่อยนะ.. โอ้ๆที่รัก คุณแทบจะไม่ได้นอนเลย ผมตื่นมาทีไรก็เห็นแต่คุณจ้องมองผมอยู่ตลอดเลย ผมรักคุณนะ” พ่อ ‘ภูมิ’ กล่าวกับเ้าลูกชายตัวเองอย่างเหลือเชื่อ ก่อนจะหันไปหวานแหววกับแม่ของเขาต่อ
“ของอย่างนั้นผมไม่มีหรอก.. แต่จริงๆที่โลกนู้นมันก็มีขายอยู่หรอก แต่สำหรับผมที่ไม่รู้ว่าจะใช้กับใครก็เลยไม่คิดจะซื้อหรือปรุงมันขึ้นมา สูตรปรุงของพวกนั้นผมก็ไม่รู้ด้วย.. อีกอย่างพ่อกับแม่หยุดฆ่าคนโสดสักทีจะได้ไหม เฮ้ออ” เฟยกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าเหนื่อยใจ ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะพูดอะไรก็หยุดทั้งสองคนไม่ได้เสียแล้ว หลังจากได้ทานยาโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์ร่างกายของเขาก็ค่อยดีขึ้นมาตามลำดับอย่างช้าๆ..
ทางด้านนอกห้อง ฟางที่เดินไปเดินมาพลางมองนาฬิกาที่ข้อมืออยู่ตลอดเวลาก็เริ่มชักจะทนไม่ไหวแล้ว
“นานมากเกินไปแล้ว พี่คุยอะไรกับแม่เกือบชั่วโมงแล้วเนี่ย.. ถอยไปเลยพี่เบนซ์ ฉันจะเข้าไปถามพี่เฟยให้รู้เื่..” ฟางกล่าวกับเบนซ์ที่ตอนนี้กำลังยืนขวางประตูห้องเอาไว้ไม่ให้น้องสาวของเพื่อนเข้าไปจุ้นจ้านเื่ที่ผู้ใหญ่เขากำลังคุยกัน
“ไม่เอาน่าน้องฟาง.. บางทีอาจจะเป็เื่ซีเรียสที่เฟยมันไม่อยากให้น้องรับรู้ก็ได้ อดทนรออีกหน่อยนะ.. โอ๊ย! ฮะฮ่าๆๆ ฮ่าๆ หยุด..น้า...” เบนซ์ที่กำลังเอ่ยกล่าวเหตุผลให้กับน้องสาวเพื่อนฟังก็ไม่ทันได้ระวังตัว จู่ๆน้องฟางก็พุ่งตัวเข้ามาหาเข้า และจี้จุดข้างลำตัวทันที..
“นี่แหนะ! ไม่ยอมถอยไปดีๆใช่ไหม ต้องเจอแบบนี้..นี่แหนะ” ฟางกล่าวพร้อมกับมือที่จะจิ้มไปยังขี้ข้างของเพื่อนพี่ชายอย่างมันมือ และเมื่อได้จังหวะเธอก็ไม่รอช้ารีบหมุนประตูเปิดเข้าไปในทันที..
“พี่กับแม่..คุย..อะไร.. เดี๋ยวนะ! พ่อฟื้นแล้ว?.. แถมยังมาจู๋จี๋กันอีก นี่มันเื่อะไรเนี่ย”
ฟางกล่าวพร้อมกับใบหน้าที่มึนงง เธอไม่เข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเลย เมื่อครู่พ่อของเธอยังนอนอยู่บนเตียงไม่รู้ว่าจะเป็ตายร้ายดียังไง แต่เผลอไปแป๊ยเดียวเท่านั้น พ่อกลับลุกขึ้นมาจู๋จี๋กับแม่เฉยๆเลย เบนซ์ที่เพิ่งจะตั้งตัวได้ก็รีบจะพาน้องฟางออกจากห้องไป แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร เขาก็มีอาการไม่ต่างจากน้องสาวเพื่อนเลยทีเดียว...
“เออคือ... คือว่า จะตอบยังไงดีล่ะเ้าเฟย” ผู้เป็พ่อพยายามจะอธิบายเื่ราวที่เกิดขึ้น แต่เขาก็สัญญาเอาไว้กับลูกชายตัวเองแล้วว่าจะปกปิดเื่นี้เอาไว้เป็ความลับ เขาจึงหันไปหาลูกชายให้อธิบายกับน้องสาวตัวแสบเอง ทางด้านของแม่ก็แกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเดินอ้อมไปที่โต๊ะทานอาหาร และรินน้ำให้กับสามีดื่มอย่างใจเย็น..
“อ่าวพ่อ! ทำไมคุณพ่อทำกับผมอย่างนี้ล่ะครับ.. เออ.. ใจเย็นๆก่อนนะฟาง เดี๋ยวพี่เล่าให้ฟัง…”
หลังจากนั้นก็เป็มหกรรมเล่าเื่เดิมซ้ำเหมือนกับที่เขาเคยเล่าให้เ้าเบนซ์เพื่อนของเขาฟัง เพิ่มเติมคือการที่เขาบังเอิญโชคดีได้มีบุญวาสนาพบกับฤๅษีผู้ทรงพลัง ท่านได้มอบน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์ให้กับเขามา และเขาก็ใช้มันรักษาตัวของพ่อให้หายดี และเื่ทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้แหละ..
“เื่จริงเหรอเนี่ย.. ไม่อยากจะเชื่อเลยแฮะ” ฟางกล่าว ส่วนผู้เป็พ่อ และแม่ก็พยายามที่จะพูดว่ามันเป็เื่จริงอย่างออกพิรุธ ซึ่งเมื่อเฟยเห็นอย่างนั้นเขาก็คิดว่าถ้ายังปล่อยให้ทั้งสองมีอาการเลิ่กลั่กอย่างนั้นต่อไปล่ะก็ มีหวังได้ความแตกกันพอดี ดังนั้นเขาจึงพยายามหาเื่อื่นมาเบี่ยงเบนความสนใจ..
“จริงสิ! นอกจากนี้ท่านยังได้ให้เหล็กไหล แร่ในตำนานกับพี่มาอีกด้วย.. ใจจริงอยากจะเก็บไว้บูชา แต่เราจำเป็ต้องใช้เงินกัน พี่เลยไปขายมาตอนเช้าได้เงินหลายสิบล้านบาทเลยล่ะ.. พี่ซื้อของติดไม้ติดมือมาให้เราด้วยนะฟาง เป็มือถือ IPHONE กับ IPAD ตัวที่ดีที่สุดของร้านมาฝากเราด้วยนะ..อืมๆ” เฟยกล่าว
“เงินเป็สิบล้าน!...” ทีนี้ไม่ใช่เพียงแค่ฟางเท่านั้นที่ใ คนอื่นที่ได้ยินก็ใไม่ต่างกัน..
“ใช่แล้วล่ะ.. ว่าแต่พ่อกับแม่เป็หนี้คนอื่นเขาอยู่เท่าไรเหรอ เดี๋ยวเสร็จจากที่โรงพยาบาลจะได้รวดไปจ่ายพวกมันให้จบๆไป” เฟยกล่าวราวกับมันเป็เงินก้อนเล็กๆ แต่ก็ใช่เพราะตอนนี้เขามีเงินมากว่า 5 พันล้านบาท ดีที่ไม่ได้พูดว่าร้อยล้านหรือพันล้านบาทออกไป ไม่งั้นมีหวังทุกคนที่นี่ได้ช็อกตายนอนโคม่าบนเตียงเหมือนพ่ออีกรอบแน่ๆ
“เออ.. พ่อยืมมาเช่าที่ทำนา 2 แสนน่ะ แต่ว่าข้าวปีนี้ราคาตกมาก แม้แต่ทุนยังแทบจะไม่ได้คืนเลย รวมๆตอนนี้ก็น่าจะเกือบ 2 แสน 5 หมื่นบาทละมั้ง..” พ่อกล่าวตอบพลางใช้ความคิด
“ใช่ที่ไหนกันล่ะลูก พ่อเขาทำนาไม่เป็ต่างหาก ข้าวเลยได้น้อย แม่บอกแล้วให้ปลูกผลไม้ขายั้แ่แรกก็ไม่เชื่อ บ้านเราก็ยังมีพื้นเหลืออยู่ส่วนหนึ่ง ไม่น่าหาเื่เข้าตัวเลยคุณนี่น้า” แม่ไหมกล่าวตอบความจริงกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างตรงไปตรงมา และมันเรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่อยู่ในห้องได้เป็อย่างดี
“ที่รักล่ะก็.. พูดอย่างนี้ผมก็อายเด็กๆมันเหมือนกันนะ อีกอย่างผมเพิ่งจะหายป่วย อย่าดุผมเยอะสิครับ ตอนนี้ก็สำนึกผิดไม่ทันแล้วเนี่ย..” พ่อกล่าวพลางเสียงหัวเราะเต็มห้องรักษาตัว..
“ทำไร่เหรอครับ น่าสนใจ.. เอาไว้เราดัดแปลงบ้านเก่าให้เป็บ้านสวน ทำไร่ทำนาไป เดี๋ยวผมซื้อที่ดินเพิ่มให้เอง พ่อกับแม่อยากทำอะไรก็จะได้ทำเต็มที่.. อีกอย่าง ก่อนมาที่นี่ผมได้ซื้อบ้านหลังหนึ่งเอาไว้ชานเมือง ยังไงวันนี้ก็สามารถเข้าไปอยู่ได้เลย รอจ่ายเงินที่โรงพยาบาล เสร็จแล้วก็จ่ายหนี้ แล้วก็ไปดูบ้านกันต่อเลยดีกว่านะครับ..” เฟยกล่าวบอก ซึ่งก็แน่นอนว่าเป็อีกครั้งที่ทุกคนอ้าปากค้าง..
“เออ.. เมื่อกี้ลูกพูดว่าบ้านใช่ไหม หรือว่าแม่ฟังผิดไป” แม่ไหมกล่าวถามพร้อมกับหันหน้าไปถามความคิดเห็นจากคนอื่นว่าได้ยินเหมือนกับที่เธอได้ยินหรือเปล่า
“ใช่.. เมื่อกี้ผมก็ได้ยินอย่างนั้นเหมือนกันนะที่รัก ลูกล่ะฟาง ได้ยินเหมือนที่พ่อกับแม่ได้ยินไหม” พ่อภูมิกล่าวตอบกับภรรยา ก่อนจะโยนคำถามนี้ไปให้กับลูกสาวของตัวเอง
“หนูได้ยินชัดั้แ่ IPHONE กับ IPAD แล้วล่ะค่ะ แต่ตอนนั้นหลังจากที่ได้ยินว่าได้เงินเป็สิบล้านก็ยังพอเข้าใจได้ แต่เื่บ้านนี่มัน.. เออ จริงเหรอคะเนี่ย พี่เฟย” ฟางกล่าวบอกพร้อมกับหันมาถามกับพี่ชายของตนเพื่อเป็การยืนยันอีกครั้ง เฟยที่ได้ยินคำถามเ่าั้เขาก็พยักหน้าเป็การตอบก่อนจะบอกถึงสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากกว้างอีกครั้งหนึ่ง..
“ช่ายยยย นอกจากนี้ผมยังซื้อรถเอาไว้อีกสามคัน เมื่อกี้เอามาได้คันเดียว ส่วนอีกสองคันจะมาส่งที่บ้านใหม่ในวันพรุ่งนี้เช้า จริงสิฟาง อย่าลืมเตือนพี่ให้โทรไปบอกกับพนักงานโชว์รูมก่อน 6 โมงเย็นด้วยนะ เดี๋ยวเขาจะมาส่งไม่ถูกบ้านกันพอดี..อืมๆ” เฟยกล่าวพร้อมกับเสียงทุกคนที่ร้องดัง ‘ห๊ะ!’
“เออ.. คราวนี้เป็รถยนต์ นี่พวกเรากำลังฝันอยู่ใช่ไหมเนี่ย” พ่อภูมิกล่าวพร้อมกับอาการตาลอยที่ไม่ต่างอะไรกับทุกคน เฟยที่หันไปมองก็แอบยิ้มอยู่ในใจ และคิดว่าพวกเขาคงจะกำลังมีความสุขอยู่แหงๆ และเขาก็ไม่ลืมที่จะหันมาทางด้านของเพื่อนรักอย่างเบนซ์ที่กำลังยิ้มแสดงความดีใจกับครอบครัวของเขาอยู่..
“เฮ้ยเบนซ์! หลายวันมานี้ฉันต้องขอบใจแกมากนะเว้ย ถ้าไม่ได้แก อะไรๆหลายๆอย่างคงจะไม่เรียบร้อยอย่างนี้..” เฟยกล่าวขอบคุณเพื่อนของเขา ซึ่งแม่กับพ่อเองก็นึกขอบใจเพื่อนของลูกคนนี้ด้วยเช่นกัน หลายครั้งที่เธอท้อก็ได้เพื่อนของลูกคนนี้ช่วยปลอบใจ..
“ไม่เป็อะไรหรอกครับคุณน้าทั้งสอง ยังไงถ้าปลอดภัยกันดีแล้วผมก็ดีใจ.. ชีวิตที่ผ่านมาผมเองก็มีเพื่อนอยู่ไม่กี่คน ก็มีแต่เ้าเฟยนี่แหละที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอด” เบนซ์กล่าวตอบ และเหมือนว่าน้ำตากำลังจะไหล เฟยที่เห็นอย่างนั้นก็ซึ้งกับเพื่อนคนนี้มากเช่นกัน เขาสัญญากับตัวเองเลยว่าหากเพื่อนคนนี้เดือดร้อนอะไร เขายินดีที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และทันที..