วันนี้เป็วันเปิดเรียนวันแรกและยังเป็วันประชุมผู้ปกครองแม่ฉันใช้วันลาที่ท่านไม่ค่อยจะได้ใช้เพื่อวันนี้โดยเฉพาะฉันเข้าใจแม่นะด้วยความที่เป็หมอทำให้ท่านไม่ค่อยมีเวลาให้ฉันมากนัก ยิ่งท่านทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐก็ยิ่งทำให้ท่านยุ่งมาก
ครั้งหนึ่งฉันเคยแซวแม่ว่าท่านใช้ชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ ที่ตลกก็คือท่านดันตอบรับคำแซวของฉันอย่างเห็นด้วยถึงแม้ว่าแม่ฉันจะใช้ชีวิตแบบนี้ แต่ฉันรู้ดีว่าท่านเองก็พยายามทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้และเผื่อแผ่ไปถึงใครอีกคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้
“ดา แม่รู้สึกตื่นเต้นจัง นี่เป็การขึ้น ม.ปลายครั้งแรกของลูกเลยนะ” แม่พูดกับฉันในขณะที่ตามองตรงไปยังถนนพร้อมกับมือที่บังคบพวงมาลัยของรถยนต์
“555 มันก็เหมือนตอนหนูเรียน ม.ต้น นั่นแหละค่ะ”ฉันละสายตาจากทิวทัศน์ข้างทางแล้วหันไปพูดกับท่าน
“ไม่เหมือนกันหรอกนะ เฮ้อ ลูกแม่โตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ยแต่ก่อนยังเป็แค่เ้าจิ๋วของแม่อยู่เลย แล้วดูตอนนี้สิ” แม่เอ่ยเสียงตัดพ้อแต่ใบหน้าที่แต้มไปด้วยเครื่องสำอางบางๆ ของท่านกลับยิ้มกว้าง
“วินเองก็คงจะโตแล้วสินะ” แม่พึมพำกับตัวเองขึ้นมาเบาๆ แต่ฉันก็ยังได้ยินอยู่ดี ฉันนั่งเงียบตลอดทางไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมาอีกไม่นานรถยนต์ก็ขับมาถึงโรงเรียน ตอนนี้แม่กำลังวนหาที่จอดรถอยู่เมื่อเจอที่ว่างท่านก็ขับรถไปจอดทันทีหลังลงจากรถท่านหันมาถามฉันพร้อมจัดชุดสูทให้เข้าที่
“ดา แม่ดูดีหรือยัง” วันนี้แม่ใส่สูทผู้หญิงสีฟ้าอ่อนทำให้ท่านดูสุภาพและอ่อนโยน
“ดูดีแล้วค่ะ”ฉันพูดให้ท่านมั่นใจมากขึ้น
“โอเค เดี๋ยวแม่ไปประชุมแล้วนะ ไว้เจอกันจ้ะ” พูดเสร็จแม่ก็รีบเดินจากไปทันที
ที่จริงแล้ววันนี้ฉันค่อนข้างรู้สึกกังวลพอสมควรโรงเรียนในตอนนี้เต็มไปด้วยผู้ปกครอง กวินทร์เองก็เรียนที่นี่แสดงว่าเขาคนนั้นก็ต้องมาเข้าร่วมประชุมผู้ปกครองเหมือนกันแม่คงไม่เจอเขาคนนั้นหรอกคนออกจะเยอะขนาดนั้น
ตอนนี้ฉันกำลังสำรวจรอบๆโรงเรียนอย่างจริงจังเป็ครั้งแรก หลังจากที่ฉันสำรวจจนพอใจ ฉันก็เดินตรงไปยังอาคารเรียนของชั้นม. ปลาย และเดินขึ้นบันไดไปยังห้อง ม.4/5 ซึ่งอยู่ชั้น 3 ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงของเพื่อนร่วมห้องที่กำลังคุยกันเสียงดังโต๊ะเรียนส่วนมากโดนจองจนเกือบหมดแล้ว ตรงที่พอจะมีที่ว่างเหลืออยู่ก็จะเป็โซนด้านหน้าของห้องเรียนฉันตัดสินใจเดินไปนั่งโต๊ะตัวที่สองที่อยู่ริมหน้าต่างข้างหน้าของโต๊ะฉันจะมีโต๊ะเรียนที่อยู่ใกล้กับกระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตอนนี้ยังว่างไม่มีเ้าของ
หลังจากที่ฉันได้โต๊ะนั่งเรียนแล้วเรียบร้อยฉันก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันที เพราะกว่าจะประชุมผู้ปกครองเสร็จก็ยังต้องใช้เวลาอีกนานฉันเลยจะงีบรอ รู้สึกตัวอีกทีก็สะดุ้งตื่นเพราะมีมือมาสะกิดที่ไหล่ฉันดูเหมือนว่าฉันหลับไปนานพอสมควร คนที่ปลุกฉันคือยูนาที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ข้างหน้าฉัน
“ยูนาเองเหรอ มานานยัง”
“ก็นานพอที่จะนั่งดูคนแถวนี้หลับมาสักพักแล้วละดาไปล้างหน้าเถอะจะได้สดชื่น อีกไม่นานผู้ปกครองนักเรียนก็จะมาที่ห้องเรียนแล้วนะ”ยูนาไล่ให้ฉันไปห้องน้ำ ฉันพยักหน้าตอบรับคำแนะนำของเธอ หลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จและเดินกลับมาที่ห้องเรียนภายในห้องเรียนได้มีผู้ปกครองบางส่วนมาถึงแล้ว ฉันไม่เห็นแม่ในห้องแสดงว่าท่านยังไม่มา ไม่นานท่านก็เดินเข้าห้องเรียนมา
“ห้องเรียนลูกดูสะอาดตาดีนะ” แม่หันมาพูดกับฉันหลังจากที่ท่านใช้สายตาสำรวจรอบห้องเรียน ม.4/5
“แม่คะ เดี๋ยวแม่มานั่งตรงนี้นะ” ฉันลุกออกจากเก้าอี้ของตัวเองให้แม่มานั่งแทน
“สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูเป็เพื่อนของดานะคะชื่อยูนาค่ะ” ยูนาเอ่ยแนะนำตัวกับแม่ฉันข้างหลังเธอมีผู้หญิงหน้าตาคล้ายเธอยืนอยู่ คงเป็แม่ของเธอ
“สวัสดีจ้ะยูนา” แม่ฉันส่งยิ้มอย่างใจดีให้ยูนาด้วยความเอ็นดูความช่างพูดช่างจาของเธอจากนั้นท่านก็หันไปทักทายแม่ของยูนา ฉันเองก็หันไปแนะนำตัวกับแม่ของยูนาให้ท่านได้รู้จักท่านส่งยิ้มให้พร้อมรับไหว้ฉัน ขณะที่แม่ของเราสองคนกำลังคุยกัน เสียงกระซิบจากยูนาดังขึ้นที่ข้างหูฉัน
“ดากับแม่นี่หน้าตาเหมือนกันชะมัดเวลายิ้มยิ่งโคตรเหมือน”
“ยูนาไม่ใช่คนแรกหรอกที่ทักแบบนี้” ฉันขำเล็กน้อยก่อนจะกระซิบตอบเธอ เธอกำลังจะกระซิบพูดต่อแต่ก็ต้องเงียบเสียงลงเสียก่อนเพราะเสียงของอาจารย์ที่ปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาเอ่ยแนะนำตัวกับผู้ปกครองแล้วแจกคู่มือนักเรียนและผู้ปกครองให้กับพวกเราจากนั้นการพูดคุยกันระหว่างอาจารย์กับผู้ปกครองก็เริ่มขึ้น การพูดคุยกินเวลาไป 1ชั่วโมงกว่าจะจบลง
เนื่องจากวันนี้เป็วันเปิดเรียนวันแรกยังไม่มีการเรียนการสอนอย่างจริงจังหลังประชุมผู้ปกครองเสร็จทางโรงเรียนก็อนุญาตให้นักเรียนสามารถกลับบ้านพร้อมผู้ปกครองได้พอมาถึงบ้านฉันก็ตัดสินใจที่จะบอกเื่นั้นกับแม่หลังจากที่ฉันลังเลมาหลายวัน
“แม่คะ ดามีเื่จะคุยด้วยค่ะ”
“ได้สิจ๊ะเดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดกันก่อนค่อยลงมาคุยกันที่ห้องนั่งเล่นนะลูก”
ฉันพยักหน้าตอบรับคำพูดของท่าน เราทั้งคู่เดินไปที่ที่ชั้นสองของบ้านเพื่อไปเปลี่ยนชุดที่ห้องนอนส่วนตัวหลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จฉันก็ลงไปที่ห้องนั่งเล่นทันที ตอนนี้ฉันกับแม่กำลังนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเราทั้งคู่ต่างมองหน้ากันไปมา สุดท้ายแม่เป็คนแรกที่เปิดบทสนทนาก่อนเพราะทนความเงียบไม่ไหว
“ดามีอะไรจะคุยกับแม่เหรอ” ท่านทำหน้าสงสัยเล็กน้อย
“วันที่รับน้องน่ะ ดาเจอกวินทร์ที่โรงเรียนค่ะ”ฉันโพล่งขึ้นมาทันทีหลังจากที่ท่านถามจบ
“ดา ลูก ลูกพูดว่าไงนะเมื่อกี้” แม่ดูใจนพูดไม่ออกและตื่นเต้นในคราวเดียวกัน ฉันเลยพูดย้ำอีกครั้งให้ท่านฟัง
“ดาเจอกวินทร์ที่โรงเรียนค่ะ”
“จริงเหรอดาแล้ววินดูเป็ไงบ้าง สบายดีไหม” ท่านเอ่ยถามอย่างรัวๆใบหน้ามีรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจและคิดถึง
“เขาก็ดูสบายดีนะคะ หน้าตาเขาคล้ายแม่เลยค่ะตัวก็สูงขึ้นกว่าแต่ก่อน วันรับน้องหนูกับกวินทร์เราแค่คุยกันนิดหน่อยเองค่ะ” ฉันเล่าเื่เขาให้แม่ฟัง
“งั้นเหรอ ลูกคงทะเลาะกันละสิ” ท่านส่ายหัวและยิ้มขำฉัน
“เปล่าสักหน่อย” ฉันทำหน้ายู่
“แม่ไม่รู้มาก่อนเลยเหรอคะว่ากวินทร์เขาอยู่ที่นี่”
“แม่ไม่รู้เลยดา หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น แม่พยายามตามหาแล้วแต่ไม่เจอแม่เลยคิดว่าเขาพาวินย้ายไปอยู่ที่อื่น” ดวงตาของแม่ฉายความเศร้าออกมา
“เป็ไปได้ไหมคะว่าที่ผ่านมากวินทร์อาจจะอยู่ใกล้เรามากกว่าที่คิด” ฉันถามแม่ด้วยความสงสัย
“ไม่หรอก แม่ว่าเขากับวินเพิ่งกลับมาอยู่ที่นี่กันมากกว่า”
“แล้วแม่อยากเจอกวินทร์ไหมคะ”
“อยากสิ แม่อยากเจอวินมากๆ อยากเจอมาตลอดแต่ไม่รู้ว่าวินอยากเจอแม่ไหม” แม่เอ่ยรัว
“งั้น สักวันหนึ่งดาจะพากวินทร์มาเจอแม่นะ” ฉันคว้ามือแม่มากุมไว้ในมือและให้สัญญากับท่าน
เื่ที่สัญญากับแม่ไว้ไม่รู้ว่ามันพอมันจะเป็ไปได้ไหมลำพังแค่ตัวของกวินทร์เองมันก็อาจจะเป็ไปได้ แต่ถ้าเขาคนนั้นรู้ละก็ ฮึ...นี่ฉันกำลังกลัวคนคนนั้นงั้นเหรอตลกเกินไปแล้ว กวินทร์เองก็เป็พี่ชายของฉันและก็เป็ลูกของแม่เหมือนกัน ดังนั้นฉันจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปเป็ครั้งที่สองเด็ดขาด
ฉันกับกวินทร์ก็เหมือนแก้วที่แตกร้าวแม่เองก็คงไม่ต่างกัน าแที่ฝั่งอยู่ในใจของพวกเราล้วนถูกเขาคนนั้นสร้างมันขึ้นมามันคงต้องใช้เวลานานกว่าแผลนี้จะหายสนิทหรือบางครั้งมันอาจจะไม่มีทางหายก็ได้ แต่ครั้งนี้ฉันจะพากวินทร์กลับมาให้ได้