เป็แฟนแล้วต้องทำไง?
“โอ๊ย!”
สิ้นเสียงเรียกด้วยความใของทอย ตัวฉันเองก็ลอยหล่นลงมาจากเก้าอี้ที่ขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟเมื่อกี้ แต่โชคดีที่มีเขาอยู่ไม่ไกล ทอยเลยคว้าฉันเอาไว้ได้ทันแทบจะพอดี
เกือบจะได้เจ็บตัวซะแล้ว
แสงลอดผ่านจากทางหน้าต่างในความมืดสลัว แม้แสงไฟในห้องที่เราเพิ่งจะเปลี่ยนหลอดอันใหม่เมื่อครู่ยังไม่เปิดขึ้น ก็รู้ได้ชัดว่ายิ่งใกล้ทอยมากขนาดนี้ ยิ่งเห็นความหน้าตาที่ใกล้ ใกล้มากกว่าครั้งไหน ๆ
จมูกอันโด่งสันเป็คมของเขาห่างจากใบหน้าของฉันไม่กี่เิเ สายตาที่กำลังจับจ้องด้วยความรู้สึกแปลก ๆ มองมายังฉัน ผสมกับลมหายใจที่ในจังหวะที่ผิดเพี้ยน จนเหมือนไม่กล้าจะหายใจออกมาของฉัน มันทำให้ความรู้สึกข้างในมันกระอักกระอ่วน รู้สึกประหม่ากับ่เวลานี้อย่างบอกไม่ถูก
“ไม่เป็อะไรใช่ไหม” เขาเอ่ยถามทั้งที่ใบหน้าของเรายังแทบจะไม่ออกห่างจากกัน
“อะ อื้อ ไม่เป็ไร” ฉันรีบก้มไม่กล้าสบตาทอย เพราะความเขิน
จังหวะเมื่อกี้มันอะไรน่ะ จมูกเราแทบจะชนกันอยู่แล้ว
“แก้ม”
“หืม?”
“เรารู้ว่ามันอาจจะไม่ใช่จังหวะที่ดีเท่าไหร่ แต่เราอยากบอกให้แก้มรู้ไว้”
“เอ่อ บอกว่า?”
“เราชอบแก้มมากจริง ๆ รู้สึกดีกับแก้มมาตั้งนานแล้ว”
“อื้อ”
“แล้วแก้มล่ะ?”
“หะ!? เรา…”
“อื้ม แก้มล่ะ คิดยังไงกับเรา”
“ก็ เอ่อ ก็รู้สึกดี”
“จริงเหรอ”
“อื้อ”
“แค่รู้สึกดีเหรอ”
“อื้อ ก็ชอบ ชอบทอย”
“แล้วยังไงอีก อยากฟังเยอะ ๆ”
“ก็ชอบที่ทอยคอยมาดูแล คอยเป็ห่วง ใส่ใจแก้มอยู่ตลอด ชอบที่ทอยใจดี ชอบที่ทอยเป็ทอย”
“เขินอะ ดีใจที่แก้มก็คิดแบบเดียวกัน คิดว่าแก้มจะมองเราแค่เพื่อนซะอีก”
“ก็เพื่อน เพื่อนแบบพิเศษ”
“แล้วทอยอะ ชอบเราเพราะอะไร”
“ตอนแรกก็แค่เอ็นดูมั้ง แก้มชอบทำตัวโก๊ะ ๆ ให้คอยเป็ห่วงอยู่เรื่อย แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ที่อยากจะใส่ใจแก้มมากกว่าปกติ อยากเจอทุกวัน อยากไปกินข้าวด้วยกันทุกมื้อ อยากดูแลคนนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร แค่เราอยากให้แก้มมีความสุขและมีเราอยู่ใน่เวลานั้นด้วย”
“โห” ฉันพยักหน้ารับด้วยความเขิน เพราะคำสารภาพที่อ่อนโยนของเขาทำเอาฉันแทบจะพูดต่อไม่ออก
“เรียกว่าชอบมาก ๆ หรือแบบนี้เรียกว่ารักหรือเปล่านะ”
“ไม่รู้สิ เราก็ไม่เคยมีแฟน ไม่รู้หรอกว่ารักเป็ยังไง”
“จริงเหรอ”
“อื้อ แต่อยากบอกว่าเราก็เหมือนทอย อยากอยู่ใกล้ อยากอยู่ด้วยกันเยอะ ๆ เพราะว่าเรารู้สึกดีกับทอยมากเหมือนกัน”
“ถ้างั้น…เราเป็แฟนกันนะ”
“หะ” ฉันใกับคำขอโต้ง ๆ ของเขา แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธ เพียงแค่ว่ามัน…
“เป็แฟนกัน นะครับ ทอยสัญญาว่าจะดูแลแก้ม ดูแลความรักของเราเป็อย่างดี”
“แต่เราไม่เคยมีแฟน เราไม่กล้า”
“ไม่ต้องกลัวนะ ทอยสัญญาว่าจะเป็ครั้งแรกที่แก้มจะไม่ต้องกลัวอะไร ถ้ามีอะไรเราก็จะอยู่ข้าง ๆ แก้มเสมอ จะไม่ทำให้ครั้งแรกของแก้มเป็เื่น่ากลัว”
“อื้อ” ลมหายใจของเขาที่อยู่ใกล้แค่คืบกับคำพูดหวานหยด ทำให้สิ่งที่กลัวในใจมันเริ่มละลายลง
จริงสิ หลายเื่ที่ผ่านมากับประสบการณ์ครั้งแรก ล้วนแต่มีทอยอยู่ด้วยเสมอ เขาเหมือนเป็เซฟโซน ความสบายใจ ความปลอดภัยในกับตัวฉันตลอด เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ เชื่อว่าความกลัวอาจจะไม่ได้เป็เื่ยากขนาดนั้น ถ้ามีทอยอยู่ด้วยทั้งคน
“เป็แฟนกับทอย แก้มเป็แฟนทอย”
“เย่ รักแก้มที่สุด”
เขาเปลี่ยนจากมือที่ประคองโอบฉันไว้หลวม ๆ มาสวมกอดฉันอย่างแน่น แน่นจนตั้งตัวไม่ทัน มันรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกขึ้นมาซะอย่างนั้น หรืออาจะเป็เพราะฉันใกับััของเขาจนต้องกลั้นหายใจเอาไว้อีกแล้ว
เพราะว่าฉันกลัว กลัวว่าความเงียบจะทำให้ได้ยินเสียงเต้นของหัวใจหรือจังหวะโครมครามอันผิดปกติของตัวเอง มันอาจทำให้เขารู้ว่าฉันเขินและตื่นเต้นมากแค่ไหน
“เราขอจูบแก้มได้ไหม” เขาผละออกจากอดนั้นและถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่ม
“...” ฉันได้กัดริมฝีปากตัวเองแน่นด้วยความรู้สึกปนเป จนไม่สามารถบรรยายได้ถูก ขณะที่มือของเขาย้ายเลื่อนมาจับที่ไหล่ของฉันอย่างแ่เบา
“ได้ไหมครับ”
“อื้อ”
ฉันพยักหน้าตอบช้า ๆ และไม่กี่วินาทีถัดมาััอุ่นแต่กลับนุ่มของเขาทาบลงมาที่ริมฝีปากฉันอย่างอ่อนโยน ก็ทำเอาความรู้สึกดีในใจเปลี่ยนเป็ความแปลกประหลาดไปทั้งตัวราวกับโดนไฟช็อต
“ไม่ต้องกลั้นหายใจค่ะ ไม่ต้องเกร็งนะ”
เสียงแหบพร่าของเขาพยายามปลอบประโลมฉันอย่างใจเย็น คงจับอาการตื่นเต้นของฉันได้อยู่ไม่น้อย ก่อนที่เขาจะกดย้ำเข้ามาด้วยน้ำหนักเบาหวิวเช่นเคย แต่ครั้งนี้ฉันกล้าเปิดรับและรู้สึกดีมากกว่าเมื่อกี้
“อื้ออ…”
ปากของฉันเผยอเพราะตัวเองกำลังรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจด้วยจูบร้อนของเขา และกำลังจะผละออกเพื่อถอยหนี แต่มือของทอยกลับดันหัวของฉันไม่ให้ถอยออก แถมยังแแ่ยิ่งกว่าเดิม
ลิ้นอุ่นของเขาถูกป้อนมันเข้ามาในปาก พร้อมกับองศาการจูบของเราที่เอียงจนเราทั้งคู่เริ่มถนัดขึ้น ฉันรู้สึกหายใจได้อย่างไม่อึดอัด และจับจังหวะของกันได้แล้ว มีแต่ลมหายใจอันหอบถี่ที่มันรดรินใส่กันด้วยความรู้สึกอยากเข้าหา มากขึ้น มากขึ้น มันเหมือนกำลังไต่ระดับความร้อนรุ่ม ความหลงไหลในใจจนจำกัดความไม่ได้
มือเล็ก ๆ ของฉันกำไปที่เสื้อกล้ามตัวบางของทอยแน่น เพื่อเป็การทรงตัว เพราะฉันในตอนนี้คล้ายว่าจะเมารสจูบเข้าซะแล้ว มันคงเป็สาเหตุที่ตัวกำลังฉันโงนเงน แทบจะยืนไม่อยู่แบบนี้
เรี่ยวแรงของฉันอ่อนลงจนเกาะกับแผงอกหนาของเขาแทบจะไม่ไหว ไม่ทันไร ทอยก็ตัดสินใจอุ้มช้อนตัวฉันให้ลอยด้วยความเบาหวิว มาจบลงบนเตียงอันคุ้นเคย
“ทะ ทอย”
“ไม่ต้องกลัวนะคะ”
เขาประสานมือเข้ากับฉันและลูบมันเบา ๆ เป็การประโลม มือขวาอีกข้างของทอยที่ว่างอยู่ ก็เอื้อมมาปัดผมเส้นที่มันกำลังปรกลงมาปิดหน้า เพราะฉันเอาแต่หมุดเขินหันหน้าหนีจากเขา
มือหนาเชยหน้าฉันขึ้นมาแ่เบา เพื่อให้มันช้อนมาสบตาของเขาได้แบบพอดี สายตาคู่นั้นมันกำลังสื่อความนัยอะไรบางอย่าง ก่อนที่ทอยจะเลื่อนริมฝีปากนั้นมาจรดลงที่หน้าผากฉันอย่างเว้าวอน พร้อมกับฉันเองหลับตาลงน้อมรับััที่เขายื่นให้อย่างไม่ปิดกั้น
เขาค่อย ๆ เลื่อนััลงมาจากหน้าผาก มาจูบตรงบริเวณเปลือกตาที่ฉันกำลังหลับอยู่ ก่อนจะย้ายมาฝังจูบที่แรงขึ้นกว่าครั้งเมื่อครู่ และกวาดลิ้นร้อนนั้นไปทั่ว เหมือนเป็การบอกกลาย ๆ ถึงระดับดีกรีที่เขาจะไม่อ่อนโยนเหมือนครั้งที่แล้ว
“อื้อออ”
ฉันสะดุ้งเล็กน้อย ผสมกับเสียงที่ครางเบาด้วยความอ้อยอิ่ง เพราะััวูบไหวภายใต้เสื้อยืดตัวโคร่งของตัวเองที่มันถูกเกาะกุมในมือของเขา สอดแทรกเข้ามาบีบเคล้าทั้งที่มีบาร์ลูกไม้ตัวบาง ในขณะที่ริมฝีปากของฉันก็ยังคงโดยทอยไม่ห่าง
ไม่นานชั้นในสีขาวตัวบางก็หลุดออกจากที่ที่มันควรอยู่ด้วยความง่ายดาย
มืออุ่นของเขาเข้ามาคลึงจุดอ่อนไหวทั้งสองข้าง เ้าตัวเขี่ยไปมาจนมันตั้งชูชัน ััวูบวาบเกิดขึ้นกับฉันอีกครั้ง แม้ร่างกายบิดเร้าของตัวเองยังรู้สึกว่าอยากจะถอยหนี แต่ในใจก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับว่าแอบรู้สึกดี ทุกครั้งที่เขาโอบเค้นเบา ๆ ด้วยสองมือ
“อ่า…ทอย ตรงนั้นมัน อ่าาาส์”