ผู้คนที่ได้เห็นความงามอันไร้เดียงสาของแมรินต่างก็แสดงความไม่พอใจชูกำปั้นใส่หน้าเฟรนอยู่เร่าๆ ทุกคนต่างก็มีความเวทนาสงสารในตัวเด็กหญิงและไม่้าเห็นเด็กถูกขายไปเป็เหยื่อคนชั่วร้ายด้วยกันทั้งนั้นแต่แล้วก็มีผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งดูจะหนุ่มท่าทางเฉลียวฉลาดกว่าผู้ใดะโถามขึ้นว่า
“ก็แล้วทำไมท่านถึงอยากซื้อเด็กคนนี้นักเล่าอัลด์ไวน์อะเทลสเบิร์น” เมื่อได้ยินคำถามเช่นนั้นสายตาทุกคู่ก็หันไปมองอัศวินหนุ่มทันที
“เด็กคนนี้เตือนใจให้เราคิดถึงลูกที่ตายจากไป”อัลด์ไวน์ อะเทลสเบิร์น ตอบ “เรา้าจะซื้อเด็กคนนี้มอบให้แก่ภรรยาที่เศร้าโศกเสียใจกับการที่สูญเสียลูกสาวไป ขอรับรองว่าไม่มีเจตนาร้ายแฝงอยู่เลย”
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าที่ท่านพูดมานั้นมันเป็ความจริง” เสียงใครอีกคนหนึ่งร้องถามและมองไปทางเฟรนแด็กด้าสังเกตเห็นว่าเ้าผู้ช่วยสองคนของเขาหายตัวไปแล้ว
คำถามประโยคนั้นทำให้อัศวินหนุ่มยืดร่างขึ้น
“เราชื่ออัลด์ไวน์อะเทลสเบิร์น เป็อัศวินแห่งพระเ้าเอ็ดเวิร์ดในมอร์เซียไม่เคยมีผู้ใดสงสัยในคำพูดของเรา ทั้งในสิ่งที่เรากระทำและความกล้าหาญของเราด้วย”
“แต่ว่าที่นี่เป็กรุงลอนดอนนะไม่ใช่มอร์เซีย”
คราวนี้ดูเหมือนอารมณ์และความรู้สึกของผู้คนจะเปลี่ยนไป แด็กด้าโอบกอดแมรินไว้ด้วยสัญชาตญาณแห่งความระแวงภัยเมื่อครู่ที่ผ่านมาเขามีความคิดว่าบางทีชายชาวแซ็กซอนจะสามารถใช้อารมณ์ร่วมของผู้คนให้เป็ประโยชน์ต่อตนได้แต่เมื่อมาถึงตอนนี้ดูเหมือนเหตุการณ์กำลังจะเปลี่ยนไปเขาคงไม่มีทางจะพาแมรินหลบหนีเงื้อมมือเ้าคนค้าทาสไปได้เช่นที่คิดในตอนแรกและปลอกคอที่มันสวมไว้ให้แมริน ก็คับจนเกินกว่าจะปลดออกได้ทันท่วงทีแต่กระนั้นแด็กด้าก็คิดว่า เป็ตายอย่างไรเขาจะต้องช่วยแมรินให้ได้ ทันใดเขาก็ได้ยินเสียงร้องดังขึ้นว่า
“ช่วยหลีกทางให้ท่านบิชอปวูลฟ์สตังหน่อย” และผู้คนก็แหวกตัวออกเป็ช่อง
“อ้าว...มีอะไรรึอัลด์ไวน์”เสียงถามของท่านบิชอปแข็งกร้าวแต่แด็กด้าลอบเห็นเขาขยิบตาให้อัศวินหนุ่ม “นี่มันเื่อะไรกัน”
“ท่านบิชอปขอท่านได้กรุณามองดูเด็กหญิงผู้นี้ด้วยเถิดขอรับเด็กหญิงคนนี้เตือนใจให้กระผมคิดถึงลูกสาวที่ตายจากไป ขอพระเ้าทรงคุ้มครองิญญาของอีดิธด้วยเถิดกระผม้าจะซื้อเด็กคนนี้เพื่อนำไปมอบให้เอด้าภรรยาของกระผมด้วยหวังว่าเด็กคนนี้จะช่วยให้หล่อนคลายความเศร้าโศกเสียใจในการจากไปของลูกได้บ้างพ่อค้าทาสผู้นี้ได้นำเด็กมาขายที่ตลาดนี้ แต่แล้วกลับปฏิเสธไม่ยอมขายให้กระผมมันทำให้กระผมเชื่อว่ามันจะต้องเอาเด็กไปหาประโยชน์ในทางมิชอบอย่างแน่นอนขอรับท่าน”
ท่านบิชอปหันไปมองแมรินและได้เห็นความสวยของเด็กหญิงคนนั้นเขากำลังคิดอยู่ว่าแม้อัลด์ไวน์ อะ-เทลสเบิร์นมีเจตนาที่จะนำเด็กหญิงกลับไปให้ภรรยาเพื่อปลอบใจให้คลายความโศกเศร้าแต่การช่วยเหลือเด็กหญิงคนนี้ให้พ้นจากมือคนชั่วร้ายก็นับว่าเป็สิ่งดีงามซึ่งคริสเตียนที่ดีทั้งหลายพึงกระทำ
เมื่อคิดได้เช่นนี้เขาจึงหันไปมองพ่อค้าทาสด้วยสายตาขุ่นเคืองรู้สึกไม่ชอบใจในความเ้าเล่ห์ของเฟรนเสียเลย
“เมื่อเ้านำเด็กออกมาอยู่กลางตลาดอย่างนี้ตามกฎหมายของเราย่อมหมายความว่าเ้ามีเจตนาจะขาย” ท่านบิชอปกล่าว“และราคาของเด็กในวัยขนาดนี้ก็คือ 5 เพนนี ซึ่งเ้าก็สมควรจะขายให้กับอัศวินผู้นี้ด้วย ว่าแต่เ้าชื่ออะไรล่ะ”
“ฟะ...ฟะ...เฟรนขอรับ”
“ชื่อเฟรนอย่างนั้นรึ”คิ้วดกดำของท่านบิชอปขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิดอยู่เป็ครู่และแล้วแววในดวงตาก็แจ่มใสขึ้น “เมื่อสองปีก่อนมีพ่อค้าทาสคนหนึ่งเดินทางไปที่เมืองยอร์คและมันก็ชื่อเฟรนอย่างเ้านี่แหละเมื่อมันเดินทางออกจากเมืองปรากฏว่ามีหญิงสาวกว่าสิบคนซึ่งในจำนวนนั้นมีผู้หญิงตระกูลสูง 2 คนได้หายตัวไปด้วย”น้ำเสียงของท่านบิชอปนุ่มนวลยิ่งนัก แต่ทว่าภายใต้ความนุ่มนวลดังกล่าวมันมีลางร้ายแฝงอยู่เฟรนรู้ดีว่าเท่าที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ใดสงสัยในตัวเขาเกี่ยวกับเื่ผู้หญิงในเมืองนั้นหายตัวไปเลย
เขาหันไปมองแมรินมองเห็นความงามบนใบหน้าและเรือนผมสีแดงแกมทองของเด็กหญิงแล้วใจหนึ่งก็อยากจะลองต่อสู้กับอิทธิพลดังกล่าวของท่านบิชอป แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเขาถอนหายใจอย่างแสนเสียดายเมื่อคิดถึงว่าเธอน่าจะเป็ตัวนำโชคดีมากกว่าโชคร้ายมาสู่เขาเช่นนี้
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอเชิญท่านอัศวินมาทางนี้เถิดขอรับ”
เสียงฮือฮาด้วยความผิดหวังดังมาจากหมู่ผู้คนก่อนที่จะเริ่มกระจัดกระจายกันออกไปทั้งนี้เพราะพวกเขาต่างมีความรู้สึกว่าละครฉากนี้ช่างจบลงเร็วเหลือเกินเฟรนอยากจะกำจัดทั้งอัลด์ไวน์และบิชอป วูลฟ์สตัง ออกไปเสียจากที่นั้นโดยเร็วจึงรีบทำใบสัญญามอบตัวเด็กหญิงขึ้นเมื่อรับเงินจากอัศวินหนุ่มแล้วเขาก็ปลดปลอกคอออกจากแมรินพร้อมกับพูดว่า
“บัดน้เด็กเป็สมบัติของท่านแล้วขอรับท่านอัศวิน ท่านคงไม่รู้หรอกนะครับว่าท่านสามารถซื้อเด็กคนนี้ได้ในราคาที่ถูกเหลือเกิน นอกจากนั้นท่านยังได้ของแถมอีกด้วยเนื่องจากเ้าั์ใหญ่ชาวไอริชผู้นี้มันเป็ผู้ดูแลเด็กซึ่งถ้าท่านซื้อเด็กไปด้วยเหตุผลเช่นที่กล่าวมาท่านก็ยังได้ทาสที่ซื่อสัตย์ไว้รับใช้อีกคนหนึ่งด้วยแต่ถ้าท่านไม่ปฏิบัติตามคำพูดแล้วละก้อ มันสามารถจะฆ่าท่านได้ทันทีเช่นกัน”
อัลด์ไวน์อะเทลสเบิร์น เพียงแต่มองไปทางแด็กด้าและพูดสั้นๆ ว่า
“ตามเรามา” จากนั้นเขาและท่านบิชอปก็เดินเคียงคู่กันออกไปจากตลาดแห่งนั้น
ขณะขดตัวอย่างปลอดภัยอยู่ในวงแขนของแด็กด้า แมรินก็เอ่ยถามขึ้นว่า
“นี่เราจะไปไหนกันล่ะแด็กด้า”เมื่อแด็กด้าอธิบายเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้ว เด็กหญิงก็เพียงแต่พยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมกับกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นตอนนี้ฉันก็เป็สมบัติของท่านสุภาพบุรุษชาวแซ็กซอนคนนี้แล้วสินะ”
“ท่านชื่ออัลด์ไวน์อะเทลสเบิร์น และท่านก็เป็คนดีด้วยครับคุณหนูข้าสามารถมองเห็นความสุจริตใจได้จากในดวงตาของท่าน” แด็กด้าตอบ“ท่านจะพาคุณหนูไปหาภรรยาท่านและคุณหนูก็จะปลอดภัยถ้าภรรยาท่านชอบคุณหนูแต่ถ้านางไม่อาจทำใจให้หายจากความเศร้าโศกได้และไม่พอใจในตัวคุณหนูแล้วข้าก็จะทำงานเพื่อชดใช้หนี้สินในครั้งนี้แทนคุณหนูเองเมื่อหนี้สินได้รับการชดใช้แล้วข้าก็จะพาคุณหนูกลับไปหาญาติของท่านแม่ต่อไป”
“แล้วฉันต้องเป็ทาสด้วยหรือเปล่าล่ะ”
“เวลานี้พวกแซ็กซอนไม่มีทาสแล้วขอรับคุณหนูสบายใจได้ว่าบัดนี้คุณหนูเป็อิสระแล้วนับั้แ่เมื่อท่านอัศวินจ่ายเงินให้กับพ่อค้าทาสคนนั้นไป” เขาทำเสียงเหมือนหัวเราะอยู่ในลำคอ“กระผมคิดว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เลดี้ บล๊านซ์ อยากจะให้คุณหนูได้รับหรอกนะครับมันทำให้ข้าศรัทธาในพระเ้ามากขึ้นเพราะข้ารู้ว่าคุณหนูจะต้องปลอดภัยเมื่อได้มาอยู่กับอัศวินท่านนี้”
“แล้วคำว่าอัศวินนั่นหมายความว่าอะไรล่ะแด็กด้า เขาเป็คนมีศักดิ์เช่นพ่อข้าด้วยเช่นนั้นหรือ”
“ใช่ครับคุณหนู”แด็กด้าตอบภายหลังที่ใช้ความคิดอยู่เป็ครู่ “เราสามารถจะกล่าวได้ว่าอัศวินคือผู้ที่มีเชื้อสายผู้ดีได้เช่นเดียวกันบุคคลที่มียศเช่นนี้ย่อมจะถือศักดิ์ในที่ดินจำนวนมากนอกจากนั้นก็ยังมั่งคั่งด้วยทรัพย์สินอีกด้วย ถ้าดูจากเสื้อผ้าที่ท่านสวมใส่การพูดจาอย่างคนที่มีการศึกษาและเหรียญตราต่างๆ นั่นแล้วข้าสามารถจะกล่าวได้ว่าอัลด์ไวน์ อะเทลสเบิร์นเป็บุรุษผู้มั่งคั่งคนหนึ่งและบางทีอาจจะได้รับการศึกษาดีกว่าใครอีกด้วยและข้าก็เชื่อด้วยว่าท่านจะต้องเป็ผู้มีอิทธิพลเพราะท่านบิชอปได้ให้ความช่วยเหลือในเื่นี้แก่ท่านอย่างเต็มที่ทีเดียว”
ทั้งสองตามอัศวินแซ็กซอนกับบิชอปแห่งวูลฟ์สตังไปตามถนนที่เลียบไปตามริมฝั่งแม่น้ำจนในที่สุดก็บรรลุถึงบ้านขนาดสองชั้นหลังหนึ่งซึ่งอยู่ชานเมืองคนรับใช้ในเครื่องแบบงดงามรีบออกมาต้อนรับ และพาเดินเข้าไปในห้องโถงซึ่ง ณที่นั้นมีเตาผิงจุดไว้เพื่อให้ความอบอุ่นในยามบ่ายที่อากาศค่อนข้างชื้นด้วยความหนาวเย็น
“ขอเชิญนั่งก่อนขอรับ”อัศวินหนุ่มกล่าวกับบิชอป เมื่อหันมาทางแด็กด้าก็พูดสั้นๆ ว่า “นั่งลงสิ” และออกคำสั่งกับคนรับใช้ที่ยืนรออยู่ว่า “ไปเอาไวน์มา”
เมื่อทุกคนนั่งลงแล้วอัลด์ไวน์ อะเทลสเบิร์น จึงกล่าวกับแด็กด้าขึ้นว่า
“เอาละไหนเ้าลองเล่าเื่ของเด็กคนนี้ให้ข้าฟังโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่งสิแต่ตอนแรกนี่ข้าอยากจะรู้ชื่อเสียงเรียงนามของเ้าเสียก่อน”