เดินวิถีเซียน (Water Qi immortal)

    25 งานประมูล


    .....สายวันนี้หลินเซียนมานั่งอยู่ลำธารไม่ไกลจากบ้าน เขาปล่อยเจ้าเสี่ยวหมิงลูกหมีแพนด้าออกมากินไผ่และนอนออดอ้อนอยู่ข้างกายเขา ส่วนตัวเขานั่งมองน้ำไหลในลำธารพลางคิดเรื่องสมบัติเซียนที่ต้องการ

    "ตัวข้าตอนนี้มีปราณกระบี่วารี ที่ได้มาจากการผสมผสานวิชากระบี่วายุปราณและปราณหมื่นสายนที"

    "แต่ตัวข้านั้นยังอ่อนด้อยปราณวายุ ทำให้กระบี่วารีเน้นไปทางใช้พลังปราณธาตุน้ำเป็นหักเสียมากกว่า"

    "พลังธาตุไม้ที่ได้จากผลอวิ๋นฮวาและเสี่ยวหมิง เมื่อเทียบกันแล้วก็พอได้มาบ้าง แต่ยังไม่มีอะไรเด่นชัด คงต้องใช้เวลาศึกษาและรวบรวมอีกสักพักใหญ่"

    "หากข้าถูกรุมจู่โจมจากเซียนหลายสิบคนขึ้นไป ข้าไม่มีพลังปราณมากพอที่จะสู้ทั้งหมดพร้อมกันได้"

    "ยิ่งเจอเซียนระดับ 3 แกนปราณเหมือนข้า แต่เขามีพลังปราณอัคคี ข้าคงสู้ได้ยาก และได้รับบาดเจ็บ"

    หลินเซียนเริ่มมีความคิดฟุ้ง

    "หรือข้าจะเสาะหาสมบัติเซียนเพื่อใช้ป้องกันตัวแทนเสริมกำลังการจู่โจม?"

    "ไม่! วันหนึ่งยังไงๆข้าก็ต้องได้แย่งสมบัติเซียนกับเซียนคนอื่นแน่ๆ หากสู้ไม่ได้เลย ข้าก็จะไม่มีทางได้สมบัติเซียนดีๆสักที"

    "ดังนั้นข้าควรต้องเพิ่มพลังการต่อสู้ ข้าควรเสาะหาสมบัติเซียนเช่นนี้ก่อน"

    1. ถ้าเพิ่มพลังปราณวารี ข้าก็จะสามารถสร้างดาบวารีจำนวนมากกว่าเดิมได้

    2. ถ้าเพิ่มพลังปราณวายุ ข้าก็จะทำให้กระบี่ปราณของข้าว่องไวและโจมตีระยะไกลขึ้นได้

    3. ถ้าเพิ่มพลังปราณธาตุไม้ จะช่วยให้จิตเต๋าข้าดูดซับพลังปราณธาตุอื่นๆได้ง่ายขึ้น

    เมื่อตัดสินใจแล้วหลินเซียนก็เรียกเสี่ยวหมิงเดินกลับบ้าน และแจ้งแก่ท่านแม่ว่าเขาจะออกเดินทางเพื่อไปหาสมบัติเซียน 


    .....เจียงไห่ เมืองที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ คลื่นยักษ์โถมกระทบหน้าผาสูงตระหง่านตลอดทั้งปี ราวกับบทเพลงวารีที่ไม่รู้จบ รอบเมืองมีคูน้ำล้อมรอบ ภายในคูน้ำใสจนมองเห็นฝูงปลาแหวกว่ายระยิบระยับยิ่งกว่าอัญมณี

    ประตูเมืองสูงเสียดฟ้า สลักด้วยลวดลายมังกรวารีพันเกี่ยว ดวงตาของมันฝังหยกฟ้าส่องประกาย ทุกครั้งที่มีผู้ก้าวผ่าน กระแสน้ำจากปากมังกรจะพ่นลง ดั่งเป็นการชำระล้างมลทิน ก่อนเข้าสู่ดินแดนแห่งมหาสมบัติ

    ท้องถนนปูด้วยศิลาครามสลักลวดลายเกลียวคลื่น อาคารสูงใหญ่เรียงรายดุจหอคอยแห่งวารี คึกคักด้วยเหล่าผู้คนหลากหลาย ทั้งเซียนหนุ่มสาว สำนักใหญ่ ตระกูลขุนนาง และแม้แต่พ่อค้าสามัญ กลิ่นอายพลังปราณหนาแน่น

    และ....วันนี้คือวันที่ฟ้าดินจะสั่นสะเทือน เพราะหอประมูลลอยน้ำแห่งเมืองเจียงไห่จะรวบรวมสมบัติอันเลื่องชื่อมากมายออกประมูลในรอบ 10 ปี

    หอประมูลนี้มีลักษระพิเศษคือสร้างอยู่กลางมหาสุมทรตรงชายหาดเมือง ใช้พลังค่ายกลชั้นสูงทำให้มันลอยบนน้ำไม่ไหวติงและรับน้ำหนักมหาศาลได้

    เหล่าเซียนมากมายเบียดเสียดกันเข้าไปยังหอประมูลดูแน่นขนัดไปหมด ทุกคนต่างมาด้วยความหวังจะได้สมบัติเซียนล้ำค่าสักชิ้นติดมือกลับไป

    หลินเซียนหรี่ตาลง เขาเพิ่งก้าวสู่ขั้นที่ 3 แกนปราณ ขั้นต้น แม้พลังยังไม่ยิ่งใหญ่เมื่อเทียบกับเซียนหลายๆคนในนี้ แต่เขาก็พยายามสอดส่ายสายตามองไปทั่วๆ

    1. เซียนอาวุโสจากตระกูลเผยห่มชุดเงินคนนั้น แววตาเย็นชาไม่ต่างจากดาบคม

    2. นักพรตหญิงจากสำนักหิมะโปรย ปราณเย็นยะเยือกแผ่กระจายรอบกาย

    3. พ่อค้าพเนจรที่ยิ้มพลางนับถุงหยกเงินในมือ แววตาของเขามีนัยยะน่าสงสัย

    4. ชายลึกลับสวมผ้าคลุมดำ ก็ซ่อนกลิ่นอายพลังที่ทำให้หลินเซียนขมับสั่น


    "หลีกไป! ท่านเสนาบดีหลิวจะเดิน" เสียงดังตะโกนมาจากทางเข้า

    เสนาบดีหลินชายแก่หน้าตาดุดัน ข้างกายมีผู้บำเพ็ญเซียนระดับ 3 แกนปราณขั้นปลายถึง 4 คนประกบ พนักงานต้อนรับรีบวิ่งไปพาไปห้องรับรองพิเศษ

    หลินเซียงมองแล้วแอบสถบ "หึ! คนนี้เองเหรอพ่อไอ้อ้วน! แม้รูปกายจะแตกต่าง แต่สันดานเดียวกันไม่มีผิด"

    ไม่กี่อึดใจเงาปราณสีขาว-ดำแผ่ไปทั่วบริเวณทางเข้า นักพรตชราคู่ชายหญิง ลัทธิหยินหยางก้าวย่างเดินเข้ามา ทุกคนต่างยำเกรง เพราะนั่นคือเซียนระดับ 4 หยวนอิง! ทุกคนรีบถอยห่างเปิดทางด้วยความยำเกรง

    "งานประมูลนี้มีแต่คนชั้นสูงๆ ข้าต้องระวังให้มาก ไม่ให้เป็นที่เตะตาผู้ใด ได้ของแล้วรีบจากไปดีที่สุด" หลินเซียนพรึมพรำในใจ

    พลางไปเห็นชายวัย 50 - 60 ปีคนหนึ่ง แม้จะปิดครึ่งหน้าและสวมผ้าคลุมธรรมดาไม่สะดุดตา แต่ด้วยรูปร่างและแววตา หลินเซียนรู้เลยว่าเขาต้องหล่อสง่างามจากชนชั้นสูงแน่นอน  

    เขาไม่ได้เดินมาคนเดียว เขามีองครักษ์เป็นนักดาบ 1 คนติดตามมาด้วย ท่าทางเย็นชา แต่ดาบด้านหลังแฝงพลังน่ากลัวมาก หลินเซียนเพียงแค่มองดาบที่สะพายหลังนั้น ก็รู้สึกราวกับดาบนั้นฟาดเข้ามาเฉือนเนื้อเขาขาดได้เลย

    องครักษ์นั้นชำเลืองเห็นหลินเซียนมองอยู่ เขามองกลับพลางจะชักดาบ แต่ชายปิดหน้ายกมือขึ้นห้ามไว้ แล้วเขาก็มองมาทางหลินเซียนและกระพริบตาข้างเดียวให้


    .....เมื่อทุกคนนั่งประจำที่กันหมดแล้วก็ได้เวลาเกิดงานประมูล บนเวทีสูงมีชายชราผมขาวยาว นัยน์ตาลึกล้ำราวกับเห็นความลับสวรรค์ยืนรออยู่ เขาคือปรมาจารย์กวงไห่ ผู้จัดงานประมูลครั้งนี้

    เสียงฆ้องดังขึ้น “ก๊งงงง!” การประมูลเริ่มต้นแล้ว

    สมบัติเซียนต่างๆเริ่มถูกนำออกมาประมูลตามลำดับ ทั้ง ยันต์โลหิตมาร, ตามด้วยโอสถมังกรธรณี และอาวุธชั้นกลางต่างๆ ที่ทำให้เหล่าผู้เข้าร่วมแย่งชิงกันเสียงดังไปทั่วหอ

    หลินเซียนมองสมบัติเหล่านั้นไปเรื่อยๆ สิ่งที่เขามาหาคือสมบัติที่เพิ่มพลังปราณวารีให้เขาได้ ถ้าไม่ได้ขอเป็นเสริมปราณวายุก็ยังดี หรือถ้าไม่มีจริงๆขอเสริมพลังธาตุไม้อะไรสักอย่างติดมือก็ถือว่ามาไม่เสียเปล่า

    และแล้วสิ่งที่หลินเซียนปราถนาก็มาถึง "แหวนธาราสวรรค์" สมบัติระดับบรรพกาล ที่มีพลังลึกลับอันยิ่งใหญ่มากมาย รอให้ผู้ได้มันได้ค้นหาและใช้งาน

    "เริ่มต้นที่ 50,000 เหรียญทอง" ปรมาจารย์กวงไห่ใช้ปราณทำให้เสียงพูดดังก้อง

    "60,000!"

    "70,000!"

    "100,000!"

    "500,000!!" ทุกคนหันขวับไปที่เจ้าของเสียง ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน เสนาบดีหลิวนั่นเอง 

    เขายิ้มเยาะมองไปทั่วด้วยความสะใจ (คนมันรวยอ่ะเนอะ)

    "600,000!" ทุกคนตะลึง รีบหันไปมอง นั่นคือนักพรตหญิงจากสำนักหิมะโปรย

    แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะหายตกใจ

    "700,000!"  พ่อค้าพเนจรที่หลินเซียนแอบจับตาเมื่อกี้นั่นเอง

    "800,000!" เซียนอาวุโสสกุลเผย ลุกขึ้นยืนและตะโกนเสียงดัง

    "โห! ราคามันไปขนาดนี้เลยหรือ ข้าซื้อไม่ได้ตั้งแต่ 5 หมื่นแรกแล้ว เพราะเงินข้ามีแค่ 5,000 เหรียญเอง"

    นั่นเป็นเงินที่ได้มาจากปราบปีศาจน้ำบ้านท่านเศรษฐีและการขายผลไม้เซียนท่านพ่อ หักลบจากซื้อข้าวของและฝาากเงินให้ท่านแม่แล้ว ก็เหลืออแค่นี้

    "1,000,000!!!"

    ทุกคนตาลุกวาว นั่นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือชายลึกลับสวมผ้าคลุมดำที่ทำให้หลินเซียนขมับสั่นนั่นเอง