เช้าวันรุ่งขึ้นที่ตำหนักขององค์รัชทายาท อากาศช่างดูสดใสบัดนี้สภาพอากาศอยู่ใน่ฤดูหนาวดอกเหมยในตำหนักหลายต้นเริ่มบานสะพรั่งทำให้ตำหนักดูมีชีวิตชีวาเช้าตรู่ของวันนี้ฟ่านหนิงเหอได้ตื่นขึ้นมาฝึกกระบวนท่าวิทยายุทธต่างๆั้แ่เช้า นางหาได้สนใจเหลียนจางเหว่ยไม่ แม้กระทั้งถามถึงเขานางยังไม่เอ่ยปากที่จะถามหาเลย ฝึกไปสักพักสายๆนางก็ได้ฝึกยิงธนูต่อ แต่ในระหว่างที่ฝึกนั้นก็ได้มีองครักษ์จากในวังมาตามให้นางไปเข้าเฝ้าฮองเต้อย่างเร่งด่วน
"ข้าน้อยคาราวะท่านแม่ทัพ"
"เ้ามีเื่ด่วนอะไรหรือไม่"
"ฮองเต้้าพบท่านด่วนขอรับ"
"ถ้าอย่างนั้นข้าจะตามเ้าไปเดี๋ยวนี้"
นางได้อยู่ในชุดบุรุษทะมัดทะแมงสีน้ำเงินลวดลายหงษ์เพลิงสีแดงสง่างามและนางได้ควบม้าออกจากตำหนักไปอย่างรวดเร็วที่เอวของนางหาได้ขาดกระบี่คู่ใจนางก็ติดมันพ่วงไปด้วย
"แม่ทัพได้มาถึงแล้วพะยะค่ะ"
เสียงขันทีร้องบอกองค์ฮองเต้ของเขา
"ให้เข้ามาได้"
ฟ่านหนิงเหอได้เข้าเฝ้าฮองเต้ อย่างกระชับกระเฉง
"กระหม่อมคาราวะฮองเต้เพค่ะ"
"ไม่ต้องมากพิธี ลุกขึ้นเถิด"
"พระองค์ให้หม่อมฉันเข้าเฝ้ามีเื่อะไรด่วนหรือไม่เพค่ะ"
"ข้ามีเื่ด่วนจะไหว้วานเ้าให้ช่วยสืบราชการลับ"
"ถ้าอย่างนั้นเชิญพระองค์รับสั่งมาได้เลยเพค่ะ"
"ข้าได้ข่าวมาว่ามีหนอนบ่อนไส้ในราชสำนักแอบแจ้งข่าวงานราชการของข้ากับพวกโจรกบถ"
"ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าโจรกบถเริ่มกลับมาซ่องสุมกันอีกแล้วใช่หรือไม่เพค่ะ"
"ใช่แล้วมีคนคอยส่งเสบียงส่งข่าวให้กับพวกมัน ข้าอยากให้เ้าช่วยสืบดู"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยเพค่ะกระหม่อมก็รู้สึกว่าชีวิตมาอยู่เมืองหลวงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย"
"เ้าชอบแบบนี้ใช่หรือไม่ถ้าอย่างนั้นงานนี้เ้าจงไปสืบให้ข้าเถิดจะได้จับหนอนบ่อนไส้ตัวนี้มาลงโทษ"
"รับด้วยเกล้า เพค่ะ"
"หากเ้าขาดเหลืออะไรให้บอกข้าได้เลยและข้าจะให้ตราหยกแก่เ้าเพื่อที่จะเดินทางเข้าออกทุกที่ได้อย่างสบาย"
"ขอบพระทัยเพค่ะฝ่าากระหม่อมจะทำงานนี้อย่างสุดกำลังเพค่ะ"
"ดีๆงั้นเ้ากลับไปพักผ่อนเสียเถิด"
"กระหม่อมทูลลาเพค่ะ"
ฟ่านหนิงเหอได้ลากลับไปแล้ว ส่วนฮองเต้ได้แต่มองตามลูกสะใภ้ว่าที่ฮองเฮาในอนาคตด้วยความภาคภูมิใจเพราะฮองเต้ก็รักนางเหมือนลูกแท้ๆคนหนึ่งหมือนกันด้วยคุณงามความดีของนางและตระกูลฟ่านและที่สำคัญท่านแม่ทัพใหญ่ตระกูลฟ่านเป็เพื่อนกับฮองเต้มาั้แ่ครั้งเยาว์วัยพอทั้งสองโตขึ้นต่างมีหน้าที่รับผิดชอบบัดนี้น้อยนักที่จะได้พบปะกันและก็นานมากที่ไม่ได้คุยกันฉันเพื่อนกับแม่ทัพใหญ่พึ่งจะได้มีโอกาสคุยดื่มกันก็ตอนงานอภิเษกสมรสของเหลียนจางเหว่ยกับฟ่านหนิงเหอนั่นเองหากว่ากาลข้างหน้าไม่มีอะไรผิดพลาดตามที่วางไว้ก็คงจะดีเพราะพระองค์คิดว่าจิตใจข้างในของนางก็ไม่เลวเลยทีเดียวน้อยนักที่เด็กสาวอายุแค่นี้จะรับผิดชอบกับชีวิตทหารหลายหมื่นนายได้ดีขนาดนี้ ทำไมพระองค์ถึงรู้ก็เป็เพราะว่าทหารที่ใกล้ชิดฟ่านหนิงเหอได้เล่ากันปากต่อปากจนไปถึงหูพระองค์ว่านางไม่เคยทิ้งพรรคพวกของนางเวลาลำบากหรือเข้าตาจนในระหว่างที่อยู่ภายในวงล้อมของข้าศึกนางจะกล้าหาญบุกฝ่าออกมาพร้อมกับเหล่าทหารโดยไม่เคยมีความหวาดกลัวหากถ้าเป็คนอื่นเห็นจะต้องเอาตัวรอดเพียงลำพัง ดังนั้นพระองค์จึงได้ภูมิใจในตัวนางอย่างไม่มีอะไรมาเป็ข้อกังขา
ที่ตำหนักรัชทายาท
ทางด้านฝูลี่มี่วันนี้ได้จัดแจงแต่งตัวสวยสดใสงดงามสมวัยสาวน้อยน่ารัก แต่ริมฝีปากของนางกลับทาด้วยชาดสีแดงสดภายในจิตใจของนางคิดว่าวันนี้จะต้องสวยกว่าฟ่านหนิงเหอเพราะว่านางได้มาหาเหลียนจางเหว่ยที่ตำหนักพร้อมทั้งทำขนมเซาปิ่งมีใส้ เป็ขนมที่เหลียนจางเหว่ยชอบมาให้เขากินกับน้ำชายามบ่าย เมื่อนางมาถึงที่ตำหนักนางหาได้สนใจว่าเขาได้แต่งงานมีชายาแล้วนางกลับเขาไปเกาะแขนเขาด้วยความสนิทสนมใกล้ชิดและแสดงความเป็เ้าของโดยไม่สนใจสายตาบ่าวไพร่ในบริเวณนั้นส่วนเหลียนจางเหว่ยก็ไม่ได้ว่าอะไรนาง กลับยิ่งหลงไหลและรักนางเห็นใจนางที่ไม่ได้แต่งงานกับเขา และด้วยมารยาหญิงของนางก็ทำให้ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกเห็นอกเห็นใจนางเพิ่มเป็ทวีคูณ และทำให้เขายิ่งมีความเกลียดชังในตัวของฟ่านหนิงเหอเพิ่มมากขึ้น เป็เพราะเขารู้สึกติดค้างบุญคุณคิดว่าฝูลี่มีเคยช่วยชีวิตเขาไว้ตอนตกน้ำในวัยเด็ก ตอนนี้ทั้งคู่ได้นั่งคลอเคลียกันที่ศาลาในสวนหน้าตำหนัก ส่วนฟ่านหนิงเหอกลับมาจากเข้าเฝ้าฮองเต้นางได้เดินผ่านทั้งสองคนเข้ามาในห้องของนาง โดยที่นางมิได้สนใจทั้งสองคนนั้นนางไม่มองแม้แต่หางของนาง ท่าทางเดินเหิรของนางช่างดูสง่างามยิ่งนักและด้วยชุดเสื้อผ้าที่นางใส่ด้วยมองดูแล้วช่างงามน่าหลงใหล ทำให้เหลียนจางเหว่ย
มองตามนางด้วยความลืมตัวฝูลี่มี่เห็นเขามองตามนางก็รีบเรียกร้องความสนใจจากเขาให้กลับมาสนใจตน สักพักหนึ่ง
ถานอ้ายเสินได้มาขอพบฟ่านหนิงเหอกับเหลียนจางเหว่ยแต่กลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกที่มี
ชายหนุ่มมาหานาง
"ข้าน้อยคาราวะองค์รัชทายาทพะยะค่ะ"
"ท่านรองแม่ทัพมีธุระอะไรกับข้าหรือไม่"
"ข้าน้อยมาขอพบท่านแม่ทัพพะยะค่ะ"
"เ้ามีธุระอะไรกับนางหนักหนา"
"กระหม่อมจะมาฝึกกระบี่กับท่านแม่ทัพะยะค่ะ"
"พวกเ้าในแต่ละวันก็ทำหน้าที่กันแค่นี้นี่เองข้าไม่เห็นจะสร้างประโยชน์อันใด"
เหลียนจางเหว่ยพูดกับถานอ้ายเสินด้วยความรู้สึกว่าเขากับนางจะมีอะไรต้องทำด้วยกันหนักหนาในเมื่อนางก็แต่งเข้าเป็ชายาเอกของตนแล้วทำไมจักต้องมีผู้ชายมาหากันถึงเรือนชานขนาดนี้พอเขาพูดจบถานอ้ายเสินก็รีบขอตัวไปหาฟ่านหนิงเหอทั้งคู่ได้มาฝึกเพลงกระบี่กันที่สนามหญ้าหลังตำหนักเพราะเป็ที่สงบเงียบเหมาะที่จะทำการฝึกสนามหญ้าหลังตำหนักนั้นฟ่านหนิงเหอได้ให้เหล่าบ่าวไพร่ช่วยจัดให้เป็สนามฝึกซ้อมของนาง
"หนิงเหอข้าเกือบตายแล้ว"
"มีเื่อันใดเกิดขึ้นกับเ้า"
"เมื่อครู่ข้าโดนองค์ชายซักไซร้ไล่เรียงข้าว่ามาหาท่านทำไม"
"แล้วเขามาสนใจทำไมให้เสียเวลา"
"ข้าคิดว่าคงไม่พอใจที่ข้ามาหาเ้า"
"เ้าไม่ต้องไปสนใจเขาหรอกเขาก็แค่หาเื่ตำหนิเราเท่านั้น"
ทั้งคู่ก็ได้ฝึกกระบี่กันอย่างเอาเป็เอาตายเพราะวันนี้ฟ่านหนิงเหอเตรียมพร้อมที่จะไปทำงานลับให้กับฮองเต้ นางรู้สึกดีใจว่าชีวิตจะได้มีสีสันเสียทีเพราะนางไม่อยากอยู่เฉยๆโดยที่ไม่ทำอะไรเลย ท่วงท่าที่นางต่อสู้กับถานอ้ายเสิ่นนั้นดูสง่างาม รวดเร็วว่องไวถานอ้ายเสินในเื่กระบี่จะไม่ค่อยเก่งสู้นางสักเท่าไหร่ทั้งคู่ฝึกกันไปสักพักก็หยุดพักดื่มน้ำชากันที่สนามฝึกในสวนโดยทั้งคู่คุยกันอย่างออกรสออกชาติ ฟ่านหนิงเหอนั้นเวลานางหัวเราะและมีรอยยิ้มยิ่งทำให้ถานอ้ายเสินแอบมองนางด้วยความหลงไหลนางช่างดูสดใสราวกับดอกไม้ผลิบานในระหว่างที่นางหัวเราะชอบใจนั้นเหลียนจางเหว่ยได้เดินเข้ามาหาทั้งสองด้วยท่าทางนิ่งขรึมดูใบหน้าของเขานั้นบึ่งตึงด้วยความไม่พอใจที่ทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนม แต่อีกใจหนึ่งเขาก็คิดว่าทำไมจะต้องโมโหให้เขาทั้งสองด้วยเหมือนกัน
"พวกเ้าช่างมีความสุขกันเหลือเกินนะ"
พอสิ้นคำพูดทั้งสองก็รีบลุกขึ้นทำความเคารพเขาเพราะยังไงเขาก็คือองค์รัชทายาท
"องค์ชายมีอะไรให้ต้องไปทำหรือไม่"
ฟ่านหนิงเหอถามด้วสีหน้าเรียบเฉยกลับไม่ยิ้มแย้มเหมือนตอนที่คุยกับถานอ้ายเสิน
"ข้าไม่กล้าไหว้วานพระชายาหรอก"
"ถ้าอย่างนั้นมีอะไรจะรับสั่งหรือไม่"
นางถามด้วยความรู้สึกหงุดหงิด
"ข้าจะมาดูว่าพระชายายังนั่งคุยกับชายสองต่อสองโดยไม่เกรงใจข้าที่เป็สวามี"
ถานอ้ายเสินได้ยินดังนั้นกลัวนางจะโดนเขาดุจึงรีบพูดขึ้น
"กระหม่อมขอประทานอภัยพะยะค่ะที่เสียมารยาทแต่ไม่ใช่ความผิดของหนิงเหอเลย ท่านอย่าดุนางเลยนะขอรับ"
"ข้าไม่ได้ดุข้าแค่เข้ามาเตือนพวกเ้าถึงความเหมาะสมก็เท่านั้นหากบ่าวไพร่เอาไปพูดข้าจะเสียหายได้"
ถานอ้ายเสินได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับรู้สึกหน้าชาจึงรีบกล่าวตัดบท
"ถ้าอย่างนั้นกระหม่อมไม่รบกวนแล้วพะยะค่ะกระหม่อมมทูลลา"
พูดเสร็จถานอ้ายเสินก็ขอตัวกลับโดยหันไปบอกลาฟ่านหนิงเหอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มใส่นางนางยิ้มตอบเขาด้วยรอยยิ้มที่สดใส
"ไว้ค่อยมาทบทวนกระบี่กันใหม่พวกเราค่อยนัดหมายกันอีกครา"
"ได้เลยหนิงเหอถ้าอย่างนั้นข้าน้อยขอตัวลา"
พอถานอ้ายเสินกลับไป เขาหันกลับไปมองใบหน้านางบัดนี้กลับไม่ได้ยิ้มแย้มเหมือนตอนที่อยู่กับถานอ้ายเสินยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดไปกันใหญ่ นางได้เดินออกมาจากเขาโดยที่ไม่สนใจเขาเลยแม้แต่นิดเดียวเขาได้เดินตามนางมาอย่างกระชั้นชิดใกล้ตัวนางจนได้มองเห็นใบหน้าของนางอย่างใกล้ชิด เขาได้สังเกตเห็นว่าใบหน้าของนางช่างงดงามราวกับเทพธิดามาจุติ แต่กลับกันที่มีคนพูดกันต่างๆนาๆว่านางอัปลักษณ์น่ารังเกลียด ฟ่านหนิงเหอนางหลบ
ออกมาให้ห่างอย่างรวดเร็วและได้สังเกตเห็นรูปหน้าเรียวคมของเขาในใจนางคิดว่าทำไมเขาช่างรูปงามได้ขนาดนี้ใบหน้าเขางามราวกับสตรีขนตายาวเรียงเป็แพสวยปากเรียวบางจมูกโด่งคมดวงตาคมสวย และนางนั้นไม่อยากใกล้ชิดกับเขามากนักเพราะนางรู้ตัวดีว่าเขารังเกียจนางแค่ไหน
"เ้าจะเดินหนีข้าโดยจะพูดอะไรเลยรึไร"
นางหยุดทันทีและตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยกับเขา
"ข้าต้องมีอะไรพูดกับท่านหรือ"
"เ้าจะไม่สำนึกผิดเลยรึไรที่ทำอย่างนี้"
"ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดหากแต่ท่านกลับมองว่าสิ่งที่ข้าทำแม้มันจะถูกท่านก็มองว่ามันผิด"
"เ้าจะพูดเล่นลิ้นกับข้ารึไรเ้าแต่งเป็ชายาข้าแล้วก็ต้องเกรงใจข้าบ้าง"
"ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอโทษท่านแล้วกัน"
นางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบโดยใช้ภาษาชาวบ้านกับเขาพูดแล้วนางก็รีบเดินออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วเพราะความรำคาญ เขาได้แต่สบถตามของหลังนาง
"เ้า!! นิสัยหยาบโลนอยู่ชายแดนหลายปีทำให้ความเป็สตรีของเ้าไม่หลงเหลือ ข้าจะต้อง
กำราบเ้าสักวัน"
เขาะโตามหลังนางไปนางหาได้หันกลับมามองไม่ นางรีบเข้าห้องแล้วปิดประตูอย่างรวดเร็วถ้าหากพูดอะไรไปอีกยิ่งจะเถียงกันไม่จบสิ้นนางเลยตัดปัญหาด้วยการเดินหนีออกมาซะดีกว่าส่วนเหลียนจางเหว่ยบัดนี้เหมือนแสดงความเป็เ้าของนางอย่างลืมตัวอาจจะเป็เพราะเขานั้นได้หลงไหลในตัวของนางเข้าโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวเขานั้นยังไม่ได้รู้จักนางดีเท่าไหร่ก็ได้ตัดสินนางว่าเป็หญิงที่นิสัยโฉดร้ายกาจ ไม่มีความเป็สตรีเอาเสียเลย กระนั้นฟ่านหนิงเหอจะทำเช่นไรเขาถึงจะมองเห็นความดีของนางบ้าง